<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>onholiday.org &#187; Headline</title>
	<atom:link href="http://onholiday.org/category/headline/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://onholiday.org</link>
	<description>Online Travel Magazine</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 02:49:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ดอยเสมอดาว เดือน และเมฆ หมอก</title>
		<link>http://onholiday.org/2010/07/24/phusuansai/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2010/07/24/phusuansai/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2010 01:45:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sasimam</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ด่านซ้าย]]></category>
		<category><![CDATA[นาแห้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พระธาตุศรีสองรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ภูสวนทราย]]></category>
		<category><![CDATA[เขาค้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เลย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1917</guid>
		<description><![CDATA[ดอยเสมอดาวเป็นของเราเมื่อคืนที่เราอยู่ จริง ๆ มีแต่เพียงเราเท่านั้น ในคืนนั้น
เสมอดาว เสมอเดือน เสมอเมฆ เสมอหมอก
เสมออรุณรุ่ง
เสมออาทิยต์อุทัย
อิ่มเอม เสมอหน้ากันทุกผู้ที่ร่วมทาง....]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0831_tonemapped-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1938" title="วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0831_tonemapped-1.jpg" alt="" width="600" height="195" /></a>เริ่มเดินทางด้วย คำขู่ คำข่าว ฝนตก น้ำท่วม พายุ จันทูเข้า</p>
<p>ฝนตกตลอดทาง บางช่วงมีทำถนนซะอีก แม่เจ้า</p>
<div id="attachment_1930" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0692-1-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1930" title="Post View" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0692-1-1-300x200.jpg" alt="Post View" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Post View</p></div>
<p>เช้านี้ ที่ Post View Camp Site ฟังดูเท่ห์มะ<br />
ก็ที่กางเต้นท์ข้าง ไปรษณีย์เขาค้อไง<br />
ติ๊ก น้องของ นพ บอกว่า กาแฟอร่อย มาก ๆ<br />
ตื่นมาฟัง จอห์น นูโว ร้องเพลง ทำMV ให้ดูเป็นอีก BF</p>
<p>ที่เห็น มิตซูซีเดีย จอดปะปน รถกองถ่าย เพราะเราเอาเค้าขึ้นมากับเราไม่ได้ พื้นแฉะ ล้อฟรี แล้วก็เป็นแค่คืนแรกที่มาเท่านั้น ตลอดทริปฟ้าโปร่ง มีเมฆบ้าง พอให้ร่มรื่น และ ลุ้นเล่นๆ เป็นช่วง ๆ</p>
<p>นอนกัน ที่เขาค้อ Post View มีน้ำอุ่นด้วย ค่ากางเต้นท คนละ 50 บาท/คืน วันนี้เราจะชะโงกเที่ยว บนเขาค้อกันนิดหน่อย เพื่อให้ผู้ที่เพิ่งมาได้เพลินตา กับ พระตำหนักเขาค้อ และ เอมใจกับ อนุสรณ์สถาน รำลึกถึง เหล่าทหาร และ ผู้สาบสูญของตระกูล &#8220;เกษรศุกร์&#8221;</p>
<div id="attachment_1929" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0671-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1929" title="Espresso ท่ามกลางทะเลหมอกยามเช้า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0671-1-300x200.jpg" alt="Espresso ท่ามกลางทะเลหมอกยามเช้า" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Espresso ท่ามกลางทะเลหมอกยามเช้า</p></div>
<p>เช้านี้ ติ๊ก น้องของ นพ บอกว่า Espresso อร่อย มาก ๆ แต่ก็ต้องไม่เผลอทานอาหารเช้ามากเกินไป เพราะเรามี<br />
ขนมจีนหล่มเก่า &#8220;ป้าสินรอง&#8221; ทีรอกันมาแรมปี และก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ<br />
ขนมจีนเส้นสด น้ำยา น้ำพริก น้ำยาป่า ใส่หม้อดินขนาดกลาง อุ่นร้อนพร้อมเสริฟที่โต๊ะ เพียงแค่สั่ง ขนมจีนที่แน่นอนตามมาด้วยผัก และ เครื่องเคียงเพิ่ม อย่าง ไข่ต้ม กุนเชียงอย่างดี เนื้อปนมันพอหมาะ และ หมูย่างแบบเค็ม ไม้นึงมีหมูชิ้นพอคำ 4 ชิ้น กินยังไม่ก็ไม่อิ่ม มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ต้องการรูปมาเป็นหลักฐาน ช้าไปแล้ว</p>
<div id="attachment_1932" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0711-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1932" title="พระตำหนักเขาค้อ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0711-1-300x200.jpg" alt="พระตำหนักเขาค้อ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">พระตำหนักเขาค้อ</p></div>
<p>จาก หล่มเก่า ไป ด่านซ้าย GRS นำเราไปในทางที่ เราไม่มีวันไปเองโดยเด็ดขาด<br />
ได้เห็นบ้าน ความเป็นอยู่ ของคนท้องที่ ไร่ นาที่เตรียมรอฝน มองไปทางไหนก็เขียวสด สบายตา</p>
<p>น้องโฟน ผู้ให้เสียงใน GPS พาเราเข้าทางลัด ที่แทบจะรัดตัวเรา</p>
<p>ก่อนเข้าเมืองด่านซ้าย บนจุดชมวิวที่น่าจะได้เห็นซ้ายทั้งเมือง โดยมีหัวตาโขนยักษ์สีสรรสดใสให้ได้ถ่ายรูปไว้เป็นพยานการผ่านมา แต่เสาไฟฟ้าแรงสูงที่บังวิวเราจนหมดความพยายามเลิือกวิวมาอวดใคร ๆ</p>
<div id="attachment_1931" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0708-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1931 " title="พระตำหนักเขาค้อ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0708-1-300x200.jpg" alt="พระตำหนักเขาค้อ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">พระตำหนักเขาค้อ</p></div>
<p>พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ก่อนเ้ข้าเมืองด้านซ้าย และก่อนที่เราจะเลี้ยวไปนาแห้ว ที่หมายของเรา<br />
จึงเป็นบุญของเราที่จะได้สักการะ พระธาตุอันเป็นพยานแห่งความสัมพันธ์ ของ พระมหาจักรพรรดิ แห่ง กรุงศรีอยุธยา และ พระเจ้าไชยเชษฐา แห่งกรุงศรีสัตนาคณหุต (ลาว) สร้างเมื่อ 2103 &#8211; 2106 นี่ก็ 447 ปีแล้วสิ</p>

<div id="attachment_1934" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0755-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1934" title="พระธาตุศรีสองรัก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0755-1-300x200.jpg" alt="พระธาตุศรีสองรัก" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">พระธาตุศรีสองรัก</p></div>
<p>พระธาตเก่าแก่มีการสักการะด้วย ขนบประเพณีที่สืบทอดกันมาด้วย การใช้หยวกกล้วยตัดเป็นท่อนขนาดประมาณ ไม้บรรทัด กว่า ๆ วางตั้งเป็นรูปทรงปิรามิ แล้วประดับด้วย ชิ้นเทียน ดอกไม้ ธูป เพื่อเป็นพูทะบูชา วางไว้รอบองค์พระธาตุ</p>
<p>ทางขึ้นพระธาตุจะต้องขึ้นบันได ประมาณ 50 ขั้น ที่เชิงบันได มีป้าย ห้ามสวมรองเท้า ห้ามแต่งแดง (ไม่ค่อยชัดเจนนัก) และที่เพิ่มขึ้นสำหรับ ที่บริเวณฐานพระธาตรอบในห้ามผู้หญิ่งเข้า จึงจะได้เห็นมีคนเดินเวียนรอบองค์พระธาต เพื่อสักการะและเพื่อบูชาในสิ่งที่อธิษฐานขอไว้</p>
<p>อีกอย่างที่เป็นคำยืนยันข้อมูลที่เคยได้ยินมาคือ คนขายล็อตเตอรี่ ส่วนใหญ่มาจากด่านซ้าย เห็นจะจริง เพราะเมื่อจอดรถจะเห็นก๊วนเค้า ยืนก็น เต็มไปหมด</p>
<div id="attachment_1935" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0792-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1935" title="น้ำตกตาดเหือง " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0792-1-300x200.jpg" alt="น้ำตกตาดเหือง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">น้ำตกตาดเหือง</p></div>
<p>ออกจากพระธาตฯ ก่อนจะตรงไป อ,นาแห้ว ผ่านจุดผ่านแดนไทย-ลาว บ้านเหมืองแพร่ จ.เลย แวะชะโงกซะนิส มีป้ายบอกว่า คนลาวให้เข้ามาได้ 500 ม.ไม่เก็บค่าผ่านเข้า แต่ถ้าคนไทยผ่านเข้ามา เก็บคนละ 15 บาท<br />
คงด้วยหวังให้คนลาวเข้ามาซื้อข้าวของที่เรา แต่ที่เค้าไม่มีของให้เราซื้อ ก็เลยเก็บเงินแทน ได้เห็นการขนของข้ามชายแดนที่กั้นไว้ด้วยลำน้ำเหืองที่เป็นช่วงที่ แคบและตื้นพอเดินผ่านได้ จึงได้เห็นว่า ขนส่งตู้เย็นข้ามชายแดนไม่ต้องรอบรรจุกล่องกันละ ยกกัน 2 คน เดินลุยน้ำกันไปเลย</p>
<p>แบกตู้เย็นข้ามชายแดน ไทย ลาว กันแบบนี้เลย</p>
<div id="attachment_1936" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0795-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1936" title="ภูหัวห้อม " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0795-1-300x200.jpg" alt="ภูหัวห้อม" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ภูหัวห้อม</p></div>
<p>มุ่งหน้าสู่ อช ภูสวนทราย (นาแห้ว) ที่เป็นที่ตึ้งของจุดกางเต้นท์ที่สูงที่สุดในอิสาน คือ ประมาณ 1408 MSL จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่ เจ้าซีเดียของเรา(นพ)จะต้องปีนเขา ปีนเนิน แล้ว และอีก ตลอดทาง<br />
อช นี้ ต้องมีหัวหน้าอุทยานที่เก่ง และดีมาก มีการจัดการ พื้นที่รีับ นักท่องเที่ยวดีมาก<br />
ห้องน้ำ สะอาด มีเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ด้วย ปลูกตะไคร้ ไล่ยุง ใช้ น้ำหมักชีวภาพ จนท ไหว้ทักสวัสดี ตลอด<br />
มีบ่อเต่าปูลู หัวโต หางยาวเหมือน จิ้งเหลน<br />
มีต้นกระโถนฤษี ช่วงปลายฝน<br />
แวะ จุดชมวิว/กางเต้นท์ ภูหัวห้อม เห็นวิว บ้านร่มเกล้าม , 1428, forest road = ถนนทำสัมปทานป่าไม้ในลาว, ภูสอยดาว อยู่ลิบ ๆ</p>
<div id="attachment_1937" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0807-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1937" title="วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0807-1-300x200.jpg" alt="วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา</p></div>
<p>แวะ น้ำตกตาดเหือง ไปกลับ 400 เมตร เดินไม่ยาก แต่ชัน พอ หอบ<br />
น้ำตกสวย น้ำสีเหมือนชาเย็น เป็นจุดกั้นพรมแดนระหว่าง ไทย/ลาว มีป้ายเตือนห้ามข้ามไป อาจถูกจับ</p>
<p>จากที่ทำการ อช จะต้องเดินไป ชมวิว 1km 2km 3km 4km 5km</p>
<div id="attachment_1939" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0843-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1939" title="อช. ภูสวนทราย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0843-1-300x200.jpg" alt="อช. ภูสวนทราย" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">อช. ภูสวนทราย</p></div>
<p>คืนนี้ ปลาสัมอีกแล้ว ว่าจะใช้ ปลาสัม(กำนันจุล) เป็นชื่อทริป แล้ว หลังจาก<br />
มื้อแรก ปลาทอด มื้อที่สอง ไข่ผัดปลาส้ม มื้อที่สาม ปลาสัมผัดไข่<br />
คืนนี้ฝนเกือบตก จัดเต้นท์กันวุ่นวายเลย แต่ก็ได้ วิธีการกาง fly sheet ใหม่ที่กว้างขึ้น</p>
<p>ตื่นสาย ๆ ออกเดินทางแบบไม่เร่งรีบ ผ่านถนน คดเคี้ยว คดเคี้ยว มัวก้ม ๆ เงย ๆ จนเวียนหัว ตามหายาดมแทบไม่ทัน</p>
<div id="attachment_1947" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0852-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1947" title="น้ำตกภูเสอยดาว" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0852-1-300x200.jpg" alt="น้ำตกภูเสอยดาว" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">น้ำตกภูเสอยดาว</p></div>
<p>ภูสอยดาว น้ำตกภูเสอยดาว</p>
<p>ดื่มด่ำ ชื่นชมกับธรรมชาติ ป่าเขา ชนบท แดดอ่อน เมฆปกคลุม โปรยมาพอสบาย ๆ<br />
นึกว่าจะได้แวะ เซเว่น ก่อนที่จะถึงที่กางเต้นท์ถัดไป จะจนแล้วจนรอด น้องโฟนผู้ให้เสียงใน GPS ก็ยังคงพาไปในเส้นทางที่ ลัดเลี้ยวไปในที่ที่ ให้คนเมืองได้อิ่มใจกํบธรรมชาติ จน จน &#8230;&#8230;เรา เริ่ม หิวข้าวแล้ว</p>
<div>
<div id="attachment_1948" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0870-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1948" title="ผาชู้ " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0870-1-300x200.jpg" alt="ผาชู้" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ผาชู้</p></div>
<p>ยังไม่เจอร้านอาหารซะที</p>
</div>
<div>
<p>ผ่านหมู่บ้านนึงที่ใหญ่หน่อย แต่ก็เงียบเหลือใจ<br />
ผ่านด่านฯ ที่เอาเรื่อขุดจากต้นตะเคียน ขนาดใหญ่ ยาว 20 &amp; 28 เมตร ที่จับได้มาโชว์ให้เห็นผลงาน<br />
ด้วยเพราะความเชื่อที่ว่า ต้นตะเคียนจะมี นางตะเคียนคุ้มครองอยู่ เมื่อมาใช้ทำเรือ จะได้เรื่อที่ชนะเรือทุกลำ<br />
พวกเค้ามีสิทธิอะไรมาตัดนะ เค้ามาปลูกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ ประเพณีการแข่งเรือต้องรักษาไว้<br />
แต่ถ้าต้องการเรื่อขนาดใหญ่จากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่่่เช่นนี้ พวกเค้าเริ่มปลูกกันไว้บ้างหรือยัง</p>
<div id="attachment_1949" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0910-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1949" title="ผาหัวสิงห์ " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0910-1-300x200.jpg" alt="ผาหัวสิงห์" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ผาหัวสิงห์</p></div>
<p>แก่งหลวง ฟังดูสวย ใหญ่นะ มีป้ายชี้ให้แวะชม แต่ก็เงียบอีก มีรถกระบะท้องถิ่นจอดอยู่ 2 คัน สักพักก็แบกของทะยอยเดินตามกันขึ้นมา เราว่าจะเดินย้อนตามไปดูจุดเรือจอดซะหน่อย แต่คณะ ดูเหมือนไม่สนใจ<br />
มารู้ภายหลังว่าดีแล้วที่ไม่ไปดู เพราะ จนท บอกว่ามักมีพวกช๊อตปลามาลักลอบ ในยามที่ จนท เผลอ<br />
เฮ้อ&#8230; กับ ทุกอย่าง ชาวบ้าน ศก ความรับผิดชอบ โทษยาวไปถึง นักการเมือง เล้ยแหละ ที่ทำให้ เจ้าปลาที่ถูกจับไปในฤดูปลาวางไข่อย่างนี้ โดนช๊อตไป ซะ 2 กระสอบปู๋ย</p>
<div id="attachment_1950" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0924-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1950" title="ดอยเสมอดาว" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0924-1-300x200.jpg" alt="ดอยเสมอดาว" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ดอยเสมอดาว</p></div>
<p>ผาซู้ เข้าใจทำนะ เอาเสาธงไปปักไปบนยอดผา โยงเชือกลงมา เพื่อให้เป็นเสาธงที่สูงสูงที่สุดในประเทศ แล้วก็ต้องร้องเพลงชาติซะ 7 รอบกว่าจะถึงฐานธง<br />
ผานี้ก็มีตำนานที่มาของชื่อ จ๋อย จันทร์ผา เอื้อง&#8230; เดาได้ไม่ยาก<br />
แวะครั้งนี้ เราก็ยังคงต้องกินไข่เจียวเป็นอาหารเที่ยง ด้วยการบริการตัวเอง ความหิวให้ทำไรก็ยอม<br />
จากนั้นถึงจะมีแรงไปกระโดด ก่อนที่จะต่อไปยังจุดกางเต้นท์ ดอยเสมอดาว ของเรา</p>
<p>ดอยเสมอดาวเป็นของเราเมื่อคืนที่เราอยู่ จริง ๆ มีแต่เพียงเราเท่านั้น ในคืนนั้น<br />
เสมอดาว เสมอเดือน เสมอเมฆ เสมอหมอก<br />
เสมออรุณรุ่ง<br />
เสมออาทิยต์อุทัย<br />
อิ่มเอม เสมอหน้ากันทุกผู้ที่ร่วมทาง&#8230;.</p>
<p>ยังมีต่อ เขาดินนาน้อยแสนปี อช ศรีน่าน แม่น้ำน่านหลั่งเลือด หน้าปะทะเมฆที่อช ขุนสถาน</p>
<div id="attachment_1951" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0988_tonemapped-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-full wp-image-1951" title="ดอยเสมอดาว" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_0988_tonemapped-1.jpg" alt="ดอยเสมอดาว" width="600" height="400" /></a><p class="wp-caption-text">ดอยเสมอดาว</p></div>
</div>
<div id="attachment_1952" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_1001_tonemapped-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1952" title="เสาดินนาน้อย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_1001_tonemapped-1-300x200.jpg" alt="เสาดินนาน้อย" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">เสาดินนาน้อย</p></div>
<div id="attachment_1955" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_1005_tonemapped-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1917]"><img class="size-medium wp-image-1955" title="อช. ขุนสถาน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/07/IMG_1005_tonemapped-1-300x200.jpg" alt="อช. ขุนสถาน" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">อช. ขุนสถาน</p></div>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;<br />
National Parks of Thailand <a onmousedown="UntrustedLink.bootstrap($(this), &quot;193f6&quot;, event);" href="http://www.dnp.go.th/index_eng.asp" rel="nofollow" target="_blank">http://www.dnp.go.th/index_eng.asp</a><br />
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (นาแห้ว)<br />
ต.แสงภา อ. นาแห้ว จ. เลย 42170<br />
โทรศัพท์ : 0 4280 7616 (VoIP)<br />
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ : นายบัญชา ประเสริฐศรี<br />
<a onmousedown="UntrustedLink.bootstrap($(this), &quot;193f6&quot;, event);" href="http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=1079&amp;searchword=%C0%D9%CA%C7%B9%B7%C3%D2%C2&amp;category=%CD%D8%B7%C2%D2%B9%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4" rel="nofollow" target="_blank">http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=1079&amp;searchword=%C0%D9%CA%C7%B9%B7%C3%D2%C2&amp;category=%CD%D8%B7%C2%D2%B9%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4</a></p>
<p>อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว<br />
ต.ห้วยมุ่น อ. น้ำปาด จ. อุตรดิตถ์<br />
<a onmousedown="UntrustedLink.bootstrap($(this), &quot;193f6&quot;, event);" href="http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=9114&amp;searchword=%C0%D9%CA%CD%C2%B4%D2%C7&amp;category=%CD%D8%B7%C2%D2%B9%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4" rel="nofollow" target="_blank">http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=9114&amp;searchword=%C0%D9%CA%CD%C2%B4%D2%C7&amp;category=%CD%D8%B7%C2%D2%B9%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4</a></p>
<p>ดอยเสมอดาว ผาชู้ ดอยหัวสิงห์ แก่งหลวง ปากนาย<br />
อชศรีน่าน <a onmousedown="UntrustedLink.bootstrap($(this), &quot;193f6&quot;, event);" href="http://www.dnp.go.th/MainNation/nationpark/_private/sri_nan.htm" rel="nofollow" target="_blank">http://www.dnp.go.th/MainNation/nationpark/_private/sri_nan.htm</a><br />
<a onmousedown="UntrustedLink.bootstrap($(this), &quot;193f6&quot;, event);" href="http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=9106&amp;searchword=%C8%C3%D5%B9%E8%D2%B9&amp;category=%CD%D8%B7%C2%D2%B9%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4" rel="nofollow" target="_blank">http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=9106&amp;searchword=%C8%C3%D5%B9%E8%D2%B9&amp;category=%CD%D8%B7%C2%D2%B9%E1%CB%E8%A7%AA%D2%B5%D4</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2010/07/24/phusuansai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองงอย มิติย้อนเวลาแห่งสายน้ำอู (สปป.ลาว) Muang Ngoi : Lao PDR</title>
		<link>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 09:35:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[Lao]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Ngoi]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองงอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%9b-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ล้อหมุนเวลาเกือบ 11 โมงเช้า ไม่ตรงเวลาตามปี้ 10.00 น. ถือเป็นเรื่องปรกติสำหรับที่นี่ คนที่นี่เขาไม่รีบร้อน ไม่ต้องแข่งกับเวลา บางทริปขับไปซ่อมไป แวะนั่น แวะนี่ ถ้าทำใจไว้อยู่ก่อน ปรับชีวิตให้ช้าลงคุณจะเที่ยวเมืองลาวได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ แห่งหนใด
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ล้อหมุนเวลาเกือบ 11 โมงเช้า ไม่ตรงเวลาตามปี้ 10.00 น. ถือเป็นเรื่องปรกติสำหรับที่นี่ คนที่นี่เขาไม่รีบร้อน ไม่ต้องแข่งกับเวลา บางทริปขับไปซ่อมไป แวะนั่น แวะนี่ ถ้าทำใจไว้อยู่ก่อน ปรับชีวิตให้ช้าลงคุณจะเที่ยวเมืองลาวได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ แห่งหนใด</p>
<p><img class="size-medium wp-image-1848 alignright" style="border: 1px solid black;" title="DSC_3196" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3196-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
หลังจากตักบาตรข้าวเหนียวที่เมืองหลวงพระบางเสร็จ พวกเรารีบออกเดินทางไปท่ารถสายเหนือให้ทันรถออกเวลา 10.00 น  เราซื้อปี้เพื่อเดินทางมุ่งสู่หนองเขียวหรือเมืองงอยใหม่<br />
เมืองเล็ก ๆ สงบเงียบมีสายน้ำอูไหลผ่าน  เมือง ที่ต้องตั้งใจมา ถึงแม้จะอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางด้วยระยะทางเพียง 160 กิโลเมตรขึ้นไป ทางตอนเหนือ<br />
แต่ก็ยังต้องใช้เวลานั่งรถประมาณเกือบ 4 ชม. นักท่องเที่ยวคนไทยส่วนมากก็เลือกจะหยุดอยู่แค่หลวงพระบางแล้วเดินทางกลับ เส้นทางเดิม หรือ ไม่ก็ นั่งเรือจากห้วยทราย-ปากแบ่ง-หลวงพระบาง<br />
แล้วลงไป วังเวียง เข้าสู่เวียงจัน ไปเลย การเดินทางในลาวนอกจากเส้นทางไม่สะดวกสบายนัก มักติดข้อจำกัดตรงที่ส่วนมากมักมีรถเพียงรอบเดียว และเป็นรอบเช้า วันนี้ก็เช่นกันถ้ามาไม่ทันก็หมายถึงต้องกลับไปนอนหลวงพระบางอีกคืน แล้วพรุ่งนี้จะเอายังไงค่อยว่ากันใหม่ แต่พวกเราว่องไวพอ ด้วยเพราะพักที่หลวงพระบางมา 3 คืน แล้ว อยากย้ายเต็มที่ และสำหรับฉันไฮไลท์ของทริปนี้ไม่ใช่หลวงพระบางอีกต่อไป ฉันมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่จุดหมายในใจสำหรับทริปนี้ของฉันคือ เมืองหนองเขียว เมืองงอย เมืองอุดมไชย</p>
<p><img class="size-medium wp-image-1849 alignleft" title="DSC_3206" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3206-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
ถึงแล้วหลังจากนั่งรถชิว ๆ เส้นทางไม่โหดนักบนถนนลาดยางสลับลูกรังเกือบ ๆ 4 ชม. พวกเราแบกกระเป๋าสัมภาระ ไปทางท่าน้ำ เพื่อซื้อปี้เรือ ในวันนี้เราตั้งใจไปนอนเมืองงอยเก่า โดยผ่านหนองเขียว (เมืองงอยใหม่)ไปก่อน เพราะเส้นทางนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของฉัน จำเป็นต้องเผื่อเวลาของความผิดพลาดไว้ซักหนึ่งวัน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ (เวียงจัน-วังเวียง-หลวงพระบาง-เมืองงอย-อุดมไชย-ปากแบ่ง-เชียงของ) แต่ถ้าการเดินทางไม่เป็นไปตามแผนด้วยเหตุอันใดก็ตามแต่ เราจะตัดเชียงของออกไป  พวกเรามีเวลา 8 คืน สำหรับทริปนี้  ถึงคราวต้องเลือกระหว่าง หนองเขียว หรือ เมืองงอย ถ้านอนทั้งสอง เกรงว่าเราจะกลับไปไม่ทันกำหนดลางานไว้ จึงต้องเลือกแค่ที่เดียว พวกเราตัดสินใจเลือกพักที่เมืองงอยเก่าดีกว่า  และ นี่ทำให้วันนี้เราต้องรีบอีกครั้งเพื่อซื้อตั๋วก่อนเรือออก เพราะมีเที่ยวเดียวอีกแล้ว (แต่ยังไงเขาจะรอรถรอบนี้มาก่อนเรือออกอยู่ดี เพราะนักท่องเที่ยวมาจากรถรอบนี้ทั้งนั้น)</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1790" title="DSC_3250" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3250-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /><br />
พวก เราลงไปนั่งรอเรือลำไม่ใหญ่นัก เป็นเรือนานาชาติขนกระเหรี่ยงหัวหลากสีต่างเผ่าพันธุ์ กลุ่มเราเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่เป็นคนไทย นั่งกอดคองอเข่ากันไป  เข่างี้เกยชนกันกับฝรั่งตรงข้าม ต้องตกลงกันให้ดีใครจะเอนทางไหน นั่งกันแบบสลับฟันปลา  คิดซะว่าแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้วน่ะ  เมือง งอยเก่านี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติมาได้หลายปีแล้ว เพราะยังคงซึ่งความบริสุทธิ์ทั้งธรรมชาติ และ เสน่ห์แห่งวิถีชีวิต หลายคนหนีจากวังเวียงมาที่นี่ ด้วยเพราะวังเวียงมีความเจริญสอดแทรกเข้าไปทุกหัวระแหง มีอาคารใหม่ ๆ และ ที่กำลังก่อสร้างเพิ่มอีกมากมาย ระบบทุนนิยมกำลังคุกคามที่นั่นอย่างหนักหน่วง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายทุกขณะ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่นก็แตกต่างจากเดิม ซึ่งทำให้ฉันนึกถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเมืองปายสมัย 7 ปี ที่แล้ว กับนักท่องเที่ยวที่ไปปายในปัจจุบัน เป็นความแตกต่างเช่นนั้นจริง ๆ ล่าสุดที่วังเวียง ฉันเห็นฝรั่งแต่งชุดบิกินี่ เดินกันบนถนนที่นั่น สาบานได้ว่าเป็นถนนที่รถวิ่งได้ ไม่ใช่ริมน้ำ หรือ ลากูน ใด ๆ ทั้งสิ้น ฉับพลันก็หวลนึกถึง พัทยา บ้านเรานี่เอง  ทำไมถึงวกไปวังเวียงได้ ก็เพราะได้ยินมาว่า ที่นี่เปรียบเสมือนวังเวียงเมื่อซัก 10 กว่าปีก่อน หากทว่ามีมนต์เสน่ห์มากกว่าด้วยเพราะต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น</p>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-1850" title="DSC_3209" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3209-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
พวกเรานั่งบนเรือจนเลยเวลาเรือออกไปซัก 15 นาที ได้ เมื่อยมาก ฝรั่งเริ่มบ่นอึงอื้อ ถามพวกเราให้ส่งภาษาถามได้ไหมว่าเกิดอะไร ทำไมเรือไม่ออกซะที เราก็ถามให้ ปรากฏว่าคนขับเรือรอลูกสาวจะไปเมืองงอยด้วย แต่เธอยังไม่ปรากฏตัว พวกเราทั้งลำเรือรอเธอมาพร้อมลูกเขยอีกสักครู่ใหญ่ ๆ จนฝรั่งกระแหนะกระแหนด้วยการตบมือต้อนรับทั้งลำ 555 ม่วนชื่นกันไป</p>
<p>สองฝากฝั่งริมน้ำอู สวยครึ้ม สงบบริสุทธิ์ แลดูลึกล้ำ ฉันรู้สึกเหมือนเรือลำน้อยพุ่งทะยานพาขบวนชีวิตหลากหลายที่ถูกปรุงแต่งปลด คราบแห่งความเป็นเมืองศิวิไลต์ทิ้งลงตามรายทางมิติแห่งสายน้ำ เพื่อไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในอีกโลกหนึ่งซึ่งซ่อนตัวกลางหุบเขาไกลโพ้น ฉันคงไม่ได้รู้สึกเพียงคนเดียวหรอกนะ&#8230;&#8230; เรือแล่นไป แล่นไป น้ำนิ่งบ้าง ผ่านแก่งน้ำเชี่ยวกราดบ้าง มิให้ไร้ซึ่งความหวาดเสียวอยู่บ้าง  &#8230;&#8230;.หนึ่งชั่วโมงแห่งสายน้ำย้อนเวลา&#8230;&#8230;.</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1851" title="DSC_3212" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3212-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
เมืองงอยตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้า ฉันต้องใช้คำนี้ ก็เพราะมันอยู่สูงกว่าตลิ่งท่าเรือช่วงน้ำแล้งเช่นนี้ พวกฉันตะกายไปตามบันไดที่ใช่บันไดซะทีเดียว แบกเป้เดินหาที่พัก พวกเราเดินไม่ทันฝรั่ง ไปที่ไหน ๆ ก็เต็ม Full, Full and Big Fool นี่ขนาดดั้นด้นออกมาไกลขนาดนี้ยังโดนด่าว่าโง่ได้อีกนะ  โง่ก็ได้ ก็ต้องมาเที่ยวเทศกาลแบบนี้แหล่ะ ก็ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่นี่นะ สุดท้ายก็กลับมานั่งหอบตรงท่าเรือ เอาที่นี่แหล่ะว้า  Ning Nign GH เหลือแค่สองห้องเพราะมันเป็นห้องแพงบรรดาแบ็คแพ็คฝรั่งจึงไม่สนใจ ก็เป็นกรรมของกระเหรี่ยงเดินช้าอย่างเราไป ห้องละ 70,000-80,000 kip (ไม่ใช่เทศกาลราคาอยู่ที่ 40,000 kip) และราคาห้องริมผาเห็นวิวแม่น้ำ แต่เล็กกว่าห้องเรา เราคิดว่าต้องนั้นน่าจะสวยที่สุดของที่นี่ราคากลับอยู่แค่   2 USD แต่เต็มหมดอยู่ก่อนแล้ว   <img class="alignleft size-medium wp-image-1852" title="DSC_3234" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3234-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /> เสร็จจากภารกิจหาห้องพักก็ไปเดินเล่น เห็น หนุ่มญี่ปุ่นเซอร์ ๆ ติส ๆ (แถมเที่ยวคนเดียวด้วย) คนนึงถ่ายรูปไรอยู่ ต้องเป็นช็อตเด็ดแน่ ๆ ทะเล่อทะล่าเข้าไปดูบ้าง โช๊ะะะ ภาพและเสียงที่เห็นตรงหน้ามันคือไก่ถูกจับยกขาห้อยหัว แล้วไม้หน้าสามท่อนนึงก็ฟาดเข้าไปที่หัวไก่เจ้ากรรม ร้อง ”กระต๊าก” มาแอะนึงยังไม่พอเต็มคำ พร้อมกระตุก กึ๊ก ๆ ๆ ช่างเป็นภาพที่สยดสยองสำหรับฉันจนกดชัตเตอร์ไม่ลงจริง ๆ ฉันได้แต่เบือนหน้าหนี คงจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มากับลำเรือเดียวกับเราออร์เดอร์กระมัง วันนี้จะมีสัตว์เจ้ากรรมโดนเชือดกันไปอีกกี่ตัวนี่ ทุกที่พักดูตื่นตัวกับกิจกรรมเหล่านี้ เพราะเป็นช่วงเวลากอบโกยเงินจากนักท่องเที่ยว ต่อให้มาไกลแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ไกลพอคำว่า &#8230;..เงิน เงิน เงิน&#8230;&#8230; ฉันนึกถึงวังเวียง ไม่ช้าไม่นาน ที่นี่ก็อาจเป็นเช่นนั้น จะช้าหรือเร็วแค่นั้น</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1856" title="DSC_3317" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3317-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /> ค่ำคืนเมืองงอยหนาวเหน็บ จนฉันและเพื่อนสาวอีกคน มองหน้ากัน แล้วเป็นอันรู้กัน วันนี้เราจะซักแห้งกันนะ มองตาแล้วต่างรู้ใจ สมกับเป็นบัดดี้กันซะจริง ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ ติด ๆ ดับ ๆ ไม่นานก็ปิด กิจกรรมที่ทำได้อย่างเดียวตอนนี้คือ นอนซะ ด้วยที่จะได้ไม่มีใครเสียเปรียบใคร ก็เพราะมันเหม็นทั้งคู่น่ะซิ ส่วนใครชิงหลับก่อนก็ไม่ต้องทนดมกลิ่นนาน 5555 แล้ว เราก็หลับไป กลางคืนหนาวเหน็บ เช้าตรู่ซิหนาวยิ่งกว่า เทอร์โมมิเตอร์เอาออกไปวางหน้าประตูห้องจับอุณหภูมิได้เลขตัวเดียว แต่วิวที่เห็นเบื้องหน้ามองลงไปที่ท่าเรือ และ สายน้ำอู ปางอุ๋งว่าสวยงามแค่ไหน ที่นี่ทวีคูณยิ่งกว่า หมอกคละคลุ้งลอยละเลียดอยู่ผิวน้ำทั้งสาย ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่รูปร่างแปลกตาที่โอบล้อมไปด้วยสายหมอกเช่นกัน เป็นเสน่ห์เหมือนโดนมนต์สะกด เหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ฉันนึกภาพตัวเองเป็นนักแสดงนำ ที่ประสบอันตรายใด ๆ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมุดลอดออกจากถ้ำ หรือ ป่าดิบชื้น มาโผล่เห็นสิ่งมหัศจรรย์อยู่ตรงหน้า แล้วกล้องก็ซูมเอ้าท์จากตัวฉันด้านหลังขึ้นไปมุมสูงแพนไปที่วิวตรงหน้า 180 องศา โดยยังให้มองเห็นฉันอยู่ด้วยในมุมด้านล่าง 555 ฉันคงจำมาจากภาพยนตร์ซักเรื่อง   ฉันเริ่มหนาวจนตื่นจากภวังค์ และที่ทำให้ฉันแปลกใจ คนที่นี่ลงไปทำกิจกรรมในน้ำกันได้ ในอุณหภูมิขนาดนี้ บ้างก็ถ่อเรือ พายเรือ ตักน้ำรดผัก เก็บแหอวนที่ดักปลาไว้ขึ้นมาจากน้ำ  ภาพที่สวยงามตรงหน้า ฉันก็ได้บันทึกลงแผ่น CCD ไว้ ทุกมุม ฉันมายืนถ่ายรูปริมน้ำจุดนี้ได้ซักประมาณ สิบนาที เจ้ากระบอกเลนส์ก็เย็นจนมือที่จับชาไปด้วยเหมือนจับกระป๋องเป็บซี่แช่ตู้ เย็นช่องธรรมดา   อากาศหนาวได้ใจ  และสุดท้ายเราก็อยู่เมืองนี้ได้โดยที่ไม่ต้องอาบน้ำ</p>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-1853" title="DSC_3240" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3240-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /> ฉันอยู่เมืองนี้ได้แค่หนึ่งคืน กับอีกหนึ่งวัน ได้มีเดินเล่นในหมู่บ้าน ถ่ายรูปผู้คน  ไปถ้ำกลาง ถ้ำที่ไว้หลบลูกระเบิดสมัยสงคราม ทหารอเมริกันจะมาทิ้งระเบิด ตอนกลางวันคนจะมาหลบอยู่ในถ้ำ พอตกกลางคืน ถึงค่อยออกมาทำไร่ ทำนา หาอาหารไปให้คนข้างในอีกที เป็นเวลาสิบปี ที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ที่นี่ดินแดนที่แทบจะไม่มีอะไรเลย (ในความศิวิไลช์) กิจกรรมมีเพียงคายัค กับ เดินป่า (ต้องใช้บริการทัวร์) คนที่จะมาคงต้องเป็นนักท่องเที่ยวกินง่าย อยู่ง่าย ที่พักมีเยอะขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก  เสน่ห์ของที่ นี่คือความนิ่งที่หอมหวาน ความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยธรรมชาติที่ยังคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ เสน่ห์ของวิถีชิวิตยังมีให้พบเห็น เมืองที่สวยงามแต่ซ่อนความเจ็บปวดและคราบน้ำตาแห่งความสูญเสียไว้ให้พบเห็น ตามรายทาง  คุณล่ะ ครั้งหน้ามาเที่ยวหลวงพระบาง ลองย้อนเวลาลงมาอีกซักนิดมั้ย<br />
<img class="aligncenter size-medium wp-image-1857" title="DSC_3321" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3321-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /></p>
<p>การเดินทาง :-<br />
จากหลวงพระบาง<br />
-ขึ้น local bus เวลา 10.00 น.ไปลงที่ หนองเขียว (Nong Kieaw) ที่สถานีสายเหนือ ค่าโดยสารคนละ 32,000 kip ระยะทาง 160 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง</p>
<p>-ต่อเรือไปเมืองงอยเก่า อีก เวลา 14.00 น. ค่าตั๋วเรือ คนละ 80,000 kip ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ขากลับใช้เส้นทางเดิม เรือออกรอบแรก 9.00 น.</p>
<p>สามารถเดินทางกลับหลวงพระบาง หรือ ไปต่อทางอุดมไชย ได้ทั้งสองเส้นทาง :-</p>
<p>-กลับหลวงพระบาง กลับเส้นทางเดิม local bus หรือ กลับทางเรือ ค่าโดยสารค่อนข้างแพง ประมาณ 1 ล้านกีบ (1 Million Kip) ราคาไม่ update ของปี 2549 เป็นราคาเหมาลำ ต้องหาคนแชร์หลาย ๆ คน สายน้ำอูจะไปเชื่อมต่อ น้ำโขงตรงปากทางถ้ำติ่ง ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 8 ชั่วโมง</p>
<p>-ไปต่อทางแขวงอุดมไชย ค่ารถคนละ 140,000 kip จำเวลารถออกไม่ได้ เหมือนประมาณว่าพอเรือมาเข้าท่า ก็มีรถรออยู่แล้ว แล้วก็ออกไปในบัลดล ถึงอุดมไชยประมาณบ่ายแก่ ๆ  นอนที่นี่หนึ่งคืนบรรยากาศคล้าย ๆ เมืองจีน จากอุดมไชยมีรถไปปากแบ่ง 2 เที่ยว เวลา 9.00-13.30 และ 10.00-14.30 น ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.ครึ่ง</p>
<p>อัตราแลกเปลี่ยน :- 1 บาท = 250-258 กีบ ณ มิถุนายน 2553<br />
Exchange Rate:- 1 Bath = 250-258 kip at June 2010</p>
<p>Happy Travels!<br />
Muang Ngoi Neua is short on luxury, but rich in character, Lao culture and roosters. This sleepy little village has certainly been discovered by your fellow backpackers, but it’s off the beaten track and provides a revitalizing destination for jungle treks, swimming and just chilling out and watching the river flow by.<br />
We can go to Muang Ngoi by boat from Nang Khiaw. This town is so small there is the only one main road and no electricity from 6 pm till morning. Travellers come here because it cut off from the outside world.</p>
<p>How to get there :-<br />
From Luang Prabang, take a bus of  north bus station to Nong Kieaw. The bus will start from 10.00 am (32,000 kip) , spend  time about 4 hrs from the way 160 km.  then take boat from here 1 hr to Muang Ngoi (80,000 kip). Stay here for two or three days or up to you and take the same route back.</p>
<p>Life in Muang Ngoi Neua is relaxed, easy-going, and very Lao.</p>
<p><a rel="attachment wp-att-1903" href="http://onholiday.org/2010/06/muang-ngoi/dsc_3274-2/"><img class="aligncenter size-full wp-image-1903" title="DSC_3274" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_32741.jpg" alt="" width="540" height="400" /></a></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31961x.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1789]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1889" title="DSC_31961x" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31961x.jpg" alt="" width="600" height="445" /></a></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/Map_Laos_LP_Ngoi-small1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1789]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1893" title="Map_Laos_LP_Ngoi-small" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/Map_Laos_LP_Ngoi-small1.jpg" alt="" width="600" height="685" /></a></p>
<p><a rel="attachment wp-att-1908" href="http://onholiday.org/2010/06/muang-ngoi/dsc_3196-3/"><img class="aligncenter size-full wp-image-1908" title="DSC_3196" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31962.jpg" alt="" width="850" height="630" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุ่นศรัทธาตามหาหนาวที่ทองผาภูมิ</title>
		<link>http://onholiday.org/2010/05/28/thongphapoom/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2010/05/28/thongphapoom/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 May 2010 00:10:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทองผาภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1791</guid>
		<description><![CDATA[ทริปหนีร้อนไปพึ่งเย็น ด้วยจิตศรัทธา ณ ดินแดน ลึกลับชายขอบประเทศพม่า]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1834" title="เหมืองปิล็อก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0334-1.jpg" alt="" width="600" height="209" /></p>
<div id="attachment_1796" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1796" title="บ้านกาแฟ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_02361-300x200.jpg" alt="บ้านกาแฟ" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">บ้านกาแฟ</p></div>
<p>ช่วงเวลานี้ของทุกปีในยามที่อากาศในกรุงเทพยังร้อนระอุ ผมมักจะหาโอกาสหนีอากาศร้อนในเมือง ไปตามหาความหนาวทุกครั้งไปและปีนี้ก็เช่นกัน บอกไปหลายคนก็คงไม่เชื่ออากาศที่ไหนๆก็ร้อนเหมือนกันขนาดภาคเหนือยังร้อนจะตาย หลายปีก่อนทุกๆปีผมจะไปเที่ยวหาอากาศหนาวที่ &#8220;ช่องเย็น&#8221; ไม่ใช่ช่องเย็นในตู้เย็นนะครับ ช่องเย็น อยู่ที่ อช. แม่วงก์ จ. กำแพงเพชร ที่ได้ชื่อช่องเย็นนั้นน่าจะมาจากอากาศที่เย็นนั่นเอง อากาศก็เย็นสบายดีเดินทางประมาณห้าชม.ก็ถึงไม่ไกลจนเกินไป แต่ข้อเสียของช่องเย็นคือที่นี่มีตัวคุ่นครับ คล้ายๆ ตัวลิ้น ตอมและกัดน่าลำคาญมาก ถ้าไปเจอช่วงที่คุ่นเยอะนั้นต้องนั่งเล่นในเต็นท์อย่างเดียว ยิ่งคนถ้าแพ้ด้วยแล้วรักษาแผลถูกกัดกันเป็นเดือนเลย ที่เล่ามาตั้งนานไม่ใช่ว่าจะพาไปช่องเย็นนะครับ แต่คราวนี้เราจะไปอีกที่นึงที่ผมเพอ่งคนค้นพบเมื่อสี่ห้าปีก่อน ที่นั่นคือ ทองผาภูมิ ครับ จะว่าไปแล้ว อ. ทองผาภูมิ เป็นอำเภอที่่จัดได้ว่าอากาศร้อนที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ถ้าเราเคยสังเกตจากรายการพยากรณ์อากาศเป็นประจำเราคงจะคุ้นๆ กับประโยคที่ว่าอุณหภูมิสูงสุดที่อำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีอยู่บ่อย จริงอยู่ครับที่อ.ทองผาภูมิ อากาศร้อนมาก แต่อย่าลืมว่าที่นั่นอยู่ใกล้ชายแดนพม่าที่ อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรป่าไม้ ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ใกล้ทะเลอันดามันด้วย งานนี้เราจะพาไปที่ เหมืองปิล็อก ตำบลเล็กๆ ที่อยู่ชายแดนห่างจากตัวอำเภอกว่าหกสิบกิโล เมืองเล็กๆ ในป่าลึก เมืองที่อยู่เมฆ อากาศชื้นมากจนต้องปิ้งเสื้อผ้าแทนการตากแดด</p>

<div id="attachment_1798" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1798" title="วัดหลวงตามหาบัวกับผ้าพันคอที่คุ้นเคย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0246-300x200.jpg" alt="วัดหลวงตามหาบัวกับผ้าพันคอที่คุ้นเคย" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">วัดหลวงตามหาบัวกับผ้าพันคอที่คุ้นเคย</p></div>
<p>เราเดินทางออกจากกทมต้องหกเช้าเศษโดยนัดรวมพลกันขบวนผู้ร่วมเดินทาง อีก 6 คนรถอีก 2 คันที่ปั๊มปตทแถวๆ พุทธมลฑลสาย 5 ลองท้องกันด้วยข้าวเหนียวหมูไก่และเนื้อทอดที่เตรียมมาด้วย เริ่มออกเดินทางโดยนัดหมายไปเจอกันที่ร้านบ้านกาแฟ หลัก กม.ที่ 14 สายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ บรรยากาศภายในร้านผ่อนคลายดีทีเดียว กาแฟรสชาติดี แถมทำที่ไว้ให้ถ่ายรูปไว้น่าร้านไว้ซะสวยเลย ข้อเสียอย่างเดียวที่เจอคือ พอถามเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวแถวๆนั้นจากน้องพนักงานกลับไม่ได้คำตอบอะไรเลย</p>
<div id="attachment_1805" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1805" title="บ้านเนินอีต่อง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0311_tonemapped-300x200.jpg" alt="บ้านเนินอีต่อง" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">บ้านเนินอีต่อง</p></div>
<p>ก่อนออกจากร้านเราเห็นป้ายบอกทางไปวัดป่าหลวงตามหาบัวอยู่เพียงไม่กี่กม. จากที่นี่ ที่วัดนี้แหละครับที่เลี้ยงเสือ และมีโชว์การแสดงเสือ ที่นี่ถ้ามาช่วงเช้าสามารถลงชื่อบริจาคแล้วเข้าไปเดินเล่นไหว้พระได้เลย แต่จะยังไม่มีการแสดงโชว์ สำหรับคนไทยที่เบี้ยน้อยควรจะมาก่อนเที่ยง แวะไหว้พระแล้วเข้าไปนั่งเล่นรอก่อนได้ แต่ถ้ามาช่วงบ่ายต้องเสียค่าเข้า 500 บาท เมื่อเข้ามาถึงภายในบริเวณลานจอดรถของวัด ความรู้สึกที่คุ้นเคยและอบอุ่นก็เกิดขึ้นทันทีเมื่อเห็นสติ๊กเกอร์มหาลัยราชดำเนิน ที่โต๊ะลงชื่อบริจาคก็เปิดASTV อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร ยิ่งกว่านั้นคือมีผ้าผูกคอกู้ชาติรุ่นทวงคืนเขาพระวิหารเข้ากันได้ดีกับเสื้อที่ผมสวมมาด้วยเลยต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย เนื่องจากพวกเรามีเวลาไม่มากนักเพราะตามโปรแกรมเราจะต้องไปกินมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาหารประจำของเราที่ทองผาภูมิ ออกมาตอน 11 โมงจับเวลาด้วย GPS แล้วเราจะถึงร้านในอีกสองชม. ซึ่งจะอาหารหลายอย่างอาจจะหมดได้ โปรแกรมแวะรายทางที่เหลือจึงถูกยกเลิกทั้งหมด จำต้องรีบออกเดินทางเหยียบแบบไม่รอใครเลย จนเพียงเที่ยงเศษๆ เวลาก็มาถึงร้าน แปดลิ้ว ชื่อแปดลิ้วแต่อยู่กาญจนบุรีครับอาหารที่รสชาติถูกปากจริงๆ มากี่ครั้งก็ต้องแวะทุกทีไป สั่งอาหารรอไม่นานอาหารก็มาครบใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีทุกอย่างหมดเกลี้ยง หลังจากอิ่มได้ที่พวกเรามาแวะที่ตลาดซื้อของเตรียมขึ้นไปข้างบน ได้ทุเรียนมาลูกนึง มังคุดสองโล มันเทศ และ ขิง สำหรับมื้อดึกคืนนี้ และซื้อของฝากไปเลยเผื่อขากลับไม่มีเวลาแวะที่นี่อีก ของฝากที่เราซื้อกันครั้งที่แล้วคือมะขามป้อมแช่น้ำผึ้งซึ่งหาซื้อได้จากที่นี่ที่เดียวปีนี้ขึ้นราคาอีก 20 เป็นโหลละ 120 บาท (ขวดโหลนะครับไม่ใช่ 12 อัน )  ได้ของครบถ้วนแล้วผมพาไปแวะนั่งแช่น้ำเล่นที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำ ช่วงนี้น้ำลดลงไปเยอะ แต่ยังคงใสเหมือนเดิม</p>
<div id="attachment_1802" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0294_tonemapped.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1791]"><img class="size-medium wp-image-1802 " title="เจดีย์ศรีปิล็อก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0294_tonemapped-300x200.jpg" alt="เจดีย์ศรีปิล็อก" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">เจดีย์ศรีปิล็อก</p></div>
<p>ระหว่างนั่งเล่นผมแกล้งอำพี่โอซึ่งมาด้วยกันเป็นครั้งแรก ก่อนมาแกบอกว่าไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ร้อนผมก็เลยชวนมาด้วยกัน ก่อนมาผมย้ำทุกคนให้เตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย แต่ตอนนี้เราอยู่ที่ทองผาภูมิแล้วอากาศยังร้อนมากผมเลยแกล้งอำว่าที่ทองผาภูมิก้อร้อนอย่างนี้แหละไม่เคยด้วยพยากรณ์อากาศเหรอ พี่โอค้อนขวับ บอกว่าเพิ่งถามที่ร้านค้ามาเหมือนกัน เค้าบอกว่าร้อนมากขนาดถามย้ำว่าบนเขานะแม่ค้ายังยืนยันเช่นเดิม</p>
<div id="attachment_1827" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1827" title="เนินเสาธง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0255-300x200.jpg" alt="เนินเสาธง" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">เนินเสาธง</p></div>
<p>เราเริ่มเดินทางต่อโดยแวะเติมน้ำมันจนเต็มถังก่อนขับตามกันขึ้นไปมาอยู่แวะอีกทีที่จุดชมวิวก่อนถึงที่ทำการอุทยาน ถึงที่นี่อากาศเริ่มเย็นลงแล้วอาจเป็นเพราะฝนกำลังจะตก เดิมทีตามแผนคืนนี้เราจะนอนโดยกางเต็นท์กันที่อุทยาน นัดหมายกันว่าเดี๋ยวแวะกางเต็นท์แล้วจะไปเดินเล่น ทานมื้อเย็น และเวียนเทียนกันที่นั่น ก่อนจะกลับมานอนที่เต็นท์ในอุทยาน แต่พอขับออกจากจุดชมวิวฝนก็เริ่มตกลงมาพอถึงอุทยานยังไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดกลับตกหนักขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ผมเลยตัดสินใจไม่กางเต็นท์ในตอนนี้โดยมุ่งหน้าไปที่บ้านเนินอีต่องก่อน ถึงหมู่บ้านเราจอดรถที่ลานจอด H หน้าวัดปิล็อกก่อนฝ่าสายฝนไปที่วัดเพื่อถามเรื่องงานเวียนเทียนในคืนนี้ ได้ความว่าถ้าฝนไม่ตกจะมีเวียนเทียนตอนสองทุ่ม</p>
<p>ฝนเริ่มซาแล้วผมช่วยไปเที่ยวที่เนินเสาธงและช่องมิตรภาพโดยไปด้วยรถกระบะคันเดียวที่เหลือนั่งกระบะไป สภาพอากาศเดี๋ยวฝนเดี๋ยวหมอกตลอดเวลา กลับมาถึงจอดรถไว้ที่เดิมแล้วเดินลัดลงไปที่หมู่บ้านโดยมีสมุนน้องหมาที่วัดเดินตามมาเป็นเพื่อนด้วย สังเกตว่าหมาที่นี่เป็นมิตรมากๆ ทางลัดผ่านบ้านตอไม้ตรงมาที่ร้านครัวสุดแดนเป้าหมายมื้เย็นของเราคืนนี้ แวะทักทายคุณป้าเจ้าของร้านก่อนเพื่อถามหาปูจากพม่า ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มีอีก ที่บ้านอีต่องเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควรมีที่พักเพิ่มขึ้นมีร้านขายของที่ระลึกมากขึ้น คุณป้าแนะนำให้ลองไปดูที่พักที่บ้านดิน</p>
<div id="attachment_1826" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1826 " title="Love Pilok" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0309-300x200.jpg" alt="Love Pilok" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">Love Pilok</p></div>
<p>ซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดและมีร้านเป็นไม้ไผ่ขัดสานมีโต๊ะและเบาะรองนั่งที่พื้นบรรยากาศเป็นสบายๆ เจ้าของร้านเป็นเป็นศิลปินเพาะช่างแฟนกัน ชื่อ ปู่ และ อัทช่า ของทุกอย่างในร้านจึงออกแบบเอง ทำเอง เพ้นท์เอง  พวกเราขอดูที่พักซึ่งจัดได้น่ารักดี แต่มีเหลืออยู่แค่ 2 ห้องนอนได้แค่ห้าคนเท่านั้น ฝนยังคงตกๆหยุดๆ อากาศก็ค่อนข้างเย็นเช็คอุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศา สังเกตที่ร้านบริเวณที่เรานั่งกันอยู่ดูแล้วน่าจะพอนอนได้  จึงถามอัทช่าดู ตกลงให้นอนได้เราเลยตัดสินเลือกค้างที่นี่แทน หลังจากได้ที่พักรีบร้อยแล้ว เราจึงกลับไปเอารถมาจอดใกล้ร้านริมถนนปากทางเข้าหมู่บ้าน เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วพวกเราจึงไปกินมื้อเย็นที่ครัวสุดแดน อาหารยังอร่อยเหมือนทุกครั้งที่มาในราคาที่ไม่แพง ระหว่างทานข้าวเราก็คุยกับป้าหลายเรื่องคุยถามเรื่องชุมชนชาวพม่าที่อยู่ตรงตลาด คุณป้าบอกว่าถ้าสนใจจะให้เด็กพาไปเดินเที่ยว ว่าแล้วก็น้องสาวชาวพม่าที่มาช่วยงานที่ร้าน ชื่อว่าอะไรไม่รู้ แต่คุณป้าแกเรียกว่า แม่หอยหอม น้องแกก็น่ารักมาก เดินพาไปทุกที่เท่าที่จะพาไปได้ น้องหมาจากวัดกลับมาร่วมขบวนเราอีกครั้งทำเอาหมาพม่าเห่ากันเกลียว มีคนบอกว่าที่นี่ไม่มีขโมยสังสัยจะจริง เพราะผมเห็นชาวบ้านวางมือถือทิ้งไว้หน้าบ้านเฉยไม่ต้องเก็บเลย เดินเที่ยวพอได้เหนื่อย น้องแกก็พาเรากลับมาที่ตลาดอีกเส้นทางหนึ่ง พวกเราให้ทิปไปร้อยนึง น้องแกเรียบปฏิเสธโดยทันที่ แต่โคยเราคะยั้นคะยอจนยอมรับ ขอบคุณแล้วก็ลากลับไปที่ร้าน</p>
<div id="attachment_1800" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0281.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1791]"><img class="size-medium wp-image-1800 " title="พิธีเวียนเทียนวันวิสาฯ อุ่นศรัทธา ที่วัดปิล็อค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0281-300x200.jpg" alt="พิธีเวียนเทียนวันวิสาฯ อุ่นศรัทธา ที่วัดปิล็อค" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">พิธีเวียนเทียนวันวิสาฯ อุ่นศรัทธา ที่วัดปิล็อค</p></div>
<p>อากาศเริ่มเย็นมากแล้วพวกทยอยคอยคิวกันอาบน้ำเพราะมีเพียงห้องเดียว ส่วนเจ้าของร้านตอนนี้ไม่อยู่ต้องไปงานศพ เลยฝากให้พวกเราเฝ้าร้านแทน ได้เวลาสองทุ่มพวกเราบางส่วนจึงเตรียมตัวไปที่วัดเพื่อร่วมพิธีเวียนเทียนวันวิสาที่นี่ ด้วยความที่ไม่ค่อยจะพร้อมสักเท่าไรพวกเราจึงมีแค่เทียนที่เตรียมมาด้วย ขาดดอกไม้กับธูป ไปถามชาวบ้านเค้าก็ช่วยจัดแจงหาธูปมาให้เราเป็นอย่างดี พิธีเริ่มแล้วทุกคนเข้ามารวมกันในโบสถ์ หลังเล็กๆ จนผู้คนล้นออกมากส่วนใหย่จะเป็นเด็กๆ มีวัยรุ่นบ้าง พวกเราดูจะกลายเป็นแขกสำคัญของที่นี่ ผู้คนเชื้อเชิญให้เราเข้าไปด้านในโบสถ์ พระเริ่มสวดทั้งบาลีและบทแปล พิธีซึ่งดูศักดิ์สิทธ์กว่าทุกครั้งที่เคย จนในที่สุดเดินเวียนเทียนก็เริ่มขึ้น พระท่านเน้นให้พวกเราภาวนาระหว่างเดินเวียนเทียนรอบอุโบสถ 3 รอบ เวียนเทียนเสร็จกลับมาสวดมนต์ต่อ เป็นอันเสร็จพิธี จึงแยกย้ายกันกลับ คืนนี้เรานั่งคุยกันที่ร้านจนเริ่มง่วง บ้างกางเต็นท์นอนในร้าน บ้างก็ใช้ถุงนอน บ้างส่วนเข้าไปนอนในห้องผ่านไปอีกหนึ่งคืนที่ประทับใจ</p>
<div id="attachment_1803" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1803" title="Love Pilok" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/05/IMG_0305-300x200.jpg" alt="Love Pilok" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">Love Pilok</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2010/05/28/thongphapoom/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วงกลม สามชุก สุโขทัย ภูหินร่องกล้า ทุ่งแสลงหลวง ตอนจบ</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/12/12/sukhothai2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/12/12/sukhothai2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Dec 2009 14:47:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดร้อยปี]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สามชุก]]></category>
		<category><![CDATA[สุโขทัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1617</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เราเที่ยวชมความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้รอให้เราไปชื่นชมไม่ว่าจะเป็น ลานหุ่นปุ่ม ลานหินแตก  และผาชูธง ก่อนออกเดินทางต่อไปแวะที่ภูทับเบิก อีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาว แต่ด้วยเราไปถึงตอนบ่ายๆ เลยกลายเป็นไปสัมผัสแดดร้อนแทน จากภูทับเบิกผ่านเส้นทางคดเคี้ยว เพื่อเดินทางต่อไปพักค้างที่ทุ่งแสลงหลวง และสัมผัสแสงแรกแห่งวันท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บต่ำถึง 10 องศา อาหารเช้ากลางทุ่งหญ้าป่าสน และแสงแดดรำไร บรรยากาศดีๆ ที่ทุงนางพญาช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยขึ้นจริงๆ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/TungSalangluang.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1624" title="ทุ่งแสลงหลวง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/TungSalangluang.jpg" alt="ทุ่งแสลงหลวง" width="600" height="200" /></a>วันนี้ว่าจะตื่นสายๆ แต่พวกเด็ก(บ้า) ส่งเสียงดังกันแต่เช้า จนในที่สุดเราก็ต้องลุกขึ้นมา เมื่อคืนยิ่งนอนไม่หลับด้วยสิ เพราะพื้นตรงที่กางเต๊นท์เป็นที่ลาด นอนไปซักพักตัวก็จะค่อยๆไหลลงมา ทำเอาต้องตื่นอยู่บ่อยครั้ง หลังจากตื่นมาล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เก็บข้าวเก็บของ แล้วออกมากินข้าวกันที่ร้านดวงใจ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน ก่อนออกไปชมลานหินแตกกัน เป็นลานหินขนาดกว้าง มีรอยแตกเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก บางรอยก็มีขนาดแคบขนาดคนก้าวข้ามได้ บางรอยก็กว้างมาก สันนิษฐานกันว่ารอยหินแตกนี้น่าจะเกิดจากการโก่งตัว หรือเคลื่อนตัวของผิวโลก จึงทำให้พื้นหินนั้นแตกออกเป็นแนว</p>
<div id="attachment_1625" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8607.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="size-medium wp-image-1625 " title="ผาชูธง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8607-300x200.jpg" alt="ผาชูธง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ผาชูธง</p></div>
<p>จากลานหินแตกเรามาแวะหาพี่พรทิพย์ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พูดคุยกันอีกสักพัก ก็ขอตัวกลับพร้อมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก แล้วเดินทางไปชมลานหินปุ่ม ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มๆ ขนาดไล่เลี่ยกัน ซึ่งน่าจะเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ถัดจากลานหินปุ่มไปไม่ไกล เป็นผาชูธง เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถเห็นทิวทัศน์ได้ในมุมกว้าง</p>
<p>หลังจากถ่ายรูปเสร็จเราก็เดินกลับกัน มีนักท่องเที่ยวทะยอยกันมาเยอะแล้ว ระหว่างทางเดินกลับเราช่วยกันเดินเก็บขยะ ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก หลอดกาแฟ กระป๋องน้ำอัดลม ขวดน้ำพลาสติก ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง เปลือกลูกอมต่างๆ มาคนละสิบกว่าชิ้น ยังนึกในใจว่าถือเข้าไปกินกันได้ แค่ถืออกมาทิ้งข้างนอกแค่นี้ไม่ได้เชียวหรือ ไม่ช่วยกันรักษาต่อไปคงสกปรกแย่เลย เดินมาจนถึงทางออก สวนทางกับนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินเข้าไป ในถือของกินเดินกินกันไปด้วย แล้วก็นึกสลดใจ…กินเสร็จเค้าก็คงโยนทิ้งข้างในแน่ๆเลย</p>
<p>ก่อนจะเดินทางกันต่อเราแวะซื้อข้าวโพดปิ้ง แล้วก็เลยตัดสินใจกินข้าวกันเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องไปแวะหาร้านอาหารกันอีก แล้วเริ่มออกเดินทางกันประมาณบ่ายโมงครึ่ง รถขับผ่านโรงเรียนการเมืองการทหาร เห็นร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้านหน้าแต่ก็ตัดสินใจไม่แวะดีกว่า มุ่งหน้าสู่ที่หมายถัดไป…ภูทับเบิก ด้วยกำลังซ่อมทางอยู่ทำให้ฝุ่นเยอะมาก เราขับผ่านหมู่บ้านม้ง แล้วแวะไปไหว้พระที่วัดป่าทับเบิก ขากลับเราแวะซื้อกับข้าวสำหรับไว้ทำอาหารสำหรับมื้อเย็น</p>
<div id="attachment_1626" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8651.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="size-medium wp-image-1626 " title="ลานกางเต็นท์ภูทับเบิก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8651-300x200.jpg" alt="ลานกางเต็นท์ภูทับเบิก" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ลานกางเต็นท์ภูทับเบิก</p></div>
<p>เราเดินทางต่อไปภูทับเบิก ถึงภูทับเบิกบริเวณทางเข้ามีทีร้านขายของที่ระลึกตั้งเรียงรายกันอยู่ เราเดินเข้าไปด้านในมีเต็นท์ตั้งอยู่มากมาย เดินขึ้นไปด้านบนมองลงมาเห็นทิวทัศน์เบื้องล่าง ภูทับเบิกเป็นอีกที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวและผู้คนนิยมมาชมทะเลหมอกกัน เราเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศมาเรื่อย ๆ  ก่อนจะลงมาหาซื้อมัน เพราะพี่นพอยากกินมันต้มขิง จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปยังอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เส้นช่วงแรกเป็นเส้นทางลงเขาที่คดเคี้ยวมาก มีโค้งติดๆกันหลายโค้งบ้างเป็นโค้งหักศอกที่ต้องขับด้วยความระมัดระวัง ฉันรู้สึกเวียนหัวจนต้องควานหายาดมมาดมแก้เวียนหัว ระหว่างทางก่อนถึงเขาค้อเราแวะซื้อของกันอีกนิดหน่อย</p>
<div id="attachment_1628" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8683.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="size-medium wp-image-1628 " title="พระอาทิตย์ขึ้นที่ทุ่งแสลงหลวง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8683-300x200.jpg" alt="พระอาทิตย์ขึ้นที่ทุ่งแสลงหลวง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">พระอาทิตย์ขึ้นที่ทุ่งแสลงหลวง</p></div>
<p>เราเดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงประมาณ 5 โมงครึ่ง เดิมที่เราตั้งใจจะไปนอนที่ทุ่งนางพญา แต่สอบถามเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่าไม่มีห้องน้ำ เลยเปลี่ยนแผนหันมานอนที่บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานแทน เราขับรถวนหาที่กางเต็นท์แล้วเริ่มทำอาหารเย็นกินกัน มีเจ้าหน้าที่มาถามว่า “อยากจะนวดตัวมั้ย” เราเลยตัดสินใจว่าพออาบน้ำเสร็จแล้วนวดตัวซะหน่อยก็ดีเหมือนกัน เต่ากับพี่กายไม่นวดด้วย เลยต้องรับหน้าที่ทำมันต้มขิงไว้ให้พวกเรากินกันก่อนนอน หลังจากนวดเสร็จเราก็ออกมานั่งคุยกันที่หน้าเต็นท์พร้อมกับกินมันต้มขิงฝีมือแม่ครัวจำเป็นจนหมดหม้อ เลยตัดสินใจต้มอีกหม้อหนึ่ง หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปนอนตอนใกล้ 5 ทุ่ม ปล่อยให้เต่านั่งจิบยาดองกินบรรยากาศต่ออยู่คนเดียว</p>
<div id="attachment_1629" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8696.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="size-medium wp-image-1629 " title="กาแฟยามเช้า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8696-300x200.jpg" alt="กาแฟยามเช้า" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">กาแฟยามเช้า</p></div>
<p>วันรุ่งขึ้นฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตี 5 เพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่อากาศที่หนาวเหน็บยามเช้า (ประมาณ10 องศา) ทำให้ต้องขอนอนทำใจต่ออีกสักพักก่อนตัดใจตื่นมาล้างหน้าล้างตา แล้วเตรียมอุปกรณ์สำหรับชงกาแฟและทำอาหารเช้าติดไปด้วย เราออกเดินทางไปที่จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น มีกลุ่มคนมาถึงก่อนหน้าแล้ว เรามาถึงไม่นาน พระอาทิตย์ดวงกลมโตสีแดงก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวพ้นทิวเขามาอวดโฉมให้พวกเราได้ชมความงามกัน ไม่เสียแรงจริงๆที่ต้องลุกจากถุงนอนฝ่าความหนาวเหน็บออกมา</p>
<div id="attachment_1630" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8750.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="size-medium wp-image-1630 " title="อาหารเช้ากลางทุ่งนางพญา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8750-300x200.jpg" alt="อาหารเช้ากลางทุ่งนางพญา" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">อาหารเช้ากลางทุ่งนางพญา</p></div>
<p>ระหว่างนั้นพี่แหม่มแอบเห็นคุณป้าคนหนึ่งใส่เสื้อพันธมิตร เลยเดินเข้าไปทักทาย คุณป้ามาเที่ยวกับครอบครัว ลูกคุณป้าก็เตรียมอุปกรณ์มาชงกาแฟเหมือนกันแต่ลืมเอากาต้มน้ำมา เราเลยให้คุณป้ายืมพร้อมหาเก้าอี้พับมาให้ แล้วนั่งต้มกาแฟใกล้ ๆ กัน คุณป้ายังแบ่งขนมมาให้เรากิน หลังจากต้มกาแฟเสร็จก็เลยเอามันต้มขิงมาอุ่นกินคลายหนาว แต่ปรากฏว่าเหลือแต่น้ำกับขิง เพราะเต่ากินมันหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้</p>
<p>ดื่มกาแฟและเก็บข้าวของเสร็จเราก็เดินทางต่อไปทุ่งนางพญา ขับรถขึ้นเนินแรกก็แทบจะถอดใจแล้ว แต่พี่นพไม่ยอมแพ้ให้พวกเราลงจากรถก่อน แล้วก็ขับขึ้นไปจนได้ แสงแดดรำไรยามเช้าที่ส่องทะลุผ่านใบสนลงมากระทบทุ่งหญ้าตลอดสองทาง มีดอกไม้เล็กๆขึ้นแซมอยู่เป็นระยะๆ ช่างสวยงามจับใจ อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเริ่มถอดเสื้อออกทีละตัวๆ</p>
<div id="attachment_1635" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Sukhothai2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="size-medium wp-image-1635 " title="ทุ่งแสลงหลวง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Sukhothai2-300x200.jpg" alt="ทุ่งแสลงหลวง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ทุ่งแสลงหลวง</p></div>
<p>เรามาถึงทุ่งนางพญาประมาณ 8 โมงครึ่ง ก็หาที่ทางนั่งทำอาหารเช้ากัน โดยมีพี่แหม่มกับพี่กายเป็นแม่ครัว ส่วนคนอื่นๆก็คอยเป็นกำลังใจและเดินถ่ายรูปไปพลางๆ หลังอาหารเช้ากลางทุ่งหญ้าป่าสนเราเก็บอุปกรณ์เดินทางกลับมาที่ทำการอุทยานเพื่อเก็บข้าวของ อาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวเดินทางกลับกัน</p>
<p>เที่ยงกว่าๆ เราแวะกินขนมจีนกันแถวๆเขาค้อระหว่างทางกลับเราเห็นป้ายโฆษณาร้านกำนันจุลอยู่เป็นระยะๆ และยิ่งเห็นป้ายถี่ขึ้นเรื่อยๆเมื่อใกล้ถึงร้าน ดึงดูดกันซะขนาดนี้คงไม่แวะไม่ได้แล้ว ด้านหน้ามีรถจอดมากมาย ด้านในผู้คนก็เดินซื้อของกันเต็มร้าน พวกเราเลยได้ผลไม้ น้ำผลไม้ กับเยลลี่ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย หลังจากขับมาได้พักใหญ่ก็ให้รู้สึกง่วงนอนจนต้องแวะพักหากาแฟดื่มกันก่อน รถเริ่มเยอะมากแล้วเมื่อใกล้ถึงกรุงเทพ เราแวะกินข้าวเย็นกันอีกมื้อ ก่อนพี่นพจะแวะไปส่งทุกคนถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ</p>
<div id="attachment_1632" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8752.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1617]"><img class="size-medium wp-image-1632 " title="ป่าสนทุ่งแสลงหลวง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/IMG_8752-300x200.jpg" alt="ป่าสนทุ่งแสลงหลวง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ป่าสนทุ่งแสลงหลวง</p></div>

<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/12/12/sukhothai2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เชียงตุง เยือนคนไทยในต่างแดน (ตอน 2)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/09/27/kentung2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/09/27/kentung2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Sep 2009 14:07:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1230</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เราได้ไกด์เป็นคนพื้นที่พาเราไปทำบุญตั้งแต่เช้า ได้สัมผัสกับประเพณีของชาวไทยในต่างแดน อีกทั้งพาเราไปลิ้มลองอาหารพื้นเมือง เลือกซื้อของที่ระลึก และชุดไทใหญ่มาใส่ถ่ายรูปจนคนมองกันตลอดทาง ได้เดินชมเมืองเชียงตุงพร้อมมีไกด์กิตติมศักดิ์คอยอธิบายให้ข้อมูลเราตลอดทางจนเย็นย่ำค่ำมืดกันเลยทีเดียว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1235" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-1235" title="วัดเชียงยืน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-300x200.jpg" alt="วัดเชียงยืน" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดเชียงยืน</p></div>
<p>เราตื่นแต่เช้าเพื่อไปหาแสงน้องที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆวัดจองคำ แต่แสงน้องบอกว่าจะพาเราไปทำบุญที่วัดเชียงยืน เพราะที่นี่เค้าจะแบ่งเขตกันทำบุญเพื่อจะได้กระจายทำบุญได้ทั่วทุกวัด ไม่ใช่ไปรุมทำวัดใดวัดหนึ่ง แต่อีกวัดไม่มีคนทำเลย (ก็ดีเหมือนกันเนอะ เมืองไทยนี่วัดไหนดังก็แห่กันไปซะล้นวัด) แสงน้องเตรียมของใส่ตะกร้า มีข้าวถ้วยเล็กๆ มีบิสกิตวางอยู่ 2 ชิ้น ดอกไม้ เทียน และธง เราแวะซื้อนมกล่องมาใส่บาตรด้วย</p>
<p>แสงน้องพาเราเข้าไปในโบสถ์ มีคนมาถีงกันเยอะแล้ว บางก็นั่งสมาธิอยู่ เราค่อยๆเดินเข้าไป นั่งกราบพระ และนำข้าวกับบิสกิต ไปใสในบาตรที่วางไว้หน้าพระพุทธรูป พร้อมนำธงไปปักไว้ในแจกันข้างๆ แล้วแสงน้องพาเราออกไปด้านนอกซึ้งมีหิ้งพระอยู่เพื่อให้จุดธุป เทียนไหว้พระ เทียนที่นี่ไม่เหมือนบ้านเราอีกแล้ว ไส้เทียนเป็นสายสิญจน์เนื้อเทียนมีแค่บางๆ เลาไหว้พระก็นำนำไปลนไฟ แล้วกดให้ติดกับกระถางหน้าหิ้งพระ</p>
<div id="attachment_904" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-12.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-904" title="ทำบุญวันพระ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-12-300x212.jpg" alt="ทำบุญวันพระ" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ทำบุญวันพระ</p></div>
<p>เราเดินกลับเข้ามาถ่ายรูปกันอย่างเงียบที่สุด ไม่ให้รบกวนคนที่นั่งสมาธิอยู่ แล้วนำนมกล่องที่เตรียมมาว่าที่โต๊ะ ซึ่งตั้งไว้กลางโบสถ์ด้านหน้าพระพุทธรูป แสงน้องบอกว่าถ้าจะใส่บาตรพระสงฆ์ต้องมาใหม่ตอนสายๆ เราเดินกลับไปถ่ายรูปวัดจองคำ ระหว่างรอแสงน้องกลับไปเปลี่ยนผ้านุ่ง เป็นกางเกงยีนส์ จากนั้นก็เดินไปตลาด ผ่านอำเภอเก่า ซึ่งมีบ้านญาติของแสงน้องอยู่ด้านหลัง แสงน้องเล่าว่าเมื่อก่อนเคยมีคนไทยโดนจับ แล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง เค้าก็มาตามแสงน้องให้ช่วยเป็นล่ามให้</p>
<div id="attachment_905" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-13.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-905" title="อำเภอเก่า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-13-300x212.jpg" alt="อำเภอเก่า" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">อำเภอเก่า</p></div>
<p>เราแวะโทรศัพท์หาหลวงทิบ เลื่อนการเดินทางไปดอยเหมยเป็นวันพรุ่งนี้แทน แล้วมุ่งหน้าไปตลาด แวะร้านไทใหญ่กินข้าวฟืนอุ่น ชา กาแฟ และของทอดแบบพม่า จนอิ่มแปล้ ก็มาเดินดูข้าวของกัน ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่พูดภาษาไทยได้ (ห้านินทาเด็ดขาด) จนรู้สึกเหมือนเดินอยู่ตลาดเมืองไทย เราบอกว่าอยากแลกเงินเพิ่ม แสงน้องพาเราเดินไปแลกเงิน ซึ่งตั้งโต๊ะรับแลกยู่ในตลาด เห็นไปยืนทึ่งคนให้แลกด้วยนับเงินได้เร็วมากๆ เราไปเดินช้อปปิ้งกัน ฉันได้ผ้านุ่งมา 2 ผืน แล้วก็เสื้อไทใหญ่ (เหมือนที่จอย ศิริลักษณ์ใส่ ในเรื่องรักเดียวของเจนจิรา) แต่พี่จุ๊บกับพี่กายสิ แทบจะยกโหลกันมาทีเดียว</p>
<div id="attachment_906" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-14.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-906" title="กาดหลวง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-14-300x212.jpg" alt="กาดหลวง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">กาดหลวง</p></div>
<p>เราได้ซื้อสินค้าในราคาถูกเพราะมีแสงน้องเป็นคนซื้อให้ในราคาคนพื้นที่ ตลาดค่อนข้างใหญ่มีของขายมากมาย และอาทิตย์หน้าก็จะถึงวันเข้าพรรษาแล้วจึงมีพวกโคมไฟขายอยู่ทั่วตลาด เริ่มเมื่อยกันแล้วแต่แสงน้องบอกว่าเพิ่งได้ครึ่งตลาดเอง เลยว่าจะแวะมาใหม่วันพรุ่งนี้ เราเดินกลับที่พักเพื่ออาบน้ำอาบท่า แล้วออกไปเดินเที่ยวชมเมืองเชียงตุงกัน ใกล้เที่ยงแสงน้องพาเราแวะกินก๋วยเตี๋ยวผัดที่ร้านใต้ต้นไม้ พี่นพหันไปเห็นรูป ร.5 ที่ร้านข้างๆ ก็เดินไปดู ข้างในมีรูปในหลวงด้วย คุยกับพี่ชายเจ้าของร้านซึ่งเป็นคนไทใหญ่ บอกว่าเค้าเคยทำงานที่เมืองไทย</p>
<div id="attachment_907" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-15.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-907" title="มื้อเที่ยงที่โคนต้นไม้" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-15-300x212.jpg" alt="มื้อเที่ยงที่โคนต้นไม้" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">มื้อเที่ยงที่โคนต้นไม้</p></div>
<p>ออกจากร้านเราเดินมาถ่ายรูปรอบๆหนองตุง พี่จุ๊บอยากยืมผ้านุ่งมาใส่ชุดไทใหญ่ถ่ายรูป เราเลยเดินกลับไปที่บ้านแสงน้อง เราแวะเข้าไปนั่งพัก เข้าห้องน้ำกัน แสงน้องอยู่บ้านคนเดียวเพราะคนอื่นๆไปอยู่อีกบ้านหนึ่ง ในบ้านแสงน้องก็มีรูปในหลวง รวมถึงราชวงศ์ด้วย แสงน้องบอกว่ามีทุกบ้านแหละ นึกปลื้มอยู่ในใจคนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็รักในหลวงทั้งนั้น</p>
<p>เราตั้งใจจะแวะไปถ่ายรูปที่วัดจองคำ เพราะแสงน้องบอกว่ามีรูปพระเทพครั้งที่เคยเสด็จมาเชียงตุง แต่ด้วยทุกวันพระจะมีคนมานอนอยู่ในโบสถ์ เลยไม่ได้เข้าไปดู เลยเดินไปวัดอินซึ่งอยู่ใกล้ๆกับวัดจองคำ เราใส่ชุดไปใหญ่เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โดยไม่แคร์สายตาของผู้คนที่มองมาด้วยความแปลกใจ จากวัดอินไม่รู้จะไปไหนต่อกันดี เลยว่าจะเดินรอบหนองตุง เดินย้อนกลับมาผ่านบ้านแสงน้อง แล้วเดินต่อไปยังหนองตุง</p>
<div id="attachment_912" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-5.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-912" title="สามสาวในชุดไทใหญ่" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-5-300x200.jpg" alt="สามสาวในชุดไทใหญ่" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">สามสาวในชุดไทใหญ่</p></div>
<p>แสงน้องพาเราเดินชมบ้านเก่าสวยๆซึ่งบางหลังก็เป็นบ้านญาติน้องเค้า แวะถ่ายรูปที่โบสถ์ Baptis ซึ่งเค้ากำลังจะร้องเพลงกัน เราเดินอ้อมหนองตุง เริ่มรู้สึกหิวกันแล้ว พยายามมองหาของกินแต่ก็ไม่มีร้านข้าวเลย มองไปเห็นข้าวโพดคั่วเลยเดินไปซื้อมากินรองท้องไปก่อน เราเดินไปพระชี้นิ้ว ระหว่างทางผ่านCatholic Church หยุดถ่ายรูปกันอีกนิดหน่อย</p>
<p>มาถึงพระชี้นิ้ว มีร้านอาหารพม่า เราเดินตรงเข้าไปนั่งด้วยความหิว สั่งหมี่มากิน แต่พี่จุ๊บกับพี่กายเลือกที่จะกินมาม่าแทน คงเห็นหน้าตาแปลกๆเกรงว่าจะไม่อร่อย ระหว่างรออาหารเราเดินไปเข้าห้องน้ำที่วัด ซึ่งห้องน้ำไม่สะอาดแต่ก็ต้องทนเข้า เพราะไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้ หลังจากอิ่มแล้วเราเดินมาที่พระชี้นิ้วกัน</p>
<div id="attachment_908" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-16.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-908" title="เบ็บติสต์" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-16-300x212.jpg" alt="เบ็บติสต์" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เบ็บติสต์</p></div>
<p>ฉันชวนแสงน้องขึ้นไปกราบพระ แต่แสงน้องปฏิเสธ ฉันก็ไม่ได้ติดใจอะไรคิดว่าเค้าเป็นคนที่นี่คงมาบ่อยแล้ว ไหว้พระเสร็จก็เดินถ่ายรูปกัน ก่อนกลับมานั่งคุยกับแสงน้อง ซึ่งเล่าให้เราฟังว่าคนไทยที่นี่ไม่มีใครมาไหว้พระชี้นิ้วหรอก เพราะเค้าเชื่อกันว่า พระยืนชี้นิ้วลงไปที่เมืองเชียงตุงที่พม่าสร้างขึ้นพื่อบ่งว่าเมืองนี้จะต้องอยู่ภายใต้พม่า อะไรประมาณนี้ เราเพิ่งจะบางอ้อว่าทำไมน้องเค้าไม่ขึ้นไปกราบพระ ก็ที่ฉันได้ข้อมูลมาจากที่ต่างๆมันช่างตรงกันข้ามนี่นา บ้างว่าแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนา บ้างก็ว่าพระชี้นิ้วไปทางทิศใด ก็จะนำความเจริญไปสู่ทิศนั้น หรือว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากชาวพม่านะ</p>
<div id="attachment_910" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-18.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-910" title="พระยืนชี้นิ้วไปที่เมืองเชียงตุง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-18-300x212.jpg" alt="พระยืนชี้นิ้วไปที่เมืองเชียงตุง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">พระยืนชี้นิ้วไปที่เมืองเชียงตุง</p></div>
<p>จากพระชี้นิ้ว เราเดินชมบ้านเก่า ซึ่งหลายหลังเป็นบ้านดิน 2 ชั้น เดินจนรูสึกว่าวันนี้เราเดินเยอะเกินไปมั๊ยนี่ เมื่อยเหลือเกิน แสงน้องพาเราเดินลัดสนามกีฬา ซึ่งกำลังมีแข่งฟุตบอลกันอยู่ มีคนดูอยู่ริมสนามเต็มไปหมด เราเดินกลับที่พัก แสงน้องขอตัวกลับไปอาบน้ำที่บ้านก่อน เรานัดกันอีกทีท ร้านอาหารจีนใกล้ๆที่พัก เจ้าของร้านเป็นคนจีน แต่ก็พูดไทยได้ อาหารไม่อร่อยเท่าไหร่ แสงน้องบอกว่าร้านนี้นักท่องเที่ยวชอบมาแวะกินกัน</p>
<p>เราแยกกันที่ร้านอาหารจีน กลับมาอาบน้ำพักผ่อน ระหว่างที่ฉันอาบน้ำ พี่นพกับพี่กายนั่งคุยกับคุณป้าเจ้าของที่พักเรื่องการเดินทาง คุณป้าบอกว่าญาตป้ามีรถบัสบริการ จากเชียงตุงไปท่าขี้เหล็ก รถออกทุกวันเวลา 9 โมง และ เที่ยง เป็นรถแอร์ คนละ 350 บาท นั่งสบายกว่า แถมถูกกว่าด้วย ถ้าจะไปป้าก็จะจัดการจองให้ ตกลงเรากลับรถบัสกันดีกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_911" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-6.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1230]"><img class="size-medium wp-image-911" title="หนองตุง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Kengtung-6-300x200.jpg" alt="หนองตุง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">หนองตุง</p></div>
<p>&nbsp;</p>

<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/09/27/kentung2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มิวนิค ปราก เวียนนา ที่ไหนนะโรแมนติก</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/09/02/munich/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/09/02/munich/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2009 01:59:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mar31</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ปราก]]></category>
		<category><![CDATA[มิวนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เวียนนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1569</guid>
		<description><![CDATA[“พี่ปีนี้เราไปเยี่ยมสองตายายที่เยอรมันกันไหม” ฉันเอ่ยชวนสาวหมวยอย่างพี่เง๊กไปเยี่ยมเจ้านายเก่าที่เกษียนแล้วกลับไปอยู่ บ้านเกิดที่มิวนิค

“ไปสิ ชวนป้อมไปด้วย” ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ ฉันจัดการโทรไปชวนป้อมอีกคนหนึ่ง ป้อมตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอีกคน แต่ละคนช่างใจง่ายอะไรกันอย่างนี้  หลังจากได้สมาชิกครบ แผนการเยี่ยมเยียนสองตายายบวกกับแผนเยือนเมืองอื่นที่อยู่ไกล้มิวนิคๆก็ ถูกร่างขึ้นมาอย่างเมามันโดยมีคนร่วมด้วยช่วยกันคิดกันหลายคน เพื่อนบางคนบอกให้ไป เยอรมัน-อิตาลี-สวิส บางคนก็บอกให้ไปฝรั่งเศส  ถกเถียงกันหลายตลบจนพวกเราต้องงัดเอาแผนที่ยุโรปขึ้นมากาง สุดท้ายสรุปกันที่ มิวนิค-ปราก-เวียนนา ซึ่งเห็นจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมเป็นที่สุด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1612" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-092-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1612 " title="มิวนิค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-092-1-300x188.jpg" alt="มิวนิค" width="300" height="188" /></a><p class="wp-caption-text">มิวนิค</p></div>
<p>“พี่ปีนี้เราไปเยี่ยมสองตายายที่เยอรมันกันไหม” ฉันเอ่ยชวนสาวหมวยอย่างพี่เง๊กไปเยี่ยมเจ้านายเก่าที่เกษียนแล้วกลับไปอยู่บ้านเกิดที่มิวนิค</p>
<p>“ไปสิ ชวนป้อมไปด้วย” ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ ฉันจัดการโทรไปชวนป้อมอีกคนหนึ่ง ป้อมตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอีกคน แต่ละคนช่างใจง่ายอะไรกันอย่างนี้  หลังจากได้สมาชิกครบ แผนการเยี่ยมเยียนสองตายายบวกกับแผนเยือนเมืองอื่นที่อยู่ไกล้มิวนิคๆก็ถูกร่างขึ้นมาอย่างเมามันโดยมีคนร่วมด้วยช่วยกันคิดกันหลายคน เพื่อนบางคนบอกให้ไป เยอรมัน-อิตาลี-สวิส บางคนก็บอกให้ไปฝรั่งเศส  ถกเถียงกันหลายตลบจนพวกเราต้องงัดเอาแผนที่ยุโรปขึ้นมากาง สุดท้ายสรุปกันที่ มิวนิค-ปราก-เวียนนา ซึ่งเห็นจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมเป็นที่สุด</p>
<div id="attachment_1596" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-102.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1596 " title="มิวนิค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-102-300x225.jpg" alt="มิวนิค" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">มิวนิค</p></div>
<p>ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดก็คือการไปขออนุญาตลาพักร้อนกับเจ้านาย จะได้ไปหรือไม่ได้ไปก็ขึ้นกับคนนี้คนเดียว เดินใจตุ้มๆต่อมๆไปขออนุญาตด้วยความเกรงใจและด้วยความหวาดเสียวว่าเจ้านายจะไม่อนุญาตเพราะเดือนกันยายนเดือนที่พวกเราตั้งใจจะออกเดินทางเป็นเดือนปิดบัญชีประจำปีของบริษัทและก็มีกฎเหล็กอยู่ว่า ห้ามขาด ห้ามลา และก็ห้ามตาย (สยองไหมล่ะ) สำหรับพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับตัวเลข สุดท้ายด้วยเหตุผลบวกกับการยกแม่น้ำเกือบสิบสายขึ้นมาประกอบกันในที่สุดเจ้านายก็ใจอ่อนยอมให้ลา (อย่างเสียไม่ได้) เล่นเอาฉันแอบถอนหายใจอย่างโล่ง อก</p>
<p>สิ่งที่วุ่นวายที่สุดก่อนทริปจะเกิดขึ้นเห็นจะหนีไม่พ้นกับการหาตั๋วเครื่องบินที่ราคารับได้และก็ดี จากเดิมเอเย่นต์เสนอสายการบิน Etihad สนนราคาที่ประมาณ 33,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องออกตั๋วก่อนเดินทางประมาณหนึ่งเดือนล่วงหน้า เอาละสิวีซ่าก็ยังไม่ได้ ขืนออกตั๋วไปแล้ววีซ่าไม่ผ่านก็เป็นอันจบกัน สุดท้ายยื้อไปยื้อมาจนวีซ่าผ่าน แต่ตั๋วดันขึ้นราคาเป็น 44,000 บาท ทำเอาคนรวยอย่างพวกเราแทบกระอักเลือดแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นได เพราะสายการบินอื่นก็แพงเสียจนคิดว่าถ้าเลือกใช้บริการสงสัยคงจะหมดตัวก่อนเดินทางแน่นอน</p>
<div id="attachment_1589" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/7.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1589 " title="Munich Frauenkirche" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/7-300x300.jpg" alt="Munich Frauenkirche" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Munich Frauenkirche</p></div>
<p>และแล้วช่วงเวลาของการเดินทางก็มาถึง เราเดินทางด้วยสายการบิน Etihad เที่ยวหนึ่งทุ่มสี่สิบห้านาที จากกรุงเทพและไปต่อเครื่องที่อะบูดาบี้ เราได้ที่นั่งที่ถือว่าดีมากเหยียดขาได้สบาย พวกเราจึงคิดว่าการเดินทางเที่ยวนี้คงหลับได้สบาย แต่ว่าโชคไม่ยอมเข้าข้างพวกเราเมื่อมีเด็กชาวอาหรับสองคนกับแม่มานั่งข้างหลังพวกเรา ลำพังแต่แม่ก็คงจะไม่มีอะไรแต่ลูกชายกับลูกสาวของเธอนี่น่ะสิ เล่นเอาความสุขที่พวกเราคาดหวังไว้ต้องสูญสลายไปในพริบตา เด็กสองคนไม่รู้ไปกินยาบ้ามาจากใหนถึงไม่ได้คึกอยู่ตลอดเวลา คึกไม่เท่าไหร่แต่มาคอยถีบเบาะที่พวกเรานั่งอยู่ตลอดเวลานี่สิเป็นเรื่องที่น่าโมโหที่สุด ไอ้เรื่องรักเด็กนี่ก็รักอยู่แต่เจอเด็กแสบแบบนี้ฉันกับเพื่อนก็ไม่ไหวเหมือนกัน หลายครั้งที่ฉันกับเพื่อนหันไปบอกว่าอย่าถีบเบาะแต่ก็ไม่ได้ผล ส่งสายตาพิฆาตก็แล้วก็เฉย ส่วนคนเป็นแม่ก็นิ่งเฉยไม่ยอมดุลูกเอาเสียเลย ความอดทนที่มีเกือบสิ้นสุด ถ้าถึงอะบูดาบี้ช้ากว่านี้นิดนึง ไม่ฉันก็เพื่อนคนใดคนหนึ่งต้องได้เป็นฆาตกรข้ามชาติกันสักคนแน่ๆเชื่อสิ</p>
<div id="attachment_1581" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/11.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1581 " title="สนามบินอะบูดาบี้" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/11-300x300.jpg" alt="สนามบินอะบูดาบี้" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">สนามบินอะบูดาบี้</p></div>
<p>สนามบินอะบูดาบี้</p>
<p>เฮ้อในที่สุดก็ถึงอะบูดาบี้ ส่งเด็กแสบกลับบ้านเสียที ภาวนาขอให้จากอะบูดาบี้ไปเยอรมันอย่าได้พบพานกับเด็กอีกเลยสาธุ  ก่อนลงเครื่องเจ้าเด็กแสบสองคนอุตส่าห์มีน้ำใจชวนให้พวกเราเที่ยวที่อะบูดาบี้และชวนไปพักที่บ้าน พวกเราสั่นหัวปฎิเสธเป็นพัลวันแค่นี้ก็จุกจนล้นคอหอยแล้วน้อง ขืนเจอกันต่อไปมีหวังได้อ๊วก</p>
<p>สนามบินอะบูดาบี้เป็นสนามบินไม่ใหญ่มาก ฉันสังเกตุได้จากตอนเดินเข้ามาในสนามบิน จะมีพี่แขกอาหรับนอนทอดกายเหยียดยาวหลับอย่างมีความสุขอยู่ตามทางเดิน นอนเรียงรายกันเป็นทิวแถวแบบไม่สนใจประชาชีที่เดินเข้ามา  ฉันแอบงงบวกตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ ที่สนามบิน ที่แรกคิดว่าตัวเองถูกมาปล่อยที่สถานีขนส่งแทนสนามบินเสียอีกแต่พอหันไปหันมาถึงได้รู้ว่านี่แหละสนามบินของจริง  พวกเรานั่งถ่างตาอยู่ที่อะบูดาบี้เกือบชั่วโมงถึงได้เวลาขึ้นเครื่องต่อไปยังมิวนิค</p>
<div id="attachment_1575" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><strong> </strong><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><strong><img class="size-medium wp-image-1575 " title="จตุรัสโอเดนออน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/2-300x300.jpg" alt="จตุรัสโอเดนออน" width="300" height="300" /></strong></a><p class="wp-caption-text">จตุรัสโอเดนออน</p></div>
<p>วันสบายๆในมิวนิค</p>
<p>หกโมงสี่สิบ เครื่องบินก็ร่อนลงแตะพื้นรันเวย์ของสนามบินนานาชาติฟรานซ์ โจเซฟ สเตราร์ ในมิวนิคอย่างปลอดภัย พวกเราสามสาวผ่านขบวนการตรวจคนเข้าเมืองไปอย่างไม่มีปัญหาไม่เหมือนกับแขกอาหรับก่อนหน้านั้นที่ถูกเจ้าหน้าที่ซักฟอกเสียจนสะอาดก่อนจะปล่อยตัวเข้าไป สองตายายมารับพวกเราที่สนามบินอย่างที่นัดแนะกันไว้ พวกเราจึงสบายไม่ต้องดิ้นรนนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองเอง  พวกเรากอดสองตายายเป็นการทักทายตามธรรมเนียมของชาวต่างชาติ แต่จริงๆแล้วแอบกระซิบว่าว่าฉันชอบการทักทายแบบนี้มากด้วยเพราะมันอบอุ่นและสัมผัสได้ถึงความรักและคิดถึงที่มีให้กันและกันได้เป็นอย่างดีที่สุด</p>
<div id="attachment_1576" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1576 " title="จตุรัสโอเดนออน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/3-300x300.jpg" alt="จตุรัสโอเดนออน" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">จตุรัสโอเดนออน</p></div>
<p>อากาศเช้าที่มิวนิคเย็นสบายได้ใจคนเมืองร้อนอย่างฉันเสียจริงๆ ก่อนขึ้นรถฉันอดไม่ได้ที่จะสูดอากาศเย็นสบายเข้าไปจนฉ่ำปอด บ้านสองตายายอยู่ในมิวนิคสามารถนั่งรถเมล์และต่อรถไฟฟ้าเข้าไปยังตัวเมืองได้สบายสำหรับคนคุ้นทางแต่สำหรับฉันแม้ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มาพักบ้านสองตายายแต่นั่นก็ไม่สามารถช่วยให้ความชำนาญในเรื่องเส้นทางของฉันดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว บอกได้ว่าถ้าให้ไปกลับคนเดียวก็คงหลงตามปกติ บ้านตายายเป็นบ้านสองชั้น ข้างล่างเป็นห้องรับแขกกับห้องครัว ข้างบนเป็นห้องนอนสามห้องและห้องน้ำหนึ่งห้อง ส่วนห้องใต้ดินเป็นห้องทำงานของคุณตา  ฉันนอนคนเดียวหนึ่งห้อง ส่วนสาวหมวยอย่างพี่เง๊กกับป้อมนอนด้วยกันอีกหนึ่งห้อง</p>
<div id="attachment_1578" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1578" title="จตุรัสโอเดนออน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/4-300x300.jpg" alt="จตุรัสโอเดนออน" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">ระหว่างทางเดินไปดูโบสถ์หัวหอม</p></div>
<p>โยนกระเป๋าล้างหน้า อาบน้ำเสร็จก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงกันให้เสียเวลาพวกเราก็พร้อมเต็มที่สำหรับการตะลุยมิวนิค คุณตาขับรถมาส่งพวกเรากับคุณยายที่สถานีรถไฟใต้ดิน Michaelibad ซึ่งอยู่ไกล้บ้านที่สุด  ส่วนตัวคุณตานั้นไม่ได้ไปด้วยเพราะมีภาระหน้าที่สำคัญนั่นก็คือหาข้อมูลเพื่อพาพวกเราไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้นั่นเอง  นั่งรถไฟฟ้ามาไม่กี่อึดใจพวกเราก็มาโผล่เอาตรงใจกลางจตุรัสสตาคุศ (คาร์ลพลัทซ์) เราเดินตัดผ่านมาจนถึงจัตุรัสโอเดนออนส์ ตรงบริเวณนี้เป็นสถานที่ซึ่งกองทัพเยอรมันใช้ฉลองในวันประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยครั้งนั้นมีฮิตเลอร์ซึ่งตอนนั้นเป็นแค่นายทหารร่วมรบอยู่ด้วย และก็สถานที่นี้เช่นกันที่ฮิตเลอร์ถูกจับกุมในข้อหากบฏขั้นร้ายแรงและนั่นก็ทำให้เขาก็หมดสิ้นอิสรภาพในทันที  พอเอ่ยถึงฮิตเลอร์ฉันก็นึกกลิ่นอายของความโหดร้ายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คนอะไรสั่งฆ่าคนเหมือนเป็นผักเป็นปลา นึกๆแล้วก็อดสงสารชาวยิวที่ถูกฮิตเลอร์สั่งฆ่าขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อารมณ์ชื่นมื่นก็เริ่มมัวหมอง ทำตัวหมองเศร้าได้ไม่กี่วินาที ก็ได้ยินเสียงเรียกของป้อมตะโกนเรียกให้ไปเป็นตากล้องให้หน่อย  ฉันก็เลยต้องรีบสลัดอารมณ์ห่อเหี่ยวทิ้งแล้วสวมวิญญาณช่างภาพและก็นางแบบเข้ามาแทนที่ทันที  เดินผ่านพิพิธภัณฑ์เรสสิเดนซ์  แต่ตัดใจไม่เข้าไปดูเพราะไม่มีเวลามากพอ จุดหมายปลายทางที่ชัดเจนของเราคือโบสถ์หัวหอมคู่(Frauenkirche)  ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองมิวนิค</p>
<p>พวกเราเดินลัดเลาะเข้ามาตามซอยได้สักพักใหญ่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าโบสถ์หัวหอมซึ่งตัวอาคารเป็นสีแดงไม่ยักกะเขียวเหมือนส่วนโดมอย่างที่ฉันคิดไว้ ศิลปะแบบนี้น่าจะเป็นศิลปะแบบกอธิคตอนปลายเพราะมันราบเรียบ ไร้ความเลิศหรูแต่ก็ดูน่ามองประมาณนั้นในความคิดของฉัน สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ศิลปะอย่างที่ฉันบอกแต่ว่ามันคือรอยเท้าซาตานที่ประทับไว้ในโบสถ์แห่งนี้ต่างหากที่ฉันอยากเห็น พอย่างเท้าเข้าไปในโบสถ์ ฉันก็แทบไม่ต้องเสียเวลามองหาว่ารอยเท้าที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน เพียงแต่เห็นนักท่องเที่ยวมะรุมมะตุ้มอยู่ตรงข้างหน้าฉันก็พอจะเดาได้เลยว่ามันต้องอยู่ที่นั่นแน่นอนพันเปอร์เซ็นต์  ฉันกับพวกรีบก้าวเท้าไปยังจุดนั้นทันที ฉันอาศัยร่างกายที่เล็กกว่าคนอื่นมุดแทรกกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าไปเพื่อยลโฉมรอยเท้าซาตาน อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะแตกต่างจากรอยเท้าคนหรือเปล่า</p>
<div id="attachment_1579" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1579" title="รอยเท้าซาตาน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/5-300x300.jpg" alt="รอยเท้าซาตาน" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">รอยเท้าซาตาน</p></div>
<p>รอยเท้าซาตานที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็นรอยเท้าขนาดใหญ่เพียงข้างเดียว ฉันพยายามเพ่งมองความแปลกของรอยเท้าที่ว่า เอียงซ้ายดูก็แล้ว เอียงขวาดูก็แล้วมันก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก นอกเสียจากรอยเท้าที่ใหญ่กว่าคนปกติ และมีข้างเดียว ฉันแอบคิดอะไรแผลงๆอยู่คนเดียวว่าจริงๆแล้วซาตานคงจะมีสองเท้าเหมือนกับคนอย่างเรานี่แหละแต่ซาตานที่มาประทับรอยไว้ที่โบสถ์นี้อาจจะพิการเหลือขาข้างเดียวก็เป็นได้  ผละจากรอยเท้าฉันก็หันไปชื่นชมศิลปะภายในโบสถ์ก่อนจะชักชวนก๊วนแก๊งขึ้นไปบนยอดโดมเพื่อดูวิวเมืองมิวนิค คุณยายปล่อยให้พวกเราขึ้นไปกันเองส่วนคุณยายขอนั่งรออยู่ตรงน้ำพุไกล้ๆโบสถ์ พวกเราจ่ายเงินค่าเข้าไปคนละประมาณ 5 ยูโรเห็นจะได้ พอปีนขึ้นบันไดไปได้สักพักก็ต้องไปต่อลิฟท์ที่ทางโบสถ์จัดไว้ให้ ขืนไม่มีลิฟท์นี่คงได้แค่แหงนคอตั้งบ่าดูแต่ยอดโดมอยู่ข้างล่างแน่นอน</p>
<div id="attachment_1580" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1580" title="บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/6-300x300.jpg" alt="บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา</p></div>
<p>บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา หลังคาสีแดงของตัวอาคารทำให้มิวนิคในมุมสูงนี้มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ถ่ายภาพและนั่งกินบรรยากาศกันจนหนำใจได้ที่ ฉันกับป้อมก็พากันมาหาซื้อโปสการ์ดเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนพี่เง๊กได้ถุงผ้าติดไม้ติดมือไปเป็นที่ระลึกแทน</p>
<div id="attachment_1588" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1588" title="ศาลาว่าการ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/8-300x300.jpg" alt="ศาลาว่าการ" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">ศาลาว่าการ</p></div>
<p>ถึงจะนั่งกินบรรยากาศบนยอดโดมมาจนหนำใจแต่ท้องของพวกเราก็ไม่ยอมอิ่มตาม  ลงมาถึงข้างล่างอาการหิวก็กำเริบ เลยต้องพากันไปหาอะไรใส่ท้องกันเสียหน่อย ขณะที่กำลังเดินตัดผ่านจตุรัสมาเรียนพลาตซ์เพื่อมุ่งหน้าไปยังตลาดวิคทัวเลียน ฉันอดไม่ได้ที่จะแหงนขึ้นไปมองตรงหอคอยศาลาว่าการที่มีตุ๊กตายืนอยู่  ตุ๊กตาจะโผล่ออกมาเต้นระบำให้ชมในเวลา 11.00 น. ของทุกวัน และฉันก็พลาดอีกตามเคยมามิวนิคสองครั้งก็อดดูมันทั้งสองครั้งสงสัยไม่มีบุญ ฉันคิดแบบปลงๆและก็รีบสาวเท้าให้ทันหมู่คณะ ที่กำลังเดินฉับๆอยู่ข้างหน้า</p>
<div id="attachment_1583" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1583 " title="ตลาดวิคทอเลย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/9-300x300.jpg" alt="ตลาดวิคทอเลย" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">ตลาดวิคทัวเลียน</p></div>
<p><strong>ตลาดวิคทัวเลียน </strong>เป็นตลาดกลางแจ้งใจกลางเมืองขนาดใหญ่ เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้เห็นทีจะเป็นเพราะมีของขายมากมายหลายหลากให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ผักสด ดอกไม้แห้ง งานฝีมือ อื่นๆสารพัด และที่สำคัญคือไส้กรอก มีให้ชิมทุกร้าน หากหิวจัดและไม่มีเงินฉันขอแนะนำให้ตระเวนชิมไส้กรอกแถวตลาดนี่แหละรับรองอิ่มแน่ๆ   ขณะที่กำลังเดินชมตลาดกันเพลินๆ คุณยายดันไปหยิบตุ๊กตางานฝีมือขึ้นมาดู ทำอีท่าไหนก็ไม่รู้จมูกตุ๊กตาดันหลุด ที่นี้หล่ะป้าผอมทองเจ้าของร้านซึ่งจับจ้องพวกเราตั้งแต่ย่างกายเข้าไปในซุ้มของแกก็ตวาดออกมาเป็นภาษาเยอรมัน ถึงจะแปลไม่ออกแต่รู้ว่าคงด่านั่นแหละ คณะของพวกเราไม่สนใจรีบวางตุ๊กตาแล้วก็รีบเผ่นแน่บออกจากซุ้มของแกทันที แหมก็งานมันไม่ดีเองนี่นาโทษกันได้ไงจริงไหม</p>
<p>หลังจากถูกด่าจนกระเพาะอาหารเริ่มประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง สุดท้ายเลยพากันมานั่งตรงร้านอาหารไทย รสชาติก็งั้นๆแต่ราคานี่น่ะสิไม่งั้นๆตามรสชาติเอาเสียเลย แต่โชคดีที่ไม่ต้องจ่ายเองเพราะมื้อนี้คุณยายเลี้ยง  เมื่อท้องอิ่มพลังก็เพิ่มพวกเราก็พร้อมตะลุยกันต่อ มาเมืองเบียร์ทั้งทีจะให้พลาดชมเบียร์ฮอลล์ใหญ่ๆอย่างโฮฟบรอยเฮ้าส์ได้ยังไงหล่ะจริงไหม</p>
<div id="attachment_1584" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1584 " title="Beer hall" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Beer-hall10-300x300.jpg" alt="Beer hall" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">Beer hall</p></div>
<p>คุณยายพาเดินลัดเลาะจนไปถึงโรงเบียร์ มาถึงพวกเราก็ไม่สนใจใครหน้าใหนทั้งสิ้นพากันตรงรี่ไปถ่ายรูปคู่กับป้ายของโรงเบียร์ทันที  ฉันมองเข้าไปในฮอลล์เห็นมีนักดื่มนั่งกันเกือบทุกโต๊ะ มองนาฬิกาข้อมือบอกเวลาว่าสามโมงกว่า เออนะคนที่นี่เขาดื่มกันแต่หัววันเลยจริงๆ   พวกเราเดินเข้าไปในฮอลล์ไม่ได้จะไปดื่มอะไรกับเขาหรอกค่ะก็แค่เดินสำรวจและก็ถ่ายรูปเท่านั้นเอง  เสียงดนตรีดังแว่วมาจากชั้นสองพวกเราเลยเดินตามเสียงเพลงขึ้นไปเหมือนต้องมนต์สะกด  ชั้นสองเป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ แต่วันนี้ไม่มีนักดื่มมานั่ง แต่สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นคุณตาคุณยายกลุ่มหนึ่งกำลังหัดเต้นลีลาสกันเป็นคู่ๆ น่ารักมากมาย พร้อมกันนั้นก็แอบคิดอิจฉาคุณตาคุณยายกลุ่มนั้นอยู่ลึกๆในใจ</p>
<p>ออกจากโรงเบียร์ก็ย้อนกลับมาตรงมาเรียนพลาตซ์อีกครั้งแล้วก็เดินทะลุจนไปหยุดอยู่ตรงหน้าโรงละครกูวีลีเย ซึ่งเป็นสไตล์รอคโกโกซึ่งว่ากันว่าข้างในโรงละครก็สวยไม่ใช่เล่น แต่เราไม่มีโอกาสได้เข้าไปเห็นข้างในให้เป็นบุญตาได้แต่มองอยู่ข้างนอกตาปริบๆ</p>
<p>คุณยายกลับบ้านไปแล้วแต่พวกเรายังไม่กลับเพราะว่าเรานัดเพื่อนสาวชาวฟิลิปปินส์ไว้ที่มาเรียนพลาตซ์ตอนห้าโมงครึ่ง ขณะนั่งหง่าวรอเพื่อนอยู่ตรงมาเรียนพลาตซ์ นาฬิกาตรงหอศาลากลางก็ดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงฮือฮาของคนรอบข้าง “ตุ๊กตาเต้นระบำ” เสียงป้อมดังขึ้น จนฉันหูผึ่งทันที</p>
<p>“จริงเหรอ มันเต้นสิบเอ็ดโมงนี่นามันจะเต้นอีกทำไมตอนนี้”</p>
<p>“นั่นไง” น้ำเสียงป้อมยังคงตื่นเต้น</p>
<div id="attachment_1586" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1586" title="หน้าโรงละครกูวีลีเย " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/111-300x300.jpg" alt="หน้าโรงละครกูวีลีเย" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">หน้าโรงละครกูวีลีเย</p></div>
<p>ฉันแหงนหน้าขึ้นไปมองตรงหอคอย และก็ได้เห็นตุ๊กตาเต้นอย่างที่เคยอ่านในหนังสือเอาไว้  ฉันคงจะมีบุญแล้วหล่ะจู่ๆมันก็ออกมาเต้นให้ดู แต่ก็ออกจะผิดหวังอยู่ลึกๆนึกว่ามันจะขยับแข้งขยับขามากไปกว่านี้ที่ใหนได้มันแค่หมุนเปลี่ยนกันออกมาในท่าเดิมๆเท่านั้นเอง  ใช่ว่าฉันจะผิดหวังคนเดียวแต่สองสาวร่วมก๊วนก็ออกอาการผิดหวังนิดหน่อยเช่นกัน</p>
<p>ห้าโมงนิดๆดาด้าเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ที่ย้ายถิ่นมาทำงานที่มิวนิคก็มาตามนัดหมาย พวกเรากอดกันเป็นการทักทายตามธรรมเนียม  ถามสารทุกข์สุกดิบกันพอหอมปากหอมคอ ดาด้าก็พาเราเดินลัดเลาะออกไปจากจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์</p>
<p>“ไปอิงลิชการ์เด้นท์กัน (English garden)” ดาด้าบอกจุดหมายปลายทางให้พวกเรารับรู้</p>
<p>เราเดินตามดาด้าไปได้สักพักใหญ่ๆ ในที่สุดก็มาโผล่เอาตรงสวนกว้างใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมีซุกซ่อนอยู่ในตัวเมือง</p>
<p>“มองไปทางซ้ายมือสิ พวกเธอจะเห็นว่าตรงโน้นหน่ะมีแต่คนที่ไม่ใส่อะไรเลย นอนอาบแดดและก็เล่นกีฬาอยู่”</p>
<p>โดยที่ไม่ต้องให้ดาด้าย้ำรอบสอง พวกเราทั้งสามคนก็รีบหันไปในทิศทางที่เธอบอกทันที ไกลออกไปมีผู้คนไม่สวมเสื้อผ้าเลยสักชิ้นอย่างที่ดาด้าบอกจริงๆ ทั้งเด็กและก็ผู้ใหญ่ บ้างนอนอาบแดด บ้างเล่นกีฬา</p>
<p>“ดาด้า เธอเคยเข้าไปดูไกล้ๆไหม” พวกเราถามด้วยความสงสัย</p>
<p>ดาด้าสั่นศรีษะพลางย้อนถามพวกเราว่า “แล้วพวกเธออยากไปเห็นไกล้ๆไหมล่ะ”</p>
<p>ปฏิเสธโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยงานนี้ สาวไทยอย่างพวกเราหรือจะกล้าเรื่องอย่างนี้อย่างมากก็เก่งแต่พูด</p>
<div id="attachment_1585" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1585" title="English garden" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/English-garden12-300x300.jpg" alt="English garden" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">English garden</p></div>
<p>อิงลิชการ์เด้นท์เป็นสวนที่กว้างและร่มรื่นมากๆในสวนมีแม่น้ำไหลผ่าน สนามหญ้าสีเขียวน่านอนเล่นเป็นอย่างมาก ยามเย็นที่นี่จึงมีแต่ผู้คนมานั่งพักผ่อนรวมทั้งเล่นกีฬาและที่ขาดอย่างเสียไม่ได้ก็คือมาดื่มเบียร์ตรงลานเบียร์ภายในสวน ดาด้าพาพวกเราเดินเข้าไปข้างในเพื่อจะไปลานเบียร์ที่ติดอยู่กับสระน้ำ ระหว่างทางเราเจอจีจี้เพื่อนของป้อม สาวไทยที่แต่งงานกับหนุ่มเยอรมันและตามสามีมาอยู่ที่นี่ เธอใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางมาสมทบกับพวกเรา ฉันเลยถือโอกาสยืมจักรยานของเธอปั่นเล่นเสียหน่อย  ปั่นไปปั่นมาถุงผ้าที่แขวนอยู่ดันหลุดเข้าไปในล้อจักรยานดีว่าเบรคเอาไว้ทันไม่อย่างนั้นฉันคงต้องลงไปนอนแอ้งแม้งให้ขายหน้าข้ามชาติกันอีกแน่  ลานเบียร์ที่พวกเราไปนั่งมีทั้งลานเปิดโล่งและก็ในร่ม พวกเราเลือกนั่งในที่โล่งติดกับสระน้ำ ที่นี่ไม่มีเด็กเสริ์ฟนักดื่มต้องบริการตัวเองทุกอย่าง พวกเราซื้อขาหมูเยอรมัน ขนมปัง สลัด และขาดไม่ได้คือเบียร์มานั่งกินลมชมวิว และก็ชมแดดที่บอกอย่างนี้เพราะว่าหกโมงกว่าแล้วดวงอาทิตย์ที่นี่ยังคงไม่เลิกงานยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำโอทีย่างขยันขันแข็ง พวกเรานั่งโม้นั่งเม้าท์กันได้สักพัก คอลิน่าเพื่อนของป้อมชาวเยอรมัน(ป้อมเขาเพื่อนเยอะ) ก็ตามมาสมทบอีกคนทำให้สมาชิกของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็นหกคน</p>
<p>กลุ่มอื่นที่มาคงจะเน้นเบียร์แต่กลุ่มพวกเราดันเน้นกับแกล้ม ระหว่างนั่งรอให้ดวงตะวันลับขอบฟ้าฉันก็เคี้ยวกินขาหมูไปอย่างมีความสุข จนกระทั่งดวงตะวันเปล่งแสงสีทองส้มออกมาเพื่อเตรียมโบกมืออำลาท้องฟ้านั่นแหละฉันถึงได้ละจากขาหมูจานโปรด  ปล่อยสายตาให้หยุดตรงแสงสีส้มที่กระทบลงมายังสายน้ำโดยมีเป็ดน้อยว่ายน้ำตรงไปยังลำแสงสีทองคล้ายอาลัยอาวรณ์เจ้าดวงตะวัน</p>
<p>จีจี้สาวเจ้าของจักรยานลาจากพวกเราไปหลังจากดวงตะวันลับลาจากขอบฟ้าได้ไม่นาน คงเหลืออีกห้าสาวที่นั่งโม้กันจนถึงสามทุ่มจึงมีมติเอกฉันท์ว่าควรจะกลับบ้านกันได้แล้ว  ตกลงกันเสร็จก็พากันเดินออกมาจากลานเบียร์ ทันทีที่พ้นออกมาจากลานเบียร์โลกทั้งโลกก็ตกอยู่ในความมืดและก็ความเงียบ กลางคืนในสวนไม่มีแสงไฟนี่คือสิ่งที่ได้ยินจากปากเจ้าของถิ่นทั้งสองคนในเวลาต่อมา</p>
<p>“โอย ฉันก็ลืมไปว่ามันไม่มีไฟ” เสียงดาด้าโอดครวญ</p>
<p>ฉันพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้มองเห็นอะไรได้มาก</p>
<p>“ร้องเพลงกันดีกว่าจะได้ไม่เงียบ” ฉันเสนอความคิด และดูเหมือนว่าทุกคนจะเห็นด้วย เสียงเพลงของดาด้าดังขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอันเงียบสงัด โดยมีพวกเราเป็นลูกคู่ร้องเต้นด้วยไปตลอดทางจนกระทั่งเจอแสงไฟสาดส่องเสียงเพลงจึงเงียบลงและตามมาด้วยเสียงถอนหายใจและเสียงหัวเราะประสานดังขึ้นมาแทน</p>
<p>คืนนี้มิวนิคได้เปลี่ยนความมืดอันน่ากลัวของฉันและเพื่อนๆให้กลายเป็นความอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรักแห่งมิตรภาพ&#8230;.บางทีความมืดก็คงไม่น่ากลัวเสมอไปจริงๆนั่นแหละ</p>
<p>พวกเราแยกทางกันตรงสถานีรถไฟใต้ดิน ฉันและพวกพ้องพากันนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Michaelibad จากนั้นก็โทรศัพท์ไปบอกให้คุณตาขับรถมารับกลับบ้าน  พวกเรานั่งหนาวอยู่ตรงสถานีรถไฟประมาณสิบห้านาที คุณตาก็มารับกลับบ้าน ระหว่างทางคุณตาเล่าถึงแผนการเที่ยวของวันพรุ่งนี้กับมะรืนนี้ให้ฟังคร่าวๆ คุณตาบอกว่าจะพาพวกเราไปเที่ยวทางตอนเหนือของมิวนิค เส้นทางที่จะไปเขาขนานนามกันว่าเส้นทางสายโรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย  ทันทีที่ฟังคุณตาเล่าจบ ฉันก็ยิ้มให้กับตัวเองและสมองก็เริ่มคิดฝันถึงความโรแมนติกที่คิดว่าจะได้เจอในระหว่างการเดินทางคราวนี้ขึ้นมาอย่างเงียบๆ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะถนนสายโรแมนติก</p>
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/09/02/munich/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bali  is  my  life  (ตอน 2)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Aug 2009 06:50:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[บาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=669</guid>
		<description><![CDATA[ รุ่งเช้าวันที่สอง มาเด (ชื่อคนขับรถ) สังเกตได้จากชื่อเป็นชนชั้นวรรณะศูทรที่มีมากที่สุดในบาหลี สังคมชาวบาหลีแบ่งเป็น 4 วรรณะเช่นเดียวกับอินเดีย คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศ และ ศูทร แต่ไม่ถือแบ่งวรรณะอย่างเคร่งครัดเหมือนที่อินเดีย หากจะใช้ชื่อนำหน้าเฉพาะวรรณะของตนเองไม่ปะปนกัน วรรณะศูทรจะมีวิธีตั้งชื่อโดยเฉพาะคือ ลูกคนแรกจะชื่อวายัน คนที่สองชื่อมาเด คนที่สามชื่อเนียวมัน คนที่สี่ชื่อเกตุ้ด หากมีคนที่ห้า หก เจ็ด ก็จะวนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกรอบ ดังนั้นจึงมีคนชื่อซ้ำ ๆ กันเยอะมาก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/serf.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="aligncenter size-full wp-image-718" title="serf" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/serf.jpg" alt="serf" width="600" height="223" /></a></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_685" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/with-Madeh-our-driver.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-685" title="with-Madeh-our-driver" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/with-Madeh-our-driver-300x222.jpg" alt="มาเด คนขับรถ ของเรา" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">มาเด คนขับรถ ของเรา</p></div>
<p>รุ่งเช้าวันที่สอง มาเด (ชื่อคนขับรถ) สังเกตได้จากชื่อเป็นชนชั้นวรรณะศูทรที่มีมากที่สุดในบาหลี สังคมชาวบาหลีแบ่งเป็น 4 วรรณะเช่นเดียวกับอินเดีย คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศ และ ศูทร แต่ไม่ถือแบ่งวรรณะอย่างเคร่งครัดเหมือนที่อินเดีย หากจะใช้ชื่อนำหน้าเฉพาะวรรณะของตนเองไม่ปะปนกัน วรรณะศูทรจะมีวิธีตั้งชื่อโดยเฉพาะคือ ลูกคนแรกจะชื่อวายัน คนที่สองชื่อมาเด คนที่สามชื่อเนียวมัน คนที่สี่ชื่อเกตุ้ด หากมีคนที่ห้า หก เจ็ด ก็จะวนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกรอบ ดังนั้นจึงมีคนชื่อซ้ำ ๆ กันเยอะมาก ต้องถามชื่อสกุลประกอบด้วยเสมอ</p>
<div id="attachment_722" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Ulun-Danu61.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-722" title="Ulun-Danu6" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Ulun-Danu61-300x222.jpg" alt="Ulun Danu Bratan" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Ulun Danu Bratan</p></div>
<p>วันนี้เรานัดมาเดมารับตอน 10.00 น แต่ที่เมืองไทยเป็นเวลา 9.00 น เพราะเวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทยหนึ่งชั่วโมง เราตรงไป อูลันดานูบราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดในบาหลี ตั้งอยู่กลางน้ำริมทะเลสาปบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟ มีศาลากลางน้ำซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่เรียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น ภาพนี้ปรากฏตามโปสการ์ดและโฆษณาการท่องเที่ยวบาหลีเสมอ ที่นี่กำลังมีงานพิธีอีกแล้ว แดดร้อนแรงแต่ชาวบาหลีที่มาประกอบพิธีก็ไม่สิ้นศรัทธา ทำพิธีกันกลางแดดเปรี้ยง ๆ ฉันสังเกตภูมิอากาศในบาหลีมาสองวันแล้ว ครึ่งวันแรกจะแดดแรงจัด พอเข้าครึ่งบ่ายจะเป็นเฆมครึ้มฟ้าปิด แต่ไม่มีฝน นักท่องเที่ยวที่นี่มากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่คนเต็มไปหมด ฉันสัมผัสน้ำในทะเลสาปน้ำที่ไหน ๆ ก็เย็นเหมือนกันหมดนั่นแหล่ะ สู้แดดไม่ไหวก็เลยไปเที่ยวนาขั้นบันไดที่ Jatiluwih ที่นี่เป็นนาขั้นบันไดที่สวยที่สุด เกือบได้เป็นมรดกโลกถ้าไม่มีกรณีเขาพระวิหารมาแทรกซะก่อน มาเด พาไปจุดชมวิวอีกจุดนึงที่ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้า แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นจุดที่สวยด้วยรึเปล่า เพราะนามันอยู่ไกลมาก ๆ เลย พวกเราก็กระโดดถ่ายรูปกันตามประสา มีฝรั่งขำพวกเราแล้วบอกว่าเคยเห็นท่าพวกนี้ตอนไปเที่ยวภูเก็ต อ้าว แล้วชาติอื่นเขาไม่นิยมกระโดดถ่ายรูปกันบ้างเหรอไงเนี่ย ขำจัง</p>
<div id="attachment_717" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tanah-Lot9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-717" title="Tanah-Lot9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tanah-Lot9-300x222.jpg" alt="Tanah Lot" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Tanah Lot</p></div>
<p>ตอนเย็นพวกเราก็ไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่ ทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่ได้ชื่อว่ามีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด ตั้งอยู่บนชายหาดยื่นลงไปในทะเล สร้างเพื่อสักการะเทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล วัดอยู่บนโขดหินคล้ายเกาะเล็ก ๆ เวลาน้ำขึ้นเหมือนวัดอยู่กลางทะเล เวลาน้ำลงสามารถเดินข้ามเข้าไปในวัดได้ แต่พวกฉันอยู่ไม่ถึงส่งตะวันกันหรอก เพราะหิวกันมาก เนื่องจากวันนี้ไม่ได้กินอาหารกลางวันเพราะไม่มีร้านให้กินเลยระหว่างทาง หิ้วท้องกลับถึงอุบุดก็แยกย้ายกันแบบฟรีสไตล์</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_724" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/2-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-724" title="2-1" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/2-1-300x212.jpg" alt="บรรยายกาศรอบๆ Ubud" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">บรรยายกาศรอบๆ Ubud</p></div>
<p>วันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวแบบเต็ม ๆ วัน พวกเรานัดมาเด มารับเที่ยง มาเดคงสงสัยพวกนี้นี่ก็แปลกนะ ยิ่งอยู่นานยิ่งนัดสายยิ่งอืดขึ้น ๆ ทุกที ไม่ใช่อะไรหรอก พวกฉันอยากเดินเล่นในเมืองอุบุดยามเช้ามากกว่า หลังจากที่ได้เดินแต่ตอนกลางคืนมาตลอด เช้าวันนี้ฉันเดินไปกับเพื่อนสาวสองคน (อีกกลุ่มแยกไปต่างหาก) เดินเกือบหมดทุกถนนในเมืองอุบุด ตั้งแต่ Monkey Forest St. ,ไปจนสุดถนนเลี้ยวออกไปทาง Hanoman St. สุดถนนนี้แล้วไปวกเข้า Ubud Main Road เป็นวงรอบใหญ่ แล้วกลับเข้ามาทางมังกี้ฟลอเรสอีกทาง ระยะทางหลายกิโลอยู่ ตากแดดผิวไหม้มาเลย ก็แดดครึ่งวันเช้ามันร้อนแรงอย่างที่เล่าไว้นี่ เดินไปไปรษณีย์ส่งโปสการ์ดที่เขียนไว้เมื่อคืนนี้ ค่าแสตมป์ส่งกลับเมืองไทยราคา 5,000 RP เดินเหนื่อยเอาเรื่องแต่คุ้มเพราะได้เห็นอะไรมากมายกว่านั่งรถผ่าน ๆ ได้รู้ว่าถนนหนุมาน นั้นมีโฮมสเตย์ราคาย่อมเยาว์อีกมากเลย ส่วนถนนมังกี้ฟลอเรส ที่พักจะออกไปแนวบูติก กับ สปา และแพงกว่า</p>
<p>วันนี้เป็นวันช้อปปิ้ง ไปตลาดสุขาวะตี มาเดบอกสุขาวะตีมีทั้งหมด 3 แห่ง มาเดพาไปซะสองแห่ง เพื่อน ๆ หมดเงินกันไปคนละหลายแสน แต่ฉันไม่เหลือเงินรูเปียห์ไว้ช้อปซะแล้วเหลือติดกระเป๋าแค่สองสามหมื่นเก็บ ไว้ซื้อน้ำกินดีกว่า พวกเพื่อน ๆ ต่อราคากันสนุกสนานได้ยินเสียงแม่ค้าร้อง บังครู้ด ๆ ลั่นตลาด (แปลได้ว่าขาดทุน) แต่เพื่อนฉันก็ไม่ยอมร้องตามเขาว่า บังครู้ด ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่รู้ความหมายแน่ชัด แถมทำท่าดีดดิ้นสะบัดมือ งอเข่า กระทืบเท้า ส่ายหน้า ไม่ยอมเหมือนเด็กร้องจะเอาของเล่น จนแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นขำท่าทางของเธอกันยกใหญ่ ฉันนั่งมองอมยิ้ม เห็นขาช้อปมีความสุขก็ดีใจ เพราะพวกเขาก็รอฉันถ่ายรูปในบางที่ก็นานทีเดียวเช่นกัน เสร็จจากการช้อป พวกเราก็ให้มาเด แวะชายหาด Kuta ชายหาดที่นี่คลื่นแรงเหมาะกับการเล่น Surfing แวะไปให้รู้ แต่ดูแล้วยังไงก็สู้ทะเลไทยไม่ได้อยู่ดี ที่นี่เรทแลกเงินจะได้ราคาดีกว่าในเมืองอุบุด และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก</p>
<div id="attachment_719" class="wp-caption alignleft" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Uluwatu3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-719" title="Uluwatu3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Uluwatu3-202x300.jpg" alt="Ulu watu" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Ulu watu</p></div>
<p>ตอนเย็นเราก็แวะไปที่ อูลันวาตู (Pura Uluwatu) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือฝั่งทะเลทางตอนใต้สุดของเกาะบาหลี ที่นี่จะมีวิวทิวทัศน์ขึ้นชื่อเรื่องชมพระอาทิตย์ตกอีกที่ มีระบำเคจัก แต่ต้องเสียค่าชมต่างหาก วัดนี้มีลิงเยอะมาก นักท่องเที่ยวต้องระวังของส่วนตัวให้ดี แว่นตา ตุ้มหู หมวก โดนดึงแย่งไปได้ง่าย ๆ เพื่อนโดนดึงกิ๊บติดผมไปอันนึง เจ้าจ๋อกัดเล่นซะพังเลย แต่จะมีคนแถวนั้นคอยโยนกล้วยให้ลิง ลิงจะปล่อยของที่เอาไปรับกล้วยแทน แล้วคนนั้นจะเอาของมาคืนเราแลกกับค่าทริป ถ้าเป็นของมีค่าก็คงต้องยอมจ่าย ระหว่างทางกลับ เส้นทาง เดนปาซาร์ มา อุบุด เราพบเห็นร้านอาหารพื้นเมืองที่ชาวบาหลีทั่ว ๆ ไปนิยมกินกัน ทั้งเป็นร้าน และ รถเข็นลูกชิ้นทอด เต้าหู้ทอด ขนมต่าง ๆ มากมาย อยากจะลงไปแวะชิมซะเหลือเกิน แต่หมดเวลาของมาเดแล้วที่ให้บริการวันละเจ็ดชั่วโมง เพราะในเมืองอุบุดไม่มีร้านอาหารแบบชาวบ้าน ๆ แบบนี้เลย มีแต่ร้านอาหารนักท่องเที่ยวที่พวกฉันนั่งกินกันมาทุกคืน และ คืนนี้ก็คงเป็นแบบนั้นอีก เรากลับถึงอุบุดเกือบสองทุ่ม ไปกินร้านประจำที่เราลงความเห็นว่าอร่อยคุ้มกับราคาที่จ่ายสูงหน่อยชื่อร้าน Lobong Café จะมี Happy Hour at 4-7 pm หลังจากนั้นเมนูเดิมจะเปลี่ยนราคาอัฟขึ้นมาประมาณ 6,000 RP-10,000 RP แต่ก็แล้วแต่เมนูแต่ละอย่างด้วย วันนี้เรามาดึกแน่นอนราคาอัพแล้ว ยังต้องฉลองคืนสุดท้ายในบาหลีด้วยกินท่ามกลางความกดดัน ฉันดันสั่งของกินยากอีก เป็นสเต๊กเป็ดทอด ก็เขารอเปิดฟลอร์แด้นซ์กันน่ะซิ เป็ดที่อร่อย ๆ ก็เลยต้องรีบ ๆ กินท่ามกลางสายตาฝรั่งเกือบร้อยกว่าคน ก็ดันไปนั่งโต๊ะแรกติดกับวงดนตรีเขาเลย กำ -_-!</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt>
</dt>
</dl>
<p>ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แล้วมีแม่หญิงแบกของทูลหัวน่าอัศจรรย์กับการจัดเรียงผลไม้ที่สูงชะลูด แล้วเดินได้อย่างสง่างามหายเข้าวัดไปตอนแสงเช้า ๆ สาดลงมา น่าลงไปเก็บบรรยากาศมาก หมู่บ้านอีกหลายที่ ที่ยังไม่ได้ไป เช่น หมู่บ้านที่สวยที่สุด หมู่บ้านที่ผลิตกาแฟ หมู่บ้านศิลปินที่ขายภาพทั้งหมู่บ้าน หมู่บ้านที่แกะสลักงานไม้ งานหิน หมู่บ้านที่ขายผ้าพื้นเมือง ร้านอาหารพื้นเมืองอีกหลายที่ ที่ได้แต่มองผ่านไป อยากนอนนวดแช่สปาที่เลื่องลือไปทั่วโลก อยากปั่นจักยานรอบเมือง และหาบ้านพักที่อยู่ท่ามกลางท้องนาเขียวขจีในเมืองอุบุด มีใครสนใจบ้างยกมือขึ้น ^__^</p>
<p><strong> </strong></p>
<div id="attachment_764" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><strong> </strong><strong><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Anijang.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-764" title="Anijang" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Anijang-300x222.jpg" alt="อะนิจัง" width="300" height="222" /></a></strong><p class="wp-caption-text">อะนิจัง</p></div>
<p>สิบอย่าง ที่ไม่ควรพลาดในบาหลี</p>
<p>-ปุราเบซากิห์ (Pura Besakih) วัดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในบาหลี</p>
<p>-ปุราอูลันดานู บาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) วัดที่ศิลปะคล้ายกับ นครวัด นครธม</p>
<p>-ปุราอูลันดานู บราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) วัดที่สวยที่สุดในบาหลี</p>
<p>-ปุราทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด</p>
<p>-ปุราทามันอายุน (Pura Taman Ayun) วัดหลวงแห่งราชวงศ์เม็งวี</p>
<p>-วัดถ้ำช้าง (Pura Goa Gajah) และ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul)</p>
<p>-อุบุด (Ubud) เมืองแห่งมนต์เสน่ห์</p>
<p>-หมู่บ้านคินตามณี (Kintamani) หมู่บ้านริมปากปล่องภูเขาไฟ</p>
<p>-ระบำบาหลี บารอง แด้นซ์ (Barong dance) สีสันยามค่ำคืนแห่งบาหลี</p>
<p>-ศิลปะบาหลี ผู้คน และวัฒนธรรม</p>
<p>ภาษาที่ใช้ต่างกันตามสื่อต่าง ๆ ในบาหลี</p>
<p>Pura = Temple = วัด , Gunung = Mountain = ภูเขา</p>
<p>Writer &amp; Photo by อะนิจัง @ Bali</p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 527px; width: 1px; height: 1px;">ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินขาขวิด ที่มะละกา (ตอนจบ)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/02/melaka3/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/02/melaka3/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2009 01:35:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกา]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[เดินขาขวิดมาสองวันติดวันนี้วันสุดท้าย ที่จะต้องบอกลา มะละกา เดินทางต่อไปที่ กัวลาลัมเปอร์ เพื่อทีจะขึ้นเครื่องกลับในตอนเย็น แต่สงสัยพระเจ้าทรงประทานพรให้เครื่องบินต้องดีเลย์ออกไปอีก โปรแกรมเราเลยต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเวลาที่ได้เพิ่มขึ้น คราวนี้เลยต้องมาเดินขาขวิดต่อที่  กัวลาลัมเปอร์ แถมด้วย ปุรตาจาร์ยา อีกเมือง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>เดินขาขวิดที่ กัวลาลัมเปอร์ และ ปุรตาจาร์ยา</h2>
<div id="attachment_1535" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1535" title="บอกลา มะละกาด้วยข้ามมันไก่เจ้าเดิม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka14-1-300x212.jpg" alt="" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">บอกลา มะละกาด้วยข้ามมันไก่เจ้าเดิม</p></div>
<p>วันนี้นัดกันจะไปกินข้าวมันไก่อีกรอบก่อนกลับ (ติดใจๆ) แต่ตื่นมาเร็วกว่าเวลานัดอีกแล้ว อาบน้ำอาบท่าเสร็จเลยออกไปเดินชมเมืองยามเช้ากันก่อน เดินผ่านร้านติ่มซำเห็นคนเยอะเชียว ท่าทางจะอร่อย เลยตกลงใจแวะชิมกันซักนิดหน่อยก่อนไปกินข้าวมันไก่ รสชาติก็โอเค ราคาไม่แพง(แต่ที่บ้านเราอร่อยกว่านะ) จากนั้นก็ไปร้านข้าวมันไก่ตามที่นัดกันไว้ วันนี้คนยังไม่มากอาจเพราะยังเช้าอยู่ แต่ขอยืนยันว่าร้านนี้อร่อยจริงๆ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>หลังจากกินเสร็จก็กลับไปเก็บข้าวเก็บของ แล้วไปเจอกันที่ River View Guesthouse เดิมทีตั้งใจจะไปขึ้นรถตรงที่ลงเมื่อวันก่อน แต่ด้วยความไม่แน่ใจในเส้นทางที่รถวิ่ง บวกกับระยะทางค่อนข้างไกล เลยตกลงกันว่าจะไปขึ้นรถที่หอนาฬิกา เพราะอยากจะไปส่งโปสการ์ดด้วย แต่เดินออกมาได้นิดเดียว ก็มีรถ Panorama วิ่งมาพอดี แปลกใจอยู่ว่ารถวิ่งผ่านมาทางนี้ด้วยเหรอ แต่ก็โบกรถไปแล้ว เส้นทางที่วิ่งก็ไม่เหมือนเมื่อวาน พี่ป้องเลยเปิดดูคู่มือ ปรากฏว่า รถ Panorama มี 2 สาย สีแดง กับสีน้ำเงิน รถวิ่งออกไปนอกเมืองไกลมาก กว่าจะวนกลับมาที่ Melaka Sentral ก็ 10 โมงครึ่งแล้ว (ตอนแรกเราตั้งใจจะมาขึ้นรถเที่ยว 10 โมง) เลยต้องเลื่อนไปเป็นเที่ยว 11 โมง</p>
<p>พอซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจี๊ยบก็ไปถามหาตู้ไปรษณีย์เพื่อส่งโปสการ์ด เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะส่งโปสการ์ดแล้วประทับตรา Melaka ถามไถ่ผู้คนได้ความว่ามีตู้ไปรษณีย์ตั้งอยู่ริมถนนด้านหน้าอยู่ตู้หนึ่ง รีบวิ่งออกไปส่งเพราะใกล้เวลารถออกแล้ว เป็นอันว่าภาระกิจลุล่วงไปอีกหนึ่งอย่าง</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1537" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1537" title="มื้อเที่ยงที่ KL เด็กเสิร์ฟพูดไทยได้" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/PPong-300x212.jpg" alt="มื้อเที่ยงที่ KL เด็กเสิร์ฟพูดไทยได้" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">มื้อเที่ยงที่ KL เด็กเสิร์ฟพูดไทยได้</p></div>
<p>เรานั่งรถเพื่อเดินทางไป KL ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงสถานีขนส่ง Pudajaya ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก China Town มากนัก เลยจะเดินไปหาอะไรกินกันก่อน ระหว่างทางเราแวะเข้าห้องน้ำที่ Mc Donald (สงสัยคนที่นี่ชอบกิน Mc Donald เพราะร้านเป็นตึก 3 ชั้น คนนั่งเต็มทุกโต๊ะเลย) หลังจากเสร็จธุระก็เดินไป China Town หาร้านอาหารกินกัน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>เดินมาเจอร้านก๋วยเตี๋ยวฮกเกี้ยน มีอาหารหลากหลายทีเดียว (มีรูปติดให้ดูที่หน้าร้านด้วย) ตกลงร้านนี้แล้วกัน เข้าไปหาที่นั่งด้านใน กำลังเลือกสั่งอาหาร น้องสาวที่มารีบออเดอร์ถามเราเป็นภาษาไทย ทำเอาแปลกใจเล็กน้อย เพราะทั้งทริปนี้ยังไม่เจอคนไทยเลย สอบถามได้ความว่าเคยทำงานที่เมืองไทย หลังจากทานเสร็จก็เรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าเด็กเกือบทั้งร้านพูดภาษาไทยกันได้เกือบหมด</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_375" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka15.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g323]"><img class="size-medium wp-image-375  " title="The Heritage Station Hotel" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka15-300x212.jpg" alt="The Heritage Station Hotel โรงแรมที่เรามาแวะพัก ตอนทริปบาหลี" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">The Heritage Station Hotel โรงแรมที่เรามาแวะพัก ตอนทริปบาหลี</p></div>
<p>พวกเราขึ้นรถไฟฟ้าที่ย่านไชน่าทาว์นเดินทางไป KL Sentral เพื่อหาที่ฝากสัมภาระ และดูเส้นทางที่จะไป Putrajaya ด้วย หลังจากฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์หยอดเหรียญเสร็จก็นั่ง Kommuter ไป 1 สถานี (Kualalumpur) เพื่อถ่ายรูปโรงแรม The Heritage Station Hotel และสถานีรถไฟเก่า ถ่ายรูปกันจนพอใจและจึงรีบขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีตรงไชน่าทาว์นสถานีเดิมตอนไป KL Sentral คราวนี้มุ่งหน้าไปสถานี KLCC เพื่อชมและถ่ายรูปตึก Petronas ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก จากนั้นกลับมาขึ้นรถไฟไปสถานี Masjid Jamek ซึ่งเป็นย่านราชการ ย่านนี้เรียกกันว่า Merdeka Square อ่านเผินๆ คล้ายกับ Melaka เมื่อวานตอนที่ยังอยู่ที่ มะละกา สาวจุ๊บซึ่งเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดีจากกรุงเทพ โดยมี print out รูปของที่นี่มาด้วย โดยเจ้าตัวเข้าใจว่าตั้งอยู่ที่มะละกา เธอจึงบ่นเสียดายว่า มามะละกาทั้งที เสียดายที่ไม่ได้เที่ยวที่ Merdeka Square ผมซึ่งจัดอยู่ในพวกเที่ยวละเอียด คือมาครั้งเดียวเก็บให้หมดจะได้ไม่ต้องมาอีก เพราะยังมีที่ในเราค้นหาอีกมากมายรอเราอยู่  ผมจึงต้องรีบดูเพราะจากข้อมูลที่พอเตรียมมาบ้างพวกเราไม่น่าจะพลาดที่ไหนไปได้ พออ่านข้อมูลดูจึงรู้ว่าอยู่ที่ KL งานนี้เลยต้องจัดให้เป็นพิเศษครับ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_379" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka16.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g323]"><img class="size-medium wp-image-379 " title="Merdeka Square Kuala Lumpur &amp; Petronas" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka16-300x212.jpg" alt="Merdeka Square,ตึกแฝด Petronas, บนรถไฟ KL Transit" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">Merdeka Square,ตึกแฝด Petronas, บนรถไฟ KL Transit</p></div>
<p>ตัวอาคารย่านนี้จะเป็นตึกเก่าสวยงาม ตึกทีใหญ่สุดคือตึกสุลต่านอัลดุล ซามัด  พวกเราถ่ายรูปกันค่อนข้างจะเร่งรีบ จนเป็นที่พอใจพอสมควรแล้วจึงรีบเดินทางกลับมาที่ KL Sentral เพื่อเอากระเป๋าในล็อกเกอร์ และนั่งรถไฟ Kl Transit ไป Putrajaya ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง เรามาถึง Putra Sentral 6 โมง 20 ต้องหารถต่อไปมัสยิด Putra ก่อนขึ้นรถไม่ลืมเช็คตารางรถไฟเที่ยวที่จะเดินทางกลับสนามบิน มีรถไฟเที่ยว 19:50 และ 20:20 ที่เราสามารถกลับไปขึ้นเครื่องทันเวลา เราตั้งใจว่าจะรีบกลับมาให้ทันเที่ยว 19:50 เพื่อความอุ่นใจว่าจะไม่ต้องนอนที่นี่อีกคืน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>ที่สถานี Putra มีรถหลายสาย เลยลองสอบถามเจ้าหน้าที่ดู มี3-4 สายที่วิ่งผ่านไปมัสยิด Putra ที่หมายสุดท้ายของเราสำหรับทริปนี้ รถขับผ่านจุดต่างๆของรอบเมือง Putra ซึ่งถูกจัดผังเมืองไว้อย่างดี ไม่มีเสาไฟฟ้าเกกะให้เห็นเหมือนบ้านเราแล้ว บ้านเมืองก็สวยงามสะอาดตามากๆ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_372" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/IMG_6418.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g323]"><img class="size-medium wp-image-372 " title="Masjid Putra" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/IMG_6418-300x200.jpg" alt="Masjid Putra" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Masjid Putra</p></div>
<p>เราลงป้ายที่ใกล้มัสยิดมากที่สุดซึ่งยังต้องเดินเข้าไปอีก 500 เมตร ลงจากรถได้ก็รีบเดินกึ่งวิ่งไปให้ถึงมัสยิดโดยเร็วแข่งกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาขอบฟ้าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แล้วเราก็มาถึงทันได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่มัสยิดสมใจ เรามีเวลาอยู่ชื่นชมความงามได้ไม่นานนัก เพราะต้องรีบกลับไปให้ทันรถไฟไปสนามบิน เราได้ขึ้นรถก็ปาเข้าไป 19:45 แล้ว ไม่ทันรถไฟเที่ยว 19:50 แน่นอนแล้ว</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>รถวิ่งวนไปมาอยู่พักใหญ่กว่าจะมาถึง Putra Sentral 20:05 แล้ว รีบวิ่งไปซื้อตั๋วและเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นรถไฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ก็ถึง KLIA จากนั้นเราต้องต่อรถ shuttle bus ไป LCCT เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาถามพนักงานที่เคาน์เตอร์เลยดีกว่า เราต้องเดินลงบันไดหนีไฟเพื่อลงไปชั้นล่าง ไปถึงมีรถจอดอยู่คันหนึ่ง หน้ารถมีป้ายติดอยู่ KLIA – LCCT กำลังจะเดินไปขึ้น แต่เพื่อความแน่ใจเลยสอบถามเจ้าหน้าที่อีกทีดีกว่า ได้คำตอบว่ารถคันนี้ไม่ได้ไป(แล้วติดป้ายไว้ทำไมเนี่ย) ให้เดินไปรอรถที่ช่อง 10</p>
<p>เราเดินเข้าไปรอในตัวอาคารซึ่งมีร้านขายอาหารอยู่ ประกอบกับไม่รู้รถจะมาเมื่อไหร่ และเราก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นกัน เลยสั่งข้าวราดแกง(อินเดีย)มา 2 จาน กินไปก็มองรถไป กินไปไม่ถึงครึ่งจานรถก็มาแล้ว เลยต้องรีบกินอย่างรวดเร็ว อาหารอร่อยซะด้วยสิ เสียดายไม่มีเวลาได้ลิ้มรสชาติอาหารมากนักกินเสร็จรีบคว้ากระเป๋าวิ่งขึ้นรถทันที ใช้เวลาเดินทางระหว่างสนามบิน 15 นาที เมื่อเรามาถึง LCCT ได้ยินเสียงประกาศ final call พอดี รีบวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะวิ่งได้ ไปโหลดกระเป๋า และ check in แล้วผ่าน ตม. มารอที่หน้า gate ระหว่างนั่งรอเลยนำเงินที่เหลือมาแลกคืน มีเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวมาเลเซียมาให้ช่วยตอบแบบสอบถามเราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตอบเสร็จก็ไดรับของที่ระลึกเป็นเข็มกลัดมา 2 อัน</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=10&amp;ll=2.936205,101.689324&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.936205,101.689324">มัสยิดปุรตา</a></dt>
<dd>มัสยิดปุรตา</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.931469,101.670796">Putra Sentral </a></dt>
<dd>Putra Sentral </dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.75509,101.706018">KLIA</a></dt>
<dd>KLIA</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.740301,101.720674">LCCT</a></dt>
<dd>LCCT</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.134485,101.686664">KL Sentral</a></dt>
<dd>KL Sentral</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.141748,101.697135">Chaina Town</a></dt>
<dd>Chaina Town</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.139723,101.693423">The Heritage STaion Hotel</a></dt>
<dd>The Heritage STaion Hotel</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.148593,101.694388">Merdeka Square</a></dt>
<dd>Merdeka Square</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.158074,101.711866">Petronas</a></dt>
<dd>Petronas</dd>
</dl>
<p>เครื่องออกประมาณ 22:05 ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงก็ถึงสุวรรณภูมิ แต่เครื่องบิน Air Asia เที่ยวนี้ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลยเนื่องจากแอร์ก็เสีย อากาศบนเครื่องร้อนยังกะเตาอบ ยิ่งตอนที่จะนำเครื่องลงต้องปิดแอร์ ทำให้อากาศยิ่งร้อนจนเกือบหายใจไม่ออก ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องหากระดาษมาพัดกันยกใหญ่ กว่าจะได้ลงเครื่องเกือบเป็นลมยกเที่ยวบินซะแล้ว</p>
<p>เพิ่มเติม:  ทริปนี้สุดประหยัดเลยครับ ได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกมาประมาณ สองพันบาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่มะลากาและ KL รวมแล้วประมาณ 1,700 บาทเบ็ดเสร็จแล้วทั้งทริป 3  วัน 2 คืน รวมตั๋วเครื่องบินและที่พัก ไม่เกิน 4,000 บาท แต่เราโชคดีกว่าที่ได้รับ coupon ส่วนลดมาอีก 1,700 บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/02/melaka3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอนจบแล้วค่ะ)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/01/01/luangphrabang5/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/01/01/luangphrabang5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2009 01:40:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1014</guid>
		<description><![CDATA[ปีใหม่ปีนี้เราไม่ได้มีงานฉลองเหมือนทุกปี แต่สนุกอยู่กับการท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่วังเวียง ล่องห่วงยางเข้าถ้ำน้ำ พายคายัคชมทิวทัศน์ริมลำน้ำซอง สูดอากาศบริสุทธิ์กันจนเต็มปอด ก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองเวียงจันทน์ ชมสถานที่สำคัญต่างๆของนครหลวงของลาว ปูชนียสถาน วัดวาอาราม ด้วยการเดินทางข้ามมาจากไทยได้ไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน และเป็นวันหยุด เวียงจันทน์วันนี้จึงเต็มไปด้วยคนไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Sabaidee-VangVieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1029" title="Sabaidee VangVieng" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Sabaidee-VangVieng.jpg" alt="Sabaidee VangVieng" width="600" height="239" /></a></p>
<div id="attachment_1032" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1032" title="วังเวียงยามเช้า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng-300x212.jpg" alt="วังเวียงยามเช้า" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">วังเวียงยามเช้า</p></div>
<p>รุ่งเช้าของปีใหม่ เราตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ก่อนกลับมาหาอะไรกินรองท้อง แล้วไปขึ้นรถตามเวลานัดหมาย 9:30 แต่กว่ารถจะออกก็ 10 โมงแล้ว รถขับพาเราและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆไปส่งที่ต้นน้ำซอง แล้วเดินเท้าอีกไม่กี่ร้อยเมตร เพื่อไปล่องห่วงยางเข้าถ้ำ มีนักท่องเที่ยวนั่งรออยู่หลายกลุ่ม เราไปถึงเป็นกลุ่มหลังๆรอกันนานเลย</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>บางกลุ่มที่ล่องห่วงยางกลับออกมาก็มานั่งกินข้าวกันแล้ว มีการปิ้งบาบีคิวยั่วน้ำลายเราด้วยอ่ะ เริ่มหิวแล้วนะเนี่ย กว่าเราจะได้ล่องก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว โดยให้เรานอนบนห่วงยางแล้วใช้มือพุ้ยน้ำลอยเข้าไปในถ้ำ น้ำเย็นจนขนลุกเชียว เราได้รับแจกไฟฉายเพราะในถ้ำมืดมาก ล่องเข้าไปไกลพอให้ได้เมื่อยก็ให้ล่องกลับ คงเพราะนักท่องเที่ยวเยอะและคงเลยเวลาตามหมายกำหนดการมาแล้ว เสร็จจากล่องห่วงยางก็เดินออกมากินข้าวกัน มีข้าวผัดให้คนละกล่อง บาบีคิว และขนมปัง</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1033" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1033" title="ถ้ำน้ำ และ คายัค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng1-300x212.jpg" alt="ถ้ำน้ำ และ คายัค" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ถ้ำน้ำ และ คายัค</p></div>
<p>หลังจากเติมพลังแล้วก็กลับมาขึ้นรถไปลงอีกจุดเพื่อพายเรือคายัค สาธิตวิถีการพายแล้วให้เราขึ้นเรือลำละ 2-3 คน พายล่องแม่น้ำซองชมธรรมชาติป่าเขาที่ยังเขียวชอุ่มสองฟากฝั่ง ก่อนจะมาถึงจุดที่จอดให้เราลงเล่นน้ำ มีการก่อกองไฟ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบคนนั่งเล่นนอนเล่น ดื่มเบียร์กันไป บ้างกระโดดน้ำเล่น บ้างล่องห่วงยางไปจิบเบียร์ไปอย่างสบายอารมณ์ ตรงจุดนี้มี slider และชิงช้าอันใหญ่ไว้ให้เล่น ด้วยความเย็นของน้ำพวกเราเลยไม่เล่นดีกว่า มายืนคอยให้กำลังใจอุ้ยเล่นชิงช้าละกัน สักพักเราก็กลับกันมาถึงวังเวียงเมื่อ 5 โมงเย็นอากาศเริ่มเย็นแล้ว ประกอบกับเสื้อผ้ายังเปียกอยู่ด้วยทำให้รูสึกหนาวจนต้องรีบกลับมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>เราออกมาหาอาหารเย็นกินกันและตกลงแวะที่ร้านหนึ่งเห็นคนเยอะดี สั่งสปาเกตตี้มากินกัน อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ด้วยความอ่อนเพลียมาทั้งวันหลังจากกินเสร็จเราก็ตรงกลับที่พักมาเข้านอนกันเลย</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1037" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/vang-vieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1037" title="แม่น้ำซอง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/vang-vieng-300x200.jpg" alt="แม่น้ำซอง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">แม่น้ำซอง</p></div>
<p>เช้านี้อุ้ยกับพริมอยากจะแวะไปถ่ายรูปที่สะพานกันอีกครั้งก่อนที่เราจะต้องเดินทางกลับกันแล้ว หลังจากเดินถ่ายรูปกันได้สักพัก ก็มาแวะดื่มกาแฟกันที่เชิงสะพานก่อนกลับมาอาบน้ำ เก็บข้าวเก็บของ รอรถมารับเพื่อเดินทางต่อไปยังเวียงจันทน์ แม้หนทางจะคดเคี้ยวแต่ก็ไม่เท่าเส้นทางที่เราเดินทางมาจากหลวงพระบาง รถพาเรามาส่งตรงร้านอาหารโชคดี ข้างๆเป็นบริษัทท่องเที่ยว เรานำกระเป๋าไปฝากไว้เพราะไม่อยากหอบกระเป๋าใบใหญ่ไปด้วยขณะเที่ยงชมเมืองเวียงจันทน์</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1038" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1038" title="เวียงจันทน์" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng2-300x212.jpg" alt="เวียงจันทน์" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เวียงจันทน์</p></div>
<p>เราเดินไปถ่ายรูปป้ายต้อนรับปีใหม่ของเบียร์ไทเกอร์ที่ลานน้ำพุ และเดินไปชมพระธาตุดำ เป็นเจดีย์ทรงดอกบัวหกเหลี่ยม ชาวลาวมีความเชื่อว่าพระธาตุดำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องภัยอันตรายแก่บ้านเมือง เราแวะสักการะ และชมความงามของ วัดศีรษะเกษ และหอพระแก้วซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>จากหอพระแก้วเราเรียกรถเพื่อไปพระธาตุหลวง ซึงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวียงจันทน์ ระหว่างทางเราขอให้รถจอดเพื่อแวะถ่ายรูปตรงประตูไซ แล้วนั่งรถกลับมาที่เดิมเพื่อรอเวลาขึ้นรถกลับเมืองไทย ใกล้ๆกันมีรานกาแฟ Joma ร้านเดียวกับที่เรากินที่หลวงพระบาง เราเข้าไปดื่มกาแฟ และกินเค้กรอกันในร้าน ก่อนออกมาขึ้นรถ รถรอผู้โดยสารที่ยังเดินทางมาไม่ถึงนานจนด่านใกล้ปิด จึงต้องพาผู้โดยสารที่มาถึงแล้วข้ามด่านมาก่อน เมื่อผ่านด่านมาแล้วก็มาจอดรออีกพักนึงกว่ากลุ่มคนไทยที่เหลือจะมาถึง (พี่ไทยเราสายเสมออ่ะ) รถพาเรามาแวะกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่หนองคายก่อนตรงกลับกรุงเทพ</p>

<p>เนื่องจากรถออกเลทเป็นชั่วโมง เราถามน้องว่าอย่างนี้ก็ไปถึงกรุงเทพช้าสิ แต่น้องบอกว่า “ก็เร่งหน่อย” แล้วก็เป็นจริงอย่างน้องบอก เรามาถึงตามกำหนดเวลาเดิม 6 โมงเช้าที่ถนนข้าวสาร เรียกแท๊กซี่เพื่อจะกลับบ้าน แต่ไม่มีคันไหนสนใจอยากจะรับเรา จะรับกันแต่ชาวต่างชาติอะไรประมาณนี้ เลยต้องเดินออกมาเรียกรถที่หน้ากองสลาก เราร่ำลาแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน</p>
<div id="attachment_1039" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Panorama-23.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-full wp-image-1039 " title="ยามเช้าริมแม่น้ำซอง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Panorama-23.JPG" alt="ยามเช้าริมแม่น้ำซอง" width="480" height="170" /></a><p class="wp-caption-text">ยามเช้าริมแม่น้ำซอง</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/01/01/luangphrabang5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอน 2)</title>
		<link>http://onholiday.org/2008/12/28/luangphrabang2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2008/12/28/luangphrabang2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Dec 2008 01:12:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=412</guid>
		<description><![CDATA[ตื่นแต่เช้ามาเดินชมเมืองปากแบง และเติมพลังด้วยอาหารเช้าที่ตลาด ก่อนนั่งเรือช้ามุ่งหน้าสู่หลวงพระบาง ทิวทัศน์ของธรรมชาติ 2 ฟากฝั่งยังสวยงามเหมือนเดิม นั่งชมวิถีชีวิตของผู้คนกันเพลินจนถึงจุดหมาย "หลวงพระบาง" บ้านเมืองน่ารัก น่าอยู่ สมเป็นเมืองมรดกโลกจริงๆ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g412]"><img class="aligncenter size-full wp-image-964" title="Sabaidee Luang Prabang2" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang2.jpg" alt="Sabaidee Luang Prabang2" width="600" height="247" /></a></p>
<div id="attachment_598" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-10.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g412]"><img class="size-medium wp-image-598" title="ปากแบง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-10-300x212.jpg" alt="ปากแบง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ปากแบง</p></div>
<p>วันนี้เรานัดกันไว้ 6 โมง จะไปเดินเล่นชมทิวทัศน์ยามเช้ากัน พริมมาเคาะประตูเรียก แต่ฟ้ายังมืดอยู่เลยเลื่อนไปเป็น 6 โมงครึ่ง ทิวทัศน์ยามเช้าสวยช่างสวยงาม มองลงไปเห็นแม่น้ำ ล้อมรอบด้วยขุนเขา ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา จนแลดูเหมือนภูเขาสูงเสียดฟ้า ทะเลเมฆขึ้นไป อากาศเย็นจนเวลาพูดมีควันออกปากเลย เดินถ่ายรูปพร้อมหาเสบียงไว้กินเวลาล่องเรือวันนี้ ได้ขนมปังบาเก็ต และข้าวเหนียว ไก่ปิ้ง (ที่สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน) เดินชมตลาดสดยามเช้า และแวะกินเฝอ ข้าวเปียก และกาแฟเป็นอาหารเช้า ก่อนกลับมาเก็บข้าวของสัมภาระเตรียมออกเดินทางกันต่อ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_599" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-11.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g412]"><img class="size-medium wp-image-599" title="ซอกเล็กๆ บนเรือซ้า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-11-300x200.jpg" alt="ซอกเล็กๆ บนเรือซ้า" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ซอกเล็กๆ บนเรือซ้า</p></div>
<p>พวกเรามานั่งรอในเรือตั้งแต่ยังไม่ 9 โมง วันนี้เรือนั่งสบายกว่าเมื่อวานมาก ที่นั่งกว้างกว่า สะอาดกว่าด้วย เพราะคนดูแลเรือให้เราถอดรองเท้าตั้งแต่ลงเรือ พร้อมแจกถุงพลาสติกคนละใบสำหรับใส่รองเท้า มีชาวต่างชาติมานั่งรอกันเยอะแล้ว ทำให้หาที่นั่งใกล้กันไม่ได้ เลยต้องแยกกันนั่ง ฉันมองไปเห็นซอกเล็กๆระหว่างพนักเก้าอี้ตัวสุดท้ายกับเคาน์เตอร์ขายของ พอดีตัวฉันมากๆ (ต้องเตรียมไว้ให้เราแน่ๆ) นั่งสบายมายืดขาได้ด้วย น้องที่ขายของบนเรืเห็นเข้าคงงงๆ มานั่งอะไรตรงนี้เนี่ย แต่ก็ไปหาเบาะรองนั่งมาให้</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_602" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-14.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g412]"><img class="size-medium wp-image-602" title="ระหว่างทางจากปากแบงไปหลวงพระบาง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-14-300x212.jpg" alt="ระหว่างทางจากปากแบงไปหลวงพระบาง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ระหว่างทางจากปากแบงไปหลวงพระบาง</p></div>
<p>กว่าเรือจะออกก็เกือบ 10 โมงแล้ว วันนี้อากาศยังคงเย็นเหมือนเมื่อวาน เพียงแต่แดดแรงกว่า ช่วยให้อบอุ่นขึ้น ทิวทัศน์ก็เหมือนเดิม ภูเขาที่เขียวชะอุ่ม มีโขดหินสลับเนินดินตลอดชายเขา มีเนินทรายให้เห็นบ้างเป็นบางช่วง นั่งมองวิถีชีวิตของผู้คนตลอดสองข้างทางก็เพลินๆดีเหมือนกัน มีคนทอดแหจับปลา มีเด็กๆวิ่งเล่น มีคนซักผ้า ตากผ้าไว้ตามโขดหิน มีการปลูกพืช(มองเห็นไกลๆไม่รู้ว่าต้นอะไร) อยู่เป็นระยะๆ มีการเลี้ยงสัตว์ซึ่งจะเป็นวัวซะเป็นส่วนใหญ่ อาหารเที่ยงของเราเป็นข้าวเหนียว ไก้ปิ้ง แม้ไม่อร่อยเท่าเมืองไทย แต่ในบรรยากาศสบายๆกินอะไรก็รู้สึกอร่อยไปซะหมด วันนี้น้ำแรงกว่าเมื่อวานทำให้เรือโคลงจนรู้สึกเวียนหัว</p>
<div id="attachment_603" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-15.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g412]"><img class="size-medium wp-image-603" title="สัมผัสแรกหลวงพระบาง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-15-300x212.jpg" alt="สัมผัสแรกหลวงพระบาง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">สัมผัสแรกหลวงพระบาง</p></div>
<p>ในที่สุดเรามาถึงหลวงพระบางเมื่อเกือบ 4 โมงเย็น เดินหาที่พักกันนานพอสมควรเพราะนักท่องเที่ยวเยอะ ที่พักราคาย่อมเยาเลยเต็มซะแล้ว ที่เหลือก็ราคาแพงประมาณ U$ 30-40 ในที่สุดเราก็ได้ห้องพักในราคา U$ 25 และ 210,000 kip มีน้ำอุ่นให้ ห้องพักส่วนใหญ่ที่นี่ไม่มีแอร์เพราะอากาศเย็นสบายอยู่แล้ว เก็บข้าวเก็บของเสร็จแล้ว เราออกมาเดินเล่นกัน บ้านเรือนที่นี่น่ารัก น่าอยู่มาก เสียแต่เริ่มมีร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ทำให้ความงามของเมืองมรดกโลกลดลงไปบ้าง</p>
<div id="attachment_605" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-17.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g412]"><img class="size-medium wp-image-605" title="วัดเซียงทอง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-17-300x212.jpg" alt="วัดเซียงทอง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">วัดเซียงทอง</p></div>
<p>เราแวะชมความงามของวัด Xiang Thong ยามเย็น เนื่องจากคนขายตั๋วกลับบ้านไปแล้ว เราเลยได้เข้าไปชมโดยไม่ต้องเสียค่าเข้า เราเดินชมและถ่ายรูปรอบๆวัด พระกำลังสวดมนต์ทำวัดเย็น หลังจากพระทำวัดเสร็จเราจึงได้มีโอกาศเข้าไปกราบพระในโบสถ์ก่อนที่จะปิดเสียก่อน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_606" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-18.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g412]"><img class="size-medium wp-image-606" title="ตลาดมืด" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Luangphrabang-18-300x212.jpg" alt="ตลาดมืด" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ตลาดมืด</p></div>
<p>เกือบ 6 โมงแล้ว ฟ้าเริ่มมืดไฟเริ่มช่วยให้บริเวณวัดดูสว่างขึ้น ได้สัมผัสความงามในอีกบรรยากาศหนึ่ง ออกจากวัดเราไปหาข้าวกินกันที่ตลาด ซึ่งเป็ฯซอยแคบๆ มีอาหารขายอยู่หลายร้าน มีนักท่องเที่ยวมาเดินจับจ่าย และนั่งทานอาหารมากพอควร จากนั้นเราไปเดินหาซื้อของฝากที่ตลาดมืด(หรือที่คนไทยเรียกว่า ตลาดกลางคืน) มีของขายให้เลือกมากมาย เดินไปเดินมาได้ผ้าพันคอเป็นของฝากกันคนละหลายผืน เดินผ่านร้านนวดแผนลาว เช็คราคาดูแล้วไม่แพงนักคนละ 180 บาท ลองนวดกันซักหน่อยก็ดีเหมือนกัน สบายตัวดีแม้ไม่สะใจเท่านวดแผนไทย เดินกลับที่พักมานั่งคุยเล่น และกินขนมกันที่หน้าระเบียง แม้คืนนี้อากาศจะเย็นแต่ก็ไม่เท่าที่ปากแบง คุยกันซักพักก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำนอน เพราะพรุ่งนี้เรานัดกัน 6:30 จะไปตักบาตรข้าวเหนียวกัน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=10&amp;ll=19.95076,102.072601&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.892499,101.135845">ปากแบง</a></dt>
<dd>ปากแบง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=20.055206,102.212033">ปากอู</a></dt>
<dd>ปากอู</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.897392,102.143122">วัดเซียงทอง</a></dt>
<dd>วัดเซียงทอง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89382,102.135623">ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</a></dt>
<dd>ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890481,102.137066">ภูสี</a></dt>
<dd>ภูสี</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89207,102.135639">วังเจ้ามหาซีวิต</a></dt>
<dd>วังเจ้ามหาซีวิต</dd>
</dl>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2008/12/28/luangphrabang2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

