<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>onholiday.org &#187; Featured</title>
	<atom:link href="http://onholiday.org/category/featured/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://onholiday.org</link>
	<description>Online Travel Magazine</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 02:49:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เมืองงอย มิติย้อนเวลาแห่งสายน้ำอู (สปป.ลาว) Muang Ngoi : Lao PDR</title>
		<link>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 09:35:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[Lao]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Ngoi]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองงอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%9b-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ล้อหมุนเวลาเกือบ 11 โมงเช้า ไม่ตรงเวลาตามปี้ 10.00 น. ถือเป็นเรื่องปรกติสำหรับที่นี่ คนที่นี่เขาไม่รีบร้อน ไม่ต้องแข่งกับเวลา บางทริปขับไปซ่อมไป แวะนั่น แวะนี่ ถ้าทำใจไว้อยู่ก่อน ปรับชีวิตให้ช้าลงคุณจะเที่ยวเมืองลาวได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ แห่งหนใด
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ล้อหมุนเวลาเกือบ 11 โมงเช้า ไม่ตรงเวลาตามปี้ 10.00 น. ถือเป็นเรื่องปรกติสำหรับที่นี่ คนที่นี่เขาไม่รีบร้อน ไม่ต้องแข่งกับเวลา บางทริปขับไปซ่อมไป แวะนั่น แวะนี่ ถ้าทำใจไว้อยู่ก่อน ปรับชีวิตให้ช้าลงคุณจะเที่ยวเมืองลาวได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ แห่งหนใด</p>
<p><img class="size-medium wp-image-1848 alignright" style="border: 1px solid black;" title="DSC_3196" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3196-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
หลังจากตักบาตรข้าวเหนียวที่เมืองหลวงพระบางเสร็จ พวกเรารีบออกเดินทางไปท่ารถสายเหนือให้ทันรถออกเวลา 10.00 น  เราซื้อปี้เพื่อเดินทางมุ่งสู่หนองเขียวหรือเมืองงอยใหม่<br />
เมืองเล็ก ๆ สงบเงียบมีสายน้ำอูไหลผ่าน  เมือง ที่ต้องตั้งใจมา ถึงแม้จะอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางด้วยระยะทางเพียง 160 กิโลเมตรขึ้นไป ทางตอนเหนือ<br />
แต่ก็ยังต้องใช้เวลานั่งรถประมาณเกือบ 4 ชม. นักท่องเที่ยวคนไทยส่วนมากก็เลือกจะหยุดอยู่แค่หลวงพระบางแล้วเดินทางกลับ เส้นทางเดิม หรือ ไม่ก็ นั่งเรือจากห้วยทราย-ปากแบ่ง-หลวงพระบาง<br />
แล้วลงไป วังเวียง เข้าสู่เวียงจัน ไปเลย การเดินทางในลาวนอกจากเส้นทางไม่สะดวกสบายนัก มักติดข้อจำกัดตรงที่ส่วนมากมักมีรถเพียงรอบเดียว และเป็นรอบเช้า วันนี้ก็เช่นกันถ้ามาไม่ทันก็หมายถึงต้องกลับไปนอนหลวงพระบางอีกคืน แล้วพรุ่งนี้จะเอายังไงค่อยว่ากันใหม่ แต่พวกเราว่องไวพอ ด้วยเพราะพักที่หลวงพระบางมา 3 คืน แล้ว อยากย้ายเต็มที่ และสำหรับฉันไฮไลท์ของทริปนี้ไม่ใช่หลวงพระบางอีกต่อไป ฉันมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่จุดหมายในใจสำหรับทริปนี้ของฉันคือ เมืองหนองเขียว เมืองงอย เมืองอุดมไชย</p>
<p><img class="size-medium wp-image-1849 alignleft" title="DSC_3206" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3206-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
ถึงแล้วหลังจากนั่งรถชิว ๆ เส้นทางไม่โหดนักบนถนนลาดยางสลับลูกรังเกือบ ๆ 4 ชม. พวกเราแบกกระเป๋าสัมภาระ ไปทางท่าน้ำ เพื่อซื้อปี้เรือ ในวันนี้เราตั้งใจไปนอนเมืองงอยเก่า โดยผ่านหนองเขียว (เมืองงอยใหม่)ไปก่อน เพราะเส้นทางนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของฉัน จำเป็นต้องเผื่อเวลาของความผิดพลาดไว้ซักหนึ่งวัน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ (เวียงจัน-วังเวียง-หลวงพระบาง-เมืองงอย-อุดมไชย-ปากแบ่ง-เชียงของ) แต่ถ้าการเดินทางไม่เป็นไปตามแผนด้วยเหตุอันใดก็ตามแต่ เราจะตัดเชียงของออกไป  พวกเรามีเวลา 8 คืน สำหรับทริปนี้  ถึงคราวต้องเลือกระหว่าง หนองเขียว หรือ เมืองงอย ถ้านอนทั้งสอง เกรงว่าเราจะกลับไปไม่ทันกำหนดลางานไว้ จึงต้องเลือกแค่ที่เดียว พวกเราตัดสินใจเลือกพักที่เมืองงอยเก่าดีกว่า  และ นี่ทำให้วันนี้เราต้องรีบอีกครั้งเพื่อซื้อตั๋วก่อนเรือออก เพราะมีเที่ยวเดียวอีกแล้ว (แต่ยังไงเขาจะรอรถรอบนี้มาก่อนเรือออกอยู่ดี เพราะนักท่องเที่ยวมาจากรถรอบนี้ทั้งนั้น)</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1790" title="DSC_3250" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3250-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /><br />
พวก เราลงไปนั่งรอเรือลำไม่ใหญ่นัก เป็นเรือนานาชาติขนกระเหรี่ยงหัวหลากสีต่างเผ่าพันธุ์ กลุ่มเราเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่เป็นคนไทย นั่งกอดคองอเข่ากันไป  เข่างี้เกยชนกันกับฝรั่งตรงข้าม ต้องตกลงกันให้ดีใครจะเอนทางไหน นั่งกันแบบสลับฟันปลา  คิดซะว่าแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้วน่ะ  เมือง งอยเก่านี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติมาได้หลายปีแล้ว เพราะยังคงซึ่งความบริสุทธิ์ทั้งธรรมชาติ และ เสน่ห์แห่งวิถีชีวิต หลายคนหนีจากวังเวียงมาที่นี่ ด้วยเพราะวังเวียงมีความเจริญสอดแทรกเข้าไปทุกหัวระแหง มีอาคารใหม่ ๆ และ ที่กำลังก่อสร้างเพิ่มอีกมากมาย ระบบทุนนิยมกำลังคุกคามที่นั่นอย่างหนักหน่วง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายทุกขณะ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่นก็แตกต่างจากเดิม ซึ่งทำให้ฉันนึกถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเมืองปายสมัย 7 ปี ที่แล้ว กับนักท่องเที่ยวที่ไปปายในปัจจุบัน เป็นความแตกต่างเช่นนั้นจริง ๆ ล่าสุดที่วังเวียง ฉันเห็นฝรั่งแต่งชุดบิกินี่ เดินกันบนถนนที่นั่น สาบานได้ว่าเป็นถนนที่รถวิ่งได้ ไม่ใช่ริมน้ำ หรือ ลากูน ใด ๆ ทั้งสิ้น ฉับพลันก็หวลนึกถึง พัทยา บ้านเรานี่เอง  ทำไมถึงวกไปวังเวียงได้ ก็เพราะได้ยินมาว่า ที่นี่เปรียบเสมือนวังเวียงเมื่อซัก 10 กว่าปีก่อน หากทว่ามีมนต์เสน่ห์มากกว่าด้วยเพราะต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น</p>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-1850" title="DSC_3209" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3209-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
พวกเรานั่งบนเรือจนเลยเวลาเรือออกไปซัก 15 นาที ได้ เมื่อยมาก ฝรั่งเริ่มบ่นอึงอื้อ ถามพวกเราให้ส่งภาษาถามได้ไหมว่าเกิดอะไร ทำไมเรือไม่ออกซะที เราก็ถามให้ ปรากฏว่าคนขับเรือรอลูกสาวจะไปเมืองงอยด้วย แต่เธอยังไม่ปรากฏตัว พวกเราทั้งลำเรือรอเธอมาพร้อมลูกเขยอีกสักครู่ใหญ่ ๆ จนฝรั่งกระแหนะกระแหนด้วยการตบมือต้อนรับทั้งลำ 555 ม่วนชื่นกันไป</p>
<p>สองฝากฝั่งริมน้ำอู สวยครึ้ม สงบบริสุทธิ์ แลดูลึกล้ำ ฉันรู้สึกเหมือนเรือลำน้อยพุ่งทะยานพาขบวนชีวิตหลากหลายที่ถูกปรุงแต่งปลด คราบแห่งความเป็นเมืองศิวิไลต์ทิ้งลงตามรายทางมิติแห่งสายน้ำ เพื่อไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในอีกโลกหนึ่งซึ่งซ่อนตัวกลางหุบเขาไกลโพ้น ฉันคงไม่ได้รู้สึกเพียงคนเดียวหรอกนะ&#8230;&#8230; เรือแล่นไป แล่นไป น้ำนิ่งบ้าง ผ่านแก่งน้ำเชี่ยวกราดบ้าง มิให้ไร้ซึ่งความหวาดเสียวอยู่บ้าง  &#8230;&#8230;.หนึ่งชั่วโมงแห่งสายน้ำย้อนเวลา&#8230;&#8230;.</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1851" title="DSC_3212" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3212-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
เมืองงอยตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้า ฉันต้องใช้คำนี้ ก็เพราะมันอยู่สูงกว่าตลิ่งท่าเรือช่วงน้ำแล้งเช่นนี้ พวกฉันตะกายไปตามบันไดที่ใช่บันไดซะทีเดียว แบกเป้เดินหาที่พัก พวกเราเดินไม่ทันฝรั่ง ไปที่ไหน ๆ ก็เต็ม Full, Full and Big Fool นี่ขนาดดั้นด้นออกมาไกลขนาดนี้ยังโดนด่าว่าโง่ได้อีกนะ  โง่ก็ได้ ก็ต้องมาเที่ยวเทศกาลแบบนี้แหล่ะ ก็ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่นี่นะ สุดท้ายก็กลับมานั่งหอบตรงท่าเรือ เอาที่นี่แหล่ะว้า  Ning Nign GH เหลือแค่สองห้องเพราะมันเป็นห้องแพงบรรดาแบ็คแพ็คฝรั่งจึงไม่สนใจ ก็เป็นกรรมของกระเหรี่ยงเดินช้าอย่างเราไป ห้องละ 70,000-80,000 kip (ไม่ใช่เทศกาลราคาอยู่ที่ 40,000 kip) และราคาห้องริมผาเห็นวิวแม่น้ำ แต่เล็กกว่าห้องเรา เราคิดว่าต้องนั้นน่าจะสวยที่สุดของที่นี่ราคากลับอยู่แค่   2 USD แต่เต็มหมดอยู่ก่อนแล้ว   <img class="alignleft size-medium wp-image-1852" title="DSC_3234" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3234-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /> เสร็จจากภารกิจหาห้องพักก็ไปเดินเล่น เห็น หนุ่มญี่ปุ่นเซอร์ ๆ ติส ๆ (แถมเที่ยวคนเดียวด้วย) คนนึงถ่ายรูปไรอยู่ ต้องเป็นช็อตเด็ดแน่ ๆ ทะเล่อทะล่าเข้าไปดูบ้าง โช๊ะะะ ภาพและเสียงที่เห็นตรงหน้ามันคือไก่ถูกจับยกขาห้อยหัว แล้วไม้หน้าสามท่อนนึงก็ฟาดเข้าไปที่หัวไก่เจ้ากรรม ร้อง ”กระต๊าก” มาแอะนึงยังไม่พอเต็มคำ พร้อมกระตุก กึ๊ก ๆ ๆ ช่างเป็นภาพที่สยดสยองสำหรับฉันจนกดชัตเตอร์ไม่ลงจริง ๆ ฉันได้แต่เบือนหน้าหนี คงจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มากับลำเรือเดียวกับเราออร์เดอร์กระมัง วันนี้จะมีสัตว์เจ้ากรรมโดนเชือดกันไปอีกกี่ตัวนี่ ทุกที่พักดูตื่นตัวกับกิจกรรมเหล่านี้ เพราะเป็นช่วงเวลากอบโกยเงินจากนักท่องเที่ยว ต่อให้มาไกลแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ไกลพอคำว่า &#8230;..เงิน เงิน เงิน&#8230;&#8230; ฉันนึกถึงวังเวียง ไม่ช้าไม่นาน ที่นี่ก็อาจเป็นเช่นนั้น จะช้าหรือเร็วแค่นั้น</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1856" title="DSC_3317" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3317-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /> ค่ำคืนเมืองงอยหนาวเหน็บ จนฉันและเพื่อนสาวอีกคน มองหน้ากัน แล้วเป็นอันรู้กัน วันนี้เราจะซักแห้งกันนะ มองตาแล้วต่างรู้ใจ สมกับเป็นบัดดี้กันซะจริง ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ ติด ๆ ดับ ๆ ไม่นานก็ปิด กิจกรรมที่ทำได้อย่างเดียวตอนนี้คือ นอนซะ ด้วยที่จะได้ไม่มีใครเสียเปรียบใคร ก็เพราะมันเหม็นทั้งคู่น่ะซิ ส่วนใครชิงหลับก่อนก็ไม่ต้องทนดมกลิ่นนาน 5555 แล้ว เราก็หลับไป กลางคืนหนาวเหน็บ เช้าตรู่ซิหนาวยิ่งกว่า เทอร์โมมิเตอร์เอาออกไปวางหน้าประตูห้องจับอุณหภูมิได้เลขตัวเดียว แต่วิวที่เห็นเบื้องหน้ามองลงไปที่ท่าเรือ และ สายน้ำอู ปางอุ๋งว่าสวยงามแค่ไหน ที่นี่ทวีคูณยิ่งกว่า หมอกคละคลุ้งลอยละเลียดอยู่ผิวน้ำทั้งสาย ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่รูปร่างแปลกตาที่โอบล้อมไปด้วยสายหมอกเช่นกัน เป็นเสน่ห์เหมือนโดนมนต์สะกด เหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ฉันนึกภาพตัวเองเป็นนักแสดงนำ ที่ประสบอันตรายใด ๆ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมุดลอดออกจากถ้ำ หรือ ป่าดิบชื้น มาโผล่เห็นสิ่งมหัศจรรย์อยู่ตรงหน้า แล้วกล้องก็ซูมเอ้าท์จากตัวฉันด้านหลังขึ้นไปมุมสูงแพนไปที่วิวตรงหน้า 180 องศา โดยยังให้มองเห็นฉันอยู่ด้วยในมุมด้านล่าง 555 ฉันคงจำมาจากภาพยนตร์ซักเรื่อง   ฉันเริ่มหนาวจนตื่นจากภวังค์ และที่ทำให้ฉันแปลกใจ คนที่นี่ลงไปทำกิจกรรมในน้ำกันได้ ในอุณหภูมิขนาดนี้ บ้างก็ถ่อเรือ พายเรือ ตักน้ำรดผัก เก็บแหอวนที่ดักปลาไว้ขึ้นมาจากน้ำ  ภาพที่สวยงามตรงหน้า ฉันก็ได้บันทึกลงแผ่น CCD ไว้ ทุกมุม ฉันมายืนถ่ายรูปริมน้ำจุดนี้ได้ซักประมาณ สิบนาที เจ้ากระบอกเลนส์ก็เย็นจนมือที่จับชาไปด้วยเหมือนจับกระป๋องเป็บซี่แช่ตู้ เย็นช่องธรรมดา   อากาศหนาวได้ใจ  และสุดท้ายเราก็อยู่เมืองนี้ได้โดยที่ไม่ต้องอาบน้ำ</p>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-1853" title="DSC_3240" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3240-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /> ฉันอยู่เมืองนี้ได้แค่หนึ่งคืน กับอีกหนึ่งวัน ได้มีเดินเล่นในหมู่บ้าน ถ่ายรูปผู้คน  ไปถ้ำกลาง ถ้ำที่ไว้หลบลูกระเบิดสมัยสงคราม ทหารอเมริกันจะมาทิ้งระเบิด ตอนกลางวันคนจะมาหลบอยู่ในถ้ำ พอตกกลางคืน ถึงค่อยออกมาทำไร่ ทำนา หาอาหารไปให้คนข้างในอีกที เป็นเวลาสิบปี ที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ที่นี่ดินแดนที่แทบจะไม่มีอะไรเลย (ในความศิวิไลช์) กิจกรรมมีเพียงคายัค กับ เดินป่า (ต้องใช้บริการทัวร์) คนที่จะมาคงต้องเป็นนักท่องเที่ยวกินง่าย อยู่ง่าย ที่พักมีเยอะขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก  เสน่ห์ของที่ นี่คือความนิ่งที่หอมหวาน ความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยธรรมชาติที่ยังคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ เสน่ห์ของวิถีชิวิตยังมีให้พบเห็น เมืองที่สวยงามแต่ซ่อนความเจ็บปวดและคราบน้ำตาแห่งความสูญเสียไว้ให้พบเห็น ตามรายทาง  คุณล่ะ ครั้งหน้ามาเที่ยวหลวงพระบาง ลองย้อนเวลาลงมาอีกซักนิดมั้ย<br />
<img class="aligncenter size-medium wp-image-1857" title="DSC_3321" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3321-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /></p>
<p>การเดินทาง :-<br />
จากหลวงพระบาง<br />
-ขึ้น local bus เวลา 10.00 น.ไปลงที่ หนองเขียว (Nong Kieaw) ที่สถานีสายเหนือ ค่าโดยสารคนละ 32,000 kip ระยะทาง 160 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง</p>
<p>-ต่อเรือไปเมืองงอยเก่า อีก เวลา 14.00 น. ค่าตั๋วเรือ คนละ 80,000 kip ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ขากลับใช้เส้นทางเดิม เรือออกรอบแรก 9.00 น.</p>
<p>สามารถเดินทางกลับหลวงพระบาง หรือ ไปต่อทางอุดมไชย ได้ทั้งสองเส้นทาง :-</p>
<p>-กลับหลวงพระบาง กลับเส้นทางเดิม local bus หรือ กลับทางเรือ ค่าโดยสารค่อนข้างแพง ประมาณ 1 ล้านกีบ (1 Million Kip) ราคาไม่ update ของปี 2549 เป็นราคาเหมาลำ ต้องหาคนแชร์หลาย ๆ คน สายน้ำอูจะไปเชื่อมต่อ น้ำโขงตรงปากทางถ้ำติ่ง ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 8 ชั่วโมง</p>
<p>-ไปต่อทางแขวงอุดมไชย ค่ารถคนละ 140,000 kip จำเวลารถออกไม่ได้ เหมือนประมาณว่าพอเรือมาเข้าท่า ก็มีรถรออยู่แล้ว แล้วก็ออกไปในบัลดล ถึงอุดมไชยประมาณบ่ายแก่ ๆ  นอนที่นี่หนึ่งคืนบรรยากาศคล้าย ๆ เมืองจีน จากอุดมไชยมีรถไปปากแบ่ง 2 เที่ยว เวลา 9.00-13.30 และ 10.00-14.30 น ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.ครึ่ง</p>
<p>อัตราแลกเปลี่ยน :- 1 บาท = 250-258 กีบ ณ มิถุนายน 2553<br />
Exchange Rate:- 1 Bath = 250-258 kip at June 2010</p>
<p>Happy Travels!<br />
Muang Ngoi Neua is short on luxury, but rich in character, Lao culture and roosters. This sleepy little village has certainly been discovered by your fellow backpackers, but it’s off the beaten track and provides a revitalizing destination for jungle treks, swimming and just chilling out and watching the river flow by.<br />
We can go to Muang Ngoi by boat from Nang Khiaw. This town is so small there is the only one main road and no electricity from 6 pm till morning. Travellers come here because it cut off from the outside world.</p>
<p>How to get there :-<br />
From Luang Prabang, take a bus of  north bus station to Nong Kieaw. The bus will start from 10.00 am (32,000 kip) , spend  time about 4 hrs from the way 160 km.  then take boat from here 1 hr to Muang Ngoi (80,000 kip). Stay here for two or three days or up to you and take the same route back.</p>
<p>Life in Muang Ngoi Neua is relaxed, easy-going, and very Lao.</p>
<p><a rel="attachment wp-att-1903" href="http://onholiday.org/2010/06/muang-ngoi/dsc_3274-2/"><img class="aligncenter size-full wp-image-1903" title="DSC_3274" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_32741.jpg" alt="" width="540" height="400" /></a></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31961x.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1789]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1889" title="DSC_31961x" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31961x.jpg" alt="" width="600" height="445" /></a></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/Map_Laos_LP_Ngoi-small1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1789]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1893" title="Map_Laos_LP_Ngoi-small" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/Map_Laos_LP_Ngoi-small1.jpg" alt="" width="600" height="685" /></a></p>
<p><a rel="attachment wp-att-1908" href="http://onholiday.org/2010/06/muang-ngoi/dsc_3196-3/"><img class="aligncenter size-full wp-image-1908" title="DSC_3196" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31962.jpg" alt="" width="850" height="630" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุ่นศรัทธาตามหาหนาวที่ทองผาภูมิ</title>
		<link>http://onholiday.org/2010/05/28/thongphapoom/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2010/05/28/thongphapoom/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 May 2010 00:10:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทองผาภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1791</guid>
		<description><![CDATA[ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น ด้วยจิตศรัทธา ณ ดินแดน ลึกลับชายขอบประเทศพม่า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1834" title="เหมืองปิล็อก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0334-1.jpg" alt="" width="600" height="209" /></p>
<div id="attachment_1796" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1796" title="บ้านกาแฟ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_02361-300x200.jpg" alt="บ้านกาแฟ" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">บ้านกาแฟ</p></div>
<p>ช่วงเวลานี้ของทุกปีในยามที่อากาศในกรุงเทพยังร้อนระอุ ผมมักจะหาโอกาสหนีอากาศร้อนในเมือง ไปตามหาความหนาวทุกครั้งไปและปีนี้ก็เช่นกัน บอกไปหลายคนก็คงไม่เชื่ออากาศที่ไหนๆก็ร้อนเหมือนกันขนาดภาคเหนือยังร้อนจะตาย หลายปีก่อนทุกๆปีผมจะไปเที่ยวหาอากาศหนาวที่ &#8220;ช่องเย็น&#8221; ไม่ใช่ช่องเย็นในตู้เย็นนะครับ ช่องเย็น อยู่ที่ อช. แม่วงก์ จ. กำแพงเพชร ที่ได้ชื่อช่องเย็นนั้นน่าจะมาจากอากาศที่เย็นนั่นเอง อากาศก็เย็นสบายดีเดินทางประมาณห้าชม.ก็ถึงไม่ไกลจนเกินไป แต่ข้อเสียของช่องเย็นคือที่นี่มีตัวคุ่นครับ คล้ายๆ ตัวลิ้น ตอมและกัดน่าลำคาญมาก ถ้าไปเจอช่วงที่คุ่นเยอะนั้นต้องนั่งเล่นในเต็นท์อย่างเดียว ยิ่งคนถ้าแพ้ด้วยแล้วรักษาแผลถูกกัดกันเป็นเดือนเลย ที่เล่ามาตั้งนานไม่ใช่ว่าจะพาไปช่องเย็นนะครับ แต่คราวนี้เราจะไปอีกที่นึงที่ผมเพอ่งคนค้นพบเมื่อสี่ห้าปีก่อน ที่นั่นคือ ทองผาภูมิ ครับ จะว่าไปแล้ว อ. ทองผาภูมิ เป็นอำเภอที่่จัดได้ว่าอากาศร้อนที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ถ้าเราเคยสังเกตจากรายการพยากรณ์อากาศเป็นประจำเราคงจะคุ้นๆ กับประโยคที่ว่าอุณหภูมิสูงสุดที่อำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีอยู่บ่อย จริงอยู่ครับที่อ.ทองผาภูมิ อากาศร้อนมาก แต่อย่าลืมว่าที่นั่นอยู่ใกล้ชายแดนพม่าที่ อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรป่าไม้ ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ใกล้ทะเลอันดามันด้วย งานนี้เราจะพาไปที่ เหมืองปิล็อก ตำบลเล็กๆ ที่อยู่ชายแดนห่างจากตัวอำเภอกว่าหกสิบกิโล เมืองเล็กๆ ในป่าลึก เมืองที่อยู่เมฆ อากาศชื้นมากจนต้องปิ้งเสื้อผ้าแทนการตากแดด</p>

<div id="attachment_1798" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1798" title="วัดหลวงตามหาบัวกับผ้าพันคอที่คุ้นเคย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0246-300x200.jpg" alt="วัดหลวงตามหาบัวกับผ้าพันคอที่คุ้นเคย" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">วัดหลวงตามหาบัวกับผ้าพันคอที่คุ้นเคย</p></div>
<p>เราเดินทางออกจากกทมต้องหกเช้าเศษโดยนัดรวมพลกันขบวนผู้ร่วมเดินทาง อีก 6 คนรถอีก 2 คันที่ปั๊มปตทแถวๆ พุทธมลฑลสาย 5 ลองท้องกันด้วยข้าวเหนียวหมูไก่และเนื้อทอดที่เตรียมมาด้วย เริ่มออกเดินทางโดยนัดหมายไปเจอกันที่ร้านบ้านกาแฟ หลัก กม.ที่ 14 สายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ บรรยากาศภายในร้านผ่อนคลายดีทีเดียว กาแฟรสชาติดี แถมทำที่ไว้ให้ถ่ายรูปไว้น่าร้านไว้ซะสวยเลย ข้อเสียอย่างเดียวที่เจอคือ พอถามเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวแถวๆนั้นจากน้องพนักงานกลับไม่ได้คำตอบอะไรเลย</p>
<div id="attachment_1805" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1805" title="บ้านเนินอีต่อง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0311_tonemapped-300x200.jpg" alt="บ้านเนินอีต่อง" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">บ้านเนินอีต่อง</p></div>
<p>ก่อนออกจากร้านเราเห็นป้ายบอกทางไปวัดป่าหลวงตามหาบัวอยู่เพียงไม่กี่กม. จากที่นี่ ที่วัดนี้แหละครับที่เลี้ยงเสือ และมีโชว์การแสดงเสือ ที่นี่ถ้ามาช่วงเช้าสามารถลงชื่อบริจาคแล้วเข้าไปเดินเล่นไหว้พระได้เลย แต่จะยังไม่มีการแสดงโชว์ สำหรับคนไทยที่เบี้ยน้อยควรจะมาก่อนเที่ยง แวะไหว้พระแล้วเข้าไปนั่งเล่นรอก่อนได้ แต่ถ้ามาช่วงบ่ายต้องเสียค่าเข้า 500 บาท เมื่อเข้ามาถึงภายในบริเวณลานจอดรถของวัด ความรู้สึกที่คุ้นเคยและอบอุ่นก็เกิดขึ้นทันทีเมื่อเห็นสติ๊กเกอร์มหาลัยราชดำเนิน ที่โต๊ะลงชื่อบริจาคก็เปิดASTV อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร ยิ่งกว่านั้นคือมีผ้าผูกคอกู้ชาติรุ่นทวงคืนเขาพระวิหารเข้ากันได้ดีกับเสื้อที่ผมสวมมาด้วยเลยต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย เนื่องจากพวกเรามีเวลาไม่มากนักเพราะตามโปรแกรมเราจะต้องไปกินมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาหารประจำของเราที่ทองผาภูมิ ออกมาตอน 11 โมงจับเวลาด้วย GPS แล้วเราจะถึงร้านในอีกสองชม. ซึ่งจะอาหารหลายอย่างอาจจะหมดได้ โปรแกรมแวะรายทางที่เหลือจึงถูกยกเลิกทั้งหมด จำต้องรีบออกเดินทางเหยียบแบบไม่รอใครเลย จนเพียงเที่ยงเศษๆ เวลาก็มาถึงร้าน แปดลิ้ว ชื่อแปดลิ้วแต่อยู่กาญจนบุรีครับอาหารที่รสชาติถูกปากจริงๆ มากี่ครั้งก็ต้องแวะทุกทีไป สั่งอาหารรอไม่นานอาหารก็มาครบใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีทุกอย่างหมดเกลี้ยง หลังจากอิ่มได้ที่พวกเรามาแวะที่ตลาดซื้อของเตรียมขึ้นไปข้างบน ได้ทุเรียนมาลูกนึง มังคุดสองโล มันเทศ และ ขิง สำหรับมื้อดึกคืนนี้ และซื้อของฝากไปเลยเผื่อขากลับไม่มีเวลาแวะที่นี่อีก ของฝากที่เราซื้อกันครั้งที่แล้วคือมะขามป้อมแช่น้ำผึ้งซึ่งหาซื้อได้จากที่นี่ที่เดียวปีนี้ขึ้นราคาอีก 20 เป็นโหลละ 120 บาท (ขวดโหลนะครับไม่ใช่ 12 อัน )  ได้ของครบถ้วนแล้วผมพาไปแวะนั่งแช่น้ำเล่นที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำ ช่วงนี้น้ำลดลงไปเยอะ แต่ยังคงใสเหมือนเดิม</p>
<div id="attachment_1802" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0294_tonemapped.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1791]"><img class="size-medium wp-image-1802 " title="เจดีย์ศรีปิล็อก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0294_tonemapped-300x200.jpg" alt="เจดีย์ศรีปิล็อก" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">เจดีย์ศรีปิล็อก</p></div>
<p>ระหว่างนั่งเล่นผมแกล้งอำพี่โอซึ่งมาด้วยกันเป็นครั้งแรก ก่อนมาแกบอกว่าไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ร้อนผมก็เลยชวนมาด้วยกัน ก่อนมาผมย้ำทุกคนให้เตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย แต่ตอนนี้เราอยู่ที่ทองผาภูมิแล้วอากาศยังร้อนมากผมเลยแกล้งอำว่าที่ทองผาภูมิก้อร้อนอย่างนี้แหละไม่เคยด้วยพยากรณ์อากาศเหรอ พี่โอค้อนขวับ บอกว่าเพิ่งถามที่ร้านค้ามาเหมือนกัน เค้าบอกว่าร้อนมากขนาดถามย้ำว่าบนเขานะแม่ค้ายังยืนยันเช่นเดิม</p>
<div id="attachment_1827" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1827" title="เนินเสาธง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0255-300x200.jpg" alt="เนินเสาธง" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">เนินเสาธง</p></div>
<p>เราเริ่มเดินทางต่อโดยแวะเติมน้ำมันจนเต็มถังก่อนขับตามกันขึ้นไปมาอยู่แวะอีกทีที่จุดชมวิวก่อนถึงที่ทำการอุทยาน ถึงที่นี่อากาศเริ่มเย็นลงแล้วอาจเป็นเพราะฝนกำลังจะตก เดิมทีตามแผนคืนนี้เราจะนอนโดยกางเต็นท์กันที่อุทยาน นัดหมายกันว่าเดี๋ยวแวะกางเต็นท์แล้วจะไปเดินเล่น ทานมื้อเย็น และเวียนเทียนกันที่นั่น ก่อนจะกลับมานอนที่เต็นท์ในอุทยาน แต่พอขับออกจากจุดชมวิวฝนก็เริ่มตกลงมาพอถึงอุทยานยังไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดกลับตกหนักขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ผมเลยตัดสินใจไม่กางเต็นท์ในตอนนี้โดยมุ่งหน้าไปที่บ้านเนินอีต่องก่อน ถึงหมู่บ้านเราจอดรถที่ลานจอด H หน้าวัดปิล็อกก่อนฝ่าสายฝนไปที่วัดเพื่อถามเรื่องงานเวียนเทียนในคืนนี้ ได้ความว่าถ้าฝนไม่ตกจะมีเวียนเทียนตอนสองทุ่ม</p>
<p>ฝนเริ่มซาแล้วผมช่วยไปเที่ยวที่เนินเสาธงและช่องมิตรภาพโดยไปด้วยรถกระบะคันเดียวที่เหลือนั่งกระบะไป สภาพอากาศเดี๋ยวฝนเดี๋ยวหมอกตลอดเวลา กลับมาถึงจอดรถไว้ที่เดิมแล้วเดินลัดลงไปที่หมู่บ้านโดยมีสมุนน้องหมาที่วัดเดินตามมาเป็นเพื่อนด้วย สังเกตว่าหมาที่นี่เป็นมิตรมากๆ ทางลัดผ่านบ้านตอไม้ตรงมาที่ร้านครัวสุดแดนเป้าหมายมื้เย็นของเราคืนนี้ แวะทักทายคุณป้าเจ้าของร้านก่อนเพื่อถามหาปูจากพม่า ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มีอีก ที่บ้านอีต่องเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควรมีที่พักเพิ่มขึ้นมีร้านขายของที่ระลึกมากขึ้น คุณป้าแนะนำให้ลองไปดูที่พักที่บ้านดิน</p>
<div id="attachment_1826" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1826 " title="Love Pilok" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0309-300x200.jpg" alt="Love Pilok" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">Love Pilok</p></div>
<p>ซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดและมีร้านเป็นไม้ไผ่ขัดสานมีโต๊ะและเบาะรองนั่งที่พื้นบรรยากาศเป็นสบายๆ เจ้าของร้านเป็นเป็นศิลปินเพาะช่างแฟนกัน ชื่อ ปู่ และ อัทช่า ของทุกอย่างในร้านจึงออกแบบเอง ทำเอง เพ้นท์เอง  พวกเราขอดูที่พักซึ่งจัดได้น่ารักดี แต่มีเหลืออยู่แค่ 2 ห้องนอนได้แค่ห้าคนเท่านั้น ฝนยังคงตกๆหยุดๆ อากาศก็ค่อนข้างเย็นเช็คอุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศา สังเกตที่ร้านบริเวณที่เรานั่งกันอยู่ดูแล้วน่าจะพอนอนได้  จึงถามอัทช่าดู ตกลงให้นอนได้เราเลยตัดสินเลือกค้างที่นี่แทน หลังจากได้ที่พักรีบร้อยแล้ว เราจึงกลับไปเอารถมาจอดใกล้ร้านริมถนนปากทางเข้าหมู่บ้าน เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วพวกเราจึงไปกินมื้อเย็นที่ครัวสุดแดน อาหารยังอร่อยเหมือนทุกครั้งที่มาในราคาที่ไม่แพง ระหว่างทานข้าวเราก็คุยกับป้าหลายเรื่องคุยถามเรื่องชุมชนชาวพม่าที่อยู่ตรงตลาด คุณป้าบอกว่าถ้าสนใจจะให้เด็กพาไปเดินเที่ยว ว่าแล้วก็น้องสาวชาวพม่าที่มาช่วยงานที่ร้าน ชื่อว่าอะไรไม่รู้ แต่คุณป้าแกเรียกว่า แม่หอยหอม น้องแกก็น่ารักมาก เดินพาไปทุกที่เท่าที่จะพาไปได้ น้องหมาจากวัดกลับมาร่วมขบวนเราอีกครั้งทำเอาหมาพม่าเห่ากันเกลียว มีคนบอกว่าที่นี่ไม่มีขโมยสังสัยจะจริง เพราะผมเห็นชาวบ้านวางมือถือทิ้งไว้หน้าบ้านเฉยไม่ต้องเก็บเลย เดินเที่ยวพอได้เหนื่อย น้องแกก็พาเรากลับมาที่ตลาดอีกเส้นทางหนึ่ง พวกเราให้ทิปไปร้อยนึง น้องแกเรียบปฏิเสธโดยทันที่ แต่โคยเราคะยั้นคะยอจนยอมรับ ขอบคุณแล้วก็ลากลับไปที่ร้าน</p>
<div id="attachment_1800" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0281.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1791]"><img class="size-medium wp-image-1800 " title="พิธีเวียนเทียนวันวิสาฯ อุ่นศรัทธา ที่วัดปิล็อค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0281-300x200.jpg" alt="พิธีเวียนเทียนวันวิสาฯ อุ่นศรัทธา ที่วัดปิล็อค" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">พิธีเวียนเทียนวันวิสาฯ อุ่นศรัทธา ที่วัดปิล็อค</p></div>
<p>อากาศเริ่มเย็นมากแล้วพวกทยอยคอยคิวกันอาบน้ำเพราะมีเพียงห้องเดียว ส่วนเจ้าของร้านตอนนี้ไม่อยู่ต้องไปงานศพ เลยฝากให้พวกเราเฝ้าร้านแทน ได้เวลาสองทุ่มพวกเราบางส่วนจึงเตรียมตัวไปที่วัดเพื่อร่วมพิธีเวียนเทียนวันวิสาที่นี่ ด้วยความที่ไม่ค่อยจะพร้อมสักเท่าไรพวกเราจึงมีแค่เทียนที่เตรียมมาด้วย ขาดดอกไม้กับธูป ไปถามชาวบ้านเค้าก็ช่วยจัดแจงหาธูปมาให้เราเป็นอย่างดี พิธีเริ่มแล้วทุกคนเข้ามารวมกันในโบสถ์ หลังเล็กๆ จนผู้คนล้นออกมากส่วนใหย่จะเป็นเด็กๆ มีวัยรุ่นบ้าง พวกเราดูจะกลายเป็นแขกสำคัญของที่นี่ ผู้คนเชื้อเชิญให้เราเข้าไปด้านในโบสถ์ พระเริ่มสวดทั้งบาลีและบทแปล พิธีซึ่งดูศักดิ์สิทธ์กว่าทุกครั้งที่เคย จนในที่สุดเดินเวียนเทียนก็เริ่มขึ้น พระท่านเน้นให้พวกเราภาวนาระหว่างเดินเวียนเทียนรอบอุโบสถ 3 รอบ เวียนเทียนเสร็จกลับมาสวดมนต์ต่อ เป็นอันเสร็จพิธี จึงแยกย้ายกันกลับ คืนนี้เรานั่งคุยกันที่ร้านจนเริ่มง่วง บ้างกางเต็นท์นอนในร้าน บ้างก็ใช้ถุงนอน บ้างส่วนเข้าไปนอนในห้องผ่านไปอีกหนึ่งคืนที่ประทับใจ</p>
<div id="attachment_1803" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1803" title="Love Pilok" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0305-300x200.jpg" alt="Love Pilok" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">Love Pilok</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2010/05/28/thongphapoom/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วงกลม สามชุก สุโขทัย ภูหินร่องกล้า ทุ่งแสลงหลวง</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/12/10/sukhothai/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/12/10/sukhothai/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Dec 2009 23:10:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดร้อยปี]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สามชุก]]></category>
		<category><![CDATA[สุโขทัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1500</guid>
		<description><![CDATA[สุโขทัย...อีกเมืองแห่งประวัติศาสตร์ จำได้ลางๆว่าเคยมาเยือนเมื่อครั้งยังเด็ก พร้อมรูปถ่ายยืนยันเพียงไม่กี่ใบ ความทรงจำกับสถานที่งดงามแห่งนี้ดูพร่าเลือน ตั้งใจไว้ว่าจะต้องกลับมาเยือนอีกครั้งให้จงได้ แล้ววันนี้ก็ได้มีโอกาสมาเยือนซักที โบราณสถานอันงดงามทิ้งร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองในอดีตให้เราได้ชื่นชมกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8432.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1529" title="สุโขทัย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8432.jpg" alt="" width="600" height="197" /></a></p>
<div id="attachment_1502" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8233.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1502  " title="ร้านกาแฟท่าเรือส่ง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8233-300x200.jpg" alt="ร้านกาแฟท่าเรือส่ง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ร้านกาแฟท่าเรือส่ง</p></div>
<p>แรกเริ่มเดิมทีเรามีสมาชิกร่วมทริป 4 คน ฉัน พี่นพ พี่แหม่ม พี่กาย นัดกันว่าจะออกเดินทางกันตอนหัวค่ำของวันที่ 9 แต่เต่าบอกว่าถ้าออกดึกหน่อยก็จะไปด้วยได้เพราะต้องเคลียร์งานให้เสร็จก่อน พี่นพเกรงว่าจะขับรถไม่ไหว เลยเลื่อนเวลาออกเดินทางเป็นตอนเช้าแทน หลังจากแวะรับทุกคนจนมาถึงบ้านสุดท้ายคือบ้านพี่กายซึ่งเรานัดไว้ 7 โมงเช้า พร้อมจะรับรองเราด้วยโจ๊กเป็นอาหารเช้าก่อนออกเดินทาง มาถึงหน้าบ้านก็โทรหา 4-5 รอบไม่มีคนรับ กดกริ่งก็ไม่มีคนอยู่ ออกไปซื้อโจ๊กแหงๆเลย ในซอยบ้านพี่กายมีตลาดเช้า ร้านขายของมากมายผู้คนออกมาจับจ่ายกันคึกคัก เราเดินหาพี่กาย และหาของกินไปด้วย พี่นพเห็นพี่กายยืนอยู่ที่ร้านโจ๊ก ก็เดินเข้าไปหา ช่วยขายโจ๊กอยู่นี่เอง หลังจากได้โจ๊กก็แวะซื้อปาท่องโก๋ แล้วกลับไปกินโจ๊กแสนอร่อย ก่อนออกเดินทาง</p>
<div id="attachment_1503" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Samchuk.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1503 " title="ตลาดสามชุก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Samchuk-300x212.jpg" alt="ตลาดสามชุก" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ตลาดสามชุก</p></div>
<p>ออกจากบ้านพี่กายก็มุ่งหน้าสู่ตลาดสามชุก แวะดื่มกาแฟโบราณที่ จากนั้นก็เดินชมตลาด ดูข้าวของไปเรื่อยๆ จนถึงพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ บ้านหลังนี้ลูกสาวท่านได้อนุญาตให้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าชม โดยจะมียุวมัคคุเทศก์ พาเราชมพิพิธภัณฑ์ พร้อยอธิบายประวัติความเป็นมาให้ฟัง แม้จะไม่ละเอียดมากนัก แต่ก็เป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริมยิ่งนัก นอกจากเด็กๆจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้ซึมซับรับรู้เรื่องราวความเป็นมา และภูมิใจในท้องถิ่นของตนอีกด้วย</p>
<div id="attachment_1506" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Sukhothai.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1506 " title="ตลาด 100 ปีสามชุก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Sukhothai-300x212.jpg" alt="ตลาด 100 ปีสามชุก" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ตลาด 100 ปีสามชุก</p></div>
<p>เราเดินชมตลาดกันจนทั่วแล้วก็เดินตรงมาร้านข้าวห่อใบบัว ตั้งใจว่าจะแวะชิม แต่ดูเวลาแล้วใกล้จะเที่ยง กินข้าวเที่ยงเลยแล้วกัน เราสั่งข้าวห่อใบบัว หมี่กะทิ และยำก๋วยเตี๋ยวบกมาชิมกัน แล้วรสชาติอาหารก็ชวนให้เราต้องสั่งเพิ่มแม้เมื่อตอนแรกจะรู้สึกว่ายังไม่หิวก็ตาม หลังจากอิ่มหมีพีมันแล้วก็แวะเข้าห้องน้ำก่อนออกเดินทางต่อไปยังสุโขทัย ห้องน้ำที่นี่สะอาดมากทีเดียว มีเจ้าหน้าที่มาคอยทำความสะอาดอยู่เป็นระยะ เพราะตอนที่เรามาถึงก็แวะเข้าและมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดอยู่เช่นกัน อัธยาศัยไมตรีก็ดี พูดจาเพราะ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ประทับใจจนไม่เอ่ยถึงไม่ได้</p>
<div id="attachment_1515" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8375.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1515 " title="วัดศรีชุม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8375-300x200.jpg" alt="วัดศรีชุม" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดศรีชุม</p></div>
<p>เราออกเดินทางต่อ ไปถึงสุโขทัยตอนสี่โมงเย็น แวะหาที่พักก่อนเพราะว่าไม่ได้จองไว้ที่ Old City Guesthouse เราได้ห้องพักขนาดใหญ่นอนกันได้ห้าคนเลยในราคาเพียง 700 บาท มีเตียงใหญ่ 3 เตียง ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น แถมเป็นห้องแอร์อีกต่างหาก</p>
<p>เก็บข้าวเก็บของเสร็จก็ออกไปชมอุทยานประวัติศาสตร์กัน เราแวะที่วัดศรีชุมเป็นที่แรก เป็นที่ประดิษฐานของพระอจนะ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 11.3 เมตร สูง 15 เมตร หลังจากเดินชมความงามและนมัสการพระอจนะแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังวัดพระพายหลวงซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานฯชั้นนอก ผังบริเวณวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีคูน้ำล้อมรอบ 3 ชั้น คูชั้นนอกเรียก คูแม่โจน มีปรางค์ศิลาแลง 3 องค์เป็นประธานของวัด องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้พังเหลือแต่ฐาน เหลือเพียงองค์ด้านเหนือ หน้าบันประดับลายปูนปั้นเป็นศิลปะสมัยสุโขทัยตอนต้นที่งดงามมาก สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นศิลปะขอมสมัยบายน</p>
<div id="attachment_1525" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8450.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1525  " title="วัดมหาธาตุ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8450-300x200.jpg" alt="วัดมหาธาตุ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดมหาธาตุ</p></div>
<p>ต่อจากนั้นก็ไปยังวัดมหาธาตุซึ่งอยู่ในเขตอุทยานฯชั้นใน เป็นวัดใหญ่และสำคัญของกรุงสุโขทัย ตั้งอยู่กลางเมือง มีพระเจดีย์มหาธาตุทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งเป็นศิลปะแบบสุโขทัยแท้ ตั้งเป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วยเจดีย์ 8 องค์ บนฐานเดียวกัน เราหยุดซื้อบัตรเข้าชมเสร็จมองไปทางด้านขวาพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ภาพสะท้อนกับสระน้ำเบื้องหน้า ทำให้ต้องแวะถ่ายรูปกันก่อนที่จะเข้าไปชมด้านในวัดมหาธาตุ เราเดินชมความงดงามของโบราณสถานพร้อมถ่ายรูปได้ไม่นานนัก ฟ้าเริ่มมืด อากาศเริ่มเย็นลง และที่สำคัญเริ่มหิวกันแล้ว</p>
<div id="attachment_1516" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8460.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1516  " title="อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย หลังวัดมหาธาตุ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8460-300x200.jpg" alt="อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย หลังวัดมหาธาตุ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย หลังวัดมหาธาตุ</p></div>
<p>เราขับรถวนหาทางออกไม่เจอ อาณาจักรสุโขทัยช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน (จริง ๆ แล้วคือหลงทางนั่นเอง) เลยต้องจอดรถถามทางออกจากเจ้าหน้าที่  เราขับรถวนหาร้านอาหารกัน ซึ่งมีไม่มากนัก แล้วมาหยุดที่ร้านสินวนารีสอร์ท ตังอยู่ตรงข้ามโรงแรม Le Charm Sukhothai เลยลองแวะเข้าไปดูเห็นบรรยากาศเงียบๆ สบายๆ มีดนตรีบรรเลงเบาๆ ตัดสินใจเลือกร้านนี้ละกัน หลังจากได้โต๊ะแล้วเราก็ลงมือสั่งอาหารทันที อาหารที่นี่อร่อยไม่ใช่เล่น ไม่ว่าจะเป็นฉู่ฉี่ปลาค้าวพริกสด ปลาชะโอนทอดกระเทียม ลาบเนื้อปลากรายทอด ฯ หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็คุยเล่นกันพักหนึ่งก็กลับที่พัก ด้วยยากันยุงไม่สามารถช่วยไล่ยุงได้มากนัก ประกอบกับอากาศที่เย็นขึ้นอีก จนเริ่มรู้สึกหนาวแล้ว กลับถึงที่พักได้สักครู่ก็มีเพื่อนตามมาสมทบอีก 2 คน คือ นก กับ เกียง (ด้วยบ้านอยู่พิษณุโลก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว เลยโทรตามมารวมตัวกันซะเลยสรุปว่า 7 คนรวมกันอยู่ในห้องเดียวกันในราคา 700 บาทถูกมาก ๆ ขอบอก) บ้างก็ทะยอยกันอาบน้ำอาบท่า บ้างก็นั่งคุย บ้างก็นอนคุยกัน จนสุดท้ายแล้วก็เหลือแค่เต่ากับนกนั่งกินเหล้ากันต่อแค่สองคน</p>

<p><strong>11 ธันวา</strong></p>
<div id="attachment_1521" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8538.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1521 " title="แก๊งค์จักรยาน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8538-300x200.jpg" alt="แก๊งค์จักรยาน" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">แก๊งค์จักรยาน</p></div>
<p>รุ่งเช้าเราตื่นนอนกันเมื่อใกล้ 7 โมงเช้า ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกไปหาเช่ารถจักรยาน ขี่ไปชมบรรยากาศยามเช้าในอุทยานฯ กันอีกซักรอบ (โดยทิ้งเต่านอนเฝ้าห้องอยู่คนเดียว เพราะไม่ตื่น) ขี่จักรยานกันไป คุยกันไป แวะชมโบราณสถานและถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ จนแดดเริ่มร้อน ท้องเริ่มหิว บวกกับเต่าโทรมาว่าตื่นแล้ว ระหว่างขี่รถกลับมาหาเต่าที่หน้าอุทยานฯ ผ่านหลักกิโลอันใหญ่ เลยจอดแวะถ่ายรูป ข้างๆมีรถขายไก่ย่าง กลิ่นโชยมาเตะจมูก จนต้องเดินตามไปซื้อ เห็นเต่ากำลังเดินมาไกลๆ ทีแรกว่าจะไปกินร้านที่อยู่ปากซอยที่พัก แต่เต่าบอกว่าที่หน้าอุทยานฯ มีร้าน ก็เลยแวะกันที่หน้าอุทยานก็ได้</p>
<p>มีร้านอาหารตั้งอยู่หลายร้าน เราเลือกนั่งที่ร้านหนึ่ง สั่งกาแฟ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย (หน้าตาเหมือนก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำธรรมดามากกว่า เอ…หรือว่าก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แปลว่าขายอยู่ที่สุโขทัยหว่า) ปลาทอด กบผัดเผ็ด ไม่อยากจะบอกเลยว่าไม่อร่อยเอามากๆ งานนี้เต่ารับผิดไปเต็มๆ ในฐานะผู้แนะนำ ทานเสร็จเรากลับมาอาบน้ำอาบท่า เก็บข้าวเก็บของ 11 โมงเราก็เริ่มออกเดินทางกันต่อเพื่อไปชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี</p>
<div id="attachment_1522" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8563.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1522 " title="พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8563-300x200.jpg" alt="พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี</p></div>
<p>เดินทางมาถึงพิพิธภัณฑ์ประมาณเที่ยงกว่าๆ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน อาทิ ของใช้ในครัวเรือน ผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องมือทอผ้า เหรียญและธนบัตรในสมัยต่างๆ เครื่องจักรสาน ฯลฯ เราเดินชมกันจนทั่วก็มาแวะส่งโปสการ์ดที่ทางพิพิธภัณฑ์มีบริการให้ พร้อมแวะซื้อของที่ระลึกก่อนกลับ</p>
<p>เราออกจากพิพิธภัณฑ์มาก็ 1:40 แล้ว เลยให้นกซึ่งเป็นเจ้าถิ่นพาเราไปกินข้าวก่อนออกเดินทางต่อ นกพาเรามากินบักกุ๊ดเต๋ ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนสาธิต ม. นเรศวร ร้านร่มรื่น อาหารอร่อย ที่สำคัญฟรีเพราะนกเลี้ยง อิ่มหมีพีมันก็พร้อมออกเดินทางสู่ที่หมายต่อไป อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า</p>
<div id="attachment_1523" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8586.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1500]"><img class="size-medium wp-image-1523  " title="วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8586-300x200.jpg" alt="วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร</p></div>
<p>เส้นทางคดเคี้ยวไปตามเขาพอให้เราได้เวียนหัวกว่าจะเดินทางถึงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เรามาถึงด่านประมาณ 4:45 หลังจากจ่ายค่าเข้าอุทยานคนละ 30 บาท พร้อมค่ากางเต๊นท์อีกคนละ 30 บาท ก็เข้ามาหาที่กางเต๊นท์กัน มีผู้คนมากางเต๊นท์อยู่กิ่นแล้วเป็นจำนวนมาก และยังคงมีผู้คนทะยอยกันมาเรื่อยๆ อากาศเริ่มเย็น เราตัดสินใจอาบน้ำกันก่อนที่จะไม่ได้อาบ น้ำเย็นเหมือนมีคนเอาน้ำแข็งมาใส่ไว้ อาบน้ำเสร็จออกมาตัวชาไปทั้งตัว</p>
<p>ฟ้าเริ่มมืดแล้ว อากาศก็เริ่มเย็นลงอีก เราเดินออกไปหาอะไรกินกัน มีเจ้าหน้าที่ตั้งร้านขายอาหารให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยว สุกี้ อาหารตามสั่ง ฯลฯ เราเลือกนั่งกันที่ร้านหนึ่ง สั่งกระเพราไข่ดาว และสุกี้มากินกัน ระหว่างรออาหาร พี่แหม่มเดินไปชิมสตอเบอร์รี่ คนขายบอกว่า “ชิมแล้วไม่ซื้อโกรธนะ” พี่แหม่มเลยซื้อไส้กรอกข้าวของเค้ามากินเล่น หลังจากกินข้าวเสร็จก็ซื้อสตอเบอร์รี่มากิน พี่คนขายชื่อ พี่พรทิพย์เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่นี่ อัธยาศัยไมตรีดีมาก คุยกันถูกคอ วักพักก็หายไปหา “น้ำป่า” มาให้เราชิมคลายหนาวอีกด้วย เราเลยสั่งมาขวดนึงเผื่อไว้คลายความหนาวเหน็บกัน</p>
<p>เรานั่งคุยกันอย่างสนุกสนานเพราะพี่แกเริ่มเมาแล้ว คุยกันไปคุยกันมาเลยได้ทราบว่า เป็นคนนครปฐมบ้านเดียวกันนี่นา แถมพี่พรทิพย์ยังเป็นแม่สื่อแม่ชัก แนะนำเจ้าหน้าที่หนุ่มให้พี่กายอีกด้วย วิทยุไปตามหลอกมาให้เราดูตัวจนได้ ทำเอาหนุ่มเจ้าเขิน เดินขาขวิดหนีไปแทบไม่ทัน ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งหนาวจนปลายนิ้วเริ่มชา พี่พรทิพย์เลยให้พี่ที่ร้านยาดอง เอายาดองสมุนไพรมาให้เราชิม เลยได้ติดไม้ติดมือเพิ่มกลับมาอีกขวด</p>
<p>สามทุ่มกว่าๆเราขอตัวกลับเต๊นท์ หนาวจนอยากกลับมาซุกตัวในถุงนอนอุ่นๆแล้ว กลับมาถึงมีแก๊งเด็กวัยรุ่นนั่งล้อมวงร้องเพลงเสียงดังกันอยู่หน้าเต๊นท์ พี่นพเลยบอกให้เค้าเบาเสียงหน่อย ซักพักน้องเค้าเลยย้ายไปเฮฮากันที่อื่นแทน เราซุกตัวอยู่ในถุงนอน แล้วนั่งคุยกันที่หน้าเต๊นท์จน 5 ทุ่มก็เริ่มแยกย้ายกันไปนอน</p>
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/12/10/sukhothai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชียงตุง เยือนคนไทยในต่างแดน</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/09/26/kengtung/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/09/26/kengtung/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Sep 2009 01:46:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=42</guid>
		<description><![CDATA["เชียงตุง" เมืองที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกัน หากแต่ชาวเชียงตุงเองแล้วนั้น กลับรู้จักและคุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี คนเชียงตุงประกอบคนชาวไทหรือไตเชื้อสายต่าง เช่น ไทเขิน ไทลื้อ และ ไทใหญ่ ชนชาติเหล่านี้ล้วนมีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม กับคนไทยน้อยหรือไทยสยาม อย่างพวกเรา มากเสียยิ่งกว่าคนไทยในแผ่นดินไทยบางส่วนเสียอีก เชียงตุงอดีตเคยเป็นจังหวัดนึงของประเทศไทย หลายๆ วัดที่ในเมืองยังคงป้ายภาษาไทย พร้อมดูที่อยู่ "อ. เมือง จ. เชียงตุง" บ้านเก่าๆในเชียงตุงยังคงแขวนรูปที่มีทุกบ้านเช่นเดียวกับเมืองไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<dl id="attachment_1192" class="wp-caption alignright" style="width: 310px;">
<dt class="wp-caption-dt"><strong><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6953.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g42]"><img class="size-medium wp-image-1192" title="วัดเจ้าหลวง เมืองเชียงตุง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6953-300x200.jpg" alt="วัดเจ้าหลวง เมืองเชียงตุง" width="300" height="200" /></a></strong></dt>
<dd class="wp-caption-dd">วัดเจ้าหลวง เมืองเชียงตุง</dd>
</dl>
<p>&#8220;เชียงตุง&#8221; เมืองที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกัน หากแต่ชาวเชียงตุงเองแล้วนั้น กลับรู้จักและคุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี คนเชียงตุงประกอบคนชาวไทหรือไตเชื้อสายต่าง เช่น ไทเขิน ไทลื้อ และ ไทใหญ่ ชนชาติเหล่านี้ล้วนมีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม กับคนไทยน้อยหรือไทยสยาม อย่างพวกเรา มากเสียยิ่งกว่าคนไทยในแผ่นดินไทยบางส่วนเสียอีก เชียงตุงอดีตเคยเป็นจังหวัดนึงของประเทศไทย หลายๆ วัดที่ในเมืองยังคงป้ายภาษาไทย พร้อมดูที่อยู่ <strong>&#8220;อ. เมือง จ. เชียงตุง&#8221;</strong> บ้านเก่าๆในเชียงตุงยังคงแขวน<strong>รูปที่มีทุกบ้าน</strong>เช่นเดียวกับเมืองไทย ในตลาดผู้คนยังคงภาษาไทยในการค้าขาย เป็นหลัก</p>
<h2>เชียงตุง เยือนคนไทยในต่างแดน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_1191" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/kengtung15.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g42]"><img class="size-medium wp-image-1191" title="แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/kengtung15-300x212.jpg" alt="แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก</p></div>
<p>เรานัดหมายกันที่บริษัทสยามเฟิร์ส ข้างวัดเสมียน รถออกเวลาทุ่มครึ่ง เรานั่งหลับๆตื่นๆไปบนรถจนถึงขนส่งแม่สายเมื่อ 8 โมงกว่าๆ มีคนขับรถสองแถวเข้ามาชักชวนขึ้นรถและให้ข้อมูลว่าจะต้องไปทำบัตรผ่านแดนที่อำเภอก่อน เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ได้ให้ทำที่ชายแดนแล้ว เค้าจะพาไปส่งที่อำเภอแล้วรอรับไปส่งที่ชายแดนในราคาคนละ 20 บาท</p>
<p>เราไปถึงที่อำเภอมีเจ้าหน้าที่รอให้บริการอยู่หลายคน เอกสารก็ใช้แค่บัตรประชาชนอย่างเดียว ค่าบริการ 30 บาท ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เรียบร้อย เราเลยเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา ก่อนขึ้นรถสองแถวต่อไปชายแดน ลงจากรถเห็นป้ายหลักกิโลอันใหญ่ที่เกาะกลางถนนเลยวิ่งไปถ่ายรูปกัน แล้วเดินหาอาหารเช้าเติมพลังก่อนออกเดินทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://maps.google.com/?z=10&amp;ll=21.291014,99.603682&amp;om=1"></a></p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt></dt>
<dt>เราผ่านด่านไทยไป แล้วไปรอทำบัตรผ่านแดนที่ฝั่งพม่า ระหว่างรอมีนายหน้ารถแท๊กซี่มาเสนอราคาให้เหมารถไปเชียงตุงในราคา 3,000 บาท (เอ แต่เราเช็คราคามาแค่ 2,000 บาทนี่นา หรือข้อมูลอาจจะนานแล้วหว่า) เราต่อราคากันอยู่พักนึง เค้าเลยลดให้เหลือ 2,500 บาท และแนะนำเราว่าให้เราจ่ายค่าผ่านแดนเป็นเงินดอลลาร์จะประหยัดกว่า เพราะค่าผ่านแดนถ้าคิดเป็นดอลลาร์จะอยู่ที่ 10 ดอลลาร์ แต่ถ้าจ่ายเป็นเงินไทยอยู่ที่ 500 บาท เรามากัน 5 คนประหยัดไปตั้งหลายร้อยแหนะ เอกสารที่ใช้ก็มีแค่รูปถ่าย 2 นิ้ว 3 ใบ บัตรประชาชนตัวจริง กับสำเนาบัตรประชาชน 3 ใบ (แนะนำว่าควรถ่ายเอกสารเตรียมไปเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องไปเดินหาที่ถ่ายเอกสารให้เสียเวลา)</dt>
</dl>
<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_1190" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6877.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g42]"><img class="size-medium wp-image-1190" title="ระหว่างทางรถเสีย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6877-300x200.jpg" alt="ระหว่างทางรถเสีย" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ระหว่างทางรถเสีย</p></div>
<p>เมื่อได้บัตรผ่านแดนแล้ว เราก็ไปขึ้นรถแท๊กซี่(คันเล็กๆ เก่าๆ แอร์ไม่มี) ที่ข้างร้านขายของตรงข้างสะพาน ทักทาย สอบถามพลขับของเราซึ่งเป็นคนไทใหญ่ ชื่อ หลวงทิบ (จริงๆเค้าชื่อทิบ หลวงมาจากชายที่เคยบวชเรียนมาแล้ว คล้ายๆคำว่า ทิด บ้านเรานั่นเอง) สื่อสารกันด้วยภาษาไทยได้เข้าใจกันเป็นอย่างดี เราขอให้เค้าแวะให้เราแลกเงินจ๊าดก่อนออกเดินทาง ด้วยรถคันเล็กไปหน่อยสำหรับผู้โดยสาร 5 คนเลยนั่งเบียดกันจนเมื่อย ต้องขยับตัวกันอยู่บ่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลวงทิบจอดแวะพักรถ และกินอาหารเที่ยงที่เมืองแพรก ซึ่งเป็นจุดที่รถพักรถ มีอ่างน้ำและสายยางไว้ให้สำหรับเติมน้ำ มีร้านอาหารอยู่หลายร้าน เราเลยให้หลวงทิบแนะนำ หลวงทิบพาเราไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง ซึงคนขายเป็นสาวไทใหญ่น่าตาน่ารัก (และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เค้าแวะกินร้านนี้เป็นประจำ) ผู้ชายไม่ว่าชาติไหนก็เป็นเหมือนกันหมดจริงๆ ดีนะที่ก๋วยเตี๋ยวอร่อย หลังจากกินเสร็จเราเดินไปเข้าห้องน้ำด้านหลังซึ่งมีอยู่หลายห้อง หน้าห้องน้ำก็มีอ่างน้ำเปิดน้ำเต็มจนล้นแล้วล้นอีกไว้ให้ใช้ล้างมือ ล้างหน้าล้างตา (เป็นน้ำที่มาจากเขาอะไรประมาณนี้)</p>
<div id="attachment_1185" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6891.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g42]"><img class="size-medium wp-image-1185" title="ลูกอะโวคาโด เหมือนที่มีใน FarmVille" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6891-300x200.jpg" alt="ลูกอะโวคาโด เหมือนที่มีใน FarmVille" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ลูกอะโวคาโด เหมือนที่มีใน FarmVille</p></div>
<p>เราเดินดูร้านค้า พี่นพหันไปเห็นคุณป้านั่งขายข้าวหลามอยู่เลยซื้อมาชิม 3 กระบอก (เล็ก) 20 บาท ข้าวหลามเค้าไม่เหมือนบ้านเรา จะคล้ายๆกาละแม มีถั่วด้วย ซื้อเสร็จเรากลับไปขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ รถขับไปได้ซักพักก็ควันขึ้น ต้องหลบเข้าข้างทาง ความร้อนขึ้นนั่นเอง หลวงทิบเอาน้ำขวดที่มีอยู่ไปราด แล้วเดินไปหาน้ำจากลำธารมาเติม พวกเราเลยลงมาเดินถ่ายรูปเล่นกัน เติมน้ำเสร็จก็ออกเดินทางต่อ และไปแวะพักรถเพื่อเติมน้ำอีกครั้งที่ใกล้ๆดอนเหมย มีร้านค้าขายของเราลงไปเดินดู มีผล avocado ใส่เป็นถุงวางขายอยู่ พวกเราตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะเห็นกันแต่ใน Farmville เรานั่งรถมาอีกไม่ไกลก็มีป้าย Welcome to Keng Tung เราขอให้หลวงทิบแวะจอดเพื่อถ่ายรูป แต่ได้รับคำตอบว่าตอนกลับค่อยถ่าย โอเค ตอนกลับก็ตอนกลับไม่เป็นไร</p>
<div id="attachment_902" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-10.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g42]"><img class="size-medium wp-image-902" title="เมืองเชียงตุง อดีตจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-10-300x212.jpg" alt="เมืองเชียงตุง อดีตจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เมืองเชียงตุง อดีตจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย</p></div>
<p>ในที่สุดเราก็มาถึงเชียงตุง หลวงทิบพาเราหาที่พัก พาเราไปที่แรกแต่พวกเราไม่ถูกใจเพราะอยู่นอกเมือง เราวนหาที่พักใกล้ๆตลาด จนมาถึงที่หนึ่งชื่อ สามยอด คุณป้าเจ้าของที่พักเป็นชาวไทลื้อ ซึ่งที่พักลักษณะเป็นบ้าน กั้นเป็นห้องให้เช่า ดูอบอุ่น แถมใกล้ตลาดด้วย ตกลงใจพักที่นี่แล้วกัน เราจ่ายเงินให้หลวงทิบ แล้วนัดกันว่าพรุ่งนี้จะให้พาเราขึ้นดอยเหมย ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงจะโทรไปบอก</p>
<p>เราเก็บข้าวเก็บของ แล้วออกมาเดินเล่น เจอวัดเชียงลาน เราแวะถ่ายรูปกัน พี่นพมองไปเห็นป้ายวัดเขียนเป็นภาษาไทยก็ดีใจซะยกใหญ่ เราเดินย้อนไปเจอประตูเมืองเก่า แวะ(กระโดด)ถ่ายรูป มีลุงคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมาเห็นเราก็หยุดทักทาย ว่าฉํนเป็น monkey เพราะกระโดดถ่ายรูปอยู่ พูดคุยทักทายชวนให้ไปเที่ยวกับแก เราเลยบอกว่านัดรถไว้แล้ว</p>
<div id="attachment_903" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-11.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g42]"><img class="size-medium wp-image-903" title="เชียงตุง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-11-300x212.jpg" alt="เชียงตุง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เชียงตุง</p></div>
<p>จากประตูเมืองเก่า เราเดินไปทางตะวันตก ผ่านสุสานวัดเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง และวัดเจ้าหลวง ซึ่งตั้งอยู่ตรงวงเวียนกลางถนน เราตั้งใจจะเดินไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่หนองตุง พี่กาย พี่ป้อง พี่จุ๊บ เดินถ่ายรูปอยู่ด้านหลังฉันกับพี่นพ เดินนำมาก่อน เพราะกลัวไม่ทันพระอาทิตย์ตก เดินขึ้นไปเจอวัดจองคำ เห็นน้องสาวคนหนึ่งเลยเดินเข้าไปถามทาง น้องบอกว่าทางนี้ไปได้แต่ไกลกว่า ให้ไปอีกทางหนึ่ง และอาสาพาเราไป เราเดินคุยกันน้องเค้าเป็นคนไทเขิน ชื่อ แสงน้อง เคยไปทำงานที่แม่สายอยู่หลายปี เพิ่งกลับมาไม่นาน</p>
<div id="attachment_1184" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6961.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g42]"><img class="size-medium wp-image-1184" title="วัดจองคำ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/IMG_6961-300x200.jpg" alt="วัดจองคำ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดจองคำ</p></div>
<p>แสงน้องพาเราไปชมวัดจองคำก่อน แต่เริ่มมืดแล้ว เราเลยเดินมาหนองตุงเพื่อหาเพื่อนๆ  แต่ไม่พบใครแล้ว เลยเดินกลับมาที่พัก ระหว่างทางเห็นร้านขายของทอดแสงน้องบอกเราว่าอร่อยนะ เลยอาสาเป็นคนซื้อให้ เพราะของที่นี่ เค้าจะขายให้คนที่นี่ถูกกว่านักท่องเที่ยว เรากลับมาเจอเพื่อนๆซึ่งนั่งรออยู่ที่ที่พักแล้ว เราชวนกันออกมาหาอะไรกินกัน แสงน้องแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้วัดพระเจ้าหลวง (คล้ายๆบะหมี่ เกี๊ยวบ้านเรา) กินเสร็จก็เดินกลับที่พัก แสงน้องเดินมาส่งเรา พร้อมเล่าว่าพรุ่งนี้เป็นวันพระเค้าจะไปวัดแต่เช้า ถ้าเราอยากไปเค้าจะเตรียมของเผื่อ เราตกลงใจไปทำบุญกันพรุ่งนี้เช้า มาถึงที่พักพี่ป้องอาสาเดินกลับไปส่งน้องเค้าเพราะว่ามืดมากแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/09/26/kengtung/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บนถนนสายโรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย(สายฝนโปรยปรายที่โรเทนบวร์ก โอบ แดร์ เทาเบอร์)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/09/05/munich3/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/09/05/munich3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Sep 2009 03:34:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mar31</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ปราก]]></category>
		<category><![CDATA[มิวนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เวียนนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1707</guid>
		<description><![CDATA[ออกจากเนือร์นแบรกคุณตาก็ขับรถมุ่งตรงไปยังเมืองชิลลิ่งเฟริทซ์ (Schillings Fuerst) ซึ่งอยู่ในเขตของฟรังโกเนีย (Franconia) คืนนี้เราจะนอนที่เมืองนี้ ระหว่างทางท้องของพวกเราก็เริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความหิว สุดท้ายก็ได้แซนวิชที่คุณยายสั่งให้พวกเราทำเมื่อตอนเช้านั่นแหละประทังชีวิต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-pano1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1724" title="Rothenburge pano" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-pano1.jpg" alt="" width="600" height="174" /></a><strong>สายฝนโปรยปรายที่โรเทนบวร์ก โอบ แดร์ เทาเบอร์ </strong></p>
<div id="attachment_1725" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-11.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1725 " title="กำแพงแห่ง Rothenburge" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-11-300x300.jpg" alt="กำแพงแห่ง Rothenburge" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">กำแพงแห่ง Rothenburge</p></div>
<p>ออกจากเนือร์นแบรกคุณตาก็ขับรถมุ่งตรงไปยังเมืองชิลลิ่งเฟริทซ์  (Schillings Fuerst) ซึ่งอยู่ในเขตของฟรังโกเนีย (Franconia)  คืนนี้เราจะนอนที่เมืองนี้  ระหว่างทางท้องของพวกเราก็เริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความหิว  สุดท้ายก็ได้แซนวิชที่คุณยายสั่งให้พวกเราทำเมื่อตอนเช้านั่นแหละประทังชีวิต</p>
<p>โรงแรมที่คุณตาจองไว้มีชื่อว่า ไดโพส (Die Post)  ชื่อไดโพสได้มาเพราะว่าโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นศูนย์รับจดหมายมาก่อนนั่นเอง   โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเล็กๆข้างๆโรงแรมจะมีหอนาฬิกา  ส่วนภายในโรงแรมก็ตกแต่งแบบเรียบๆแต่ก็น่ารัก หลังจากเช็คอินเรียบร้อย  คุณตาก็นัดเจอกันตรงห้องห้องโถงของโรงแรม  เย็นนี้พวกเราจะไปทานข้าวกันในเมืองโรเทนบวร์ก  อีกเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือแม่น้ำเทาเบอร์บนเส้นทางสาย โรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย  ขับรถไปประมาณสี่สิบห้านาทีคุณตาก็พาเรามาถึงเขตเมืองโรเทนบวร์ก</p>
<p>ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถฉันก็นึกว่าตัวเองหลงเข้ามายังสวนแอปเปิ้ล  ก็รอบๆตัวมีแต่ต้นแอปเปิ้ล ผลของมันมีทั้งสีแดงและเขียวสลับกัน  ต้นแต่ละต้นไม่ได้สูงมากนักเรียกได้ว่าสามารถยื่นมือขึ้นไปเก็บกินได้สบายๆ  ความคิดชั่ววูบผ่านเข้ามาในสมอง “ขโมยไปกินสักลูกสองลูกคงจะดี”  แต่คิดไปคิดมาถ้าเกิดว่าถูกจับถูกปรับมันก็คงจะไม่คุ้มที่จะต้องเอาอนาคตอัน สวยงามและอาจจะไม่สวยงามเท่าไหร่มาแลกกับผลแอปเปิ้ลเพียงหนึ่งลูก  ท้ายที่สุดก็เลยตัดใจ</p>
<div id="attachment_1726" class="wp-caption alignleft" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-21.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1726 " title="ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-21-225x300.jpg" alt="ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่</p></div>
<p>จากลานจอดรถในสวนแอปเปิลมองออกไปก็จะเห็นกำแพงเมืองอันใหญ่โตแข็งแรงที่ โอบล้อมตัวเมืองเมืองโรเทนบวร์กไว้ข้างใน  ครั้นพอเดินเข้ามาในเขตกำแพงเมืองก็จะเห็นว่ามีบันไดที่สามารถเดินขึ้นไปบน กำแพงเมืองและมีทางเดินที่สามารถเดินเลาะรอบๆกำแพงเมืองได้  ฉันเข้าใจว่าในยุคสงครามพวกทหารคงใช้เพื่อตรวจตราและสอดส่องศัตรูที่จะเข้า มาโจมตี  ส่วนปัจจุบันก็ให้ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวเดินสำรวจรอบๆเมืองและมองวิวตัว เมืองจากมุมสูง</p>
<div id="attachment_1727" class="wp-caption alignright" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-31.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1727 " title="ทางเดินไปตลาดกลางเมือง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-31-225x300.jpg" alt="ทางเดินไปตลาดกลางเมือง" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ทางเดินไปตลาดกลางเมือง</p></div>
<p>เนื่องจากพวกเรามาถึงเมืองก็ประมาณห้าโมงกว่าเห็นจะได้ครั้นจะให้ใช้เวลา ในการเดินเลาะกำแพงเมืองก็คงจะไม่เข้าท่า  พวกเราจึงตัดสินใจเดินตรงไปยังตลาดใจกลางเมือง  แล้วก็ไม่ผิดหวังในตัวเมืองโรเทนบวร์ก  ภายในเมืองประกอบไปด้วยถนนสายแคบๆที่สลับซับซ้อนและเรียงรายไปด้วยหมู่บ้าน เรือนหลังคาปูกระเบื้องสีแดง ตึกรามแบบกอธิคและเรอเนสซองส์</p>
<p>เดินมาได้สักพักก็เจอกับศาลาว่าการที่สร้างขึ้นตามแบบกอธิค  ว่ากันว่าจุดชมเมืองที่ดีที่สุดก็คือหอคอยของศาลาว่าการนี่แหละแต่ฉันก็ไม่ มีโอกาสขึ้นไปพิสูจน์หรอกให้เห็นกับตาตัวเองหรอกเพราะว่ากว่าจะมาถึงนี่นี่  ก็ถึงเวลาปิดทำการไปเสียแล้ว  ใกล้ๆกับศาลาว่าการจะมีอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตูเบอร์  ซึ่งเป็นโรงอาหารของสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเก่า  บนหน้าจั่วแบบบาโร๊คจะมีนาฬิกาเทียบเวลาของเมืองติดอยู่  ซึ่งเป็นนาฬิกาแบบมีหน้าต่างปิดเปิดสองบานและที่สำคัญจะมีตุ๊กตานายพลทิลลี และนายกเทศมนตรีนุชออกมาปรากฏโฉมให้คนดูวันละเจ็ดครั้ง  แต่เวลาที่ฉันไปถึงท่านทั้งสองคงจะหมดแรงสลบไปแล้วก็ได้เพราะยืนอยู่ตั้งนาน ก็ไม่เห็นท่านออกมาทักทายฉันกับเพื่อนๆเอาเสียเลย</p>
<div id="attachment_1728" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-41.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1728 " title="บ้านน่ารักๆ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-41-300x300.jpg" alt="บ้านน่ารักๆ" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">บ้านน่ารักๆ</p></div>
<p>เมืองนี้นอกจากจะน่ารักด้วยตัวของสถาปัตยกรรมแล้วยังน่ารักเพราะว่าคนที่ นี่เข้าใจตกแต่งบ้านเรือนของตัวเองด้วยโดยเฉพาะตรงหน้าต่างของบ้านเรือนส่วน ใหญ่จะประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีสวยสดใส มองเสียจนเพลินไปเลย  เมืองน่ารักอย่างนี้มีหรือวิญญาณนางแบบจะไม่เข้าสิง  ฉันกับป้อมผลัดกันถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน  ส่วนสาวหมวยอย่างพี่เง็กรายนั้นขอตัวเดินเป็นเพื่อนคุณยายเดินชมเมืองอย่าง เดียว    นอกจากจะมีดอกไม้ประดับบ้านหรือร้านค้าแล้วแล้วบางร้านยังปลูกต้นองุ่นให้ เถาของมันพันเรื้อยขึ้นไปตามประตูดูแล้วสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง</p>
<div id="attachment_1729" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-51.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1729 " title="มุมน่านั่ง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-51-300x225.jpg" alt="มุมน่านั่ง" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">มุมน่านั่ง</p></div>
<p>อาการดี๊ด๊าจากการได้เห็นเมืองน่ารักๆเหมือนในนิยายยังไม่ทันจาง  อาการเหมือนเด็กอยากได้ตุ๊กตาน่ารักๆก็เข้ามาแทรกแทนเมื่อฉันกับป้อมเดิน ผ่านร้านขายของเล่นที่ประดับตกแต่งไปด้วยตุ๊กตาหลากหลาย  แต่ที่โดนใจสุดๆก็เห็นจะเป็นร้านขายตุ๊กตาหมี  ที่ประดับประดาไปด้วยเจ้าตุ๊กตาหมีหลากหลายอิริยาบถและหลายขนาด   จนฉันอยากจะหิ้วติดไม้ติดมือมาด้วยสักตัวโดยเฉพาะเจ้าหมีตัวโตที่ยืนทำ หน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับอยู่หน้าร้าน   แต่ครั้นพอเห็นราคาแล้วฉันกับป้อมก็ต้องพากันล่าถอยออกมาอย่างไม่เป็นท่า    ที่สุดคงทำได้แค่ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้น</p>
<p>กำลังเพลิดเพลินกับการชมเมือง  และตั้งใจถ้ามีเวลาจะไปปีนกำแพงดูเมืองจากมุมสูงเสียหน่อย  ความคิดที่กำลังจะเป็นรูปเป็นร่างก็มีอันต้องสะดุดลงอย่างกระทันหันเมื่อ อากาศของเมืองโรเทนบร์วกเริ่มมืดและเย็นขึ้นมาอย่างรวดเร็วและยังไม่ทันได้ ตั้งตัวและตั้งคำถามกับใครถึงความเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เกิดขึ้นอย่าง ปัจจุบันทันด่วน  คำตอบก็ประจักษ์ขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ใครมาตอบเมื่อสายฝนตกลงมากระทบใบหน้า  เท่านั้นแหละสมองก็เริ่มสั่งการให้ขาทั้งสองข้างวิ่งเพื่อหาที่หลบฝนทันที</p>
<div id="attachment_1730" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-61.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1730 " title="ร้านของเล่น" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-61-300x300.jpg" alt="ร้านของเล่น" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ร้านของเล่น</p></div>
<p>พวกเราเดินลัดเลาะไปตามร้านค้าซึ่งนั่นก็ช่วยให้พวกเราเปียกน้อยที่สุด  สายฝนถึงแม้ไม่ได้ตกหนักอย่างบ้าคลั่ง  แต่กระนั้นคุณยายบอกว่าฝนที่นี่พอตกลงมาไม่ว่าจะตกน้อยหรือตกหนักก็จะทำให้ อากาศเย็นลงอย่างบอกไม่ถูก  ซึ่งอันนี้ฉันเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อแม้เพราะว่าอากาศมันเย็นลงจนฉันต้องใส่ เสื้อกันหนาวทับลงไปอีกหนึ่งตัว  หลังจากเดินลัดเลาะตามร้านมาได้สักพักสองตายายจึงตกลงปลงใจพาเราเข้าไปหลบฝน ที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง  ก่อนเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะฉันหยิบโบว์ชัวร์หน้าร้านติดมือมาอันหนึ่งเผื่อ ไว้อ่านเล่นๆตอนรออาหาร พวกเราสั่งชาร้อนมาดื่มเพื่อดับหนาว   สาวหมวยอย่างพี่เง็กทำหน้าที่ที่ตัวเองถนัดนักหนานั้นก็คือการสั่งอาหาร  ส่วนฉันสั่งไม่เป็นมีหน้าที่กินอย่างเดียว  ระหว่างที่พี่เง็กกับคนอื่นๆสนใจในเมนูอาหารแต่ฉันกลับสนใจสิ่งพิมพ์ที่หยิบ ติดมือมาจึงตั้งหน้าตั้งตาอ่าน  อ่านไปอ่านมาก็ไม่เข้าใจเพราะไอ้ที่หยิบมาดันเป็นภาษาเยอรมัน  แต่ถึงกระนั้นอาศัยความฉลาดและการคาดเดาฉัน  (จริงๆแล้วเดาเอาจากรูปภาพเสียมากกว่า)   ก็รู้ว่าเมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาและของเล่นตั้งอยู่นั่นเอง  มาถึงตอนนี้ฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมืองนี้ถึงได้มีแต่ร้านของเล่นและ ตุ๊กตาน่ารักๆตั้งอยู่มากมาย  และอีกนั่นแหละรู้ไปก็เท่านั้นเพราะฉันกับพวกพ้องคงไม่มีบุญตาได้เห็นอีกตาม เคย</p>
<p>หลังจากจัดการกับอาหารตรงหน้าจนอิ่มหนำสำราญ  สบายท้องสบายกระเป๋าเพราะเราไม่ต้องจ่าย มื้อนี้คุณตาเลี้ยงเหมือนเดิม  นั่งให้อาหารย่อยสักพักพอเห็นว่าฝนเริ่มซา  พวกเราก็พากันเดินออกจากร้านท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาปรอยๆเพื่อไปขึ้นรถที่ สวนแอปเปิ้ล</p>
<div id="attachment_1731" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-7.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1731 " title="ศาลาว่าการและอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตู เบอร์" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-7-300x300.jpg" alt="ศาลาว่าการและอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตู เบอร์" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ศาลาว่าการและอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตู เบอร์</p></div>
<p>โรเทนบวร์กท่ามกลางสายฝนโปรยปรายพร้อมทั้งอากาศที่หนาวเหน็บนั้นทำให้ เมืองที่น่ารักแห่งนี้ดูเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูกในความรู้สึกของฉัน  แต่ถึงกระนั้นในความเงียบเหงาก็ยังแฝงไปด้วยความลึกลับที่น่าสัมผัสและน่า ค้นหาอีกด้วยเช่นกัน ฉันก้าวเท้าออกจากกำแพงเมืองโรเทนบวร์กอย่างอ้อยอิ่ง  เกิดความรู้สึกยังไม่อยากจากเมืองนี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องหันหลังให้กับกำแพงเมือง</p>
<p>บางทีความรู้สึกประทับใจกับอะไรบางอย่างบางครั้งอาจไม่จำเป็นที่จะต้อง อาศัยระยะเวลาที่ยาวนานก็เป็นได้  เหมือนกับที่ฉันถึงแม้ว่าจะมีเวลาอันน้อยนิดที่ได้สัมผัสกับเมืองนี้แต่ฉัน ก็รู้สึกว่าฉันแอบหลงรักโรเทนบวร์กเข้าแล้วอย่างช่วยไม่ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/09/05/munich3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bali  is  my  life</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Aug 2009 05:17:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[บาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=498</guid>
		<description><![CDATA[เย็นย่ำและค่ำคืนของวันที่ 8 สค ฉันบังเอิญ ต้องเดินอยู่ตามลำพัง ในเมือง อุบุด (Ubud) ด้วยความไม่ตั้งใจนัก เพราะพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนสาวอีกห้าคน เพราะฉันมัวแต่แวะหามุมถ่ายรูป หลังจากเดินตามมามองหากลุ่มเพื่อนที่เดินไปก่อนล่วงหน้ามาซักพักก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดสินใจเดินเที่ยวเล่นคนเดียว หาร้านอาหารนั่ง Dinner คนเดียว และ หาตั๋วเข้าชมระบำบาหลี หรือ บารอง คนเดียวเช่นกัน ระหว่างทางเดินไปเดินมาในถนนมังกี้ฟลอเรส พบเห็นแท็กซี่ (ชาวบาหลีเรียกทั๊กซี่) ได้ทั่วไปคอยร้องเรียกนักท่องเที่ยว ฉันเองก็โดนเรียกทุกจุด มืดแล้วเขาไม่คิดกันบ้างเหรอว่านักท่องเที่ยวจะนั่งรถไปไหนมากกว่าเดินเล่น อยู่แถวนี้ดีกว่า อันนี้ฉันคิดในใจด้วยความสงสัย ตอนเดินกลับ สามทุ่มกว่า ๆ ก็ยังเรียกอีก จะให้ฉันไปไหนกันนักหรือพ่อคู้ณ..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br class="spacer_" /></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Logo1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="aligncenter size-full wp-image-645" title="Logo" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Logo1.jpg" alt="Logo" width="600" height="307" /></a></p>
<p><em>“ค่ำคืนฉันยืนอยู่เดียวดาย”<br />
 </em></p>
<div id="attachment_664" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Stay.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-664 " title="พระอาทิตย์ตก จากที่พัก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Stay-300x222.jpg" alt="พระอาทิตย์ตก จากที่พัก" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">พระอาทิตย์ตก จากที่พัก</p></div>
<p>เย็นย่ำและค่ำคืนของวันที่ 8 สค ฉันบังเอิญ ต้องเดินอยู่ตามลำพัง ในเมือง อุบุด (Ubud) ด้วยความไม่ตั้งใจนัก เพราะพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนสาวอีกห้าคน เพราะฉันมัวแต่แวะหามุมถ่ายรูป หลังจากเดินตามมามองหากลุ่มเพื่อนที่เดินไปก่อนล่วงหน้ามาซักพักก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดสินใจเดินเที่ยวเล่นคนเดียว หาร้านอาหารนั่ง Dinner คนเดียว และ หาตั๋วเข้าชมระบำบาหลี หรือ บารอง คนเดียวเช่นกัน ระหว่างทางเดินไปเดินมาในถนนมังกี้ฟลอเรส พบเห็นแท็กซี่ (ชาวบาหลีเรียกทั๊กซี่) ได้ทั่วไปคอยร้องเรียกนักท่องเที่ยว ฉันเองก็โดนเรียกทุกจุด มืดแล้วเขาไม่คิดกันบ้างเหรอว่านักท่องเที่ยวจะนั่งรถไปไหนมากกว่าเดินเล่นอยู่แถวนี้ดีกว่า อันนี้ฉันคิดในใจด้วยความสงสัย ตอนเดินกลับ สามทุ่มกว่า ๆ ก็ยังเรียกอีก จะให้ฉันไปไหนกันนักหรือพ่อคู้ณ..ความคิดเมื่อตอนหัวค่ำแล่นเข้ามาในหัวอีก (#@%&amp;X) ย้อนกลับไปตอนหัวค่ำฉันเดินหาร้านอาหารเย็นเลือกดูอยู่หลายร้าน อยากหาที่คนไม่เยอะนัก เพราะต้องนั่งกินคนเดียว ไม่อยากให้ทางร้านเขาต้องเสียที่นั่งไปทั้งโต๊ะเพราะฉันไปคนเดียว ได้ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในซอย Arjuna มีฝรั่งนั่งอยู่แค่สองโต๊ะ เย็นนี้ได้ Dinner ตามลำพังกับข้าวผัดอินโดนีเซีย หน้าตาและรสชาดคล้ายข้าวอบสัปรดใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์บ้านเราและ น้ำผลไม้ปั่น พร้อมฟังเพลงสไตล์อินโดนีเซีย ด้วยสนนราคา 17,000 RP รู้สึกร่ำรวยผิดปรกติขึ้นมาทันที ถ้าไม่คิดกลับเป็นเงินไทยแค่หกสิบกว่าบาท วันนี้ฉันยังมีเงินสกุลรูเปียห์ อีกสามแสนกว่า ๆ ในกระเป๋า</p>
<div id="attachment_646" class="wp-caption alignleft" style="width: 243px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Barong-dance1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-646 " title="Barong-dance" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Barong-dance1-291x300.jpg" alt="Barong dance" width="233" height="240" /></a><p class="wp-caption-text">Barong dance</p></div>
<p>เสร็จแล้วก็เดินไปหาซื้อตั๋วดูระบำ บารอง (Barong dance) ที่อุบุดพาเลซ ในราคา 80,000 RP เป็นการแสดงนำเสนอระหว่าง บารอง เป็นเทพแห่งธรรมะ กับ รังดา พ่อมดแห่งอธรรม ชาวบาหลีมีเชื่อในเรื่องความดีความชั่วมาก เป็นการต่อสู้กันระหว่างพลังความดีกับความชั่ว การแสดงเน้นท่าร่ายรำที่ดูแข็ง ๆ ฉันว่าตลกดี สลับการกลับกรอกลูกนัยน์ตาไปมา จนฉันรู้สึกปวดลูกตาแทน เสร็จจากการแสดงก็เดินกลับที่พัก แล้วก็ได้เจอกับกลุ่มเพื่อนอีกครั้งที่บ้านพัก แต่พวกเพื่อน ๆ ฉันเขาไปดูการแสดงอีกที่หนึ่งมา ฉันถึงได้รู้ว่าการแสดงมีอยู่มากมายหลายที่ ไม่ใช่เฉพาะที่นี่ที่เดียว</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_667" class="wp-caption alignright" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tampaksiring9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-667" title="Tampaksiring9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tampaksiring9-202x300.jpg" alt="Tampaksiring" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Tampaksiring</p></div>
<p>บาหลีสวรรค์ของนักเดินทาง ชาวบาหลีส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูธรรม (Hindu Dharma) เป็นแบบที่นับถือพระศิวะ มีความแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาอิสลาม เพราะยุคนึงได้รับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย แต่ก็ได้ถูกผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นจนต่างจากศาสนาฮินดูที่อินเดียในปัจจุบันนี้ สภาพภูมิศาสตร์เป็นป่าฝนเกาะสุดท้ายทางฝั่งตะวันออกของอินโดฯ มีทั้งภูเขาไฟ และ นาขั้นบันได อีกทั้งหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมแบบชวา บนเกาะบาหลีมีวัดอยู่มากมายกว่า 20,000 วัด หากแต่ที่ดึงดูดให้ฉันตัดสินใจมาที่นี่ ด้วยเพราะเมืองอุบุด เมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยศิลปะและความเชื่อแห่งศรัทธาพบเห็นได้ไม่ยากบนเกาะแห่งนี้ นอกจากจะเป็นสวรรค์ของนักเดินทางแล้ว ฉันว่ามันยังเป็นดินแดนแห่งมนต์ขลังของคนรักการถ่ายภาพวิถีชีวิตผู้คนได้อีกด้วย เพราะภาพผู้คนที่ยังแบกของทูลหัว แต่งกายด้วยชุดประจำถิ่น เดินไปวัดยังมีให้พบเห็นได้ทั่วไป การประกอบพิธีกรรมที่มีพลังแห่งศรัทธาอย่างล้นเหลือ ความเชื่อในพลังธรรมชาติและเชื่อในจิตวิญญานว่าทุก ๆ ที่จะมีวิญญานสิงสถิตอยู่ เครื่องรางที่เป็นตัวแทนทางศาสนาถูกเชื่อมโยงกับมิติแห่งกาลเวลาของบรรพบุรุษที่ล่วงลับพบเห็นได้ทุกหัวระแหงและตามทางเดิน อีกทั้งค่าครองชีพที่แสนถูกสบายกระเป๋า ที่พักราคาประหยัดสไตล์บาหลี ๆ แท้ ๆ บวกกับโปรโมชั่นจากเจ้าหางแดง ก็ทำให้ตัดสินใจบินลัดฟ้ามาเที่ยวบาหลีได้ไม่ยาก</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_659" class="wp-caption alignleft" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/fly3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-659    " title="fly3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/fly3-202x300.jpg" alt="มุมจากบนเจ้าหางแดง" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">มุมจากบนเจ้าหางแดง</p></div>
<p>การเดินทางมาเที่ยวด้วยตนเองนั้นทำได้ไม่ยาก เพราะเกาะบาหลีมีพื้นที่เพียง 5,620 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งของอินโดนีเซียจากหมื่นกว่าเกาะ พวกฉันหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต แล้วตัดสินใจมาเที่ยวกันเองโดยหาบริษัทรถเช่าและจ่ายแพงขึ้นอีกนิดพร้อมคนขับและประกันภัย ได้ในราคา 40 USD ต่อวัน โดยตกลงให้มารับที่สนามบิน Denpasar Ngurah Rai ช่วงที่กลุ่มฉันไปเป็นช่วง Hi season ของเกาะบาหลี จะอยู่ที่ช่วงเดือน เมษายน ถึง กันยายน หลังจากนี้จะเข้าฤดูฝน ทำให้ที่พักแพงขึ้นมาจากเดิมที่หาข้อมูลได้ที่ 150,000 RP ขึ้นเป็น 250,000 RP (ช่วงที่ไปเรท 1USD = 9,800 RP) แต่ได้ห้องละสามคน ก็เลยโอเค เป็นราคาที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ถ้าเทียบกับคุณภาพ แถมมีอาหารเช้าเป็นผลไม้ กับ แป้งอะไรซักอย่างทอดเค็ม ๆ มัน ๆ บ้านพักข้าง ๆ เสริฟไข่เจียวขนมปังลอยผ่านหน้าฉันไปให้แขกของบ้านเขา ฉันได้แต่มองตามตาละห้อยแล้วน้ำลายไหลสามหยด “อยากได้อย่างงี้บ้างจัง” สุดท้ายฉันก็ไปซื้อข้าวห่อใบตอง (Pecel) ในตลาดอุดบุดมากิน ตามคำแนะนำเพื่อนที่ไปมาก่อนหน้านี้ แต่ต้องแกล้งทำลืมสภาพตลาดเช้ากับน้ำมือคุณยายที่รมณ์บ่จอยนัก เพราะฉันขอแกถ่ายรูป ข้าวในห่อตอนแกถืออยู่ แล้วมันโฟกัสไม่ได้ซะที แกเลยโมโห ปิดห่อซะเลย พวกฉันร้องพร้อมกัน แต่แกก็ไม่สนใจใยดีอีกเลย คงนึกในใจว่า “เสียเวลาทำมาหากินหมด ดูซิมากันตั้งห้าหกคนซื้อแค่ห่อเดียว” เวลาคุณยายหยิบข้าวและกับแกหยิบด้วยมือเปล่า ๆ ของแกโดยไม่มีถุงมือใด ๆ ทั้งสิ้น มันอร่อยตรงนี้แหล่ะน้า แล้วก็อร่อยจริง ๆ นะไม่รู้อร่อยน้ำ(ขี้)มือ หรือ น้ำหมากกันแน่ ราคาแค่ 5,000 RP เอง แนะนำ ๆ บอกต่อสำหรับคนกินง่ายเข้าถึงถิ่น</p>
<div id="attachment_766" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/DSC_0932.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-766" title="Nasi Pecel" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/DSC_0932-300x222.jpg" alt="Nasi Pecel" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Nasi Pecel</p></div>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_651" class="wp-caption alignright" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Besakih9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-651" title="Besakih9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Besakih9-202x300.jpg" alt="Besakih" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Besakih</p></div>
<p>วันแรกฉันเดินทางไป วัดเบซากิห์ (Pura Besakih) วัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในบาหลี (Mother Temple) ชาวบาหลีถือว่าเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง ภายในประกอบด้วยวัดเล็ก ๆ อีก 23 แห่ง เรียงรายไปตามไหล่เขา มีฉากหลังคือภูเขาไฟกุนุง อากุง (Gunung Agung) ที่สูงที่สุดในบาหลี ด้วยความสูง 3,142 เมตร ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อ 17 มีนาคม ค.ศ.1963 สร้างความเสียหายไม่น้อย ที่วัดนี้พวกฉันศึกษาวิธีหลบหลีกไกด์จอมตื้อมาก่อนแล้ว กลุ่มคนพวกนี้จะเข้ามาทำตัวเสมือนเจ้าหน้าที่ขอเช็คบัตรค่าเข้า แล้วจะเก็บบัตรเราไปไม่คืน พร้อมทั้งบอกว่าภายในวัดมีพิธีอยู่ นักท่องเที่ยวเข้าไม่ได้ถ้าไม่มีคนท้องถิ่นนำ พวกฉันหาข้อมูลมาก่อนแล้วว่าวัดนี้มีพิธีทั้งวัน ตามจุดต่าง ๆ กระจัดกระจาย เราก็แค่ไม่เข้าไปยุ่งตรงจุดที่เขาทำพิธีกันอยู่ก็แค่นั้น และแล้วก็มีไกด์สามสี่คนตรงดิ่งเข้ามาจะขอดูตั๋ว พวกฉันก็ยื่นให้ดูแต่ไม่ยอมให้ไปแล้วก็ไม่หยุดฟังด้วย พวกเขาก็เดินตามพูดอะไรไม่รู้เยอะแยะเดินไปพูดไป พวกฉันก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องบ้างไม่สนใจบ้าง ทำหน้ามึนใส่ จนเขาคิดว่าพวกเราเป็นกระเหรี่ยงไม่เข้าใจภาษาอังกฤษแน่ ๆ ก็เลยจนปัญญาเดินกลับไปเองแบบส่ายหน้าบ่นพึมพำเป็นภาษาอินโดหรือบาหลี (#@%&amp;X) ภายในวัดฉันแยกตัวออกมาเดินคนเดียว (อีกแล้ว) เดินเข้าเกือบทุกซอกทุกมุมในเวลาสองชั่วโมง ไปเขย่งขาตะกายตรงกำแพงแอบดูเขาทำพิธี แล้วถ่ายรูป โดนดุมานิดหน่อยเพราะฉันทำประเจิดประเจ้อเกินไป ใส่กระโปรงแต่ทำตัวเป็นลิงเป็นข่าง นึกแล้วยังขำตัวเองไม่หาย พอขบวนพิธีผ่านไปแล้ว คนที่คุมพิธีมาเรียกฉัน ฉันตกใจมากนึกว่าโดนแน่เลย แต่เขามาตามให้ไปถ่ายรูปด้านในได้แล้ว เพราะเมื่อกี้ฉันตกใจที่เขาดุเลยรีบหนีออกมา แต่ชาวบาหลีในปัจจุบันนี้เปิดกว้างกับนักท่องเที่ยวมากแล้ว บางจุดที่ทำพิธีเขาก็อนุโลมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปได้ อาจเป็นเพราะเห็นฉันไปคนเดียวทำหน้าตาน่าสงสัยเรียกคะแนนสงสารได้มากอยู่ เขาออกมาเรียกให้เข้าไปดูเลยนะในงานพิธี ๆ หนึ่ง แต่ฉันก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้มากนักหรอกเพราะงานนั้นใหญ่มาก มีฝรั่งอยู่ในนั้นเป็นเพื่อนสองสามคนพอแก้เขินได้บ้าง</p>
<div id="attachment_657" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-657" title="bali-anijang1" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang1-300x212.jpg" alt="พิธีกรรม Basakih" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">พิธีกรรม Basakih</p></div>
<p>สุดท้ายตอนจะเดินออกเจอดีจนได้ มีหนุ่มบาหลีมาคนนึงเข้ามาพูดคุยกับฉัน แนะนำว่าควรถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้ ฉันก็นึกเคืองในใจว่าจะมาบอกทำไมเนี่ย ฉันชอบถ่ายในแบบของฉันเอง แถมมาทำเดินเป็นเพื่อนอีก กลัวฉันจะเหงาหรือไง ตอนแรกก็คิดว่าคงมีน้ำใจมั้ง พอถึงทางออกจะขอทริป ฉันบอกไม่ได้พกเงินมาหรอก ฝากไว้ที่เพื่อนหมด เขาก็ทำหน้าไม่พอใจ พอฉันเจอเพื่อนก็บอกไหนล่ะค่าทริป ฉันบอกพูดอะไรไม่รู้เรื่องฉันฟังภาษาอังกฤษที่คุณพูดไม่เข้าใจ เขาก็บอกว่างั้นยูเข้าใจคำว่า ฟักยู มั้ย แล้วก็เดินกลับไป ฉันก็ตะโกนไล่หลังไปว่า ฟักยูทู ถือว่าหายกัน เพื่อนบอกเมื่อกี้ก็เห็นฝรั่งคนนึงโดนไถทริปให้ใบนึงก็ทำหน้าไม่พอใจและข่มขู่ ต้องควักใบที่สอง ใบที่สาม ใบที่สี่ สุดท้ายได้ไปหลายแสนรูเปียห์ แต่ขอโทษไม่ได้แอ้มเงินฉันหรอก เพราะฉันไม่ได้ตกลงอะไรด้วยตั้งแต่แรกนี่นา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_502" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Batur-Lake.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-502 " title="Batur-Lake" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Batur-Lake-300x222.jpg" alt="Batur Lake" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Batur Lake</p></div>
<p>ถัดจากนี้ก็ไปทะเลสาบบาตูร์ (Batur Lake) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี มีความยาว 7 km กว้าง 2.5 km ชาวบาหลีเชื่อว่าทะเลสาปแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่สถิตของเทวีดานู (Dewi Danu) เกิดจากตาน้ำ 11 แห่งรวมกัน และไม่มีทางน้ำไหลออก แต่จะไปโผล่ตามน้ำพุต่าง ๆ บนเกาะนี้ บริเวณนี้ยังมีหมุ่บ้านคินตามณี (Kintamani) และ หมู่บ้านเพเนโลกัน (Penelogan) ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เพราะมีฉากหน้าเป็นทะเลสาบ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟบาตูร์ ที่เคยปะทุพ่นลาวาเถ้าภูเขาไฟมาหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการพ่นหินทรายดำกับควันไฟ พวกฉันกินอาหารกลางวันที่นี่ เป็นบุฟเฟต์ ราคาต่อหัวคนละ 70,000 RP ตุนกันจนถึงคออิ่มท้องสบายกระเป๋า(ตัวเอง) เพราะเอาเงินกองกลางออกมาจ่าย ออกมาได้ซักพักก็เจอแผงขายก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้น (Bakso) เต็มไปหมด เสียดายไม่ได้ลองชิม และ ภายในบริเวณทะเลสาบนี้ ยังมีวัดที่ใหญ่และถือว่าสำคัญเป็นอันดับสองรองจากวัดเบซากิห์ ชื่อว่าวัดอูลันดานูบาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) แต่พวกฉันไม่ได้ไปเพราะสับสนในชื่อที่คล้ายกันของโปรแกรมพรุ่งนี้ คิดว่าเป็นที่เดียวกัน เสียดายมากกกกก</p>
<div id="attachment_674" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-674" title="Pura Tirta Empul" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang2-300x212.jpg" alt="Pura Tirta Empul" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">Pura Tirta Empul</p></div>
<p>แต่ไปแวะวัดเล็ก ๆ อีกสองที่คือ กุนุงกาวี (Pura Gunung Kawi) กับ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul) แทน ที่วัดน้ำพุนี้ฉันตื่นตาตื่นใจกับการลงอาบน้ำในบ่อน้ำพุของชาวบาหลี บรรยากาศคล้ายกับอินเดียที่เห็นตามสารคดีมาก ชาวบาหลีเชื่อว่าพระอินทร์เป็นผู้ดลบันดาลให้เกิดน้ำพุ ผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ ทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ ที่ลงไปแล้วตัวสั่นหงึก ๆ หงัก ๆ กับความเย็นของน้ำจนเห็นได้ชัด อีกทั้งเด็กเล็กก็ร้องไห้ลั่นเพราะความเย็น ตรงนี้ฉันถ่ายรูปกับฝรั่งกลุ่มนึงสนุกมากไม่ยอมไปไหนกันเลย แถมมาก๊อปมุมถ่ายรูปฉันอีก แหม ฝรั่งก็ copy and paste เป็นเหมือนกันนะ ไม่ได้เก่งเฉพาะพี่ไทย เพื่อนที่ไม่ได้ถ่ายรูปก็ออกไปช้อปปิ้ง แม่ค้าที่นี่พูดไทยได้ด้วยว่า “ช่วยซื้อหน่อย ๆ สี่อันร้อยบ้าง หกอันร้อยบ้าง และตามด้วย อีบร้า” ตอนเดินออกจากร้านแล้วไม่ซื้อ เพราะไม่มีใครกล้าซื้ออะไรกลับมาเลย เข้าไปแล้วเหมือนโดนรุมเพราะเสียงแม่ค้าเรียกกันระงมจนไม่มีสมาธิ ฉันกลับนึกถึงตลาดดองบา ที่เมืองเว้ เวียตนามขึ้นมาทันที เพราะที่นั่นก็มีแม่ค้าพูดไทยได้หลายคน แต่พูดจาดีกว่านี้เยอะ กลับถึงอุบุดก็เย็นย่ำ พวกเราไปฉลองความบร้าโดยการไปดินเนอร์กันที่ Dian ตามที่ Mr.LP แนะนำมา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>Writer &amp; Photo by อะนิจัง @ Bali</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=10&amp;ll=-8.506795,115.262096&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.746948,115.17118">สนามบิน</a></dt>
<dd>สนามบิน</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.365901,115.45043">Basakih</a></dt>
<dd>Basakih</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.276557,115.384855">Batur Lake</a></dt>
<dd>Batur Lake</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.418662,115.31088">Tirta Empul</a></dt>
<dd>Tirta Empul</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.423332,115.311502">Gunung Kawi</a></dt>
<dd>Gunung Kawi</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.506795,115.262096">Ubud</a></dt>
<dd>Ubud</dd>
</dl>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินขาขวิดที่ มะละกา</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/07/31/melaka/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/07/31/melaka/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2009 00:29:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกา]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=157</guid>
		<description><![CDATA["มะละกา" เป็นชื่อเมืองที่พวกเราล้วนคุ้ยเคยกันดี เพราะว่าเมืองมะลากา หรือ ช่องแคบมะละกา มักจะถูกอ้างถึงบ่อยๆ ในบทเรียนประวัติศาสตร์ ของพวกเราตั้งแต่สมัยเด็กๆ ชื่อ มะละกา นี้เริ่มผุดมาเป็นหนึ่งในแผนการเที่ยวของเราตั้งแต่ทริปก่อนตอนไปบาหลี อันเนี่องมาจากว่าด้วยความประหยัดของพวกเรา เราจึงเลือกเดินทางไปบาหลีโดยต้องมาต่อเครื่องที่ มาเลย์ ซึ่งจะประหยัดลงไป 2-3 พันบาท ตาม โปรโมชั่นในช่วงนั้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวจึงมีคืนนึงที่เราจะต้องค้างที่ KL เพื่อนกายเจ้าความคิดจึงเสนอชวนว่าไป มะละกอ กันมั๊ย (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ เรามักจะเรียก มะละกา กันเล่นๆว่า มะละกอ) ผมพอสำรวจดูแผนที่ผนวกกับเวลาของเราซึ่งจำกัดมาก ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้ มะละกา จึงยังไม่ถูกใส่ลงในโปรแกรมทริปนั้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_306" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-306" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka-3/"><img class="size-medium wp-image-306 " title="Christ Church" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/melaka-300x200.jpg" alt="Christ Church" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Christ Church</p></div>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>&#8220;มะละกา&#8221;</strong> เป็นชื่อเมืองที่พวกเราล้วนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะว่าเมืองมะลากา หรือ ช่องแคบมะละกา มักจะถูกอ้างถึงบ่อยๆ ในบทเรียนประวัติศาสตร์ ของเราตั้งแต่สมัยเด็กๆ ชื่อ <strong>มะละกา </strong>นี้เริ่มผุดมาเป็นหนึ่งในแผนการเที่ยวของเราตั้งแต่ทริปก่อนตอนไปบาหลี อันเนี่องมาจากด้วยความประหยัดของพวกเรา เราจึงเลือกเดินทางไปบาหลีโดยต้องมาต่อเครื่องที่ มาเลย์ ซึ่งจะประหยัดลงไป 2-3 พันบาท ตาม โปรโมชั่นในช่วงนั้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวจึงมีคืนนึงที่เราจะต้องค้างที่ KL เพื่อนกายเจ้าความคิดจึงเสนอชวนว่าไป &#8220;มะละกอ&#8221; กันมั๊ย (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ เรามักจะเรียก มะละกา กันเล่นๆว่า มะละกอ) ผมพอสำรวจดูแผนที่ผนวกกับเวลาของเราซึ่งจำกัดมาก ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้ มะละกา จึงยังไม่ถูกใส่ลงในโปรแกรมทริปนั้น</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=7&amp;ll=2.337379,102.253876&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.732671,101.715546">สนามบิน</a></dt>
<dd>สนามบิน</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.191238,102.251129">มะลากา</a></dt>
<dd>มะลากา</dd>
</dl>
<h2>วางแผนเที่ยว</h2>
<p>หลังจากที่โปรแกรม มะละกา ไม่ได้ถูกใส่ไว้ในทริปบาหลีแล้วนั้น ครั้นพอกลับจากบาหลีทริปหฤโหดถึงเมืองไทยได้ 2-3 วันก็มี email น้อยจาก Air Asia แจ้งมาเพื่อขอโทษเรากรณีที่เครื่องดีเลย์ตอนที่เราต้องบินไปจาร์การ์ต้า พร้อมกับให้ Voucher ส่วนลดพอตีเป็นเงินได้แล้วประมาณ 1,700 บาท (ขอบอกว่ากำไรมากๆ เพราะว่าการที่เครื่องบินดีเลย์ทำให้เราไม่ต้องรีบร้อนเดินตอนที่อยู่บาหลี ที่สำคัญคือตั๋วไปจาร์การ์ต้าที่เราซื้อนั้นราคาเพียง 800-900 บาทเท่านั้น) 1,700 บาทนี้จะว่าน้อยก็ไม่น้อยจะว่ามากก็ไม่ได้เพราะถ้าซื้อตั๋วไปเชียงใหม่หรือภูเก็ตแล้วก็จะไปได้เพียงเที่ยวไปเที่ยวเดียวไม่มีเที่ยวกลับ เบ็ดเสร็จต้องจ่ายเพิ่มอีกกว่าสองพันบาท แต่พอลองดูราคาตั๋วต่างประเทศแล้วกลับน่าสนใจกว่าครับ เพราะตั๋วไปกลับกัวลาลัมเปอร์เพียงแค่สองพันบาท ผมรีบจองตั๋วทันทีไม่ต้องปรึกษาหารือใคร เลือกไปวันศุกร์แล้วกลับวันอาทิตย์ ลางานเพียงแค่วันเดียว หลังจากจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยโทรไปบอกเพื่อนกาย ราคาแรงขนาดนี้จะลังเลอยู่ได้ไงครับเพื่อนกาย ให้ส่งไฟลท์นัมเบอร์วันและเวลา แถมมีเพื่อนมาเพิ่มด้วยอีกสองคน</p>
<h2>ตอนที่ 1 ประทับใจข้าวมันไก่มะละกา</h2>
<div id="attachment_196" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-196" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka-1/"><img class="size-medium wp-image-196" title="Melaka-Bus Stop No. 6 to Melaka" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka-1-300x212.jpg" alt="ป้ายรถเมล์หมายเลข 6 ไปมะลากา" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ป้ายรถเมล์หมายเลข 6 ไปมะลากา</p></div>
<p>ทริปนี้เรามีเพื่อนร่วมเดินทางด้วยกัน 5 คน ผม พี่ป้อง จุ๊บ กาย และน้องเจี๊ยบ (เพื่อนแว่นที่ซื้อตั๋วไว้แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถเคลียร์งานตามมาด้วยได้) เราออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสายการบินแอร์เอเซีย เวลา 7:15  ถึงท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์  (LCCT) 10:10 เนื่องจากบินค่อนข้างเช้าและเวลาจำกัดประกอบกับคราวที่แล้วที่สนามบินไม่มีอะไรอร่อยให้กินเลย ผม เจี๊ยบ และกาย จึงสั่งอาหารกินรองท้องบนเครื่องไปก่อน หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการสอบถามถึงรถบัสที่เดินทางจากสนามบินตรงไปมะละกาจุดหมายปลายทางแรกของพวกเรา ตอนแรกฟังแล้วก็งงๆ เค้าพูดว่าอะไรนะ จับใจความได้แต่ number 6 ก็เดาๆกันว่า Bus Stop No.6 ล่ะมั๊ง เดินออกไปด้านหน้าอาคารฝั่งซ้ายมีรถบัสจอดเรียงรายกันอยู่ มีป้ายบอกหมายเลข เราเดินไล่ไปจนถึงหมายเลข 6 ป้ายหน้ารถเขียนว่า Melaka จริงๆด้วย แต่เพื่อความมั่นใจถามคนที่นั่งอยู่แถวๆนั้นดูอีกรอบดีกว่า  หลังจากสอบถามจนมั่นใจแล้วว่ารถออกเวลา 11:00 ก็เอากระเป๋าไปเก็บที่ด้านข้างรถ แล้วเดินไปหาอะไรทานกันซะหน่อย เหลือเวลาไม่มากนักรถก็จะออกแล้ว ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันคนละถ้วยแล้วกัน รสชาติดีทีเดียว แม้จะไม่เข้มข้นเหมือนบ้านเรา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_143" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-143" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka4/"><img class="size-medium wp-image-143" title="melaka" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/melaka4-300x200.jpg" alt="Christ Church เราบอกคนขับรถว่าลง Dutch Square" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Christ Church เราบอกคนขับรถว่าลง Dutch Square</p></div>
<p>เราขึ้นไปนั่งรอกันบนรถเมื่อใกล้ 11 โมง คงเพราะไม่ใช่วันหยุดคนเลยไม่มากนัก รถออกช้าไป 15 นาที รถออกมาได้แป๊บเดียวเอง น้ำแอร์ก็รั่วลงมาจากเบาะด้านหลังเบาะคนขับทำเอาต้องเปลี่ยนที่นั่งกันจ้าละหวั่นผมกับเจี๊ยบเลยตัดสินใจย้ายไปนั่งทางด้านหลังรถกัน นั่งชมวิวไปพลาง หลับไปพลางจนถึง Melaka Sentral ประมาณ 1:15 เราต้องนั่งรถประจำทางสาย 17 เพื่อไปที่พัก ซึ่งกายชวนพวกเราไปนั่งรถชมเมืองกันก่อน แต่สุดท้ายก็ตกลงกันว่าเราจะเอาของไปเก็บเข้าที่พักกันก่อน นั่งรถมาไม่กี่ป้ายก็ถึง Christ Church ความตั้งใจที่จะเข้าที่พักเลือนหายไป ลงจากรถได้ก็เดินถ่ายรูปกันใหญ่ ลืมไปว่าพรุ่งนี้เรายังอยู่ที่นี่กันอีกทั้งวัน เดินถ่ายรูปกันจนหนำใจไปรอบนึงแล้วก็พากันเดินข้ามสะพาน ผ่านวงเวียน กำลังจะเลี้ยวขวาไปตามถนนเพื่อไปยังที่พัก ก็มาสะดุดอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ตรงหัวมุมถนน ว่าจะกินกันก่อนแต่เกรงว่าถ้ามัวแวะรายทางไปเรื่อยคงไม่ถึงที่พักกันซักที เลยตัดสินใจเข้าที่พักกันก่อนแล้วนัดมาเจอกันที่ร้านข้าวมันไก่ตอนบ่าย 2 โมงครึ่ง</p>
<div id="attachment_194" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-194" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka2-1/"><img class="size-medium wp-image-194" title="Melaka-Jalan Jalan Guesthouse" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka2-1-300x212.jpg" alt="ที่พักของเรา Jalan Jalan Guesthouse" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ที่พักของเรา Jalan Jalan Guesthouse</p></div>
<p>ผมกับเจี๊ยบพักที่เดียวกันเนื่องจากจองล่วงหน้าไว้นานแล้วจึงได้ราคาที่ถูกมาก (จองที่เวป hostels.com จ่ายง่ายๆผ่าน paypal ราคาเพียง 9.51$ต่อวันเท่านั้น) ส่วนเพื่อนอีกสามคนแยกไปพักอีกที่หนึ่งที River View Guesthouse เนื่องจากจองช้ากว่าเราราคาเลยสูงกว่านิดหน่อยแต่ก็ได้ห้องพักที่ใหญ่ขึ้น ผมกับเจี๊ยบพักที่ Jalan-Jalan Guesthouse ซึ่งเป็นเกสท์เฮาส์เล็กๆ ตกแต่งไว้อย่างน่ารัก ดูสะอาดตาทีเดียว เจ้าของยังเป็นหนุ่มหล่อ หน้าตาดี เผลอเคลิ้มไปเหมือนกัน นี่ถ้าเพื่อนกายได้พักที่นี่นะฮึ่ม ว่าแล้วผมจึงให้พ่อหนุ่มเจ้าของเกสต์เฮาต์ถ่ายรูปคู่กับเจ๊๊ยบเอาไว้ไปฝากเพื่อนกายให้อิจฉาเล่น พอมาถึงผมก็ยื่นใบยืนยันการจองที่พิมพ์มาจากอินเตอร์เนตพร้อมกับจ่ายเงินที่เหลือจ่ายการมัดจำไว้ 10% พี่แกเล่นไม่ดูหน้าตาเราเลยอาศัยจำๆเอาว่าจะมีใครจองที่พักไว้บ้างวันนี้เลยบอกมาว่า &#8220;ยู มัสต์ บี สเปน กาย&#8221; เอาวะสเปนก็สเปน พอแจ้งข้อมูลส่วนตัวเลข passport แล้วก็พาเราไปดูห้อง เก็บข้าวของ และยังแนะนำให้เราไปทานข้าวมันไก่ร้านอร่อย ซึ่งพออธิบายทางกันเป็นที่เข้าใจแล้วก็คือร้านเดียวกับที่เราจะไปทานกันอยู่พอดี</p>
<div id="attachment_144" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-144" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka5/"><img class="size-medium wp-image-144" title="melaka-ข้าวมันไก่" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/melaka5-300x200.jpg" alt="ข้าวมันไก่มะละกา-Chicken Rice Ball" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ข้าวมันไก่มะละกา-Chicken Rice Ball</p></div>
<p>ด้วยความหิวมาก ผมกับเจี๊ยบรีบเดินมาถึงร้านข้าวมันไก่ เราบอกว่ามา 5 คน เมื่อได้ที่นั่งแล้ว ทางร้านถามว่าจะสั่งสำหรับกี่ที่ ซึ่งผมบอกว่าจะสั่งแค่ 2 ที่ก่อน เดี๋ยวเพื่อนมาค่อยสั่งเพิ่ม  แต่เค้าบอกว่าร้านจะปิดบ่าย 3 โมง ผมมองดูเวลาอีก 15 นาที บ่าย 3 โมง เลยต้องตัดสินใจสั่ง 5 ที่เลย<br />
 ไม่กี่นาทีก็มีไก่สับจานใหญ่มาเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม และข้าวมันคล้ายๆบ้านเราปั้นเป็นลูกกลมๆจานละ 5 ลูก ซึ่งที่นี่เรียกว่า Chicken Rice Ball น่าทานเชียว เรานั่งดื่มน้ำรอไปพลาง ชิมไปพลางจนเริ่มอิ่ม เพื่อนก็ยังไม่มากันซักที กว่าจะมาถึงก็เหลือพวกเราเป็นโต๊ะสุดท้าย เค้าเริ่มเก็บข้าวของเตรียมปิดร้านแล้ว กว่าจะทานเสร็จก็บ่าย 3 โมงครึ่งแล้ว เรียกเก็บเงินแล้วจะเดินออกจากร้าน อ้าว…ประตูปิดแล้ว ต้องให้เค้ามาเปิดประตูให้ เกือบได้นอนร้านข้าวมันไก่แล้วมั๊ยล่ะ</p>
<div id="attachment_190" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-190" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka4-2/"><img class="size-medium wp-image-190 " title="Melaka Panorama" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka4-300x212.jpg" alt="ขนมอินเดีย ABC คล้ายลอดช่องบ้านเรา, รถพาโนรามา" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ขนมอินเดีย ABC คล้ายลอดช่องบ้านเรา, รถพาโนรามา</p></div>
<p>พวกเราเดินข้ามกลับไปถ่ายรูปกันที่ Christ Church กันอีกรอบ ด้วยอากาศที่ร้อนมาก เพื่อนกายลืมเอาหมวกที่ซื้อมาใหม่สำหรับทริปนี้มาด้วย เลยไปเดินหาซื้อหมวกกันที่ร้านขายของที่ระลึกซึ่งตั้งอยู่บริเวณนั้นแล้วมาเดินถ่ายรูปกันต่อจนมาถึงริมถนน มองข้ามฝั่งไปมีร้านขนมหวานอยู่ริมแม่น้ำ แดดแรงขนาดนี้ทานขนมหวานดับร้อนกันคนละถ้วยท่าจะดี ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะสั่งยังไง ก็ยกนิ้วบอกแทน ได้ขนมหวานมาคนละถ้วย หน้าตาคล้ายๆลอดช่องน้ำแข็งใสใส่ถั่วแดง อร่อยดี กินกันจนหมด หันไปเห็นโต๊ะข้างๆที่เพิ่งมาใหม่ ทำไมชามใหญ่กว่าเราหว่า ยอมไม่ได้แล้ว เดินไปหาคนขายแล้วบอกว่าเอาแบบโต๊ะนั้นอีกหนึ่งถ้วย (ออกแนวขี้อิจฉายังไงไม่รู้เรา) คนขายหันมายิ้มแล้วหันไปสั่งเพื่อนว่าอะไรซักอย่างที่ฟังไม่เข้าใจ จับใจความได้แค่ว่า ABC</p>
<div id="attachment_193" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-193" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka3/"><img class="size-medium wp-image-193" title="Melaka-On the way afternoon" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka3-300x212.jpg" alt="ทางลัดเลียบแม่น้ำไปไชน่าทาวน์ หลังจากลงรถพาโนรามา" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ทางลัดเลียบแม่น้ำไปไชน่าทาวน์ หลังจากลงรถพาโนรามา</p></div>
<p>ขณะนั่งกินอยู่เห็นรถ Panorama คล้ายๆรถ microbus ที่กรุงเทพ ซึ่งเป็นรถที่สามารถนั่งชมรอบๆเมืองได้ หลังจากทานขนมเสร็จ เราข้ามมาขึ้นรถชมเมืองกัน ช่วงแรกๆก็มีที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่พอไกลออกไปนอกเมืองก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ รถวิ่งออกไปนอกเมืองแล้ววนกลับอีกทางจะไปไหนต่อก็ไม่รู้ พอรถผ่านมาใกล้ๆที่พัก พวกเราเลยตัดสินใจกดกริ่ง ลงเดินเล่นเลียบแม่น้ำไป ถ่ายรูปกันไปจนถึงที่พัก เดินเลยไปถ่ายรูปบริเวณ China Town แล้วย้อนกลับมาถ่ายรูปที่ Christ Church ซึ่งแสงกำลังสวยเลย ต่างคนต่างถ่ายรูปกันไป หันมาหากันอีกที พี่ป้องกับจุ๊บก็หายไปไหนแล้ว พยายามมองหาก็ไม่เจอ เลยเดินขึ้นไปดูที่ A Famosa เดินตามป้ายซึ่งเป็นทางขึ้นเขาไปเห็นโบสถ์ Saint Paul ซึ่งน่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีทีเดียว มองลงมาเห็น หอชมวิว Eye of Malaysia พิพิธภัณฑ์เรือ</p>
<div id="attachment_216" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-216" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka7/"><img class="size-medium wp-image-216" title="Melaka at night" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka7-300x212.jpg" alt="มะลากายามอาทิตย์อัสดง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">มะลากายามอาทิตย์อัสดง</p></div>
<p>พระอาทิตย์ใกล้ตกแล้ว เราเดินไปถ่ายรูปกันโดยพักภาระกิจตามหาเพื่อนไว้ชั่วคราว เดี๋ยวมาตามหากันใหม่ หลังจากถ่ายรูปมองไปทางด้านหลังมีทางลงไปป้อม A Famosa เราเดินลงมาถ่ายรูปกันอีก ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เราเดินตามถนนอ้อมเนินเขาจะกลับไปหาเพื่อน ระหว่างทางพิพิธภัณฑ์เรือก็ดึงดูดให้เราเดินเข้าไปถ่ายรูปกันซะหน่อย  เดินต่อมาก็เจอระหัดวิดน้ำขนาดใหญ่ บริเวณนี้เป็นที่สาธารณะที่จัดทำที่นั่งไว้ริมน้ำ น่านั่งทีเดียว แต่เรานั่งไม่ได้เพราะมีภาระกิจต้องติดตามหาเพื่อนค้างอยู่</p>
<p>เดินกลับมาจนเจอเพื่อนที่ตลาดกลางคืน (ซึ่งมีร้านค้ามาตั้งขายของตลอด 2 ข้างทาง มีทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก ตลาดกลางคืนจะมีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เท่านั้น) ทุกคนเริ่มหิวกันแล้ว เราตกลงกันว่าจะไปกินอาหารเย็นกันที่ร้าน Capital Stay แม้ร้านจะตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งจากตรงที่เราอยู่ แต่ก็เป็น highlight ที่พลาดไม่ได้ซะด้วยสิ เราเดินข้ามสะพานกลับมาที่ Christ Church แล้วเดินเลาะถนนไปทางด้านซ้าย ผ่านโบสถ์ Fransis Xavia เดินเลยมาถึงห้าแยก แล้วเลี้ยวขวาอีก 2 ครั้งก็ถึงร้าน</p>
<div id="attachment_205" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-205" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka6/"><img class="size-medium wp-image-205 " title="Melaka Capital Stay" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka6-300x212.jpg" alt="ร้าน Capital Stay คิวยาวเสมอแม้นว่าจะดึกแล้ว" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ร้าน Capital Stay คิวยาวเสมอแม้นว่าจะดึกแล้ว</p></div>
<p>ท่าทางร้านนี้จะอร่อยจริงๆเพราะร้านอาหารรอบๆไม่มีลูกค้าเลย แต่ร้านนี้คนเต็มร้านจนต้องมายืนรอคิวด้านนอก เราอยู่คิวที่ 5-6 ยืนรอบ้าง นั่งบ้างอยู่พักใหญ่กว่าจะมีโต๊ะว่าง ตรงกลางโต๊ะมีช่องสำหรับวางหม้อที่ใส่น้ำคล้ายๆน้ำสะเต๊ะบ้านเรา มีถังแก๊สตั้งอยู่ข้างๆโต๊ะ คนขายจะนำเครื่องปรุง 2-3 อย่างมาใส่แล้วคนให้เข้ากันรอจนเดือดก็นำอาหาร ซึ่งมีทั้งเนื่อสัตว์ กุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้น ผัก แป้งโรตีซึ่งเสียบไว้เป็นไม้ๆ จุ่มลงไปในหม้อ รอจนสุกก็ทานได้เลยระหว่างทาน ก็จะมีคนมาคอยเติมเครื่องปรุงแล้วคนให้เข้ากันอยู่เป็นระยะๆ</p>
<p>หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็เรียกเค้ามาคิดเงิน วิธีการคิดก็ง่ายๆ นับไม้เอา ราคาไม้ละประมาณ 7 บาท หลังจากชำระเงินเสร็จก็เดินกลับมา ช้อปปิ้งที่ตลาดกลางคืนกันต่อ แต่ด้วยความอ่อนเพลีย เหมื่อยล้า ปนกับความง่วงนอน ทำให้เราเดินได้ไม่นานนัก พอได้ของฝากก็ขอตัวกลับไปพักผ่อน และนัดแนะเวลากันสำหรับวันพรุ่งนี้</p>
<p>ติดตาม <a title="เดินขาขวิดที่ มะละกา" href="http://onholiday.org/2009/08/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B22/">เดินขาขวิดที่ มะละกา ตอน 2</a> ได้แล้วครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/07/31/melaka/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เยือนเมืองเพชร</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/06/06/petchaburi/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/06/06/petchaburi/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2009 05:42:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=405</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ฉันกับเพื่อนๆแวะไปทำกิจกรรมกับเด็กๆที่สมุทรสาครตั้งแต่เช้า  เสร็จกิจกรรมประมาณบ่าย 3 โมงครึ่งก็ออกเดินทางทันทีมุ่งหน้าจังหวัดเพชรบุรี เรามาถึงตัวเมืองเพชรบุรีเมื่อใกล้ 5 โมงเย็นแล้ว จุดหมายปลายทางของเรา “ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์” ที่ พักริมแม่น้ำเพชรบุรี ของพี่ทอม พี่นิด พันธมิตรเพชรบุรีนั่นเอง ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยือนกันมานาน แต่ก็ต้องมีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไปทุกที วันนี้ได้มาสมความตั้งใจเสียที]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_471" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/IMG_5075.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g405]"><img class="size-medium wp-image-471" title="สะพานข้ามแม่น้ำเพชร" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/IMG_5075-300x200.jpg" alt="สะพานข้ามแม่น้ำเพชร" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">สะพานข้ามแม่น้ำเพชร</p></div>
<p>วันนี้ฉันกับเพื่อนๆแวะไปทำกิจกรรมกับเด็กๆที่สมุทรสาครตั้งแต่เช้า  เสร็จกิจกรรมประมาณบ่าย 3 โมงครึ่งก็ออกเดินทางทันทีมุ่งหน้าจังหวัดเพชรบุรี เรามาถึงตัวเมืองเพชรบุรีเมื่อใกล้ 5 โมงเย็นแล้ว จุดหมายปลายทางของเรา <strong>“</strong><strong>ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์</strong><strong>” </strong>ที่ พักริมแม่น้ำเพชรบุรี ของพี่ทอม พี่นิด พันธมิตรเพชรบุรีนั่นเอง ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยือนกันมานาน แต่ก็ต้องมีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไปทุกที วันนี้ได้มาสมความตั้งใจเสียที</p>
<p>หลังจากจอดรถแล้วก็เดิน เข้าเกสเฮาส์ซึ่งอยู่ตรงเชิงสะพานพอดี ก็พบกับพี่นิดพูดคุยทักทายกันเสร็จ พี่นิดก็บอกพี่ทอมให้พาเราไปดูห้องพัก ซึ่งห้องพักที่นี่เป็นห้องเล็กๆ ในห้องมีเพียงเตียงนอน พัดลม และราวตากผ้าเล็กๆ อีก 1 อัน ส่วนใหญ่คนที่มาพักที่นี่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะคนไทยมักจะเลือกพักโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีสิ่งอำนวย ความสะดวกครบครันมากกว่า นอกจากห้องพักแล้วที่นี่ยังมีอาหารอร่อยๆ สามารถแวะมารับประทานได้ ส่วนที่เป็นร้านอาหารเป็นบ้านไม้ริมน้ำ บรรยากาศสบายๆ น่านั่งทีเดียว</p>
<div id="attachment_472" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g405]"><img class="size-medium wp-image-472" title="เมียโบราณ เมืองเพชร วัดมหาธาตุ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi-300x212.jpg" alt="เมียโบราณ เมืองเพชร วัดมหาธาตุ" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เมียโบราณ เมืองเพชร วัดมหาธาตุ</p></div>
<p>เมื่อ ได้ห้องพักเรียบร้อยแล้ว เราก็มานั่งพักดื่มน้ำกัน ก่อนจะขอตัวออกไปเดินเล่นชมบ้านเมืองยามเย็นของเมืองเพชรบุรี ซึ่งเพื่อนที่เคยมาบอกว่ามีบ้านเรือนไม้ เสน่ห์ไทยๆให้เห็นอยู่บ้าง แต่มาวันนี้รู้สึกบรรยากาศแบบนั้น คงเหลือให้เห็นน้อยเต็มที ด้วยถูกกลืนหายกลายเป็นตึกใหญ่ไปซะแล้ว ที่เหลือพอให้เห็นอยู่บ้างก็ถูกทิ้งร้าง บ้างก็ประกาศขาย นึกแล้วก็น่าเสียดายมิใช่น้อย อีกหน่อยคงหาดูได้ยากเต็มที</p>
<p>เราเดินชมบ้านเรือนกันไป เรื่อยๆ จนถึงร้านเมียโบราณ ซึ่งเป็นร้านขายของเก่า เจ้าของร้านอัธยาศรัยไมตรีดีมากๆ ออกมาเชื้อเชิญด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำเย็นมาเสิร์ฟอีกต่างหาก เล่าความเป็นมาเป็นไปของร้านให้ฟังจนเพลิน ที่นี่มีร้านขายของเก่าอยู่เพียงไม่กี่ร้าน ซึ่งเค้าอยากให้มีร้านแบบนี้เยอะๆ ประมาณว่าอยากให้เป็นย่านขายของเก่าไปเลย เวลาผู้คนนึกอยากซื้อของเก่าก็จะได้นึกถึงที่นี่ (ซึ่งหลายๆคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าเป็นการสร้างคู่แข่งทางธุรกิจมากกว่า) นั่งคุยกันพักใหญ่ก็ต้องขอตัวกลับ เพราะอยากเดินเล่นต่อกันอีกสักหน่อย ระหว่างทางเดินผ่านวัดมหาธาตุเลยแวะเข้าไปชมความงามกันก่อนเดินกลับที่พัก</p>
<div id="attachment_477" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/IMG_5099.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g405]"><img class="size-medium wp-image-477" title="ทานอาหาร ที่ระเบียงริมน้ำ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/IMG_5099-300x200.jpg" alt="ทานอาหาร ที่ระเบียงริมน้ำ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ทานอาหาร ที่ระเบียงริมน้ำ</p></div>
<p>วันนี้เราทานอาหาร เย็นกันที่ร้านพี่ทอม อาหารรสชาติอร่อยทีเดียว ราคาก็ไม่แพง แถมยังได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองกับพี่ทอมอีกด้วย พี่ทอมยังเล่าถึงกลุ่มเสื้อแดงที่นี่ให้ฟังด้วยว่า เมื่อช่วงสงกรานต์มีคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพอย่างเปิดตัว พอกลับมาจากชุมนุม คนส่วนใหญ่ทราบว่าเค้าเป็นเสื้อแดง ก็เลยบอยคอตไม่ซื้อของเค้าเลย พี่ทอมบอกว่าเค้าไม่เห็นด้วย เพราะมันไม่ใช่แค่ความแตกต่างทางความคิดแล้วแต่ตอนนี้มันกลายเป็นความแตกแยกในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันทั้งๆที่เป็นคนไทยด้วยกัน</p>
<p>ฉันนึกตามแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจ ทุกการเลือกตั้งในอดีต เราเคยพูดคุย วิพากย์วิจารณ์กันได้อย่างเปิดเผยโดยไม่รู้สึกแปลกแยกแม้เลือกพรรคที่ต่างกันก็ตาม แต่เดี๋ยวนี้แทบจะไม่กล้าถามไถ่กันด้วยซ้ำ เพราะถ้าเผลอถามไปแล้วได้คำตอบไม่ตรงกับใจเราก็กลายเป็นคนละพวกกันไปแล้ว ไม่อยากจะคุยต่อ ด้วยความขุ่นข้องหมองใจเริ่มเข้าปกคลุมความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว หรือถ้าคุยกันต่อก็อาจถึงขั้นมีปากเสียงกันได้ สังคมไทยถูกแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างชัดเจน จนถึงขั้นอยากจะเข่นฆ่ากันเลยก็มี บทสนทนาจบลงด้วยความสลดใจเล็กน้อย ด้วยนึกไม่ออกว่าปัญหานี้จะมีทางออกอย่างไรนะ ก่อนขอตัวพี่ทอมไปอาบน้ำ และเข้านอนกันแต่หัวค่ำ</p>
<div id="attachment_473" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g405]"><img class="size-medium wp-image-473 " title="เมืองเพชร ยามเช้า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi1-300x212.jpg" alt="เมืองเพชร ยามเช้า" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เมืองเพชร ยามเช้า</p></div>
<p>เราตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่ ออกไปหากาแฟดื่มกันที่ข้างๆวัดมหาธาตุ และเดินดูตลาดยามเช้าวันหยุดที่ผู้คนออกมาจับจ่ายกันอย่างครึกครื้น ก่อนเดินกลับที่พักเพื่อร่ำลาพี่ทอมกับพี่นิด แต่พี่แม่บ้านบอกว่ายังไม่มากันเลยเพราะเมื่อคืนกว่าจะกลับกันก็ดึกมากแล้ว เราเลยตัดสินใจไปเยี่ยมชมพระราชวังพระนครคีรี หรือเขาวังกันก่อน</p>
<div id="attachment_474" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g405]"><img class="size-medium wp-image-474 " title="พระนครคีรี หรือ เขาวัง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi2-300x212.jpg" alt="พระนครคีรี หรือ เขาวัง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">พระนครคีรี หรือ เขาวัง</p></div>
<p>เขาวังจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี ด้วยความผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวของความงดงามทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรม เขาวังมีด้วยกันสามยอด ยอดกลางเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร ยอดทางทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว และยอดทางทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของพระราชวังพระนครคีรีหรือเขาวังนั่นเอง</p>
<p>ด้วยอากาศที่ร้อน บวกกับไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลยทำให้เหนื่อยหอบกันตั้งแต่เดินขึ้นเขาไปได้ไม่กี่ร้อยเมตร เดินบ้าง พักบ้าง ถ่ายรูปบ้างอย่างไม่รีบร้อน แล้วก็ต้องให้รู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อเห็นว่ามีการจารึกชื่อของพวกมือบอนที่กลัวคนอื่นไม่รู้ว่ากูมาเยือนที่นี่แล้วนะ</p>
<p>เดินชมสถานที่อันสวยงามกันไปเรื่อยๆ ก็ต้องให้หงุดหงิดใจอีกครั้งเมื่อเจอแก้วน้ำพลาสติกถูกทิ้งอยู่ตรงบันได แม้จะมีถังขยะตั้งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว ฉันก้มลงเก็บพร้อมบ่นเสียงดังอย่างจงใจ “ทำไมทิ้งไว้อย่างนี้เนี่ย” แล้วก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทางด้านหลังพูดแก้เก้อ “เมื่อกี้เด็กทำหล่นไว้ไม่ได้เก็บ” เออ ก็เห็นนี่นาว่าเด็กทำหล่นแล้วทำไมไม่เก็บ หรือสอนให้เด็กเก็บไปทิ้งนะ มักง่ายกันจริงๆเลย (อันนี้คิดในใจ เพราะว่าเค้ามากันกลุ่มใหญ่อาจจะโดนตื้บได้)</p>
<div id="attachment_484" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi4.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g405]"><img class="size-medium wp-image-484" title="เขาวัง-พี่นิด" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi4-300x212.jpg" alt="เขาวัง-พี่นิด" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เขาวัง-พี่นิด</p></div>
<p>ขณะเดินกลับลงมามีแม่ค้าที่ตั้งซุ้มขายน้ำ ผ้าเย็น อะไรประมาณนี้ และมีมะเขือ แตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เรียกให้ช่วยซื้ออาหารให้ลิง เราก็เลยช่วยซื้อหน่อยละกัน เพราะเห็นว่าคนมาเที่ยวไม่มากนักคงขายของไม่ค่อยดี ซื้อเสร็จก็โปรยไปที่พื้นให้เจ้าจ๋อมากิน แล้วเราก็เดินกลับลงมา แล้วก็พบว่าที่ทางเข้ามีป้ายห้ามให้อาหารสัตว์ในเขตพระราชวัง อ้าว…ทำไงล่ะก็ให้ไปแล้วอ่ะ แล้วทำไมไม่ห้ามคนขายด้วยล่ะ เอาเป็นว่าเป็นความผิดร่วมละกันนะ</p>
<p>หลังกลับจากเขาวังเมื่อใกล้เที่ยง เราไปหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆทานกัน ก่อนแวะเข้าไปร่ำลาพี่ทอมกับพี่นิต พร้อมทั้งถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันซะหน่อย พี่ทอมบอกทิ้งท้ายว่า “เจอกันเมื่อชาติต้องการ” ฉันยิ้มรับแทนคำตอบ</p>
<div id="attachment_475" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g405]"><img class="size-medium wp-image-475" title="บ้านปืน-ถ้ำเขาหลวง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/06/Petchaburi3-300x212.jpg" alt="บ้านปืน-ถ้ำเขาหลวง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">บ้านปืน-ถ้ำเขาหลวง</p></div>
<p>ออกจากร้านพี่ทอมเราไปแวะชมพระรามราชนิเวศน์ หรือพระราชวังบ้านปืน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี ด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ มีต้นไทรย้อยต้นใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นแก่ผู้มาเยี่ยมเยือนได้นั่งพักคลายร้อนกัน ตัวอาคารที่งดงาม ตระการตาสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Baroque ด้านในมีป้ายห้ามถ่ายรูป แต่ก็มีนักท่องเที่ยวไทยสะพายกล้องเดินถ่ายรูปกันอยู่บ้าง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ด้านใน</p>
<p>ออกจากพระราชวังบ้านปืน ประมาณบ่ายแก่ๆ ลองหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆจาก GPS ดูเผื่อจะมีสถานที่น่าสนใจ แล้วก็ตกลงกันว่าจะแวะไปถ้ำเขาหลวง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เข้าไปถึงลานจอดรถก็มีคนนำตุ๊กตาจระเข้มาวางบนหลังคารถเพื่อกันลิงมาปีนป่ายรถ แต่เด็กเฝ้ารถบอกว่าบางทีลิงมันก็ไม่ได้กลัว ประมาณว่ามีไว้ให้เจ้าของรถอุ่นใจว่าไล่ลิงได้</p>
<p>เราเดินเข้าชมในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่นับร้อยองค์ ด้านบนถ้ำมีช่องให้แสงแดดส่องเข้ามาได้ทำให้ไม่รู้สึกอับชื้นเหมือนถ้ำอื่นๆ หลังจากเดินชมความงามภายในถ้ำแล้วเรากราบขอพรพระให้เดินทางกลับโดยสวัสดิ ภาพ แล้วออกเดินทางกลับกันเพราะเริ่มเย็นแล้วไม่อยากถึงบ้านค่ำนักเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานกันแต่เช้า</p>
<p>นั่งรถมาจนใกล้ตัวเมืองนครปฐม ก๋วยเตี๋ยวเมื่อกลางวันคงย่อยหมดแล้ว ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าได้เวลาเติมพลังงานอีกแล้ว เลยแวะทานอาหารทะเลกันที่องค์พระปฐมเจดีย์ เดินเข้าไปในร้านหันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่นั่ง ก็ไปสบตากับผู้หญิงที่นั่งอยู่กับครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก แล้วก็ส่งยิ้มมาให้ ฉันยิ้มตอบแบบงงๆ เอ…ใครหว่า นึกไม่ออก แล้วก็ได้ยินเสียงลูกชายเค้าพูดว่า “พวกเดียวไม่ใช่เหรอ” แล้วเค้าก็อ่านด้านหลังเสื้อพวกเราซึ่งเป็นชื่อกลุ่ม เพื่อนฉันได้ยินก็หันไปทันที (เพียงแค่รู้ว่าเป็นพันธมิตร ก็รู้สึกอุ่นใจ เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน) เราเลยได้พูดคุยทักทายกันนิดหน่อย พี่เค้ามาทำบุญที่วัดอ้อน้อย วัดนี้อยู่ตรงไหนนะ เมื่อไม่นานเพื่อนก็โทรมาถาม แถมโดนตำหนิว่าเป็นคนนครปฐมยังไงเนี่ย อ้าว…นี่ฉันต้องรู้จักทุกวัดที่นี่เลยหรือไงนะ หลังทานเสร็จก็ร่ำลากันออกเดินกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=12&amp;ll=13.10844,99.947723&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=13.10844,99.947723">ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์</a></dt>
<dd>ระเบียงริมน้ำ เกสเฮาส์</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=13.105504,99.94702">วัดมหาธาตุ</a></dt>
<dd>วัดมหาธาตุ</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=13.104443,99.947396">ร้านเมียโบราณ</a></dt>
<dd>ร้านเมียโบราณ</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=13.110159,99.938314">เขาวัง</a></dt>
<dd>เขาวัง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=13.135837,99.93377">ถ้ำเขาหลวง</a></dt>
<dd>ถ้ำเขาหลวง</dd>
</dl>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/06/06/petchaburi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอน 4)</title>
		<link>http://onholiday.org/2008/12/30/luangphrabang4/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2008/12/30/luangphrabang4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2008 06:36:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=734</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ตื่นมาใส่บาตรกัน ก่อนไปเช่ารถจักรยานออกไปขี่เล่นชมบ้านชมเมืองรอบนอก ดูวิถีชีวิตผู้คนที่นี่ แวะหมู่บ้านดูวิถีการทำกระดาษสาก่อนจะมาเป็นสมุดซักเล่ม หรือโคมไปกระดาษสวยๆซักชิ้นไม่ใช่ง่ายๆเลย แวะชมการทอผ้าซึ่งกว่าจะออกมาเป็นผ้าสวยๆซักผืนที่เราเห็นกันต้องนั่งทอกันหลังขดหลังแข็งเลยเชียว อีกทั้งได้มีโอกาสแวะไปสถานบันเทิงของที่นี่ได้บรรยากาศดีเหมือนกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang4.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="aligncenter size-full wp-image-986" title="Sabaidee Luang Prabang4" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang4.jpg" alt="Sabaidee Luang Prabang4" width="600" height="232" /></a></p>
<div id="attachment_735" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang5.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-735" title="ตักบาตรข้าวเหนียว" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang5-300x200.jpg" alt="ตักบาตรข้าวเหนียว" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ตักบาตรข้าวเหนียว</p></div>
<p>ตอนเช้าเราออกมาสายกว่าเวลานัดนิดหน่อย น้องเค้าออกมายืนรอแล้ว (สงสัยคงกลัวเราเบี้ยว) น้องเตรียมเสื่อมาด้วย หาที่ปูเสื่อให้เรานั่งรอใส่บาตร วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะแต่เช้าเลย บ้างมาใส่บาตรข้าวเหนียว บ้างก็มาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของประเพณีวิถีพุทธที่งดงามของชาวหลวงพระบาง</p>
<div id="attachment_736" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang6.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-736" title="หมู่บ้านทอผ้าและทำกระดาษสา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang6-300x200.jpg" alt="หมู่บ้านทอผ้าและทำกระดาษสา" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">หมู่บ้านทอผ้าและทำกระดาษสา</p></div>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>วันนี้เราวางแผนจะไปเที่ยวนอกเมืองกัน เลยมาเดินหาเช่าจักรยานกัน เรานำรถข้ามสะพานไม้เพื่อข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำคาน เพราะถ้าขี่ไปตามถนนจะไกลมาก หลังจากข้ามฝั่งไปเราขี่รถไปชมหมู่บ้านทอผ้า และทำกระดาษสา ได้ผ้าพันคอ และโคมไฟกระดาษสา ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย เราขี่รถชมวัดวาอาราม บ้านเรือนสองข้างทาง กันไป จอดแวะถ่ายรูปกันไป จนรู้สึกว่าแดดเริ่มร้อนมากแล้ว อีกทั้งเริ่มหิวกันแล้ว เลยขี่รถกลับกัน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>เรามาแวะพักกินข้าวเหนียว ส้มตำกันที่ริมแม่น้ำคานกัน แล้วตั้งใจจะกลับมาพักกันก่อน ระหว่างทางขี่รถผ่านน้ำผลไม้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง แวะดื่มน้ำผลไม้คลายร้อนกันซะหน่อย ก่อนกลับไปนั่งพักนอนพักจนแดดร่มลมตกแล้วก็ออกมาถ่ายรูปวัด Xiang Thong กันอีกรอบ</p>
<div id="attachment_818" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/IMG_2450.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-818" title="วัดเซียงทอง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/IMG_2450-300x200.jpg" alt="วัดเซียงทอง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดเซียงทอง</p></div>
<p>มื้อเย็นเราเดินไปหาอะไรกินกันที่ตลาด แล้วก็ตกลงมาหยุดที่ร้านเฝอ หลังจากกินเสร็จ เราเดินเล่นที่ตลาดกลางคืน และแวะกินเค้กที่ร้าน Joma เป็นร้านกาแฟน่ารักๆ แนว Starbuck เลยตัดสินใจเข้าไปดู เค้กอร่อย ราคาก็ไม่แพง เรานั่งคุยไปพลางเพื่อรอเวลาไป “ดาวฟ้า” สถานบันเทิงชื่อดังของที่นี่</p>
<p>เรานั่งสามล้อไปดาวฟ้า อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก รถสามล้อจอดที่หน้าตึก ซึ่งมองดูภายนอกเหมือนตึกร้างมากว่า ทำไมดูเงียบๆหว่า เดินเข้าไปด้านในพนักงานกำลังนำของมาจัดวางตามโต๊ะอยู่เลย เราคงมาเร็วเกินไปเลยกลายเป็นลูกค้าโต๊ะแรกของวันนี้ เราหาที่นั่งใกล้ประตู โต๊ะทำด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร มีราวเหล็กกั้นสำหรับให้ออกไปเต้นที่หน้าเวที ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เราสั่งเบียร์มานั่งดื่ม (มีการแจกคูปองจับฉลากด้วย)  รางวัลที่ 1 เป็นรถมอเตอร์ไซด์ ถ้าได้จะเอากลับยังไงเนี่ย) ซักพักก็เริ่มมีคนทะยอยกันมา เดินเข้าทำหน้าเลิ่กลั่ก หันซ้านหันขวา รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นคนไทย</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=15&amp;ll=19.897392,102.143122&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887086,102.135526">ร้านข้าวจี่ปาเต้</a></dt>
<dd>ร้านข้าวจี่ปาเต้</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887242,102.138594">พระธาตุหมากโม</a></dt>
<dd>พระธาตุหมากโม</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.897392,102.143122">วัดเซียงทอง</a></dt>
<dd>วัดเซียงทอง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89382,102.135623">ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</a></dt>
<dd>ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890481,102.137066">ภูสี</a></dt>
<dd>ภูสี</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89207,102.135639">วังเจ้ามหาซีวิต</a></dt>
<dd>วังเจ้ามหาซีวิต</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887353,102.132339">วัดมหาธาตุ</a></dt>
<dd>วัดมหาธาตุ</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.889043,102.13308">ไปรษณีย์</a></dt>
<dd>ไปรษณีย์</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890526,102.134963">วัดใหม่</a></dt>
<dd>วัดใหม่</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.897851,102.14559">สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 1</a></dt>
<dd>สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 1</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.892161,102.139469">สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 2</a></dt>
<dd>สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 2</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.901568,102.152086">หมู่บ้านกระดาษสาและทอผ้า</a></dt>
<dd>หมู่บ้านกระดาษสาและทอผ้า</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=18.923256,102.447896">วังเวียง</a></dt>
<dd>วังเวียง</dd>
</dl>
<p>ผู้คนทะยอยกันมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทย จนเวลาล่วงเลยไปใกล้ 4 ทุ่มถึงจะมีคนลาวเริ่มมากันเยอะขึ้น มีการเปิดเพลงไทยสลับเพลงลาว ยิ่งดึกก็ยิ่งมีคนออกไปเต้นมากขึ้น รวมถึงพี่นพ กับพริมด้วย เวลาที่เพลงลาวขึ้นยิ่งทำให้แยกได้ชัดเจนว่าเป็นคนไทยหรือคนลาว สังเกตุเอาจากท่าเต้น คนลาวเค้าเต้นท่าเดียวกันหมด (เหมือนเรียนมาอะไรประมาณนั้น) ส่วนที่เหลือเป็นคนไทยก็เต้นมั่วค่ะ</p>
<p>เราอยู่กันไม่ดึกนักเพราะเริ่มง่วงนอนแล้ว ไม่ลืมเอาฉลากไปให้คนไทยโต๊ะข้างๆ เพราะจะทิ้งก็เสียดาย เผื่อเค้าจะโชคดีได้ขี่มอเตอร์ไซด์กลับเมืองไทย แล้วเดินออกมาเรียกรถกลับที่พัก</p>
<div id="attachment_987" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-987" title="หลวงพระบางยามเช้าก่อนออกเดินทาง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang2-300x200.jpg" alt="หลวงพระบางยามเช้าก่อนออกเดินทาง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">หลวงพระบางยามเช้าก่อนออกเดินทาง</p></div>
<p>วันรุ่งขึ้นเราตั้งใจจะไปดื่มกาแฟที่ร้านประชานิยมกันก่อนออกจากหลวงพระบาง มุ่งหน้าสู่วังเวียงที่หมายต่อไปของเรา ดื่มกาแฟเสร็จเรากลับไปเก็บข้าวของแล้วออกมาเรียกรถสามล้อเพื่อไปขึ้นรถที่ขนส่ง รถออกจากวังเวียงประมาณ 8 โมงเช้า  รถขับลัดเลาะภูเขาให้เราได้เพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติสองข้างทาง ขุนเขาถูกม่านปกคลุมด้วยม่านหมอก สวยจนทำเอาลืมความวิงเวียนจากหนทางที่แสนคดเคี้ยว เราจอดแวะพักรถที่กิ่วกระจำตอน 10 โมง  และแวะให้เรากินข้าวเที่ยงกันที่กาสี โดยจะได้รับคูปองคนละ 1 ใบนำไปแลกข้าว หรือเฝอได้คนละอย่าง(เป็นอาหารมื้อแรกที่รู้สึกว่าไม่อร่อยเอาเสียเลย)</p>
<p>หลังอาหารเที่ยงเราเดินทางต่อจนถึงวังเวียง รถมา  จอดส่งเราที่ขนส่ง ต้องนั่งสองแถวต่อเพื่อไปลงที่ตลาด ด้วยสัมภาระที่แสนหนัก คงไม่สะดวกที่จะหอบหิ้วไปด้วย เราแวะดื่มน้ำแล้วพี่นพกับอุ้ยก็ออกไปหาที่พักกัน ปล่อยให้ฉันกับพริมนั่งเฝ้ากระเป๋ากัน ทั้งสองคนหายไปพักใหญ่แล้วกลับมาพร้อมคำตอบว่าที่พักเต็มหมดเลย พี่นพกับอุ้ยเลยเช่าจักรยานเพื่อขี่ออกไปหาที่พักนอกเมือง หายกันไปอีกพักก็กลับมาว่าได้ที่พักแล้ว แต่ต้องนอนเต๊นท์กัน เราเช่ารถเพิ่มอีกคันเพราะที่พักไกลจากตลาดออกไป 2 กก.</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_988" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/vang-vieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-988" title="บรรยากาศยามเย็น ริมแม่น้ำซอง วังเวียง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/vang-vieng-300x200.jpg" alt="บรรยากาศยามเย็น ริมแม่น้ำซอง วังเวียง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">บรรยากาศยามเย็น ริมแม่น้ำซอง วังเวียง</p></div>
<p>ตกเย็นเราขี่รถไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำซองซึ่งเป็นสะพานเดียวที่รถสามารถข้ามได้ ลงไปเดินชมบรรยากาศยามเย็น แวะซื้อ package สำหรับวันพรุ่งนี้ก่อนไปหาอาหารอร่อยๆกินกัน เราขีรถวนหาร้านอาหารที่เคยมากินเมื่อครั้งก่อนที่มาวังเวียง อาหารยังอร่อยเหมือนเดิมแม้จะช้าไปซักนิด</p>
<p>ระหว่างขี่รถกลับเห็นร้านไก่ย่างข้างทาง แวะซื้อไปกินดีกว่าเผื่อหิวอีกรอบ ข้างๆเต๊นท์เรามีศาลาไม้ให้ได้นั่งจิบเบียร์กัน เจอน้องคนไทยเต๊นท์ข้างๆเลยได้มานั่งพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ ด้วยคุยกันถูกคอเพราะเป็นพันธมิตรเหมือนกัน เราแยกย้ายกันไปนอนตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืน ตั้งใจจะอยู่จนข้ามปีแต่ร่างกายเริ่มต้องการพักผ่อนแล้วสิ แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับอยู่ดีเพราะที่พักข้างบนนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มใหญ่ร้องเพลงฉลองปีใหม่กันเสียงดังทั้งคืนเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2008/12/30/luangphrabang4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอน 3)</title>
		<link>http://onholiday.org/2008/12/29/luangphrabang3/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2008/12/29/luangphrabang3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2008 01:33:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=588</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคืนหลับสนิทตลอดทั้งคืนอากาศหนาวจนต้องใช้ถุงนอนก่อนห่มผ้าทับอีกชั้น ตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรข้าวเหนียว และเดินชมเมือง พร้อมลิ้มรสอาหารอร่อยๆของเมืองหลวงพระบาง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="aligncenter size-full wp-image-967" title="Sabaidee Luang Prabang3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang3.jpg" alt="Sabaidee Luang Prabang3" width="600" height="145" /></a><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_696" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-696" title="LuangPhrabang" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-300x200.jpg" alt="ตักบาตรข้าวเหนียว-ชมเมืองหลวงพระบางยามเช้า" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ตักบาตรข้าวเหนียว-ชมเมืองหลวงพระบางยามเช้า</p></div>
<p>หลับสนิทตลอดคืนในถุงนอนอันแสนอุ่น  เสียงโทรศัพท์ (ที่ตั้งปลุกไว้) ดังขึ้นตอน 6 โมงเช้า ลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า ตั้งใจว่าจะสระผม แต่พอเข้าห้องน้ำแล้วดูท่าจะไม่ไหว อากาศเย็นจัง เดี๋ยวค่อยกลับมาสระดีกว่า เดินออกมาแค่หน้าที่พักก็มีคนมาขายข้าวเหนียวแล้ว ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเริ่มทะยอยกันมาใส่บาตรมากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>หลังจากใส่บาตรเสร็จเราเดินอ้อมภูสีไปหาอาหารเช้ากินกัน เป็นร้านที่พี่นพแนะนำว่าอร่อยด้วยติดใจตั้งแต่มาเที่ยวคราวก่อน มีอาหารหลากหลาย ทั้งเฝอ บาแกต กาแฟ ปาท่องโก๋ และข้าวจี่ปาเต้ เป็นมันฝรั่งผสมผักและเนื้อหมูทอด กรอบนอกนุ่มใน อร่อยถูกใจทุกคนมาก</p>
<p>หลังอาหารเช้าเราเดินชมสถานที่ต่างๆ แวะวัดวิชุนราช ชมพระธาตุหมากโม (เรียกตามลักษณะของพระธาตุที่คล้ายผลแตงโมผ่าครึ่ง) เดินไปขึ้นภูสี ระหว่างทางมีป้าย Christmas ผืนใหญ่สีสดใสเลยแวะถ่ายรูปกันซะหน่อย ก่อนเดินขึ้นไปชมภูสีซึ่งอยู่ไม่สูงนัก ด้านบนมีจุดชมวิวมองลงมาเห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง</p>
<div id="attachment_699" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-699" title="ด้านบนพระธาตุภูสี" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-2-300x200.jpg" alt="ด้านบนพระธาตุภูสี" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ด้านบนพระธาตุภูสี</p></div>
<p>ถัดจากภูสีเราแวะเดินเล่นและถ่ายรูปที่แกลลอรี่ก่อนกลับไปเก็บของเพื่อย้ายที่พัก หลังเก็บข้างของเข้าที่พักใหม่ เจ้าของเป็นสาวลาวหน้าตาสะสวย ยิ้มแย้มแจ่มใสจนต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก  ใกล้เที่ยงแล้ว เราออกมากินข้าวกันที่ริมแม่น้ำโขง กินไปพลางคุยไปพลางถึงเรื่องนู้นเรื่องนี้ แล้วมาลงที่เรื่องการเมืองได้ไงไม่รู้ เด็กเสิร์ฟได้ยินเราคุยเรื่องการเมืองก็สนใจ และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนิดหน่อย ตอนท้ายน้องเค้าบอกว่า “ไม่อยากเห็นคนไทยทะเลาะกัน สงสารในหลวง” แอบปลื้มใจอยู่ลึกๆคนที่นั่นก็รักในหลวงเหมือนกัน ก่อนกลับยังแนะนำให้เราไปกินกาแฟที่ประชานิยมเพราะพันธมิตรชอบมานั่งกินที่นี่</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_700" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-4.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-700" title="LuangPhrabang-4" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-4-300x200.jpg" alt="ร้านกาแฟประชานิยม-วัดมหาธาตุ-แกลลอรี่" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ร้านกาแฟประชานิยม-วัดมหาธาตุ-แกลลอรี่</p></div>
<p>เราเดินไปร้านประชานิยมตามคำแนะนำและก็ไม่ผิดหวัง กาแฟรสชาติดี แถมมีพันธมิตรนั่งกันอยู่ก่อนแล้วกลุ่มหนึ่งด้วย ร้านนี้มีสมุดไว้ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้เขียนบันทึกด้วย ออกจากร้านกาแฟ เราเดินตัดตลาดไปวัดมหาธาตุ แล้วเลยไปส่งโปสการ์ดที่ไปรษณีย์ อุ้ยจำที่อยู่เพื่อนไม่ได้ ก็ขอให้เค้าประทับตราหลวงพระบางให้ แล้วนำกลับมาส่งเองที่เมืองไทย  แวะเข้าวัดใหม่ เพื่อถ่ายรูปและเข้าไปกราบพระในโบสถ์ซึ่งมีพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ด้วย</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>จากนั้นเราเดินย้อนกลับมาที่วังเจ้ามหาชีวิต เจอคนฝรั่งเศสเข้ามาพูดคุยทักทายกับพริม (แต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง) แล้วถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก เราเดินถ่ายรูปกันจนบ่าย 3 แดดร้อนมากจนเริ่มรู้สึกเพลีย เลยตกลงเดินกลับมาพักกันก่อนตกเย็นแดดคล้อย เราออกมาเดินเล่นอีกรอบรอดูพระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ แล้วเดินหาร้านอาหารเย็นเติมพลังกัน สายตาพลันไปเห็นร้านหมูกระทะ ลองชิมกันดีกว่าว่าจะเหมือนเมืองไทยรึเปล่า</p>
<div id="attachment_701" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-5.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-701" title="LuangPhrabang-5" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-5-300x200.jpg" alt="วังเจ้ามหาชีวิต" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วังเจ้ามหาชีวิต</p></div>
<p>อิ่มหนำสำราญแล้วเดินกลับมาที่พัก และออกมาหาร้านซักรีด จะซักเองก็เกรงว่าเสื้อกันหนาวหนาๆกับกางเกงยีนส์จะไม่แห้งเอา ตรงข้ามที่พักเรามีร้านเสริมสวย และนวดฝ่าเท้า พริมอยากจะสระผม พวกเราที่เหลืเลยนวดฝ่าเท้ารอกัน พี่ชาย(เอ หรือพี่สาว) ที่นวดให้พี่นพอัธยาศัยไมตรีดีมากๆ เล่าเรื่องสนุกๆให้เราฟังไปด้วยระหว่างนวด เช่น พี่เค้าเล่าว่า ผงชูรสเนี่ย คนลาวเรียกว่า แป้งนัว เคยมีคนไทยสั่งส้มตำและย้ำว่าไม่ใส่ผงชูรสนะ คนขายก็ถามว่าใส่แป้งนัวมั๊ย คนไทยก็ตอบว่า ใส่ (สื่อสารกันไม่เข้าใจ แม้ภาษาจะฟังดูใกล้เคียงกันก็ตาม)</p>
<div id="attachment_746" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-62.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-746" title="สาวสวยเจ้าของที่พัก-พระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-62-300x200.jpg" alt="สาวสวยเจ้าของที่พัก-พระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">สาวสวยเจ้าของที่พัก-พระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ</p></div>
<p>น้องสาวคนที่นวดให้ฉันถามว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะใส่บาตรกันมั๊ย เค้าจะนึ่งข้าวเหนียว และเตรียมดอกไม้ให้ เราก็เลยตกลงใจสั่งน้องเค้านึ่งข้าวเหนียวให้เลย พรุ่งนี้ใส่บาตรกันอีกซักวันดีกว่า น้องเค้ายังเล่าอีกว่า เคยมีคนไทยสั่งให้เค้านึ่งข้าวเหนียว และทำห่อหมกใส่บาตร 80 ห่อแล้วก็ไม่มารับ เค้าร้องไห้เลย เพราะเค้าลงทุนไปเยอะ แต่ฉันว่าอาจจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ คนไทยอาจจะแค่ถาม แล้วน้องเค้าอาจจะคิดว่าสั่งหรือเปล่านะ เพราะหลายๆครั้งเวลาคุยกับคนลาว ด้วยภาษาคล้ายกันมากเลยเหมือนจะพูดคุยกันรู้เรื่อง แต่จริงๆแล้วเข้าใจไม่ตรงกัน</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=15&amp;ll=19.890481,102.137066&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887086,102.135526">ร้านข้าวจี่ปาเต้</a></dt>
<dd>ร้านข้าวจี่ปาเต้</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887242,102.138594">พระธาตุหมากโม</a></dt>
<dd>พระธาตุหมากโม</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.897392,102.143122">วัดเซียงทอง</a></dt>
<dd>วัดเซียงทอง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89382,102.135623">ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</a></dt>
<dd>ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890481,102.137066">ภูสี</a></dt>
<dd>ภูสี</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89207,102.135639">วังเจ้ามหาซีวิต</a></dt>
<dd>วังเจ้ามหาซีวิต</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887353,102.132339">วัดมหาธาตุ</a></dt>
<dd>วัดมหาธาตุ</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.889043,102.13308">ไปรษณีย์</a></dt>
<dd>ไปรษณีย์</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890526,102.134963">วัดใหม่</a></dt>
<dd>วัดใหม่</dd>
</dl>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2008/12/29/luangphrabang3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

