วงกลม แม่ฮ่องสอน ปาย ปางอุ๋ง ทุ่งบัวตอง ตอน 2 | |
| by MrNop:) |
ผู้คนที่มาที่ปางอุ๋งหลายคนคาดหวังที่จะได้ชมปุยหมอกยามเช้าเหนือผิวทะเลสาบ รายล้อมด้วยของทิวสน งดงามดังสรวงสวรรค์ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน แตกต่างก็ตรงที่ผมมักจะมีโชคในการท่องเที่ยวเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่เราแต่ตื่นแต่เช้าเพื่อชมปุยหมอกบนผิวน้ำ สวยงามจับใจจริงๆ เนื่องจากครั้งนี้ไม่ต้องรีบร้อนอะไรมากนัก เถลไถลเดินรูปกันอยู่นานทีเดียว จนนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับกันจนบางตา
กินข้าวเช้าที่ร้านอาหารในที่ทำการ มื้อนี้เป็นกาแฟ ขนมปังปิ้ง และ ข้าวต้ม เสร็จจากมื้อเช้าท่ามกลางแสงแดด ที่สาดส่องมาได้สักพักใหญ่ เราจึงไปเก็บเต็นท์ซึ่งน่าจะแห้งจากน้ำค้างเมื่อคืนแล้ว เต็นท์รอบๆข้างของเราเมื่อคืนหายไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือนักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่คน
เก็บของขึ้นรถเตรียมออกเดินทาง ก่อนบอกลาปางอุ๋ง พวกเราไปถ่ายรูปที่ริมๆ ทะเลสาบกันอีกครั้ง ช่วงนี้เองครับที่น้ำในทะเลสาบจะสะท้อนกับทิวสนราวกระจกเงางดงามมาก ผมว่าช่วงเวลานี้น่าจะเป็นเวลาที่ถ่ายรูปได้สวยที่สุด เสียดายที่ผู้คนมักจะเร่งรีบเกินไป จึงมีหลายคนที่พลาดที่จะได้เห็นความงามอันนี้ไป นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มักจะมาถึงที่ตอนใกล้มืด และออกกลับไปตั้งแต่เช้าตรู่ จึงพลาดโอกาสที่จะได้เห็นปางอุ๋งในช่วงทีสวยงามช่วงนี้
ก่อนออกเดินทางพอดีนึกขึ้นมาได้ว่าเรายังไม่ได้เห็น หงษ์ตามที่เคยเห็นจากในรูปมาก่อนหน้านี้ จึงขับรถเข้าไปด้านในอีกนิดนึงบริเวณนี้มีคนพักอยู่เหมือนกัน หงษ์ที่นี่เลี้ยงไว้โดยปล่อยตามธรรมชาติ ว่ายน้ำเล่นในทะเลสาบ เมื่อก่อนจะมีอยู่ 2 คู่ หงษ์ขาวคู่หนึ่ง หงษ์ดำอีกคู่หนึ่ง แต่ตอนนี้หงษ์ขาวตายไปตัวนึง อีกตัวเลยต้องเหงา พยายามถ่ายรูปหงษ์อยู่นาน ก็ยังไม่ได้รูปดีๆ สักรูป เพราะว่าหงษ์ไม่ยอมอยู่นิ่งๆ หรือไม่ก็ไปว่ายน้ำอยู่ซะไกลเชียว อย่ากระนั้นเลยเราจึงตัดสินใจ หยิบเอาพร็อบครอบครัวเป็ดเหลืองที่พี่หนุ่มซื้อมาจากปั๊ม Jet ระหว่างตอนเดินทางมาจากกรุงเทพ พอดีข้างๆเล้าหงษ์มีสระน้ำเล็ก ให้เราจัดพร็อบได้สวยทีเดียว
ถ่ายรูปกันจนพอใจ ประกอบกับเวลานี้สายมากแล้ว พวกเราจึงรีบเดินทางต่อไปบ้านรักไทยซึ่งอยู่ติดชายแดน ที่นี่มีร้านขายของจากเมืองจีนอีกแล้ว พวกเราแวะ ชิมชา ดูของที่ระลึก เดินกันเพลินๆ ก็เที่ยงแล้ว ขนมปังกับข้าวต้มมื้อเช้าที่ตุนมาเริ่มร่อยหรอเต็มที ก่อนออกจากหมูบ้านเห็นร้าน อาหารจีน เราจึงแวะกินมื้อเที่ยงกันที่นี่ ตอนสั่งอาหารเราสั่งผัดผัก แต่คุยกันไม่รู้เรื่องว่าผักที่ว่ามันผักอะไรกันแน่ น้องเค้าจึงเดินหายไปเข้าไปหลังบ้านอยู่พักใหญ่ กลับมาอีกทีพร้อมกับผักที่เก็บมาจากแปลงหลังบ้านอยู่ในมือ
- Center of map
- ปางอุ๋ง
- ปางอุ๋ง
- พระตำหนักปางตอง
- พระตำหนักปางตอง
- ดอยกองมู
- ดอยกองมู
- บ้านรักไทย
- บ้านรักไทย
- กระเหรี่ยงคอยาว
- กระเหรี่ยงคอยาว
- ทุ่งบัวตอง
- ทุ่งบัวตอง
- น้ำตกแม่สุรินทร์
- น้ำตกแม่สุรินทร์
- สวนบ่อแก้ว
- สวนบ่อแก้ว
- ทางลัดของเรา แต่อ้อมมากๆ
- ทางลัดของเรา แต่อ้อมมากๆ
- อช. ออบหลวง
- อช. ออบหลวง
- ถ้ำปลา
- ถ้ำปลา
- น้ำตกผาเสื่อ
- น้ำตกผาเสื่อ
เสร็จจากมื้อเที่ยงเราเดินทางต่อ ออกมาไม่นานก็ผ่านทางเข้าพระตำหนักปางตอง ด้วยความสงสัยว่าทำไมจึงมีตำหนักมาอยู่ที่นี่ ตำหนักนี้เป็นของใครกันแน่ เข้ามาเขตในพระตำหนัก เราจึงสังเกตว่าที่นี่ไม่ได้มีอาคารหรือบ้านเรือนใหญ่โตอะไรเลย สังเกตเห็นแปลงดอกไม้เมืองหนาว พอเข้าไปด้านในก็เป็นแหล่งทดลอง ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เมืองหนาว เราจึงเดาได้ทันทีว่าที่นี่น่าจะเป็นพระตำหนักของในเราของพวกเรานั่นเอง พระตำหนักของพระองค์จะไม่เหมือนตำหนักใดๆ ในโลกนี้ ภายในมักจะเต็มไปด้วยแหล่งการทดลองทางการเกษตรต่างๆ นาๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาให้กับประชาชนของพระองค์นั่นเอง เราแวะอยู่ที่ฟาร์มแกะนานทีเดียว โชคดีที่ผ้าขนแกะเพิ่งจะขายหมดไป เราจึงไม่ต้องเสียตังค์เพิ่มกันอีก อิอิ
จากที่นี่พวกเราเดินทางต่อรวดเดียวถึง แม่ฮ่องสอน แวะที่ร้านขายของเก่าในเมืองที่มีอยู่หลายร้าน ผมได้ฆ้องกับกระดิ่งมาอย่างละอัน แวะไหว้พระธาตุดอยกองมูซึ่งอยู่บนเขา สามารถขับรถได้ถึงที่วัดเลย จากจุดนี้เราจะสามารถมองเห็นได้ทั่วเมืองแม่ฮ่องสอน พวกเราไหว้พระประจำวันเกิดโดยถือช่อดอกไม้ตกแต่งคล้ายบายศรีวางบนชามสังกะสี มีฐานไม้ กับแท่งไม้สามแท่งมัดรวมกัน ผมไม่เข้าใจความหมายว่าหมายถึงอะไร แต่เห็นเค้าไหว้กันแบบนี้ก็ทำตามกันไป เสร็จแล้วกลับลงมาชมวัดจองคำ ก่อนออกเดินทางต่อ
จุดหมายต่อไปของเราคือ กระเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า ระหว่างทางต้องขับรถข้ามลำธารประมาณ 2-3 จุด แต่ถนนดีเลยไม่มีปัญหา พวกเราอยู่ที่นี่กันนานทีเดียว เดินชมหมูบ้าน ถ่ายรูปเป็นกระเหรี่ยงคอยาว ที่นี่เค้ามีคอปลอมให้ยืม แค่เอามาสวมคอ สามารถถอดเข้าออกด้านจากข้างได้ ไอเดียดีแฮะ งานนี้พี่หยองต้องเสียตังค์ซื้อกางที่เอาเสื้อผ้าชาวเขาเก่าๆ มาปะต่อกัน สวยมากครับ ผมอยากได้แต่ไม่รู้ว่าซื้อมาแล้วจะได้ใช้หรือป่าว ที่สำคัญคือราคาแพงถึงตัวละแปดร้อยบาท งานนี้เลยต้องจำลาด้วยความเสียดาย
ออกจากหมู่บ้านเราวิ่งทางลัดอีกทางหนึ่งไปออกที่ถนนใหญ่ เพื่อเดินทางต่อไปที่ ดอยแม่อูคอ กว่าจะถึงก็มืดพอดี ที่พักของเราอยู่กลางทุ่งดอกไม้นานาชนิด ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไปกลางเต็นท์บนดอยกลางทุ่งบัวตองแต่เปลี่ยนใจเพราะเกรงว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่ซึ่งถูกใช้งานปีละครั้ง เฉพาะช่วงที่มีดอกบัวตองบานเท่านั้น ไม่น่าจะสะดวกเท่าไหร่ ประกอบกับที่พักที่เราได้ราคาไม่แพง แถมยังอยู่กลางทุ่งดอกไม้สวยงามด้วย มื้อค่ำคืนนี้ที่ข้างหน้าที่พักเรานั่นเอง ก่อนนอน เราออกมาถ่ายพระจันทร์กัน
วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าขับรถไปทุ่งบัวตองซึ่งห่างออกไปไม่กี่กิโล การถ่ายรูปทุ่งบัวตองควรไปช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นเพราะแสงจะสวยและไม่ร้อนจนเกินไป ถ่ายรูปทุ่งบัวตองที่เหลืองอร่ามไปทั้งภูเขา มองไปทางไหนก็เหมือนกันไปหมด เกิดไอเดียขึ้นมา พร็อบครอบครัวเป็ดจึงต้องถูกเอามาใช้อีกครั้ง
แดดเริ่มร้อนแล้ว เราออกมาแวะหาอะไรกินรองท้องก่อนที่จะ เดินทางต่อไปที่น้ำตกแม่สุรินทร์ เป็นน้ำตกใหญ่ตกจากภูเขาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งจะมองเห็นน้ำตกจากฝั่งที่เราอยู่เท่านั้น โชคไม่ดีที่เวลาที่เราไปมีเงาภูเขาบังน้ำตกพอดี
กลับมาที่พักเก็บของออกเดินทางกลับ ผมเลือกเส้นทางผ่านแม่แจ่มแทนที่จะไปทางแม่ลาน้อย แม่สะเรียง เพราะดูแผนที่แล้วคิดว่าน่าจะใกล้กว่า ปรากฏว่าผิดถนัด เส้นทางวกวนขึ้นภูเขา ระหว่างทางเจอรถยนต์นับคับได้ แทบจะไม่ผ่านชุมชนเลย บ่ายแก่ๆแล้วเริ่มหิวข้าวแต่ไม่มีวี่แววร้านอาหารเลย ขับรถหาร้านอาหารอยู่นานทีเดียวสุดท้าย เจอป้ายเขียนบอกว่าร้านอาหารอีก 10 กม และเป็นร้านสุดท้ายของเส้นทางนี้ ขับรถต่อไปอีก 10 กม. ก็เจอจริงๆ แต่รู้สึกว่าน่าจะมีอยู่ 2-3 ร้านนะ แต่แหมร้านนี้เค้า PR เจ๋งจริงๆ หลังจากเสร็จมื้อเที่ยงตอนบ่ายๆ พวกเราก็เดินทางต่อ ตลอดทางก็ไม่มีร้านอาหารอย่างที่เค้าบอกไว้จริงซะด้วย
ขับรถต่อมาเรื่อยๆ ถนนก็จะมาร่วมกับถนนเส้นใหญ่ที่มาจากแม่สะเรียง พี่หนุ่มชวนไปสวนสนบ่อแก้ว บอกว่าเป็นที่ที่เค้าชอบมาถ่ายหนังกัน สวนสนบ่อแก้วต้องขับรถย้อนกลับไปอีก สิบกว่ากม. ตลอดทางลังเลกันอยู่พอสมควรเพราะไม่มีใครแน่ใจว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่ สุดท้ายก็ถึง พวกเราถ่ายรูป จัดพร็อบ ครอบครัวเป็ดก็ทำงานอีกครั้ง ตอนหลังเริ่มไปกันใหญ่เอาตะกร้าชาวเขาที่ซื้อมา จำได้ว่าเค้าเรียกว่าตะกร้ามูเซอ ซึ่งจะมีสายสะพาย ใช้สะพายกับหน้าผาก ส่วนตัวตะกร้าจะไว้ด้านหลัง เหมือนที่เห็นชาวเขาใช้ขนของกัน แต่ของเราเป็นขนาดจำลอง ทำตัวเป็นชาวเขาเดินไปมาถ่ายรูป เห็นลูกสนสวยดี จึงเก็บใส่ตะกร้ากลับมาประดับบ้านด้วย สุดท้ายแล้วพวกเราก็เดินทางกลับโดยเลือกเส้นทางดอยเต่า เถิน โดยวางแผนว่าจะแวะเที่ยวสุโขทัยเมืองเก่าก่อนพระอาทิตย์ตก แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกไปเพราะฟ้าเริ่มมืดแล้ว เราแวะกินข้าวมื้อค่ำที่นครสวรรค์ก่อนเดินกลับกรุงเทพ



















Leave your response!