เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอนจบแล้วค่ะ) | |
| by jeab |
รุ่งเช้าของปีใหม่ เราตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ก่อนกลับมาหาอะไรกินรองท้อง แล้วไปขึ้นรถตามเวลานัดหมาย 9:30 แต่กว่ารถจะออกก็ 10 โมงแล้ว รถขับพาเราและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆไปส่งที่ต้นน้ำซอง แล้วเดินเท้าอีกไม่กี่ร้อยเมตร เพื่อไปล่องห่วงยางเข้าถ้ำ มีนักท่องเที่ยวนั่งรออยู่หลายกลุ่ม เราไปถึงเป็นกลุ่มหลังๆรอกันนานเลย
บางกลุ่มที่ล่องห่วงยางกลับออกมาก็มานั่งกินข้าวกันแล้ว มีการปิ้งบาบีคิวยั่วน้ำลายเราด้วยอ่ะ เริ่มหิวแล้วนะเนี่ย กว่าเราจะได้ล่องก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว โดยให้เรานอนบนห่วงยางแล้วใช้มือพุ้ยน้ำลอยเข้าไปในถ้ำ น้ำเย็นจนขนลุกเชียว เราได้รับแจกไฟฉายเพราะในถ้ำมืดมาก ล่องเข้าไปไกลพอให้ได้เมื่อยก็ให้ล่องกลับ คงเพราะนักท่องเที่ยวเยอะและคงเลยเวลาตามหมายกำหนดการมาแล้ว เสร็จจากล่องห่วงยางก็เดินออกมากินข้าวกัน มีข้าวผัดให้คนละกล่อง บาบีคิว และขนมปัง
หลังจากเติมพลังแล้วก็กลับมาขึ้นรถไปลงอีกจุดเพื่อพายเรือคายัค สาธิตวิถีการพายแล้วให้เราขึ้นเรือลำละ 2-3 คน พายล่องแม่น้ำซองชมธรรมชาติป่าเขาที่ยังเขียวชอุ่มสองฟากฝั่ง ก่อนจะมาถึงจุดที่จอดให้เราลงเล่นน้ำ มีการก่อกองไฟ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบคนนั่งเล่นนอนเล่น ดื่มเบียร์กันไป บ้างกระโดดน้ำเล่น บ้างล่องห่วงยางไปจิบเบียร์ไปอย่างสบายอารมณ์ ตรงจุดนี้มี slider และชิงช้าอันใหญ่ไว้ให้เล่น ด้วยความเย็นของน้ำพวกเราเลยไม่เล่นดีกว่า มายืนคอยให้กำลังใจอุ้ยเล่นชิงช้าละกัน สักพักเราก็กลับกันมาถึงวังเวียงเมื่อ 5 โมงเย็นอากาศเริ่มเย็นแล้ว ประกอบกับเสื้อผ้ายังเปียกอยู่ด้วยทำให้รูสึกหนาวจนต้องรีบกลับมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า
เราออกมาหาอาหารเย็นกินกันและตกลงแวะที่ร้านหนึ่งเห็นคนเยอะดี สั่งสปาเกตตี้มากินกัน อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ด้วยความอ่อนเพลียมาทั้งวันหลังจากกินเสร็จเราก็ตรงกลับที่พักมาเข้านอนกันเลย
เช้านี้อุ้ยกับพริมอยากจะแวะไปถ่ายรูปที่สะพานกันอีกครั้งก่อนที่เราจะต้องเดินทางกลับกันแล้ว หลังจากเดินถ่ายรูปกันได้สักพัก ก็มาแวะดื่มกาแฟกันที่เชิงสะพานก่อนกลับมาอาบน้ำ เก็บข้าวเก็บของ รอรถมารับเพื่อเดินทางต่อไปยังเวียงจันทน์ แม้หนทางจะคดเคี้ยวแต่ก็ไม่เท่าเส้นทางที่เราเดินทางมาจากหลวงพระบาง รถพาเรามาส่งตรงร้านอาหารโชคดี ข้างๆเป็นบริษัทท่องเที่ยว เรานำกระเป๋าไปฝากไว้เพราะไม่อยากหอบกระเป๋าใบใหญ่ไปด้วยขณะเที่ยงชมเมืองเวียงจันทน์
เราเดินไปถ่ายรูปป้ายต้อนรับปีใหม่ของเบียร์ไทเกอร์ที่ลานน้ำพุ และเดินไปชมพระธาตุดำ เป็นเจดีย์ทรงดอกบัวหกเหลี่ยม ชาวลาวมีความเชื่อว่าพระธาตุดำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องภัยอันตรายแก่บ้านเมือง เราแวะสักการะ และชมความงามของ วัดศีรษะเกษ และหอพระแก้วซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต
จากหอพระแก้วเราเรียกรถเพื่อไปพระธาตุหลวง ซึงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวียงจันทน์ ระหว่างทางเราขอให้รถจอดเพื่อแวะถ่ายรูปตรงประตูไซ แล้วนั่งรถกลับมาที่เดิมเพื่อรอเวลาขึ้นรถกลับเมืองไทย ใกล้ๆกันมีรานกาแฟ Joma ร้านเดียวกับที่เรากินที่หลวงพระบาง เราเข้าไปดื่มกาแฟ และกินเค้กรอกันในร้าน ก่อนออกมาขึ้นรถ รถรอผู้โดยสารที่ยังเดินทางมาไม่ถึงนานจนด่านใกล้ปิด จึงต้องพาผู้โดยสารที่มาถึงแล้วข้ามด่านมาก่อน เมื่อผ่านด่านมาแล้วก็มาจอดรออีกพักนึงกว่ากลุ่มคนไทยที่เหลือจะมาถึง (พี่ไทยเราสายเสมออ่ะ) รถพาเรามาแวะกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่หนองคายก่อนตรงกลับกรุงเทพ
เนื่องจากรถออกเลทเป็นชั่วโมง เราถามน้องว่าอย่างนี้ก็ไปถึงกรุงเทพช้าสิ แต่น้องบอกว่า “ก็เร่งหน่อย” แล้วก็เป็นจริงอย่างน้องบอก เรามาถึงตามกำหนดเวลาเดิม 6 โมงเช้าที่ถนนข้าวสาร เรียกแท๊กซี่เพื่อจะกลับบ้าน แต่ไม่มีคันไหนสนใจอยากจะรับเรา จะรับกันแต่ชาวต่างชาติอะไรประมาณนี้ เลยต้องเดินออกมาเรียกรถที่หน้ากองสลาก เราร่ำลาแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน















Leave your response!