ฮานอย ซาปา นิงห์บิงห์ ตอน 2 | |
| by MrNop:) |


สาวน้อยชาวเขา ยิ้มไม่กลัวกล้องเลย
ที่นอนบนรถไฟจัดว่าดีทีเดียว แต่ผมก็ยังนอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง จนเช้ามืดตื่นมาประมารตอนตีห้า ตามกำหนดการรถไฟน่าจะมาถึงที่โฟ๋ลู่ตอนประมาณตีห้าครึ่ง เลยลุกขึ้นไปห้องน้ำ แปรงฟัน เสร็จแล้วจึงเดินไปถามเจ้าหน้าที่บนรถไฟดูอีกที ปรากฏว่าตอนนี้กำลังมีคนยืนอยู่เต็มหน้าประตูคล้ายว่ากำลังรอลงจากรถ พอถามไปจึงรู้ว่ากำลังจะถึงที่โฟ๋ลู่พอดี ผมจึงรีบวิ่งกลับไปที่ตู้นอน คว้าสัมภาระทุกอย่างแล้วรีบลงจากรถไฟทันที พอลงมาถึงก็งงเพราะมีคนชี้มาที่ผมแล้วคุยอะไรกันก็ไม่รู้ ในที่สุดก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาหาแล้วโชว์กระเป๋าสตางค์ให้ดู ก่อนนอนผมเก็บกระเป๋าตังค์ไว้ในกระเป๋ากล้อง แต่พอสำรวจดูตอนนี้จึงรู้ว่ากระกล้องเปิดอยู่และกระเป๋าสตางค์ก็หายไปด้วย เจ้าหน้าที่รถไฟชี้บอกให้ผมเดินตามเข้าไปที่สถานี แล้วรถไฟก็วิ่งออกไป ที่สถานีมีคนพาผมไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเรียกขอดูพาสสปอร์ต เพื่อเอามาเทียบกับรูปในกระเป๋าตังค์ อายนิดหน่อยครับเพราะรูปในกระเป๋าเป็นสมัยเรียนมหาลัยเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตรวสอบจนพอมั่นใจแล้วพี่สาวใจดีจึงยื่นกระเป๋าคืนมาให้ผม พวกเวียดนามมุงรอบๆ ช่วยกันเชียร์ให้ผมตอบแทนน้ำใจเธอ ผมเลือกแบงค์ 50,000 ด่อง ให้ไปหนึ่งใบแล้วกล่าวขอบคุณอีกหลายครั้ง จริงๆแล้วพี่สาวใจดีคนนั้นแกคงไม่ได้คิดหวังอะไร เพียงแค่อยากคืนให้ถูกคนเท่านั้น ที่สำคัญคือพี่แกไม่ยอมให้คนอื่นดูแลกระเป๋าแทนด้วย เพราะถ้าเป็นคนอื่นเก็บได้สงสัยคงยากที่จะได้คืน

ตลาดบั๊กห่า
ได้กระเป๋าคืนแล้วแต่พวกที่ตามล้อมผมตั้งแต่ตอนแรกยังคงตามอยู่พร้อมเสนอจะพาผมไปที่ตลาดบั๊กห่า ใจจริงผมอยากจะช่วยอุดหนุนเพื่อเป็นการขอบคุณ แต่เสนอราคามาถึง 200,000 ด่อง ไปมอเตอร์ไซด์ อากาศก็หนาวมากยังไงก็ไม่ไหว ผมจึงปฏิเสธ นึกขึ้นมาได้ว่าลืมขวดน้ำไว้บนรถไฟ เดินไปซื้อที่ร้านพวกกลุ่มเดิมยังตามมาอีกบอกว่า 10,000 ด่อง แต่พอผมจ่ายไปพ่อค้าทอนมาให้อีก 5,000
รถบัสไปตลาดบั๊กห่าจอดรออยู่ข้างสถานีนั่นเอง พวกที่ตามมาพอเห็นว่าคงไม่ได้เงินจากผมแน่แล้วจึงมีคนหนึ่งเดินตามมาที่รถมาทวงว่าควรให้เงินคนที่บอกผมคนแรกด้วย ตอนแรกผมกะจะให้สัก 30,000 แต่ผมโดนกดดันหนักเข้าบอกว่าต้องให้ 100,000 เท่านั้น ผมเลยต้องยอมจ่ายให้ 50,000 ด่องเท่ากันพี่สาวใจดีคนนั้น ได้เงินแล้วพวกนั้นจึงยอมปล่อยผม แล้วชี้บอกว่ารถคันทีไปบั๊กห่าคือคันที่ผมกำลังจะขึ้นนั่นเอง ค่ารถราคา 30,000 ด่อง

ตลาดบั๊กห่า ขายทุกอย่างจริงๆ
ที่นี่คงเป็นต้นสายและเที่ยวแรกกระมัง ผมจึงเป็นผู้โดยสารคนแรก เวลาประมาณ 5:45 รถก็ออกระหว่างทางมีหมอกจัด อากาศหนาวมาก จากรถว่างๆ ก็เริ่มมีข้าวของที่จะนำไปขายที่ตลาด ผู้โดยสารเริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโกล้ถึงตลาด ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเขาแต่งชุดหลากสี ถึงตลาดบั๊กห่าตอน แปดโมงพอดี ผมเดินดูรอบๆ ยังมีนักท่องเที่ยวน้อยอยู่ อาจเป็นเพราะว่ายังเช้า เดินหาอะไรกิน เจอร้านที่มีชาวบ้านกินกันเยอะ เลือกสั่งเฝอมากินชามไม่ใหญ่เท่าไร พอคิดเงินกะน่าว่าจะสัก 5,000 แต่แม่ค้าชี้มาที่แบงค์ 10,000 ยังไม่พอแกบอกอีกใบ เบ็ดเสร็จก๊วยเตี๋ยวน่าตาบ้านๆ ราคาขึ้นไปถึงแปดสิบบาท เดินต่อมาอีกหน่อยเห็นชาวเขาขายข้าวเหนียว สนใจถามราคา แม่ค้าบอก 10,000 แพงไปหน่อยนะแต่ไม่ไปไรเอาบรรยากาศ พอดีมี่พี่คนนึงเดินมาบอกว่า จ่าย 2,000 ก็พอแล้วบอกแม่ค้าขายแพงไปแล้วนะ คราวนี้ผมเริ่มวิตกจริตแล้วไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว ตลาดบั๊กห่า มีของทุกอย่างจริงๆ อาหาร เสื้อผ้า เหล้า ยาสูบ หมา แมว แพะ หมู ม้า วัว ควาย

โซนขายสัตว์เลี้ยง วัวควาย
ผมเดินเที่ยวจนได้เวลา 9:30 จึงตั้งใจว่าจะเดินทางต่อไปซาปา ที่นี่มีรถไปถึง Loa Cai อ่านว่า เหล่า กาย ค่ารถราคา 50,000 บาท ใช้เวลาสองชั่วโมงเศษ Lao Cai เป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียวอยู่ชายแดนจีน มีแม่น้ำไหลผ่าน ที่นี่สามารถนั่งรถไฟต่อไปคุหมิงได้เลย ระหว่างทางก่อนถึงเมืองประมาณ 2 กม. รถจะวิ่งลอดผ่านทางรถไฟแล้วเลี้ยวมาทางซ้าย ผมวางแผนว่าจะไปที่สถานีรถไฟเพื่อจองตั๋วกลับและต่อรถด้วยจึงรีบลงเพราะคิดว่า ที่นี่เป็นสถานีสุดท้ายไม่น่าจะต่องวิ่งย้อนกลับ มองๆดูไม่มีวี่แววสถานีรถไฟเลย ข้างหน้าเห็นชายแดนอยู่ไกลๆ จึงนึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะเป็นรางรถไฟช่วงต่อไปจีน เดินย้อนกลับมาเรียกมอไซด์ราคา 10,000 ด่องมาส่งที่สถานีแวะเข้าห้องน้ำราคา 1,000 ด่อง ที่สถานีเคาท์เตอร์ขายตั๋วปิดจะเปิดอีกทีตอนบ่ายซึ่งผมคงรอไม่ไหว ถามผู้คนแถวนั้นว่าจะหารถไปซาปา เค้าบอกว่าถ้าที่นี่ต้องรอตอน สี่โมงซึ่งเป็นเวลาที่เคาท์เตอร์จะเปิดขายตั๋วอีกครั้ง ผมตัดสินใจไม่รอโดยเรียกมอไซด์ไปส่งที่ท่ารถอีกครั้งราคา 10,000 ด่อง ระหว่างทางมอไซด์ชวนให้ผมเหมารถ แต่ผมไม่สนใจ

โบสถ์คริสต์กลางเมือง
วิ่งมายังไม่ทันถึงท่ารถ คนขับก็บีบแตรให้รถมินิบัสคันข้างหน้าจอดแล้วบอกผมว่ารถคันนี้ไปซาปา ค่ารถราคา 50,000 นั่งสัปงกมาชั่วโมงเศษเด็กรถก็เรียกผมบอกว่าถึงแล้วซาปาแล้ว ผมลงมาด้วยความงง สังเกตป้ายตรงสามแยกมีชี้ไปที่ซาปา เรียกมอไซด์ราคา 15,000 ด่อง หรือ 1 US ระยะทาง 2 กม. มอไซด์มีเด็กซ้อนมาด้วยอยู่แล้วผมนึกว่าจะให้เด็กลง ที่ไหนได้นั่งซ้อนสามมาด้วยกันเลย ระหว่างทางมอไซด์เสนอที่พักให้ผมไปด้วยราคา 10 เหรียญ วิวดีแต่ไกลไปหน่อย มอไซด์มาส่งผมอีกที่ใกลๆโบสถ์ราคา 7 เหรียญ แต่จะลดให้เหลือ 6 เหรียญ แต่ผมไม่ชอบเลยบอกว่าขอเดินดูเองดีกว่า พอจะจ่ายเงินค่ารถ จ่ายไป 20,000 มอไซด์บอกไม่มีทอน 5,000 เป็น 2,000 ได้ป่าว นึกขึ้นมาได้ว่า 18,000 ด่องมันมากกว่า 1 เหรียญนี่หว่า ผมเลยจ่ายเป็นเหรียญแทน มอไซด์ไปแล้วเจ้าของที่พักจึงเสนอผมว่าไปดูที่พักของน้องสาวเค้ามั๊ยอยู่ใกล้กัน ห้องวิวดีราคา 100,000 ด่อง ที่นอนนอนได้ถึง 3 คน ข้างล่างเป็นร้านเสริมสวย

ที่พักและบรรยากาศรอบโบสถ์และตลาด
ผมตกลงพักทีนี่ check in แล้วขึ้นมาอาบน้ำ แล้วลงมาเดินถ่ายรูป แวะกินเฝอที่ร้าน little sapa ร้านน่ารักๆ ราคาเพียง 12,000 ด่อง ช่างต่างกับมื้อเช้าสิ้นเชิง แวะซื้อน้ำขวดราคา 5,000 เจอผลไม้ลูกสีน้ำตาลหน้าตาแปลก แม่ค้าปลอกให้กินปรากกว่าคือสาลี่นั่นเอง เดินจนเมื่อยกลับมาเขียนโปสต์การ์ดส่ง อยู่ดีๆ มีฝรั่งเดินมาถามผมว่าเป็นคนเวียดนามหรือป่าว ผมกลายเป็น topic ระหว่างฝรั่งกับเด็กชาวเขา คุยท้ากันว่าผมเป็นคนเวียดนามหรือเปล่า เด็กว่าเป็น แต่ฝรั่งบอกว่าไม่ใช่ ช่วงนี้ผมเข้าเป็นส่วนนึงของวงสนทนาเล็กวงนี้ เด็กมาตื้อขายของฝรั่ง น่าตาน่ารักดีในชุดชาวเขาภาษาอังกฤษดีมาก ฝรั่งถามเด็กว่าถ้าอยากขายของได้เยอะทำไมมาตื้อขายเค้าอยู่คนเดียวไม่ยอมขายคนอื่น เด็กที่เมืองไทยไม่เห็นป็นอย่างนี้เลย แล้วหันมาทางผมหาพวก คุยหยอกล้อกันอยู่นานทีเดียว จนเริ่มทำความรู้จักกัน นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีมาคนเดียวเหมือนผมอย่างนี้แหละ ผมพยามชวนเด็กคุยบ้าง Where are you from? เด็กตอบได้น่ารักน่าหยิกจิง I am from my mother พอถึงคราวต้องแยกจากกันแล้วผมไปทาง ฝรั่งไปทางส่วนเด็กชาวเขายังคงตามตื้อฝรั่งต่อไป

โบสถ์คริสต์ ซาปา
เดินถ่ายรูปต่อแถวหน้าโบสถ์ เดินผ่านที่ร้านขายที่ผมได้ช่วยถือร่มให้เค้าเมื่อตอนบ่าย เห็นเค้าขายข้าวหลามหน้าตาคล้ายๆ ข้าวหลามไทยใหญ่ กับ ของปิ้งอะไรสักอย่างพอสังเกตดีจึงรู้ว่าเป็นนก ถามราคาก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เขียนใส่กระดาษมา 100 ผมก็งงแต่ก็ยังตัดสินใจสั่งข้าวหลามกระบอก กับ นกอีกสองไม้ (มีนกตัวเล็ก 6 ตัว) นั่งกินตรงนั้น แสงไฟสลัวๆ ใต้โคนไม้ อากาศค่อนข้างเย็น กินเสร็จแล้วเรียกเก็บเงิน ผมหยิบเงินมาให้แม่ค้าเลือก แม่ค้าหยิบไปทั้งหมดแล้วก็หยิบเงินทอนมาให้พอๆก็ที่หยิบไป ปกติผมมักจะมีปัญหากับเรื่องตัวเลขอยู่แล้ว คราวนี้ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ รับเงินทอนมาแล้วก็งงๆ เดินกลับออกมา ราคาเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รับรู้จากความรู้สึกว่าเค้าไม่ได้เอาเปรียบ แค่นี้ก็พอแล้วจริงมั๊ย










Leave your response!