วันนี้ฉันกับเพื่อนๆแวะไปทำกิจกรรมกับเด็กๆที่สมุทรสาครตั้งแต่เช้า เสร็จกิจกรรมประมาณบ่าย 3 โมงครึ่งก็ออกเดินทางทันทีมุ่งหน้าจังหวัดเพชรบุรี เรามาถึงตัวเมืองเพชรบุรีเมื่อใกล้ 5 โมงเย็นแล้ว จุดหมายปลายทางของเรา “ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์” ที่ พักริมแม่น้ำเพชรบุรี ของพี่ทอม พี่นิด พันธมิตรเพชรบุรีนั่นเอง ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยือนกันมานาน แต่ก็ต้องมีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไปทุกที วันนี้ได้มาสมความตั้งใจเสียที
หลังจากจอดรถแล้วก็เดิน เข้าเกสเฮาส์ซึ่งอยู่ตรงเชิงสะพานพอดี ก็พบกับพี่นิดพูดคุยทักทายกันเสร็จ พี่นิดก็บอกพี่ทอมให้พาเราไปดูห้องพัก ซึ่งห้องพักที่นี่เป็นห้องเล็กๆ ในห้องมีเพียงเตียงนอน พัดลม และราวตากผ้าเล็กๆ อีก 1 อัน ส่วนใหญ่คนที่มาพักที่นี่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะคนไทยมักจะเลือกพักโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีสิ่งอำนวย ความสะดวกครบครันมากกว่า นอกจากห้องพักแล้วที่นี่ยังมีอาหารอร่อยๆ สามารถแวะมารับประทานได้ ส่วนที่เป็นร้านอาหารเป็นบ้านไม้ริมน้ำ บรรยากาศสบายๆ น่านั่งทีเดียว
เมื่อ ได้ห้องพักเรียบร้อยแล้ว เราก็มานั่งพักดื่มน้ำกัน ก่อนจะขอตัวออกไปเดินเล่นชมบ้านเมืองยามเย็นของเมืองเพชรบุรี ซึ่งเพื่อนที่เคยมาบอกว่ามีบ้านเรือนไม้ เสน่ห์ไทยๆให้เห็นอยู่บ้าง แต่มาวันนี้รู้สึกบรรยากาศแบบนั้น คงเหลือให้เห็นน้อยเต็มที ด้วยถูกกลืนหายกลายเป็นตึกใหญ่ไปซะแล้ว ที่เหลือพอให้เห็นอยู่บ้างก็ถูกทิ้งร้าง บ้างก็ประกาศขาย นึกแล้วก็น่าเสียดายมิใช่น้อย อีกหน่อยคงหาดูได้ยากเต็มที
เราเดินชมบ้านเรือนกันไป เรื่อยๆ จนถึงร้านเมียโบราณ ซึ่งเป็นร้านขายของเก่า เจ้าของร้านอัธยาศรัยไมตรีดีมากๆ ออกมาเชื้อเชิญด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำเย็นมาเสิร์ฟอีกต่างหาก เล่าความเป็นมาเป็นไปของร้านให้ฟังจนเพลิน ที่นี่มีร้านขายของเก่าอยู่เพียงไม่กี่ร้าน ซึ่งเค้าอยากให้มีร้านแบบนี้เยอะๆ ประมาณว่าอยากให้เป็นย่านขายของเก่าไปเลย เวลาผู้คนนึกอยากซื้อของเก่าก็จะได้นึกถึงที่นี่ (ซึ่งหลายๆคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าเป็นการสร้างคู่แข่งทางธุรกิจมากกว่า) นั่งคุยกันพักใหญ่ก็ต้องขอตัวกลับ เพราะอยากเดินเล่นต่อกันอีกสักหน่อย ระหว่างทางเดินผ่านวัดมหาธาตุเลยแวะเข้าไปชมความงามกันก่อนเดินกลับที่พัก
วันนี้เราทานอาหาร เย็นกันที่ร้านพี่ทอม อาหารรสชาติอร่อยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง แถมยังได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองกับพี่ทอมอีกด้วย พี่ทอมยังเล่าถึงกลุ่มเสื้อแดงที่นี่ให้ฟังด้วยว่า เมื่อช่วงสงกรานต์มีคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพอย่างเปิดตัว พอกลับมาจากชุมนุม คนส่วนใหญ่ทราบว่าเค้าเป็นเสื้อแดง ก็เลยบอยคอตไม่ซื้อของเค้าเลย พี่ทอมบอกว่าเค้าไม่เห็นด้วย เพราะมันไม่ใช่แค่ความแตกต่างทางความคิดแล้วแต่ตอนนี้มันกลายเป็นความแตกแยกในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันทั้งๆที่เป็นคนไทยด้วยกัน
ฉันนึกตามแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจ ทุกการเลือกตั้งในอดีต เราเคยพูดคุย วิพากย์วิจารณ์กันได้อย่างเปิดเผยโดยไม่รู้สึกแปลกแยกแม้เลือกพรรคที่ต่างกันก็ตาม แต่เดี๋ยวนี้แทบจะไม่กล้าถามไถ่กันด้วยซ้ำ เพราะถ้าเผลอถามไปแล้วได้คำตอบไม่ตรงกับใจเราก็กลายเป็นคนละพวกกันไปแล้ว ไม่อยากจะคุยต่อ ด้วยความขุ่นข้องหมองใจเริ่มเข้าปกคลุมความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว หรือถ้าคุยกันต่อก็อาจถึงขั้นมีปากเสียงกันได้ สังคมไทยถูกแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างชัดเจน จนถึงขั้นอยากจะเข่นฆ่ากันเลยก็มี บทสนทนาจบลงด้วยความสลดใจเล็กน้อย ด้วยนึกไม่ออกว่าปัญหานี้จะมีทางออกอย่างไรนะ ก่อนขอตัวพี่ทอมไปอาบน้ำ และเข้านอนกันแต่หัวค่ำ
เราตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่ ออกไปหากาแฟดื่มกันที่ข้างๆวัดมหาธาตุ และเดินดูตลาดยามเช้าวันหยุดที่ผู้คนออกมาจับจ่ายกันอย่างครึกครื้น ก่อนเดินกลับที่พักเพื่อร่ำลาพี่ทอมกับพี่นิด แต่พี่แม่บ้านบอกว่ายังไม่มากันเลยเพราะเมื่อคืนกว่าจะกลับกันก็ดึกมากแล้ว เราเลยตัดสินใจไปเยี่ยมชมพระราชวังพระนครคีรี หรือเขาวังกันก่อน
เขาวังจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี ด้วยความผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวของความงดงามทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรม เขาวังมีด้วยกันสามยอด ยอดกลางเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร ยอดทางทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว และยอดทางทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของพระราชวังพระนครคีรีหรือเขาวังนั่นเอง
ด้วยอากาศที่ร้อน บวกกับไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลยทำให้เหนื่อยหอบกันตั้งแต่เดินขึ้นเขาไปได้ไม่กี่ร้อยเมตร เดินบ้าง พักบ้าง ถ่ายรูปบ้างอย่างไม่รีบร้อน แล้วก็ต้องให้รู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อเห็นว่ามีการจารึกชื่อของพวกมือบอนที่กลัวคนอื่นไม่รู้ว่ากูมาเยือนที่นี่แล้วนะ
เดินชมสถานที่อันสวยงามกันไปเรื่อยๆ ก็ต้องให้หงุดหงิดใจอีกครั้งเมื่อเจอแก้วน้ำพลาสติกถูกทิ้งอยู่ตรงบันได แม้จะมีถังขยะตั้งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว ฉันก้มลงเก็บพร้อมบ่นเสียงดังอย่างจงใจ “ทำไมทิ้งไว้อย่างนี้เนี่ย” แล้วก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทางด้านหลังพูดแก้เก้อ “เมื่อกี้เด็กทำหล่นไว้ไม่ได้เก็บ” เออ ก็เห็นนี่นาว่าเด็กทำหล่นแล้วทำไมไม่เก็บ หรือสอนให้เด็กเก็บไปทิ้งนะ มักง่ายกันจริงๆเลย (อันนี้คิดในใจ เพราะว่าเค้ามากันกลุ่มใหญ่อาจจะโดนตื้บได้)
ขณะเดินกลับลงมามีแม่ค้าที่ตั้งซุ้มขายน้ำ ผ้าเย็น อะไรประมาณนี้ และมีมะเขือ แตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกให้ช่วยซื้ออาหารให้ลิง เราก็เลยช่วยซื้อหน่อยละกัน เพราะเห็นว่าคนมาเที่ยวไม่มากนักคงขายของไม่ค่อยดี ซื้อเสร็จก็โปรยไปที่พื้นให้เจ้าจ๋อมากิน แล้วเราก็เดินกลับลงมา แล้วก็พบว่าที่ทางเข้ามีป้ายห้ามให้อาหารสัตว์ในเขตพระราชวัง อ้าว…ทำไงล่ะก็ให้ไปแล้วอ่ะ แล้วทำไมไม่ห้ามคนขายด้วยล่ะ เอาเป็นว่าเป็นความผิดร่วมละกันนะ
หลังกลับจากเขาวังเมื่อใกล้เที่ยง เราไปหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆทานกัน ก่อนแวะเข้าไปร่ำลาพี่ทอมกับพี่นิต พร้อมทั้งถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันซะหน่อย พี่ทอมบอกทิ้งท้ายว่า “เจอกันเมื่อชาติต้องการ” ฉันยิ้มรับแทนคำตอบ
ออกจากร้านพี่ทอมเราไปแวะชมพระรามราชนิเวศน์ หรือพระราชวังบ้านปืน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี ด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ มีต้นไทรย้อยต้นใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นแก่ผู้มาเยี่ยมเยือนได้นั่งพักคลายร้อนกัน ตัวอาคารที่งดงาม ตระการตาสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Baroque ด้านในมีป้ายห้ามถ่ายรูป แต่ก็มีนักท่องเที่ยวไทยสะพายกล้องเดินถ่ายรูปกันอยู่บ้าง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ด้านใน
ออกจากพระราชวังบ้านปืน ประมาณบ่ายแก่ๆ ลองหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆจาก GPS ดูเผื่อจะมีสถานที่น่าสนใจ แล้วก็ตกลงกันว่าจะแวะไปถ้ำเขาหลวง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เข้าไปถึงลานจอดรถก็มีคนนำตุ๊กตาจระเข้มาวางบนหลังคารถเพื่อกันลิงมาปีนป่ายรถ แต่เด็กเฝ้ารถบอกว่าบางทีลิงมันก็ไม่ได้กลัว ประมาณว่ามีไว้ให้เจ้าของรถอุ่นใจว่าไล่ลิงได้
เราเดินเข้าชมในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่นับร้อยองค์ ด้านบนถ้ำมีช่องให้แสงแดดส่องเข้ามาได้ทำให้ไม่รู้สึกอับชื้นเหมือนถ้ำอื่นๆ หลังจากเดินชมความงามภายในถ้ำแล้วเรากราบขอพรพระให้เดินทางกลับโดยสวัสดิ ภาพ แล้วออกเดินทางกลับกันเพราะเริ่มเย็นแล้วไม่อยากถึงบ้านค่ำนักเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานกันแต่เช้า
นั่งรถมาจนใกล้ตัวเมืองนครปฐม ก๋วยเตี๋ยวเมื่อกลางวันคงย่อยหมดแล้ว ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าได้เวลาเติมพลังงานอีกแล้ว เลยแวะทานอาหารทะเลกันที่องค์พระปฐมเจดีย์ เดินเข้าไปในร้านหันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่นั่ง ก็ไปสบตากับผู้หญิงที่นั่งอยู่กับครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก แล้วก็ส่งยิ้มมาให้ ฉันยิ้มตอบแบบงงๆ เอ…ใครหว่า นึกไม่ออก แล้วก็ได้ยินเสียงลูกชายเค้าพูดว่า “พวกเดียวไม่ใช่เหรอ” แล้วเค้าก็อ่านด้านหลังเสื้อพวกเราซึ่งเป็นชื่อกลุ่ม เพื่อนฉันได้ยินก็หันไปทันที (เพียงแค่รู้ว่าเป็นพันธมิตร ก็รู้สึกอุ่นใจ เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน) เราเลยได้พูดคุยทักทายกันนิดหน่อย พี่เค้ามาทำบุญที่วัดอ้อน้อย วัดนี้อยู่ตรงไหนนะ เมื่อไม่นานเพื่อนก็โทรมาถาม แถมโดนตำหนิว่าเป็นคนนครปฐมยังไงเนี่ย อ้าว…นี่ฉันต้องรู้จักทุกวัดที่นี่เลยหรือไงนะ หลังทานเสร็จก็ร่ำลากันออกเดินกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
- Center of map
- ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์
- ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์
- วัดมหาธาตุ
- วัดมหาธาตุ
- ร้านเมียโบราณ
- ร้านเมียโบราณ
- เขาวัง
- เขาวัง
- ถ้ำเขาหลวง
- ถ้ำเขาหลวง






