ไทย

เที่ยวไทยไปได้ทุกเดือน

ลาว

สะบายดี เมืองลาว

เวียดนาม

ซินจ่าว เวียดนาม

มาเลเซีย

Truly asia

อินโดนีเซีย

ดินแดนแห่งภูเขาไฟ

พม่า

ดินแดนแห่งพุทธศาสนา

เนปาล

หิมาลัยสุดขอบฟ้า

ยุโรป

โรแมนติกยุโรป

Home » Photo Blog, เนปาล
MrNop:)

สุดขอบฟ้าที่เนปาล (ตอน 2)

by MrNop:)
1 December 2005 One Comment

Swayambhunath

วันที่สอง : หลงทางใน Kathmandu และ เหยื่อรายใหม่บริษัททัวร์

Swayambhunath Stupa

Swayambhunath

อาการไข้ที่เป็นๆหายๆมาตั้งแต่ 2 วันก่อนยังไม่มีที่ถ้าว่าจะดีขึ้นเลยแถมเห็นจะเป็นหนักขึ้นซะอีก คืนนี้เลยนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่จะว่าตื่นเต้นก็คงไม่น่าใช่ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงตื่นนอนแล้วอาบน้ำแต่งตัวลงไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมเตรียมไว้ให้แล้วจึงกลับมาเก็บของเช็คเอาต์แล้วรอรถมารับไปส่งที่สนามบิน วันนี้เองครับผมได้พบเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกคนนึง เพ็กกี้สาวอเมริกันเชื้อชาติไต้หวันเจอตอนเธอแรกผมแอบดีใจนิดๆว่าเจอคนเอเชียด้วยกันภาษาอังกฤษน่าจะพอคุยกันได้ แต่ผมคาดการณ์ผิดถนัดครับ เมื่อฟังเธอคุยกับเจอร์ราร์ดแล้วสิ่งเดียวที่พอทำได้คือยิ้มแล้วทำตาปริบๆ พอมาเห็นพาสปอร์ตของเธอก็เลิกสงสัยทันที 2 คนนี้พอเจอเพื่อนร่วมทวีปเลยคุยกันใหญ่เลยทิ้งให้ผมต้องทำหน้างง แต่ผมไม่กลัวเสียฟอร์มครับ ผมบอกไปว่าไอ้ที่ยูคุยกันน่ะเร็วอิ๊บอ๋ายเลยไอตามไม่อ่ะ 2 คนนั้นต้องรีบขอโทษขอโพยกันใหญ่ แต่ผมก็ยังรักษาฟอร์มอยู่ครับถึงแม้จะฟังไม่ค่อยทันแต่ก็บอกไปว่าพูดเร็วๆน่ะดีแล้วล่ะไอจะได้ฝึกฟังไปด้วย (แต่ถ้าฟังไม่รู้เรื่องอย่ามาโทษกันนะ) ทำเป็นเท่ห์ครับ 2 คนนั้นเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ่งพูดกันเร็วขึ้นอีกครับผมก็ต้องยิ้มงงต่อไป ครับไม่รู้ไปอดเดินกันมาจากไหนกันเรา 3 คนเดินหน้ากระดานเรียงหนึ่งเดินไปคุยไปตั้งแต่เกตเแรกจนถึงเกตสุดท้ายไปกลับ นี่โชคยังดีนะครับที่รถมาส่งก่อนแค่ 2 ชั่วโมงถ้ามากกว่านั้นมาหวังเดินกันขาขวิดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเทรก ไม่รู้ 2 คนนั้นคุยอะไรกันนักหนา ไม่รู้จริงๆครับเพราะยังฟังไม่ทันเหมือนเดิม

ที่สนามบินก่อนแยกย้ายกัน

ที่สนามบินก่อนแยกย้ายกัน

เครื่องบินออกตอน 10.30 ใช้เวลาประมาณ 3 ชัวโมงก็ถึง Kathmandu ตามเวลาเมืองไทย 12.55 แต่เวลาเนปาลช้ากว่าเราชั่วโมงกับ 25 นาทีครับ เรา 3 คนไม่ได้ทำวีซ่ามาครับเลยต้องมาเข้าคิว visa on arrival แต่น่าแปลกคือแถว visa on arrival สั้นมากๆเมื่อเทียบกับพวกที่ทำมาแล้ว เจอร์ราร์ดบอกว่าคนส่วนใหญ่เค้ามีการเตรียมตัวกันมาก่อนไม่เหมือนเรา ค่า visa on arrival ราคา 30 เหรียญคิดเป็นเงินไทยราคาประมาณ 1200 บาทเศษถูกกว่าทำที่เมืองไทยเกือบ 200 ครับ สะดวกดีแถมเร็วกว่าอีก  ผมต้องแยกกับเจอร์ราร์ดที่นี่แล้วเพราะเค้ามีเพื่อนสาวมารับที่นี่หลังจากถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกแล้วเราก็แยกกันทิ้งผมกับเพ็กกี้ไว้เผชิญชะตากรรมกับแท็กซี่ที่นี่ราคาที่นี่จะเริ่มจากประมาณ 300 รูปีครับแต่ที่รู้มาตอนนั้นคือ 200-250รูปี

ทาเมล

ทาเมล

พอดีมีคนเสนอมา 200 รูปีไปส่งที่ทาเมล แท็กซี่คันเก่าและเล็กมากด้วยคันประมาณไดฮัทสุมิร่า พอรถวิ่งเข้ามาในเมืองผมก็ไม่แปลกใจแล้วเพราะถนนในเมืองนั้นแคบมากๆ ถ้าเป็นรถบ้านเราน่าจะวิ่งได้แค่คันเดียวสวนกันไม่ได้ เพ็กกี้นัดเพื่อนไว้ที่ Kathmandu Guest house ส่วนผมยังไม่มีที่ไป ในแท็กซี่มีนายหน้าบริษัททัวร์นั่งมาด้วยเสนอโรงแรมราคาคืนละ 5 เหรียญชวนให้ไปดูก่อนถ้าตกลงค้างไม่ต้องจ่ายค่าแท็กซี่ฟังดูน่าสนใจดีผมก็เลยตกลงไป สภาพห้องพอใช้ได้ครับผมเลยตกลงเพราะขี้เกียจเดินหาต่อ แท็กซี่พาเพ็กกี้ไปส่งต่อผมจึงบอกลาเธอที่นั่นแล้สย้ำว่าไม่ต้องจ่ายค่าแท็กซี่แล้วนะ พอตกลงเรื่องที่พักแล้วพี่นายหน้าแกก็เรียกขอค่าแท็กซี่อ้าวไหงมันว่าถ้าพักไม่ต้องจ่ายฟร๊ะ พี่แกบอกว่าผมน่ะไม่ต้องจ่ายอยู่เพ็กกี้ต้องจ่ายอีกครึ่งนึงผมเลยต้องควัก 100 รูปีออกมาจ่ายพี่แกไป ตอนหลังมานั่งคิดว่าถ้าพอแท็กซี่ไปส่งเพ็กกี้แล้วบอกเหมือนกับผมเธอก็คงต้องจ่ายอีก 100 นึงเหมือนกับสรุปแล้วมันฟรีตรงไหนฟร๊ะไว้ถ้าเจอกันอีกจะถามดูสักหน่อย

ถนนในกาฏมาฑุ

ถนนในกาฏมาฑุ

พอเก็บของเสร็จพี่ชายหน้าคนเดิมรอผมอยู่บอกว่าจะไปเดินไปย่านทาเมลเพื่อพิสุจน์ให้ดูว่าโรงแรมไม่ได้อยู่ไกลเหมือนที่ผมกลัวแต่แรกครับระหว่างทางแกก็ชวนคุยต่างๆนานาทำเป็นดีด้วย เข้ามูลที่ผมได้ยินมาจากไกด์บุ๊คคือคนเนปาลใจดีครับผมก็เลยไม่คิดมากอะไร พี่แกอาสาจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ผมโดยพามาส่งที่บริษัทท่องเที่ยวของแก Himalaya Glacier พอบอกว่ามาจากเมืองไทยเค้าก็ทำสนิทสนมเลยบอกว่ามีเพื่อนเป็นคนไทยเยอะเลยที่เป็นลูกค้ากับเค้าก็เยอะ จริงผมมีโปรแกรมอยู่ในหัวแล้วแต่อยากลองฟังดูเผื่อมีอะไรดีๆบ้าง โปรแกรมที่จัดให้ฟังดูแล้วไม่ค่อยเข้าทางเท่าไหร่ ผมเลยขอแค่ให้ช่วยหาตั๋วรถไป Pakhara ให้หน่อย(ผมไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลยครับ) บริษัทบอกผมว่ารถวันพรุ่งนี้เต็มหมดครับต้องไปวันรุ่งขึ้นผมก็ไม่คิดมากอะไรเที่ยวในเมืองก่อนก็ได้ ตั๋วราคา 10 เหรียญครับผมไม่มีแบงค์ย่อยเลยจ่ายไป 50 เหรียญแกตามผมว่าทอนเป็นดอลล่าหรือรูปี พอดีผมแลกรูปีจากสนามบินมาแค่ 50 เหรียญผมเลยขอรูปีถามเรทแล้วเท่ากับที่สนามบินคือ 70 รูปี/1 ดอลล่าครับ พอลงมาเดินที่ทาเมลสังเกตราคาแลกเงินครับปรากฏว่าที่นี่ให้เรท 71 กว่าๆเกือบ 72รูปี

Map powered by MapPress
Swayambhunath Stupa

Swayambhunath

ผมก็เริ่มเที่ยวตามแผนที่วางไว้ครับ คือไป Swayambhunath หรืออีกชื่อนึงคือ monkey temple ตามข้อมูลที่ได้มาคือเดินประมาณ 2 กิโลจากทาเมลทางทิศใต้ ผมใช้แผนที่ที่พิพม์มาจากเมืองไทยเดินตามไปเรื่อยๆ แต่ด้วยเราไม่รู้ scale ของแผนที่ประกอบกับถนนที่นี่เล็กมาจนผมไม่คิดว่าจะเป็นถนนในแผนที่ได้เลยมองหาแต่แยกใหญ่ๆครับ เดินไปเดินมาก็รู้ตัวเองแล้วว่าหลงทางครับเดินไปถึงย่านการค้าของเค้าคนเยอะมาก มองไปทางไหนก็เหมือนกันหมด ยังดีที่ผมมีเข็มทิศติดอยู่ที่นาฬิกาข้อมือไปด้วย เลยพยายามจับหาทิศทางกลับ เวลา 4 โมงเย็นที่นี่ก็โพล้เพล้แล้วยิ่งหลงทางด้วยก็เลยสับสนไปหมด เดินๆอยู่ก็มีพี่สาวใจดีชาวเนปาลคนนึงมากเตือนผมว่าอย่าเอาเป้ไว้ด้านหลังของอาจจะหายได้ พี่รีบขอบคุณแล้วย้ายกระเป๋ามาไว้ด้านหน้า ไหนๆก็หลงทางมาตั้งนานแล้วเลยแถมฉวยโอกาสถามทางซะเลย พี่แกตอบให้กำลังใจดีมากเลยครับว่า มันไกลจากที่นี่มากเลยนะ ทำเอากำลังใจหมดเลยสงสัยหลงทางมาไกลมาก แต่ยังดีที่พี่แกช่วยถามคนอื่นให้ว่าให้เดินย้อนกลับจะไปถึงย่าน Chhetrapati พอทราบว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนกันก็เห็นว่าไม่ไกลมากครับ แค่หลุดจากขอบแผนที่ทาเมลไปนิดหน่อยแค่นั้น ผมเลยขอบคุณแล้วบอกไปว่าแค่นี้เดินไหวครับ ชิวๆ

ระหว่างทางไป Swayambhunath

ระหว่างทางไป Swayambhunath

ทางเดินเริ่มออกสู่ชานเมืองมากขึ้นถนนก็ฝุ่นเยอะมาก พอเห็นสะพานข้ามแม่น้ำก็ใจชื้นแล้วครับ แถมจากจุดนี้ยังมองเห็นยอดสถูปอยู่ไกลๆ แต่เอตามข้อมูลที่มีจะต้องมีวัดอยู่ตรงสะพานแต่ทำไมตรงนี้ไม่มีหว่า พอสังเกตดีดีก็เห็นถนนอีกเสันทางเหนือมีอะไรคล้ายๆ วัดฮินดู จึงรู้ว่าผมหลงทางมาไกลทีเดียวครับ ตอนนี้ผมยอมเดินลุยฝุ่นเดินเลียบแม่น้ำไปสู่ถนนอีกเส้นนึงครับ ริมแม่น้ำเป็นที่ทิ้งขยะและเลี้ยงวัวควาย แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดคือมีอีกาเยอะมากๆ  ทั้งฝุ่นทั้งกลิ่นผมแทบจะต้องเดินกลั้นหายใจมาตลอดทาง พอถึงถึงสะพานบรรยายค่อยดีขึ้น จากนี่เดินแผนที่ไปเรื่อยๆ จะพบกับนักเรียนที่กำลังกลับบ้านชุดนักเรียนที่นี่น่ารักดีครับ คงเป็นเพราะบ้านเค้าอากาศหนาวชุดนักเรียนเลยมีแบบเป็นเสี้อกันหนาวด้วย ส่วนเด็กผู้หญิงนุ่งกระโปรงและสวมถุงน่องยาวดูน่ารักไปอีกแบบ ผมว่าชุดแบบนี้ถ้ามาใช้ที่โรงเรียนเอกชนบ้านเราคงช่วยดึงดูดนักเรียกให้มาสมัครได้ไม่น้อยเลย พอถึงเชิงเขาก็มีพวกนักบวชจำพวกฤาษีเดินเข้ามาหา ผมรีบปฏิเสธทันที ลืมไปว่าส่ายหน้าที่นี่หมายถึงตกลงไม่รู้ว่าส่ายมือจะเหมือนกันหรือเปล่า (ไม่รู้ว่าผมไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหนเหมือนกันครับภายหลังด้วยความสงสัยว่าจริงหรือเปล่าก็เลยลองถามคนเนปาลดู ปรากฏว่าเค้างงเลยเพราะเค้าก็เหมือนกับเรา กว่าจะรู้ก็เกือบจะกลับเมืองไทยอยู่แล้วเล่นไม่กล้าส่ายหน้ามาเกือบ 2 อาทิตย์) ครับพี่แกเอาผงสีแดงๆ ที่ชาวฮินดูจุดไว้ที่หน้าผาก แกบอกว่าไม่เป็นไรเพื่อลักกี้ ระหว่างแกจุดแกท่องว่า lucky lucky lucky money คำสุดท้ายคุ้นแฮะพอตั้งสติได้ผมแกล้งทำเป็นไม่เข้าขอบคุณแล้วรีบเดินหนีไป

จากสถูป เราสามารถมองเห็น หิมาลัยได้ อยู่ไกลๆ

จากสถูป เราสามารถมองเห็น หิมาลัยได้ อยู่ไกลๆ

รอบๆเชิงเขาจะมีวงล้ออธิฐาน (Pray wheel แปลพร้อมตั้งชื่อเองซะเลย) เต็มไปหมดทั้งขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จากจุดนี้เองผมก็หลงทางอีกครั้งเพราะได้ข้อมูลมาว่าที่นี่จะต้องเสียค่าเข้า แต่ถ้าขึ้นจากบันไดอีกฝั่งจะเข้าฟรี ผมเลยพยายามเดินหาทางเข้าฟรีตั้งแต่ตรงนี้เลยครับ เดินหลบจนอ้อมไปเดินหลังก็ไม่มีที่ท่าว่าจะเจอทางเข้าอีกทาง ไกด์บุ๊คเรานี่เชื่อถือได้หรือเปล่าเนี่ยหรือโดนฝรั่งหลอกเอาแล้วก็ไม่รู้ระหว่างทางเห็นเพิธีเผาศพกันด้วย ไฟยังลุกโชนเลย มีกลิ่นแปลกของควันไฟอยู่ด้วยแต่ไม่อยากจะจินตนาการไปมากกว่านั้น รีบเดินจนเหมือนว่าจะหมดทางไปแล้วตรงนั้นมีทางเล็กๆ ขึ้นเขาได้ผมไม่รู้จะเอายังไงแล้วยอมเสี่ยงเดินขึ้นเขาดีกว่าเดินย้อนกลับ ทางเส้นนี้เป็นทางขึ้นหลังเขาครับ ระหว่างทางจะพบลิงเยอะทีเดียว ปีนขึ้นเนินไปเรื่อยๆ ก็มาโผล่ที่ถนนใหญ่อีกเส้น ซึ่งเป็นถนนเส้นเดียวกันกับที่มาจากด้านหน้า แล้วผมไปเดินอ้อมอยู่ทำไมเนี่ย

Swayambhunath Stupa หรือ Monkey Temple

Swayambhunath หรือ Monkey Temple

จากที่นี่เดินต่ออีกพักก็ถึงทางขึ้นสถูปและที่นี่เองที่ผมเจอกับด่านเก็บเงินของจริงครับ ถึงแม้ความเชื่อถือในไกด์บุ๊คไม่หมดไปแล้วก่อนหน้านี้แต่ตัวความเสียดายตังค์เลยขอลองดูอีกที จากเคาน์เตอร์เก็บตั๋วเดินผ่านลานจอดรถไปทางขวามือสัก 30 ก้าวก็เจอบันไดอีกด้านไม่มีที่เก็บตํ๋วไกด๋บุ๊คไม่ได้หลอกครับผมหลอกตัวเองต่างหาก บนสถูปจะมองเห็นวิวเมือง Kathmandu อยู่เบื้องล่างทางทิศตะวันตกจะเป็นเทือกเขาหิมาลัย ด้านนอกสถูปจะมีร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน ต้องยอมรับว่าตอนที่ไปถึงนั้นผมเหมือนคนบ้าเลยครับเพราะที่นี่สวยมาก ตลอดเวลผมพร่ำพูดแต่ว่า nice, beautiful, very nice เจอนัดท่องเที่ยวคนอื่นก็พูดเหมือนกัน อย่าว่าแต่นักท่องเที่ยวเลยครับคนเนปาลเองยังพูด ที่นี่โดยเฉพาะยามอาทิตย์ลับขอบฟ้าบรรยายกาศยากที่จะบรรยายครับ เทือกเขาหิมะที่เป็นสีขาวจะกลายเป็นสีทอง พอฟ้าเมืองไฟรอบๆสถูปก็จะเปิด มุมมอง


Kathmandu ยามค่ำคืน

Kathmandu ยามค่ำคืน

Kathmandu ยามค่ำคืนงดงามจนยากที่จะอธิบาย มัวแต่หลงเพลินถ่ายรูปจนลืมเวลา แถมขามายังหลงทางมาตลอดแล้วที่นี้จะกลับยังไงไฟฉายก็ไม่ได้เอามาด้วย ผมเดินคลำทางกลับทั้งมืดอย่างนั้นแหละ เดินลงมาถึงเชิงเขาเห็นมีแท็กซี่จอดอยู่คราวนี้ไม่ต้องลังเลยแล้วครับ ต่อได้ราคา 60 รูปีจาก 70 รูปี ก็ตกลงเลยพอมาถึงจ่ายเงินไป 100 รูปีคนขับทำยึกยักบอกขอ 70 ได้หรือเปล่าอ้างว่ารถติดบ้างผมอยากกลับที่พักเต็มทีแล้วเลยยอมตัดลำคาญไป กลับมาโรงแรมอาบน้ำแล้วกะไปหาอะไรกินหน่อยพอลงมาจากห้องผมเดินล๊อกพาไปร้านอาหารแต่ตรงนั้นเลยดูราคาแล้วไม่อยากสั่งเลยซักอย่าง แต่ทำไงได้หลงมาแล้ว งั้นเอาข้าวผัดแล้วกันราคา 90 รูปีไม่สั่งน้ำครับพหมาด้วย รสชาติก็พอใช้ได้ครับแถมมีบริการหาพริกซอยมาให้ด้วยเห็นว่าเราเป็นคนไทยถึงแม้จะไม่มีพริกน้ำปลาแต่ชั่วโมงนี้มีพริกซอยก็สวรรค์แล้วเหมือนกันพอเรียกเก็บเงินจ่ายไป 100 รูปีทำเป็นยิ้มๆ ก็เป็นรู้กันครับค่าพริกซอยนั่นเอง เดินเล่นที่ทาเมลดูของไปเรื่อยซื้อตัวแปลงปลั๊กไฟมา 35 รูปีกลับมาวางแผนเที่ยววันพรุ่งนี้

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)

Related posts

One Comment »

  • Anonymous said:

    คอยอ่านตอนต่อไปอยู่ค่า

    VA:F [1.9.3_1094]
    Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
    VA:F [1.9.3_1094]
    Rating: 0 (from 0 votes)

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes