Bali is my life (ตอน 2)

serf


มาเด คนขับรถ ของเรา

มาเด คนขับรถ ของเรา

รุ่งเช้าวันที่สอง มาเด (ชื่อคนขับรถ) สังเกตได้จากชื่อเป็นชนชั้นวรรณะศูทรที่มีมากที่สุดในบาหลี สังคมชาวบาหลีแบ่งเป็น 4 วรรณะเช่นเดียวกับอินเดีย คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศ และ ศูทร แต่ไม่ถือแบ่งวรรณะอย่างเคร่งครัดเหมือนที่อินเดีย หากจะใช้ชื่อนำหน้าเฉพาะวรรณะของตนเองไม่ปะปนกัน วรรณะศูทรจะมีวิธีตั้งชื่อโดยเฉพาะคือ ลูกคนแรกจะชื่อวายัน คนที่สองชื่อมาเด คนที่สามชื่อเนียวมัน คนที่สี่ชื่อเกตุ้ด หากมีคนที่ห้า หก เจ็ด ก็จะวนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกรอบ ดังนั้นจึงมีคนชื่อซ้ำ ๆ กันเยอะมาก ต้องถามชื่อสกุลประกอบด้วยเสมอ

Ulun Danu Bratan

Ulun Danu Bratan

วันนี้เรานัดมาเดมารับตอน 10.00 น แต่ที่เมืองไทยเป็นเวลา 9.00 น เพราะเวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทยหนึ่งชั่วโมง เราตรงไป อูลันดานูบราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดในบาหลี ตั้งอยู่กลางน้ำริมทะเลสาปบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟ มีศาลากลางน้ำซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่เรียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น ภาพนี้ปรากฏตามโปสการ์ดและโฆษณาการท่องเที่ยวบาหลีเสมอ ที่นี่กำลังมีงานพิธีอีกแล้ว แดดร้อนแรงแต่ชาวบาหลีที่มาประกอบพิธีก็ไม่สิ้นศรัทธา ทำพิธีกันกลางแดดเปรี้ยง ๆ ฉันสังเกตภูมิอากาศในบาหลีมาสองวันแล้ว ครึ่งวันแรกจะแดดแรงจัด พอเข้าครึ่งบ่ายจะเป็นเฆมครึ้มฟ้าปิด แต่ไม่มีฝน นักท่องเที่ยวที่นี่มากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่คนเต็มไปหมด ฉันสัมผัสน้ำในทะเลสาปน้ำที่ไหน ๆ ก็เย็นเหมือนกันหมดนั่นแหล่ะ สู้แดดไม่ไหวก็เลยไปเที่ยวนาขั้นบันไดที่ Jatiluwih ที่นี่เป็นนาขั้นบันไดที่สวยที่สุด เกือบได้เป็นมรดกโลกถ้าไม่มีกรณีเขาพระวิหารมาแทรกซะก่อน มาเด พาไปจุดชมวิวอีกจุดนึงที่ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้า แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นจุดที่สวยด้วยรึเปล่า เพราะนามันอยู่ไกลมาก ๆ เลย พวกเราก็กระโดดถ่ายรูปกันตามประสา มีฝรั่งขำพวกเราแล้วบอกว่าเคยเห็นท่าพวกนี้ตอนไปเที่ยวภูเก็ต อ้าว แล้วชาติอื่นเขาไม่นิยมกระโดดถ่ายรูปกันบ้างเหรอไงเนี่ย ขำจัง

Tanah Lot

Tanah Lot

ตอนเย็นพวกเราก็ไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่ ทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่ได้ชื่อว่ามีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด ตั้งอยู่บนชายหาดยื่นลงไปในทะเล สร้างเพื่อสักการะเทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล วัดอยู่บนโขดหินคล้ายเกาะเล็ก ๆ เวลาน้ำขึ้นเหมือนวัดอยู่กลางทะเล เวลาน้ำลงสามารถเดินข้ามเข้าไปในวัดได้ แต่พวกฉันอยู่ไม่ถึงส่งตะวันกันหรอก เพราะหิวกันมาก เนื่องจากวันนี้ไม่ได้กินอาหารกลางวันเพราะไม่มีร้านให้กินเลยระหว่างทาง หิ้วท้องกลับถึงอุบุดก็แยกย้ายกันแบบฟรีสไตล์



บรรยายกาศรอบๆ Ubud

บรรยายกาศรอบๆ Ubud

วันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวแบบเต็ม ๆ วัน พวกเรานัดมาเด มารับเที่ยง มาเดคงสงสัยพวกนี้นี่ก็แปลกนะ ยิ่งอยู่นานยิ่งนัดสายยิ่งอืดขึ้น ๆ ทุกที ไม่ใช่อะไรหรอก พวกฉันอยากเดินเล่นในเมืองอุบุดยามเช้ามากกว่า หลังจากที่ได้เดินแต่ตอนกลางคืนมาตลอด เช้าวันนี้ฉันเดินไปกับเพื่อนสาวสองคน (อีกกลุ่มแยกไปต่างหาก) เดินเกือบหมดทุกถนนในเมืองอุบุด ตั้งแต่ Monkey Forest St. ,ไปจนสุดถนนเลี้ยวออกไปทาง Hanoman St. สุดถนนนี้แล้วไปวกเข้า Ubud Main Road เป็นวงรอบใหญ่ แล้วกลับเข้ามาทางมังกี้ฟลอเรสอีกทาง ระยะทางหลายกิโลอยู่ ตากแดดผิวไหม้มาเลย ก็แดดครึ่งวันเช้ามันร้อนแรงอย่างที่เล่าไว้นี่ เดินไปไปรษณีย์ส่งโปสการ์ดที่เขียนไว้เมื่อคืนนี้ ค่าแสตมป์ส่งกลับเมืองไทยราคา 5,000 RP เดินเหนื่อยเอาเรื่องแต่คุ้มเพราะได้เห็นอะไรมากมายกว่านั่งรถผ่าน ๆ ได้รู้ว่าถนนหนุมาน นั้นมีโฮมสเตย์ราคาย่อมเยาว์อีกมากเลย ส่วนถนนมังกี้ฟลอเรส ที่พักจะออกไปแนวบูติก กับ สปา และแพงกว่า

วันนี้เป็นวันช้อปปิ้ง ไปตลาดสุขาวะตี มาเดบอกสุขาวะตีมีทั้งหมด 3 แห่ง มาเดพาไปซะสองแห่ง เพื่อน ๆ หมดเงินกันไปคนละหลายแสน แต่ฉันไม่เหลือเงินรูเปียห์ไว้ช้อปซะแล้วเหลือติดกระเป๋าแค่สองสามหมื่นเก็บ ไว้ซื้อน้ำกินดีกว่า พวกเพื่อน ๆ ต่อราคากันสนุกสนานได้ยินเสียงแม่ค้าร้อง บังครู้ด ๆ ลั่นตลาด (แปลได้ว่าขาดทุน) แต่เพื่อนฉันก็ไม่ยอมร้องตามเขาว่า บังครู้ด ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่รู้ความหมายแน่ชัด แถมทำท่าดีดดิ้นสะบัดมือ งอเข่า กระทืบเท้า ส่ายหน้า ไม่ยอมเหมือนเด็กร้องจะเอาของเล่น จนแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นขำท่าทางของเธอกันยกใหญ่ ฉันนั่งมองอมยิ้ม เห็นขาช้อปมีความสุขก็ดีใจ เพราะพวกเขาก็รอฉันถ่ายรูปในบางที่ก็นานทีเดียวเช่นกัน เสร็จจากการช้อป พวกเราก็ให้มาเด แวะชายหาด Kuta ชายหาดที่นี่คลื่นแรงเหมาะกับการเล่น Surfing แวะไปให้รู้ แต่ดูแล้วยังไงก็สู้ทะเลไทยไม่ได้อยู่ดี ที่นี่เรทแลกเงินจะได้ราคาดีกว่าในเมืองอุบุด และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก

Ulu watu

Ulu watu

ตอนเย็นเราก็แวะไปที่ อูลันวาตู (Pura Uluwatu) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือฝั่งทะเลทางตอนใต้สุดของเกาะบาหลี ที่นี่จะมีวิวทิวทัศน์ขึ้นชื่อเรื่องชมพระอาทิตย์ตกอีกที่ มีระบำเคจัก แต่ต้องเสียค่าชมต่างหาก วัดนี้มีลิงเยอะมาก นักท่องเที่ยวต้องระวังของส่วนตัวให้ดี แว่นตา ตุ้มหู หมวก โดนดึงแย่งไปได้ง่าย ๆ เพื่อนโดนดึงกิ๊บติดผมไปอันนึง เจ้าจ๋อกัดเล่นซะพังเลย แต่จะมีคนแถวนั้นคอยโยนกล้วยให้ลิง ลิงจะปล่อยของที่เอาไปรับกล้วยแทน แล้วคนนั้นจะเอาของมาคืนเราแลกกับค่าทริป ถ้าเป็นของมีค่าก็คงต้องยอมจ่าย ระหว่างทางกลับ เส้นทาง เดนปาซาร์ มา อุบุด เราพบเห็นร้านอาหารพื้นเมืองที่ชาวบาหลีทั่ว ๆ ไปนิยมกินกัน ทั้งเป็นร้าน และ รถเข็นลูกชิ้นทอด เต้าหู้ทอด ขนมต่าง ๆ มากมาย อยากจะลงไปแวะชิมซะเหลือเกิน แต่หมดเวลาของมาเดแล้วที่ให้บริการวันละเจ็ดชั่วโมง เพราะในเมืองอุบุดไม่มีร้านอาหารแบบชาวบ้าน ๆ แบบนี้เลย มีแต่ร้านอาหารนักท่องเที่ยวที่พวกฉันนั่งกินกันมาทุกคืน และ คืนนี้ก็คงเป็นแบบนั้นอีก เรากลับถึงอุบุดเกือบสองทุ่ม ไปกินร้านประจำที่เราลงความเห็นว่าอร่อยคุ้มกับราคาที่จ่ายสูงหน่อยชื่อร้าน Lobong Café จะมี Happy Hour at 4-7 pm หลังจากนั้นเมนูเดิมจะเปลี่ยนราคาอัฟขึ้นมาประมาณ 6,000 RP-10,000 RP แต่ก็แล้วแต่เมนูแต่ละอย่างด้วย วันนี้เรามาดึกแน่นอนราคาอัพแล้ว ยังต้องฉลองคืนสุดท้ายในบาหลีด้วยกินท่ามกลางความกดดัน ฉันดันสั่งของกินยากอีก เป็นสเต๊กเป็ดทอด ก็เขารอเปิดฟลอร์แด้นซ์กันน่ะซิ เป็ดที่อร่อย ๆ ก็เลยต้องรีบ ๆ กินท่ามกลางสายตาฝรั่งเกือบร้อยกว่าคน ก็ดันไปนั่งโต๊ะแรกติดกับวงดนตรีเขาเลย กำ -_-!

[mappress]

ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แล้วมีแม่หญิงแบกของทูลหัวน่าอัศจรรย์กับการจัดเรียงผลไม้ที่สูงชะลูด แล้วเดินได้อย่างสง่างามหายเข้าวัดไปตอนแสงเช้า ๆ สาดลงมา น่าลงไปเก็บบรรยากาศมาก หมู่บ้านอีกหลายที่ ที่ยังไม่ได้ไป เช่น หมู่บ้านที่สวยที่สุด หมู่บ้านที่ผลิตกาแฟ หมู่บ้านศิลปินที่ขายภาพทั้งหมู่บ้าน หมู่บ้านที่แกะสลักงานไม้ งานหิน หมู่บ้านที่ขายผ้าพื้นเมือง ร้านอาหารพื้นเมืองอีกหลายที่ ที่ได้แต่มองผ่านไป อยากนอนนวดแช่สปาที่เลื่องลือไปทั่วโลก อยากปั่นจักยานรอบเมือง และหาบ้านพักที่อยู่ท่ามกลางท้องนาเขียวขจีในเมืองอุบุด มีใครสนใจบ้างยกมือขึ้น ^__^

อะนิจัง

อะนิจัง

สิบอย่าง ที่ไม่ควรพลาดในบาหลี

-ปุราเบซากิห์ (Pura Besakih) วัดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในบาหลี

-ปุราอูลันดานู บาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) วัดที่ศิลปะคล้ายกับ นครวัด นครธม

-ปุราอูลันดานู บราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) วัดที่สวยที่สุดในบาหลี

-ปุราทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด

-ปุราทามันอายุน (Pura Taman Ayun) วัดหลวงแห่งราชวงศ์เม็งวี

-วัดถ้ำช้าง (Pura Goa Gajah) และ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul)

-อุบุด (Ubud) เมืองแห่งมนต์เสน่ห์

-หมู่บ้านคินตามณี (Kintamani) หมู่บ้านริมปากปล่องภูเขาไฟ

-ระบำบาหลี บารอง แด้นซ์ (Barong dance) สีสันยามค่ำคืนแห่งบาหลี

-ศิลปะบาหลี ผู้คน และวัฒนธรรม

ภาษาที่ใช้ต่างกันตามสื่อต่าง ๆ ในบาหลี

Pura = Temple = วัด , Gunung = Mountain = ภูเขา

Writer & Photo by อะนิจัง @ Bali

ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

3 Comments

  1. Toodtui says:

    เอ่อ..ผมลูกคนที่สามครับ.. ชื่อ ตุ้ดตุ๋ย…

  2. ดีนะไม่ใช่คนที่สี่ เป็น เกย์+ตุ้ด ซะเลย 555

  3. ^^ ยังอยู่ดี

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>