เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอน 4) | |
| by jeab |
ตอนเช้าเราออกมาสายกว่าเวลานัดนิดหน่อย น้องเค้าออกมายืนรอแล้ว (สงสัยคงกลัวเราเบี้ยว) น้องเตรียมเสื่อมาด้วย หาที่ปูเสื่อให้เรานั่งรอใส่บาตร วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะแต่เช้าเลย บ้างมาใส่บาตรข้าวเหนียว บ้างก็มาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของประเพณีวิถีพุทธที่งดงามของชาวหลวงพระบาง
วันนี้เราวางแผนจะไปเที่ยวนอกเมืองกัน เลยมาเดินหาเช่าจักรยานกัน เรานำรถข้ามสะพานไม้เพื่อข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำคาน เพราะถ้าขี่ไปตามถนนจะไกลมาก หลังจากข้ามฝั่งไปเราขี่รถไปชมหมู่บ้านทอผ้า และทำกระดาษสา ได้ผ้าพันคอ และโคมไฟกระดาษสา ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย เราขี่รถชมวัดวาอาราม บ้านเรือนสองข้างทาง กันไป จอดแวะถ่ายรูปกันไป จนรู้สึกว่าแดดเริ่มร้อนมากแล้ว อีกทั้งเริ่มหิวกันแล้ว เลยขี่รถกลับกัน
เรามาแวะพักกินข้าวเหนียว ส้มตำกันที่ริมแม่น้ำคานกัน แล้วตั้งใจจะกลับมาพักกันก่อน ระหว่างทางขี่รถผ่านน้ำผลไม้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง แวะดื่มน้ำผลไม้คลายร้อนกันซะหน่อย ก่อนกลับไปนั่งพักนอนพักจนแดดร่มลมตกแล้วก็ออกมาถ่ายรูปวัด Xiang Thong กันอีกรอบ
มื้อเย็นเราเดินไปหาอะไรกินกันที่ตลาด แล้วก็ตกลงมาหยุดที่ร้านเฝอ หลังจากกินเสร็จ เราเดินเล่นที่ตลาดกลางคืน และแวะกินเค้กที่ร้าน Joma เป็นร้านกาแฟน่ารักๆ แนว Starbuck เลยตัดสินใจเข้าไปดู เค้กอร่อย ราคาก็ไม่แพง เรานั่งคุยไปพลางเพื่อรอเวลาไป “ดาวฟ้า” สถานบันเทิงชื่อดังของที่นี่
เรานั่งสามล้อไปดาวฟ้า อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก รถสามล้อจอดที่หน้าตึก ซึ่งมองดูภายนอกเหมือนตึกร้างมากว่า ทำไมดูเงียบๆหว่า เดินเข้าไปด้านในพนักงานกำลังนำของมาจัดวางตามโต๊ะอยู่เลย เราคงมาเร็วเกินไปเลยกลายเป็นลูกค้าโต๊ะแรกของวันนี้ เราหาที่นั่งใกล้ประตู โต๊ะทำด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร มีราวเหล็กกั้นสำหรับให้ออกไปเต้นที่หน้าเวที ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เราสั่งเบียร์มานั่งดื่ม (มีการแจกคูปองจับฉลากด้วย) รางวัลที่ 1 เป็นรถมอเตอร์ไซด์ ถ้าได้จะเอากลับยังไงเนี่ย) ซักพักก็เริ่มมีคนทะยอยกันมา เดินเข้าทำหน้าเลิ่กลั่ก หันซ้านหันขวา รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นคนไทย
- Center of map
- ร้านข้าวจี่ปาเต้
- ร้านข้าวจี่ปาเต้
- พระธาตุหมากโม
- พระธาตุหมากโม
- วัดเซียงทอง
- วัดเซียงทอง
- ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง
- ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง
- ภูสี
- ภูสี
- วังเจ้ามหาซีวิต
- วังเจ้ามหาซีวิต
- วัดมหาธาตุ
- วัดมหาธาตุ
- ไปรษณีย์
- ไปรษณีย์
- วัดใหม่
- วัดใหม่
- สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 1
- สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 1
- สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 2
- สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 2
- หมู่บ้านกระดาษสาและทอผ้า
- หมู่บ้านกระดาษสาและทอผ้า
- วังเวียง
- วังเวียง
ผู้คนทะยอยกันมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทย จนเวลาล่วงเลยไปใกล้ 4 ทุ่มถึงจะมีคนลาวเริ่มมากันเยอะขึ้น มีการเปิดเพลงไทยสลับเพลงลาว ยิ่งดึกก็ยิ่งมีคนออกไปเต้นมากขึ้น รวมถึงพี่นพ กับพริมด้วย เวลาที่เพลงลาวขึ้นยิ่งทำให้แยกได้ชัดเจนว่าเป็นคนไทยหรือคนลาว สังเกตุเอาจากท่าเต้น คนลาวเค้าเต้นท่าเดียวกันหมด (เหมือนเรียนมาอะไรประมาณนั้น) ส่วนที่เหลือเป็นคนไทยก็เต้นมั่วค่ะ
เราอยู่กันไม่ดึกนักเพราะเริ่มง่วงนอนแล้ว ไม่ลืมเอาฉลากไปให้คนไทยโต๊ะข้างๆ เพราะจะทิ้งก็เสียดาย เผื่อเค้าจะโชคดีได้ขี่มอเตอร์ไซด์กลับเมืองไทย แล้วเดินออกมาเรียกรถกลับที่พัก
วันรุ่งขึ้นเราตั้งใจจะไปดื่มกาแฟที่ร้านประชานิยมกันก่อนออกจากหลวงพระบาง มุ่งหน้าสู่วังเวียงที่หมายต่อไปของเรา ดื่มกาแฟเสร็จเรากลับไปเก็บข้าวของแล้วออกมาเรียกรถสามล้อเพื่อไปขึ้นรถที่ขนส่ง รถออกจากวังเวียงประมาณ 8 โมงเช้า รถขับลัดเลาะภูเขาให้เราได้เพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติสองข้างทาง ขุนเขาถูกม่านปกคลุมด้วยม่านหมอก สวยจนทำเอาลืมความวิงเวียนจากหนทางที่แสนคดเคี้ยว เราจอดแวะพักรถที่กิ่วกระจำตอน 10 โมง และแวะให้เรากินข้าวเที่ยงกันที่กาสี โดยจะได้รับคูปองคนละ 1 ใบนำไปแลกข้าว หรือเฝอได้คนละอย่าง(เป็นอาหารมื้อแรกที่รู้สึกว่าไม่อร่อยเอาเสียเลย)
หลังอาหารเที่ยงเราเดินทางต่อจนถึงวังเวียง รถมา จอดส่งเราที่ขนส่ง ต้องนั่งสองแถวต่อเพื่อไปลงที่ตลาด ด้วยสัมภาระที่แสนหนัก คงไม่สะดวกที่จะหอบหิ้วไปด้วย เราแวะดื่มน้ำแล้วพี่นพกับอุ้ยก็ออกไปหาที่พักกัน ปล่อยให้ฉันกับพริมนั่งเฝ้ากระเป๋ากัน ทั้งสองคนหายไปพักใหญ่แล้วกลับมาพร้อมคำตอบว่าที่พักเต็มหมดเลย พี่นพกับอุ้ยเลยเช่าจักรยานเพื่อขี่ออกไปหาที่พักนอกเมือง หายกันไปอีกพักก็กลับมาว่าได้ที่พักแล้ว แต่ต้องนอนเต๊นท์กัน เราเช่ารถเพิ่มอีกคันเพราะที่พักไกลจากตลาดออกไป 2 กก.
ตกเย็นเราขี่รถไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำซองซึ่งเป็นสะพานเดียวที่รถสามารถข้ามได้ ลงไปเดินชมบรรยากาศยามเย็น แวะซื้อ package สำหรับวันพรุ่งนี้ก่อนไปหาอาหารอร่อยๆกินกัน เราขีรถวนหาร้านอาหารที่เคยมากินเมื่อครั้งก่อนที่มาวังเวียง อาหารยังอร่อยเหมือนเดิมแม้จะช้าไปซักนิด
ระหว่างขี่รถกลับเห็นร้านไก่ย่างข้างทาง แวะซื้อไปกินดีกว่าเผื่อหิวอีกรอบ ข้างๆเต๊นท์เรามีศาลาไม้ให้ได้นั่งจิบเบียร์กัน เจอน้องคนไทยเต๊นท์ข้างๆเลยได้มานั่งพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ ด้วยคุยกันถูกคอเพราะเป็นพันธมิตรเหมือนกัน เราแยกย้ายกันไปนอนตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืน ตั้งใจจะอยู่จนข้ามปีแต่ร่างกายเริ่มต้องการพักผ่อนแล้วสิ แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับอยู่ดีเพราะที่พักข้างบนนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มใหญ่ร้องเพลงฉลองปีใหม่กันเสียงดังทั้งคืนเลย
















Leave your response!