<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>onholiday.org &#187; ยุโรป</title>
	<atom:link href="http://onholiday.org/category/stories/europe/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://onholiday.org</link>
	<description>Online Travel Magazine</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 02:49:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>บนถนนสายโรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย(สายฝนโปรยปรายที่โรเทนบวร์ก โอบ แดร์ เทาเบอร์)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/09/05/munich3/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/09/05/munich3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Sep 2009 03:34:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mar31</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ปราก]]></category>
		<category><![CDATA[มิวนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เวียนนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1707</guid>
		<description><![CDATA[ออกจากเนือร์นแบรกคุณตาก็ขับรถมุ่งตรงไปยังเมืองชิลลิ่งเฟริทซ์ (Schillings Fuerst) ซึ่งอยู่ในเขตของฟรังโกเนีย (Franconia) คืนนี้เราจะนอนที่เมืองนี้ ระหว่างทางท้องของพวกเราก็เริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความหิว สุดท้ายก็ได้แซนวิชที่คุณยายสั่งให้พวกเราทำเมื่อตอนเช้านั่นแหละประทังชีวิต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-pano1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1724" title="Rothenburge pano" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-pano1.jpg" alt="" width="600" height="174" /></a><strong>สายฝนโปรยปรายที่โรเทนบวร์ก โอบ แดร์ เทาเบอร์ </strong></p>
<div id="attachment_1725" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-11.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1725 " title="กำแพงแห่ง Rothenburge" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Rothenburge-11-300x300.jpg" alt="กำแพงแห่ง Rothenburge" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">กำแพงแห่ง Rothenburge</p></div>
<p>ออกจากเนือร์นแบรกคุณตาก็ขับรถมุ่งตรงไปยังเมืองชิลลิ่งเฟริทซ์  (Schillings Fuerst) ซึ่งอยู่ในเขตของฟรังโกเนีย (Franconia)  คืนนี้เราจะนอนที่เมืองนี้  ระหว่างทางท้องของพวกเราก็เริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความหิว  สุดท้ายก็ได้แซนวิชที่คุณยายสั่งให้พวกเราทำเมื่อตอนเช้านั่นแหละประทังชีวิต</p>
<p>โรงแรมที่คุณตาจองไว้มีชื่อว่า ไดโพส (Die Post)  ชื่อไดโพสได้มาเพราะว่าโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นศูนย์รับจดหมายมาก่อนนั่นเอง   โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเล็กๆข้างๆโรงแรมจะมีหอนาฬิกา  ส่วนภายในโรงแรมก็ตกแต่งแบบเรียบๆแต่ก็น่ารัก หลังจากเช็คอินเรียบร้อย  คุณตาก็นัดเจอกันตรงห้องห้องโถงของโรงแรม  เย็นนี้พวกเราจะไปทานข้าวกันในเมืองโรเทนบวร์ก  อีกเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือแม่น้ำเทาเบอร์บนเส้นทางสาย โรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย  ขับรถไปประมาณสี่สิบห้านาทีคุณตาก็พาเรามาถึงเขตเมืองโรเทนบวร์ก</p>
<p>ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถฉันก็นึกว่าตัวเองหลงเข้ามายังสวนแอปเปิ้ล  ก็รอบๆตัวมีแต่ต้นแอปเปิ้ล ผลของมันมีทั้งสีแดงและเขียวสลับกัน  ต้นแต่ละต้นไม่ได้สูงมากนักเรียกได้ว่าสามารถยื่นมือขึ้นไปเก็บกินได้สบายๆ  ความคิดชั่ววูบผ่านเข้ามาในสมอง “ขโมยไปกินสักลูกสองลูกคงจะดี”  แต่คิดไปคิดมาถ้าเกิดว่าถูกจับถูกปรับมันก็คงจะไม่คุ้มที่จะต้องเอาอนาคตอัน สวยงามและอาจจะไม่สวยงามเท่าไหร่มาแลกกับผลแอปเปิ้ลเพียงหนึ่งลูก  ท้ายที่สุดก็เลยตัดใจ</p>
<div id="attachment_1726" class="wp-caption alignleft" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-21.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1726 " title="ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-21-225x300.jpg" alt="ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่</p></div>
<p>จากลานจอดรถในสวนแอปเปิลมองออกไปก็จะเห็นกำแพงเมืองอันใหญ่โตแข็งแรงที่ โอบล้อมตัวเมืองเมืองโรเทนบวร์กไว้ข้างใน  ครั้นพอเดินเข้ามาในเขตกำแพงเมืองก็จะเห็นว่ามีบันไดที่สามารถเดินขึ้นไปบน กำแพงเมืองและมีทางเดินที่สามารถเดินเลาะรอบๆกำแพงเมืองได้  ฉันเข้าใจว่าในยุคสงครามพวกทหารคงใช้เพื่อตรวจตราและสอดส่องศัตรูที่จะเข้า มาโจมตี  ส่วนปัจจุบันก็ให้ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวเดินสำรวจรอบๆเมืองและมองวิวตัว เมืองจากมุมสูง</p>
<div id="attachment_1727" class="wp-caption alignright" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-31.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1727 " title="ทางเดินไปตลาดกลางเมือง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-31-225x300.jpg" alt="ทางเดินไปตลาดกลางเมือง" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ทางเดินไปตลาดกลางเมือง</p></div>
<p>เนื่องจากพวกเรามาถึงเมืองก็ประมาณห้าโมงกว่าเห็นจะได้ครั้นจะให้ใช้เวลา ในการเดินเลาะกำแพงเมืองก็คงจะไม่เข้าท่า  พวกเราจึงตัดสินใจเดินตรงไปยังตลาดใจกลางเมือง  แล้วก็ไม่ผิดหวังในตัวเมืองโรเทนบวร์ก  ภายในเมืองประกอบไปด้วยถนนสายแคบๆที่สลับซับซ้อนและเรียงรายไปด้วยหมู่บ้าน เรือนหลังคาปูกระเบื้องสีแดง ตึกรามแบบกอธิคและเรอเนสซองส์</p>
<p>เดินมาได้สักพักก็เจอกับศาลาว่าการที่สร้างขึ้นตามแบบกอธิค  ว่ากันว่าจุดชมเมืองที่ดีที่สุดก็คือหอคอยของศาลาว่าการนี่แหละแต่ฉันก็ไม่ มีโอกาสขึ้นไปพิสูจน์หรอกให้เห็นกับตาตัวเองหรอกเพราะว่ากว่าจะมาถึงนี่นี่  ก็ถึงเวลาปิดทำการไปเสียแล้ว  ใกล้ๆกับศาลาว่าการจะมีอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตูเบอร์  ซึ่งเป็นโรงอาหารของสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเก่า  บนหน้าจั่วแบบบาโร๊คจะมีนาฬิกาเทียบเวลาของเมืองติดอยู่  ซึ่งเป็นนาฬิกาแบบมีหน้าต่างปิดเปิดสองบานและที่สำคัญจะมีตุ๊กตานายพลทิลลี และนายกเทศมนตรีนุชออกมาปรากฏโฉมให้คนดูวันละเจ็ดครั้ง  แต่เวลาที่ฉันไปถึงท่านทั้งสองคงจะหมดแรงสลบไปแล้วก็ได้เพราะยืนอยู่ตั้งนาน ก็ไม่เห็นท่านออกมาทักทายฉันกับเพื่อนๆเอาเสียเลย</p>
<div id="attachment_1728" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-41.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1728 " title="บ้านน่ารักๆ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-41-300x300.jpg" alt="บ้านน่ารักๆ" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">บ้านน่ารักๆ</p></div>
<p>เมืองนี้นอกจากจะน่ารักด้วยตัวของสถาปัตยกรรมแล้วยังน่ารักเพราะว่าคนที่ นี่เข้าใจตกแต่งบ้านเรือนของตัวเองด้วยโดยเฉพาะตรงหน้าต่างของบ้านเรือนส่วน ใหญ่จะประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีสวยสดใส มองเสียจนเพลินไปเลย  เมืองน่ารักอย่างนี้มีหรือวิญญาณนางแบบจะไม่เข้าสิง  ฉันกับป้อมผลัดกันถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน  ส่วนสาวหมวยอย่างพี่เง็กรายนั้นขอตัวเดินเป็นเพื่อนคุณยายเดินชมเมืองอย่าง เดียว    นอกจากจะมีดอกไม้ประดับบ้านหรือร้านค้าแล้วแล้วบางร้านยังปลูกต้นองุ่นให้ เถาของมันพันเรื้อยขึ้นไปตามประตูดูแล้วสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง</p>
<div id="attachment_1729" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-51.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1729 " title="มุมน่านั่ง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-51-300x225.jpg" alt="มุมน่านั่ง" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">มุมน่านั่ง</p></div>
<p>อาการดี๊ด๊าจากการได้เห็นเมืองน่ารักๆเหมือนในนิยายยังไม่ทันจาง  อาการเหมือนเด็กอยากได้ตุ๊กตาน่ารักๆก็เข้ามาแทรกแทนเมื่อฉันกับป้อมเดิน ผ่านร้านขายของเล่นที่ประดับตกแต่งไปด้วยตุ๊กตาหลากหลาย  แต่ที่โดนใจสุดๆก็เห็นจะเป็นร้านขายตุ๊กตาหมี  ที่ประดับประดาไปด้วยเจ้าตุ๊กตาหมีหลากหลายอิริยาบถและหลายขนาด   จนฉันอยากจะหิ้วติดไม้ติดมือมาด้วยสักตัวโดยเฉพาะเจ้าหมีตัวโตที่ยืนทำ หน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับอยู่หน้าร้าน   แต่ครั้นพอเห็นราคาแล้วฉันกับป้อมก็ต้องพากันล่าถอยออกมาอย่างไม่เป็นท่า    ที่สุดคงทำได้แค่ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้น</p>
<p>กำลังเพลิดเพลินกับการชมเมือง  และตั้งใจถ้ามีเวลาจะไปปีนกำแพงดูเมืองจากมุมสูงเสียหน่อย  ความคิดที่กำลังจะเป็นรูปเป็นร่างก็มีอันต้องสะดุดลงอย่างกระทันหันเมื่อ อากาศของเมืองโรเทนบร์วกเริ่มมืดและเย็นขึ้นมาอย่างรวดเร็วและยังไม่ทันได้ ตั้งตัวและตั้งคำถามกับใครถึงความเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เกิดขึ้นอย่าง ปัจจุบันทันด่วน  คำตอบก็ประจักษ์ขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ใครมาตอบเมื่อสายฝนตกลงมากระทบใบหน้า  เท่านั้นแหละสมองก็เริ่มสั่งการให้ขาทั้งสองข้างวิ่งเพื่อหาที่หลบฝนทันที</p>
<div id="attachment_1730" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-61.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1730 " title="ร้านของเล่น" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-61-300x300.jpg" alt="ร้านของเล่น" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ร้านของเล่น</p></div>
<p>พวกเราเดินลัดเลาะไปตามร้านค้าซึ่งนั่นก็ช่วยให้พวกเราเปียกน้อยที่สุด  สายฝนถึงแม้ไม่ได้ตกหนักอย่างบ้าคลั่ง  แต่กระนั้นคุณยายบอกว่าฝนที่นี่พอตกลงมาไม่ว่าจะตกน้อยหรือตกหนักก็จะทำให้ อากาศเย็นลงอย่างบอกไม่ถูก  ซึ่งอันนี้ฉันเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อแม้เพราะว่าอากาศมันเย็นลงจนฉันต้องใส่ เสื้อกันหนาวทับลงไปอีกหนึ่งตัว  หลังจากเดินลัดเลาะตามร้านมาได้สักพักสองตายายจึงตกลงปลงใจพาเราเข้าไปหลบฝน ที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง  ก่อนเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะฉันหยิบโบว์ชัวร์หน้าร้านติดมือมาอันหนึ่งเผื่อ ไว้อ่านเล่นๆตอนรออาหาร พวกเราสั่งชาร้อนมาดื่มเพื่อดับหนาว   สาวหมวยอย่างพี่เง็กทำหน้าที่ที่ตัวเองถนัดนักหนานั้นก็คือการสั่งอาหาร  ส่วนฉันสั่งไม่เป็นมีหน้าที่กินอย่างเดียว  ระหว่างที่พี่เง็กกับคนอื่นๆสนใจในเมนูอาหารแต่ฉันกลับสนใจสิ่งพิมพ์ที่หยิบ ติดมือมาจึงตั้งหน้าตั้งตาอ่าน  อ่านไปอ่านมาก็ไม่เข้าใจเพราะไอ้ที่หยิบมาดันเป็นภาษาเยอรมัน  แต่ถึงกระนั้นอาศัยความฉลาดและการคาดเดาฉัน  (จริงๆแล้วเดาเอาจากรูปภาพเสียมากกว่า)   ก็รู้ว่าเมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาและของเล่นตั้งอยู่นั่นเอง  มาถึงตอนนี้ฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมืองนี้ถึงได้มีแต่ร้านของเล่นและ ตุ๊กตาน่ารักๆตั้งอยู่มากมาย  และอีกนั่นแหละรู้ไปก็เท่านั้นเพราะฉันกับพวกพ้องคงไม่มีบุญตาได้เห็นอีกตาม เคย</p>
<p>หลังจากจัดการกับอาหารตรงหน้าจนอิ่มหนำสำราญ  สบายท้องสบายกระเป๋าเพราะเราไม่ต้องจ่าย มื้อนี้คุณตาเลี้ยงเหมือนเดิม  นั่งให้อาหารย่อยสักพักพอเห็นว่าฝนเริ่มซา  พวกเราก็พากันเดินออกจากร้านท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาปรอยๆเพื่อไปขึ้นรถที่ สวนแอปเปิ้ล</p>
<div id="attachment_1731" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-7.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1707]"><img class="size-medium wp-image-1731 " title="ศาลาว่าการและอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตู เบอร์" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-7-300x300.jpg" alt="ศาลาว่าการและอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตู เบอร์" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ศาลาว่าการและอาคารราทส์แฮร์นทริงค์ชตู เบอร์</p></div>
<p>โรเทนบวร์กท่ามกลางสายฝนโปรยปรายพร้อมทั้งอากาศที่หนาวเหน็บนั้นทำให้ เมืองที่น่ารักแห่งนี้ดูเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูกในความรู้สึกของฉัน  แต่ถึงกระนั้นในความเงียบเหงาก็ยังแฝงไปด้วยความลึกลับที่น่าสัมผัสและน่า ค้นหาอีกด้วยเช่นกัน ฉันก้าวเท้าออกจากกำแพงเมืองโรเทนบวร์กอย่างอ้อยอิ่ง  เกิดความรู้สึกยังไม่อยากจากเมืองนี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องหันหลังให้กับกำแพงเมือง</p>
<p>บางทีความรู้สึกประทับใจกับอะไรบางอย่างบางครั้งอาจไม่จำเป็นที่จะต้อง อาศัยระยะเวลาที่ยาวนานก็เป็นได้  เหมือนกับที่ฉันถึงแม้ว่าจะมีเวลาอันน้อยนิดที่ได้สัมผัสกับเมืองนี้แต่ฉัน ก็รู้สึกว่าฉันแอบหลงรักโรเทนบวร์กเข้าแล้วอย่างช่วยไม่ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/09/05/munich3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บนถนนสายโรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย (Nuremberg เมืองแห่งสะพาน)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/09/03/munich2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/09/03/munich2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2009 06:26:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mar31</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ปราก]]></category>
		<category><![CDATA[มิวนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เวียนนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1677</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคืนหลังกลับมาจากอิงลิชการ์เด้นท์หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็กระโดดขึ้น เตียงหลับสนิท เช้านี้กว่าฉันจะงัดตัวเองออกมาจากเตียงใด้ก็เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอา การอยู่เหมือนกัน ฉันจำใจตื่นขึ้นมาพร้อมกับพาร่างอันไร้วิญญาณเข้าไปอาบน้ำ ครั้นพอโดนน้ำเย็นสาดเข้าไปเต็มหน้าเท่านั้นแหละวิญญาณรีบวิ่งเข้าร่างแทบ ไม่ทัน อาบน้ำเสร็จฉันก็รีบมาปลุกสองสาวให้ไปอาบต่อ ส่วนตัวเองก็ไปเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางออกจากมิวนิคเมืองหลวงแห่งแคว้น บาวาเรีย วันนี้คุณตากับคุณยายจะพาพวกเราเดินทางไปตามเส้นทางสายโรแมนติกแห่งแค้วนบา วาเรีย เส้นทางที่ได้ชื่อว่ามีแต่เมืองน่ารักและโรแมนติกอยู่ตลอดเส้นทาง วันนี้แล้วสินะที่พวกฉันจะได้ไปสัมผัสกับความโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวล่ำ ลือกันเสียที]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-pano.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1715" title="Nuremberg pano" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-pano.jpg" alt="" width="600" height="234" /></a></p>
<p><strong>เนือร์นแบร์ก(Nuremberg) เมืองแห่งสะพาน</strong></p>
<div id="attachment_1701" class="wp-caption alignright" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Lorenze-Church.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1701 " title="Lorenze Church" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Lorenze-Church-225x300.jpg" alt="Lorenze Church" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Lorenze Church</p></div>
<p>เมื่อคืนหลังกลับมาจากอิงลิชการ์เด้นท์หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็กระโดดขึ้นเตียงหลับสนิท เช้านี้กว่าฉันจะงัดตัวเองออกมาจากเตียงใด้ก็เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการอยู่เหมือนกัน ฉันจำใจตื่นขึ้นมาพร้อมกับพาร่างอันไร้วิญญาณเข้าไปอาบน้ำ ครั้นพอโดนน้ำเย็นสาดเข้าไปเต็มหน้าเท่านั้นแหละวิญญาณรีบวิ่งเข้าร่างแทบไม่ทัน อาบน้ำเสร็จฉันก็รีบมาปลุกสองสาวให้ไปอาบต่อ ส่วนตัวเองก็ไปเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางออกจากมิวนิคเมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย วันนี้คุณตากับคุณยายจะพาพวกเราเดินทางไปตามเส้นทางสายโรแมนติกแห่งแค้วนบาวาเรีย เส้นทางที่ได้ชื่อว่ามีแต่เมืองน่ารักและโรแมนติกอยู่ตลอดเส้นทาง วันนี้แล้วสินะที่พวกฉันจะได้ไปสัมผัสกับความโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวล่ำลือกันเสียที</p>
<p>สัมภาระต่างๆทุกยกไปใส่หลังรถพร้อมกับนม กล้วยและที่สำคัญคือแซนวิชที่คุณยายสั่งนักสั่งหนาก่อนออกจากบ้านว่า  “Do not for get to make your own sandwich” เราสามคนก็เลยต้องลงมือทำขนมปังแซนวิชของตัวเองเอาไว้สำหรับเป็นอาหารกลางวัน</p>
<div id="attachment_1690" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Castle-331.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1690 " title="Nuremberg Castle" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Castle-331-300x300.jpg" alt="Nuremberg Castle" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Nuremberg Castle</p></div>
<p>จุดหมายปลายทางแห่งแรกที่บนถนนสายโรแมนติกที่เราจะไปนั่นก็คือเมืองเนือร์นแบร์ก(Nuremberg) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นบาวาเรียและยังเคยเป็นศูนย์ประชุมหลักของพรรคนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย  เมืองเนือร์นแบร์กสามารถเดินทางจากมิวนิคโดยใช้บริการรถไฟฟ้า (S-Barn)ได้ แต่พวกเราไม่ได้เดินทางโดยรถไฟฟ้าเพราะคุณตาเป็นคนขับรถพาพวกเราไปนั่นเอง จากมิวนิคไปใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าคุณตาก็ขับรถมาจอดที่บ้านพี่สาวของคุณยายที่เนือร์นแบร์ก  หลังจากนั้นพวกเราพร้อมด้วยพี่สาวและพี่เขยของคุณยาย ก็เดินทางโดยไฟฟ้า (S-Barn) แล้วก็ไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน (U-Barn) พวกเราลงรถไฟฟ้าที่สถานีรีฮอฟท์ (Rehhof) ซึ่งเป็นสถานีที่สามารถเดินเข้าไปเที่ยวชมเมืองเนือร์นแบร์กได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>ทันทีที่โผล่หน้าออกมาจากสถานีรถไฟ เนือร์นแบร์กก็อวดโฉมตัวเองด้วยโบสถ์ลอเร้นซ์ (Lorenz church) ซึ่งเป็นศิลปะแบบกอธิค สืบสาวราวเรื่องจนรู้ว่าลอเร้นซ์เป็นโบสถ์หลักของเมืองนี้ และเคยเสียหายอย่างหนักจากสงครามโลกครั้งที่สอง และภายหลังได้รับการบูรณะจนสวยงามเหมือนเดิม ยอดโดมของโบสถ์นี้สูงเอาเรื่องชนิดที่พวกเราต้องต้องแหงนมองจนคอตั้งบ่ากันเลย  ฉันรู้สึกว่าเมืองนี้เรียกความประทับใจจากฉันไปได้ได้ตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว</p>
<div id="attachment_1691" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Houses-Stlye-.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1691 " title="Nuremberg House's Style" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Houses-Stlye--300x300.jpg" alt="Nuremberg House's Style" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Nuremberg House&#39;s Style</p></div>
<p>คุณตาบอกพวกเราว่ามาเมืองเนือร์นแบร์กทั้งทีทุกคนที่มาต้องไม่พลาดที่จะต้องไป สัมผัสวงแหวนแห่งเมืองเนือร์นแบร์ก เพราะเชื่อกันว่าใครได้สัมผัสและหมุนวงแหวนครบสามรอบคนๆนั้นจะโชคดี และจะได้กลับมาเยือนเมืองนี้อีกครั้ง ดังนั้นงานนี้เราสามคนจะพลาดโอกาสไม่ได้โดยเด็ดขาด จุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของการเที่ยววันนี้คงต้องเป็นวงแหวนแห่งเนือร์นแบร์ก อย่างไม่ต้องสงสัย ระหว่างทางที่จะเดินไปยังจุดหมาย หูฉันก็ไปสะดุดเข้ากับเสียงไวโอลีนอันแสนจะไพเราะของนักตนตรีสาวสี่คนบนถนน ที่ใช้ชื่อวงว่า NEVA สาวๆเขาข้ามฟากมาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย) กันเลยทีเดียว  เสียงไวโอลีนของพวกเธอทำเอาฉันเคลิ้มจนไม่อยากจะสาวเท้าก้าวต่อถ้าหากฉันไม่ได้ยินเสียงเรียกจากก๊วนแก๊งที่เรียกให้ไปเป็นช่างภาพโดยด่วน ฉันเลยต้องจำใจเดินผ่านสี่สาวไปหาพวกพ้องที่กำลังยืนรอถ่ายภาพอยู่</p>
<p>เสียงไวโอลินจากสี่สาวยังคงแว่วเข้าหู ทำให้อารมณ์ของฉันที่ชื่นมื่นอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นอีกเท่าตัว การเดินทางมาเยือนถนนสายโรแมนติกแห่งบาวาเรียไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ</p>
<div id="attachment_1710" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Ring1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1710 " title="Nuremberg Ring" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Ring1-300x300.jpg" alt="Nuremberg Ring" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Nuremberg Ring</p></div>
<p>ก่อนถึงวงแหวนแห่งเนือร์นแบร์กเราต้องผ่านตลาดคริสท์คินเดิล (Christkindlmarkt) ซึ่งเป็นตลาดกลางแจ้ง วันนี้มีร้านค้าค่อนข้างบางตา เท่าที่เห็นก็คงจะแผงขายดอกไม้ที่มีดอกไม้มากมายหลากหลายวางขายโดยเฉพาะดอกกุหลาบช่อโตหลากสีสัน   สืบทราบมาว่าตลาดแห่งนี้จะคึกคักและก็มีของขายเยอะแยะก็ตอนช่วงคริสต์มาส  ตรงบริเวณนี้จะมี The Frauenkirche (Church of Our Lady) จะเป็นโบสถ์เล็กๆแต่ก็ดูสวยงาม ไม่ห่างจากโบสถ์มากนักเราก็เจอวงแหวนแห่งเนือร์นแบร์ก (Nuremberg Ring) ที่เราค้นหา ฉันและพวกพ้องต่างพากันเดินตรงลิ่วไปหาวงแหวนที่ว่าทันทีซึ่งตอนนี้กำลังมีเด็กหญิงตัวน้อยสองคนปีนป่ายรั้วเพื่อที่จะได้สัมผัสกับวงแหวนดังกล่าวอยู่  วงแหวนจะติดอยู่กับรั้ว ส่วนภายในรั้วจะเป็นสิ่งก่อสร้างแหลมๆคล้ายๆยอดโดมของโบสถ์และรอบตรงบริเวณฐานๆก็จะเรียงรายไปด้วยเหล่านักบุญ หลังจากเด็กทั้งสองลงจากรั้วไปแล้วก็เป็นโอกาสของพวกเราสามคน พวกเราผลัดกันหมุนวงแหวนคนละสามรอบด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าสักวันพวกเราจะได้มีโอกาสกลับมาเยือนเมืองนี้กันอีกสักครั้ง</p>
<p>เสร็จจากภารกิจอันสำคัญพวกเราก็พากันมุ่งตรงไปปราสาทเนือร์นแบร์ก ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินสูง จากข้างล่างมองไปก็จะเห็นหอคอยสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไกลๆ พอเดินเข้าไปในระยะใกล้ๆก็จะเจอกำแพงหินอันแข็งแกร่งที่โอบล้อมบริเวณปราสาทไว้ ครั้นพอย่างเท้าผ่านพ้นเข้าไปในบริเวณปราสาท ก็จะเจอจุดชมวิว ซึ่งจากตรงนี้ก็สามารถมองเห็นตัวเมืองโรเทนบวร์กในมุมกว้างๆได้</p>
<div id="attachment_1711" class="wp-caption alignleft" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Ring.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1711 " title="Nuremberg Ring" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nuremberg-Ring-225x300.jpg" alt="Nuremberg Ring" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Nuremberg Ring</p></div>
<p>บริเวณปราสาทจะประกอบไปด้วยหอคอยสูง, Burgrave’s Castle และ Imperial’s Castle</p>
<p>หอคอยจะใช้สอดส่องดูแลความปลอดภัยของตัวปราสาท  ส่วน Burgrave’s castle จะเป็นที่อยู่ของพวกข้าราชบริพานและเหล่าขุนนางและ Imperial’s Castle นั้นจะเป็นที่พำนักของกษัตริย์   ปราสาทแห่งนี้ไม่เปิดให้คนได้เข้าไปเยี่ยมชมภายใน ส่วนที่เปิดให้เข้าชมเห็นจะเป็นในส่วนของพิพิธภัณฑ์ แต่เท่าที่เห็นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พอใจที่จะเดินชมอยู่ข้างนอกรอบๆบริเวณตัวปราสาทเสียมากกว่า  บริเวณรอบๆปราสาทจะถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีสดใส และไม้เลื้อยสีเขียวสบายตาที่ไต่เลื้อยไปตามผนังของปราสาทที่ก่อด้วยอิฐสีแดงตัดกันเสียจนมองเพลิน   หากจะมองโดยรวมแล้วปราสาทแห่งนี้แม้จะไม่ดูหรูหราเหมือนปราสาททั่วๆไปแต่ฉันก็แอบให้คะแนนความน่ารักของปราสาทไปเต็มๆ</p>
<div id="attachment_1699" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nurembergs-Castle1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1699 " title="Nuremberg's Castle" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Nurembergs-Castle1-300x225.jpg" alt="Nuremberg's Castle" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">Nuremberg&#39;s Castle</p></div>
<p>เดินลงมาจากปราสาทพวกเราก็ผ่านเขตเมืองเก่าซึ่งเต็มไปด้วยบ้านสไตล์เนือร์นแบร์กๆซึ่งดูสวยงามจนเรียกเสียงกรี๊ดกราดจากก๊วนแก๊งได้อีกตามเคย และต้องมีอันหยุดชักภาพเก็บความประทับใจไว้จนเกือบทุกซอกทุกมุม</p>
<p>นอกจากจะมีบ้านสไตล์น่ารักๆให้เห็นแล้วก็ยังมีบ้านของจิตกรเอกอย่างอัลเบรชท์ ดือเรอร์ อยู่ด้วย เราไม่มีโอกาสได้เห็นรูปภาพของจริงของเขาที่ได้ห็นก็เป็นภาพที่คัดลอกมาอีกทีหนึ่ง และด้วยความรู้ทางศิลปะเท่าหางอึ่งฉันก็มองว่ารูปภาพของเขาดูมีชีวิตชีวาเหมือนจริงเอามากๆโดยเฉพาะรูปกระต่ายป่า</p>
<div id="attachment_1702" class="wp-caption alignleft" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Old-town.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1702 " title="Old town" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Old-town-225x300.jpg" alt="Old town" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Old town</p></div>
<p>เดินมาจนถึงเขตเมืองเก่าพวกเราก็เดินข้ามสะพานไม้ซึ่งเป็นสะพานแขวน มองจากตรงนี้ไปจะเห็นว่าเมืองนี้มีสะพานอยู่ค่อนข้างเยอะมาก จากคำบอกเล่าคำว่า “NÜRN แปลว่าเมืองที่มีสะพานมากมาย” ดังนั้นเมืองนี้ถึงได้ชื่อว่า NÜRNBERG หรือ Nuremberg” ด้วยเหตุเพราะว่ามีสะพานเยอะนั่นเอง  ผ่านพ้นจากสะพานแขวนเราก็เดินลัดเลาะไปตามแม่น้ำจนมาหยุดอยู่ตรงสะพานไม้เก่าโบราณอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีซื่อว่า  Henker Haus ซึ่งมีประวัติอันน่าสนใจเลยทีเดียว สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเชื่อมไปสู่บ้านของเพรชฆาตคนดังของเมืองเนือร์นแบร์ก ที่ชื่อว่า Franz Schmidt</p>
<p>ข้ามจากสะพานไม้ดังกล่าวมาก็เป็นอันสิ้นสุดเส้นทางการเยื่ยมชมเมือง แต่ว่าเนือร์นแบร์กยังไม่ยอมทิ้งลายเมืองที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกแห่งแค้วนบาวาเรียไปเลยเสียทีเดียว แน่ล่ะฉันแอบเห็นว่าถังขยะของเมืองก็ยังอุตส่าห์วาดลายดอกไม้ไว้เสียสวยงาม ไม่แน่ใจว่าแค่วาดเล่นๆหรือจริงจัง แต่ที่แน่ๆฉันว่าฝีมือจิตรกรเข้าขั้นระดับเกือบมืออาชีพ</p>
<p>จากนั้นส่งท้ายด้วยการที่คุณตาพาพวกเราที่เห็นแล้วว่าพลังงานที่สะสมมาตั้งแต่เช้าได้มลายหายไปกับการเดินชมเมืองไปเสียแล้ว ไปเลี้ยงไอศครีมซึ่งเป็นไอศครีมของอิตาลี  อยากจะบอกว่ามันช่างเป็นไอศครีมที่อร่อยเอามากๆ ไม่เคยทานไอศครีมที่ไหนอร่อยเท่านี่เลยสาบาน ฉันยังอดเสียดายแทนสาวหมวยอย่างพี่เง็กที่ปวดท้องเลยทำให้อดกินของอร่อยๆ</p>
<div id="attachment_1688" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1677]"><img class="size-medium wp-image-1688 " title="ระหว่างทางไปตลาดคริสท์คินเดิล" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/jpg-300x300.jpg" alt="ระหว่างทางไปตลาดคริสท์คินเดิล" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">ระหว่างทางไปตลาดคริสท์คินเดิล</p></div>
<p>ก่อนขึ้นรถไฟกลับฉันหันหลังไปมองเนือร์นแบร์กอย่างอาลัยอาวรณ์ เมืองเล็กๆแห่งนี้โดยรวมแล้วน่ารักและสุดแสนจะโรแมนติกได้ใจฉันไปเต็มร้อยเลยนั่นแหละ  ต้องขอบคุณรัฐบาลที่บูรณะเมืองนี้ให้สวยงามเสียจนแทบไม่เหลือหลักฐานไว้บ่งบอกถึงร่องรอยความเสียหายของเมืองในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเอาไว้เลย  สุดท้ายก็ได้แต่แอบหวังให้วงแหวนแห่งเนือร์นแบร์กช่วยสำแดงปาฏิหาริย์ให้พวกเราได้มีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมชมเมืองนี้กันอีกสักครั้ง  แอบคิดในใจอย่างขำๆว่าถ้ามีโอกาสมาคราวหน้าจะพยายามหาหนุ่มๆติดไม้ติดมือมาด้วยสักคนเผื่อว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศให้โรแมนติกขึ้นเป็นอีกร้อยๆเท่า</p>
<p><strong> </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/09/03/munich2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มิวนิค ปราก เวียนนา ที่ไหนนะโรแมนติก</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/09/02/munich/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/09/02/munich/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2009 01:59:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mar31</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ปราก]]></category>
		<category><![CDATA[มิวนิค]]></category>
		<category><![CDATA[เวียนนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1569</guid>
		<description><![CDATA[“พี่ปีนี้เราไปเยี่ยมสองตายายที่เยอรมันกันไหม” ฉันเอ่ยชวนสาวหมวยอย่างพี่เง๊กไปเยี่ยมเจ้านายเก่าที่เกษียนแล้วกลับไปอยู่ บ้านเกิดที่มิวนิค

“ไปสิ ชวนป้อมไปด้วย” ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ ฉันจัดการโทรไปชวนป้อมอีกคนหนึ่ง ป้อมตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอีกคน แต่ละคนช่างใจง่ายอะไรกันอย่างนี้  หลังจากได้สมาชิกครบ แผนการเยี่ยมเยียนสองตายายบวกกับแผนเยือนเมืองอื่นที่อยู่ไกล้มิวนิคๆก็ ถูกร่างขึ้นมาอย่างเมามันโดยมีคนร่วมด้วยช่วยกันคิดกันหลายคน เพื่อนบางคนบอกให้ไป เยอรมัน-อิตาลี-สวิส บางคนก็บอกให้ไปฝรั่งเศส  ถกเถียงกันหลายตลบจนพวกเราต้องงัดเอาแผนที่ยุโรปขึ้นมากาง สุดท้ายสรุปกันที่ มิวนิค-ปราก-เวียนนา ซึ่งเห็นจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมเป็นที่สุด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_1612" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-092-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1612 " title="มิวนิค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-092-1-300x188.jpg" alt="มิวนิค" width="300" height="188" /></a><p class="wp-caption-text">มิวนิค</p></div>
<p>“พี่ปีนี้เราไปเยี่ยมสองตายายที่เยอรมันกันไหม” ฉันเอ่ยชวนสาวหมวยอย่างพี่เง๊กไปเยี่ยมเจ้านายเก่าที่เกษียนแล้วกลับไปอยู่บ้านเกิดที่มิวนิค</p>
<p>“ไปสิ ชวนป้อมไปด้วย” ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ ฉันจัดการโทรไปชวนป้อมอีกคนหนึ่ง ป้อมตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอีกคน แต่ละคนช่างใจง่ายอะไรกันอย่างนี้  หลังจากได้สมาชิกครบ แผนการเยี่ยมเยียนสองตายายบวกกับแผนเยือนเมืองอื่นที่อยู่ไกล้มิวนิคๆก็ถูกร่างขึ้นมาอย่างเมามันโดยมีคนร่วมด้วยช่วยกันคิดกันหลายคน เพื่อนบางคนบอกให้ไป เยอรมัน-อิตาลี-สวิส บางคนก็บอกให้ไปฝรั่งเศส  ถกเถียงกันหลายตลบจนพวกเราต้องงัดเอาแผนที่ยุโรปขึ้นมากาง สุดท้ายสรุปกันที่ มิวนิค-ปราก-เวียนนา ซึ่งเห็นจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมเป็นที่สุด</p>
<div id="attachment_1596" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-102.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1596 " title="มิวนิค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Picture-102-300x225.jpg" alt="มิวนิค" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">มิวนิค</p></div>
<p>ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญที่สุดก็คือการไปขออนุญาตลาพักร้อนกับเจ้านาย จะได้ไปหรือไม่ได้ไปก็ขึ้นกับคนนี้คนเดียว เดินใจตุ้มๆต่อมๆไปขออนุญาตด้วยความเกรงใจและด้วยความหวาดเสียวว่าเจ้านายจะไม่อนุญาตเพราะเดือนกันยายนเดือนที่พวกเราตั้งใจจะออกเดินทางเป็นเดือนปิดบัญชีประจำปีของบริษัทและก็มีกฎเหล็กอยู่ว่า ห้ามขาด ห้ามลา และก็ห้ามตาย (สยองไหมล่ะ) สำหรับพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับตัวเลข สุดท้ายด้วยเหตุผลบวกกับการยกแม่น้ำเกือบสิบสายขึ้นมาประกอบกันในที่สุดเจ้านายก็ใจอ่อนยอมให้ลา (อย่างเสียไม่ได้) เล่นเอาฉันแอบถอนหายใจอย่างโล่ง อก</p>
<p>สิ่งที่วุ่นวายที่สุดก่อนทริปจะเกิดขึ้นเห็นจะหนีไม่พ้นกับการหาตั๋วเครื่องบินที่ราคารับได้และก็ดี จากเดิมเอเย่นต์เสนอสายการบิน Etihad สนนราคาที่ประมาณ 33,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องออกตั๋วก่อนเดินทางประมาณหนึ่งเดือนล่วงหน้า เอาละสิวีซ่าก็ยังไม่ได้ ขืนออกตั๋วไปแล้ววีซ่าไม่ผ่านก็เป็นอันจบกัน สุดท้ายยื้อไปยื้อมาจนวีซ่าผ่าน แต่ตั๋วดันขึ้นราคาเป็น 44,000 บาท ทำเอาคนรวยอย่างพวกเราแทบกระอักเลือดแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นได เพราะสายการบินอื่นก็แพงเสียจนคิดว่าถ้าเลือกใช้บริการสงสัยคงจะหมดตัวก่อนเดินทางแน่นอน</p>
<div id="attachment_1589" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/7.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1589 " title="Munich Frauenkirche" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/7-300x300.jpg" alt="Munich Frauenkirche" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Munich Frauenkirche</p></div>
<p>และแล้วช่วงเวลาของการเดินทางก็มาถึง เราเดินทางด้วยสายการบิน Etihad เที่ยวหนึ่งทุ่มสี่สิบห้านาที จากกรุงเทพและไปต่อเครื่องที่อะบูดาบี้ เราได้ที่นั่งที่ถือว่าดีมากเหยียดขาได้สบาย พวกเราจึงคิดว่าการเดินทางเที่ยวนี้คงหลับได้สบาย แต่ว่าโชคไม่ยอมเข้าข้างพวกเราเมื่อมีเด็กชาวอาหรับสองคนกับแม่มานั่งข้างหลังพวกเรา ลำพังแต่แม่ก็คงจะไม่มีอะไรแต่ลูกชายกับลูกสาวของเธอนี่น่ะสิ เล่นเอาความสุขที่พวกเราคาดหวังไว้ต้องสูญสลายไปในพริบตา เด็กสองคนไม่รู้ไปกินยาบ้ามาจากใหนถึงไม่ได้คึกอยู่ตลอดเวลา คึกไม่เท่าไหร่แต่มาคอยถีบเบาะที่พวกเรานั่งอยู่ตลอดเวลานี่สิเป็นเรื่องที่น่าโมโหที่สุด ไอ้เรื่องรักเด็กนี่ก็รักอยู่แต่เจอเด็กแสบแบบนี้ฉันกับเพื่อนก็ไม่ไหวเหมือนกัน หลายครั้งที่ฉันกับเพื่อนหันไปบอกว่าอย่าถีบเบาะแต่ก็ไม่ได้ผล ส่งสายตาพิฆาตก็แล้วก็เฉย ส่วนคนเป็นแม่ก็นิ่งเฉยไม่ยอมดุลูกเอาเสียเลย ความอดทนที่มีเกือบสิ้นสุด ถ้าถึงอะบูดาบี้ช้ากว่านี้นิดนึง ไม่ฉันก็เพื่อนคนใดคนหนึ่งต้องได้เป็นฆาตกรข้ามชาติกันสักคนแน่ๆเชื่อสิ</p>
<div id="attachment_1581" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/11.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1581 " title="สนามบินอะบูดาบี้" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/11-300x300.jpg" alt="สนามบินอะบูดาบี้" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">สนามบินอะบูดาบี้</p></div>
<p>สนามบินอะบูดาบี้</p>
<p>เฮ้อในที่สุดก็ถึงอะบูดาบี้ ส่งเด็กแสบกลับบ้านเสียที ภาวนาขอให้จากอะบูดาบี้ไปเยอรมันอย่าได้พบพานกับเด็กอีกเลยสาธุ  ก่อนลงเครื่องเจ้าเด็กแสบสองคนอุตส่าห์มีน้ำใจชวนให้พวกเราเที่ยวที่อะบูดาบี้และชวนไปพักที่บ้าน พวกเราสั่นหัวปฎิเสธเป็นพัลวันแค่นี้ก็จุกจนล้นคอหอยแล้วน้อง ขืนเจอกันต่อไปมีหวังได้อ๊วก</p>
<p>สนามบินอะบูดาบี้เป็นสนามบินไม่ใหญ่มาก ฉันสังเกตุได้จากตอนเดินเข้ามาในสนามบิน จะมีพี่แขกอาหรับนอนทอดกายเหยียดยาวหลับอย่างมีความสุขอยู่ตามทางเดิน นอนเรียงรายกันเป็นทิวแถวแบบไม่สนใจประชาชีที่เดินเข้ามา  ฉันแอบงงบวกตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ ที่สนามบิน ที่แรกคิดว่าตัวเองถูกมาปล่อยที่สถานีขนส่งแทนสนามบินเสียอีกแต่พอหันไปหันมาถึงได้รู้ว่านี่แหละสนามบินของจริง  พวกเรานั่งถ่างตาอยู่ที่อะบูดาบี้เกือบชั่วโมงถึงได้เวลาขึ้นเครื่องต่อไปยังมิวนิค</p>
<div id="attachment_1575" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><strong> </strong><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><strong><img class="size-medium wp-image-1575 " title="จตุรัสโอเดนออน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/2-300x300.jpg" alt="จตุรัสโอเดนออน" width="300" height="300" /></strong></a><p class="wp-caption-text">จตุรัสโอเดนออน</p></div>
<p>วันสบายๆในมิวนิค</p>
<p>หกโมงสี่สิบ เครื่องบินก็ร่อนลงแตะพื้นรันเวย์ของสนามบินนานาชาติฟรานซ์ โจเซฟ สเตราร์ ในมิวนิคอย่างปลอดภัย พวกเราสามสาวผ่านขบวนการตรวจคนเข้าเมืองไปอย่างไม่มีปัญหาไม่เหมือนกับแขกอาหรับก่อนหน้านั้นที่ถูกเจ้าหน้าที่ซักฟอกเสียจนสะอาดก่อนจะปล่อยตัวเข้าไป สองตายายมารับพวกเราที่สนามบินอย่างที่นัดแนะกันไว้ พวกเราจึงสบายไม่ต้องดิ้นรนนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองเอง  พวกเรากอดสองตายายเป็นการทักทายตามธรรมเนียมของชาวต่างชาติ แต่จริงๆแล้วแอบกระซิบว่าว่าฉันชอบการทักทายแบบนี้มากด้วยเพราะมันอบอุ่นและสัมผัสได้ถึงความรักและคิดถึงที่มีให้กันและกันได้เป็นอย่างดีที่สุด</p>
<div id="attachment_1576" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1569]"><img class="size-medium wp-image-1576 " title="จตุรัสโอเดนออน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/3-300x300.jpg" alt="จตุรัสโอเดนออน" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">จตุรัสโอเดนออน</p></div>
<p>อากาศเช้าที่มิวนิคเย็นสบายได้ใจคนเมืองร้อนอย่างฉันเสียจริงๆ ก่อนขึ้นรถฉันอดไม่ได้ที่จะสูดอากาศเย็นสบายเข้าไปจนฉ่ำปอด บ้านสองตายายอยู่ในมิวนิคสามารถนั่งรถเมล์และต่อรถไฟฟ้าเข้าไปยังตัวเมืองได้สบายสำหรับคนคุ้นทางแต่สำหรับฉันแม้ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มาพักบ้านสองตายายแต่นั่นก็ไม่สามารถช่วยให้ความชำนาญในเรื่องเส้นทางของฉันดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว บอกได้ว่าถ้าให้ไปกลับคนเดียวก็คงหลงตามปกติ บ้านตายายเป็นบ้านสองชั้น ข้างล่างเป็นห้องรับแขกกับห้องครัว ข้างบนเป็นห้องนอนสามห้องและห้องน้ำหนึ่งห้อง ส่วนห้องใต้ดินเป็นห้องทำงานของคุณตา  ฉันนอนคนเดียวหนึ่งห้อง ส่วนสาวหมวยอย่างพี่เง๊กกับป้อมนอนด้วยกันอีกหนึ่งห้อง</p>
<div id="attachment_1578" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1578" title="จตุรัสโอเดนออน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/4-300x300.jpg" alt="จตุรัสโอเดนออน" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">ระหว่างทางเดินไปดูโบสถ์หัวหอม</p></div>
<p>โยนกระเป๋าล้างหน้า อาบน้ำเสร็จก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงกันให้เสียเวลาพวกเราก็พร้อมเต็มที่สำหรับการตะลุยมิวนิค คุณตาขับรถมาส่งพวกเรากับคุณยายที่สถานีรถไฟใต้ดิน Michaelibad ซึ่งอยู่ไกล้บ้านที่สุด  ส่วนตัวคุณตานั้นไม่ได้ไปด้วยเพราะมีภาระหน้าที่สำคัญนั่นก็คือหาข้อมูลเพื่อพาพวกเราไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้นั่นเอง  นั่งรถไฟฟ้ามาไม่กี่อึดใจพวกเราก็มาโผล่เอาตรงใจกลางจตุรัสสตาคุศ (คาร์ลพลัทซ์) เราเดินตัดผ่านมาจนถึงจัตุรัสโอเดนออนส์ ตรงบริเวณนี้เป็นสถานที่ซึ่งกองทัพเยอรมันใช้ฉลองในวันประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยครั้งนั้นมีฮิตเลอร์ซึ่งตอนนั้นเป็นแค่นายทหารร่วมรบอยู่ด้วย และก็สถานที่นี้เช่นกันที่ฮิตเลอร์ถูกจับกุมในข้อหากบฏขั้นร้ายแรงและนั่นก็ทำให้เขาก็หมดสิ้นอิสรภาพในทันที  พอเอ่ยถึงฮิตเลอร์ฉันก็นึกกลิ่นอายของความโหดร้ายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คนอะไรสั่งฆ่าคนเหมือนเป็นผักเป็นปลา นึกๆแล้วก็อดสงสารชาวยิวที่ถูกฮิตเลอร์สั่งฆ่าขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อารมณ์ชื่นมื่นก็เริ่มมัวหมอง ทำตัวหมองเศร้าได้ไม่กี่วินาที ก็ได้ยินเสียงเรียกของป้อมตะโกนเรียกให้ไปเป็นตากล้องให้หน่อย  ฉันก็เลยต้องรีบสลัดอารมณ์ห่อเหี่ยวทิ้งแล้วสวมวิญญาณช่างภาพและก็นางแบบเข้ามาแทนที่ทันที  เดินผ่านพิพิธภัณฑ์เรสสิเดนซ์  แต่ตัดใจไม่เข้าไปดูเพราะไม่มีเวลามากพอ จุดหมายปลายทางที่ชัดเจนของเราคือโบสถ์หัวหอมคู่(Frauenkirche)  ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองมิวนิค</p>
<p>พวกเราเดินลัดเลาะเข้ามาตามซอยได้สักพักใหญ่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าโบสถ์หัวหอมซึ่งตัวอาคารเป็นสีแดงไม่ยักกะเขียวเหมือนส่วนโดมอย่างที่ฉันคิดไว้ ศิลปะแบบนี้น่าจะเป็นศิลปะแบบกอธิคตอนปลายเพราะมันราบเรียบ ไร้ความเลิศหรูแต่ก็ดูน่ามองประมาณนั้นในความคิดของฉัน สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ศิลปะอย่างที่ฉันบอกแต่ว่ามันคือรอยเท้าซาตานที่ประทับไว้ในโบสถ์แห่งนี้ต่างหากที่ฉันอยากเห็น พอย่างเท้าเข้าไปในโบสถ์ ฉันก็แทบไม่ต้องเสียเวลามองหาว่ารอยเท้าที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน เพียงแต่เห็นนักท่องเที่ยวมะรุมมะตุ้มอยู่ตรงข้างหน้าฉันก็พอจะเดาได้เลยว่ามันต้องอยู่ที่นั่นแน่นอนพันเปอร์เซ็นต์  ฉันกับพวกรีบก้าวเท้าไปยังจุดนั้นทันที ฉันอาศัยร่างกายที่เล็กกว่าคนอื่นมุดแทรกกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าไปเพื่อยลโฉมรอยเท้าซาตาน อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะแตกต่างจากรอยเท้าคนหรือเปล่า</p>
<div id="attachment_1579" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1579" title="รอยเท้าซาตาน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/5-300x300.jpg" alt="รอยเท้าซาตาน" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">รอยเท้าซาตาน</p></div>
<p>รอยเท้าซาตานที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็นรอยเท้าขนาดใหญ่เพียงข้างเดียว ฉันพยายามเพ่งมองความแปลกของรอยเท้าที่ว่า เอียงซ้ายดูก็แล้ว เอียงขวาดูก็แล้วมันก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก นอกเสียจากรอยเท้าที่ใหญ่กว่าคนปกติ และมีข้างเดียว ฉันแอบคิดอะไรแผลงๆอยู่คนเดียวว่าจริงๆแล้วซาตานคงจะมีสองเท้าเหมือนกับคนอย่างเรานี่แหละแต่ซาตานที่มาประทับรอยไว้ที่โบสถ์นี้อาจจะพิการเหลือขาข้างเดียวก็เป็นได้  ผละจากรอยเท้าฉันก็หันไปชื่นชมศิลปะภายในโบสถ์ก่อนจะชักชวนก๊วนแก๊งขึ้นไปบนยอดโดมเพื่อดูวิวเมืองมิวนิค คุณยายปล่อยให้พวกเราขึ้นไปกันเองส่วนคุณยายขอนั่งรออยู่ตรงน้ำพุไกล้ๆโบสถ์ พวกเราจ่ายเงินค่าเข้าไปคนละประมาณ 5 ยูโรเห็นจะได้ พอปีนขึ้นบันไดไปได้สักพักก็ต้องไปต่อลิฟท์ที่ทางโบสถ์จัดไว้ให้ ขืนไม่มีลิฟท์นี่คงได้แค่แหงนคอตั้งบ่าดูแต่ยอดโดมอยู่ข้างล่างแน่นอน</p>
<div id="attachment_1580" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1580" title="บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/6-300x300.jpg" alt="บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา</p></div>
<p>บนยอดโดมสามารถมองเห็นเมืองมิวนิคได้ไกลสุดลูกหูลูกตา หลังคาสีแดงของตัวอาคารทำให้มิวนิคในมุมสูงนี้มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ถ่ายภาพและนั่งกินบรรยากาศกันจนหนำใจได้ที่ ฉันกับป้อมก็พากันมาหาซื้อโปสการ์ดเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนพี่เง๊กได้ถุงผ้าติดไม้ติดมือไปเป็นที่ระลึกแทน</p>
<div id="attachment_1588" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1588" title="ศาลาว่าการ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/8-300x300.jpg" alt="ศาลาว่าการ" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">ศาลาว่าการ</p></div>
<p>ถึงจะนั่งกินบรรยากาศบนยอดโดมมาจนหนำใจแต่ท้องของพวกเราก็ไม่ยอมอิ่มตาม  ลงมาถึงข้างล่างอาการหิวก็กำเริบ เลยต้องพากันไปหาอะไรใส่ท้องกันเสียหน่อย ขณะที่กำลังเดินตัดผ่านจตุรัสมาเรียนพลาตซ์เพื่อมุ่งหน้าไปยังตลาดวิคทัวเลียน ฉันอดไม่ได้ที่จะแหงนขึ้นไปมองตรงหอคอยศาลาว่าการที่มีตุ๊กตายืนอยู่  ตุ๊กตาจะโผล่ออกมาเต้นระบำให้ชมในเวลา 11.00 น. ของทุกวัน และฉันก็พลาดอีกตามเคยมามิวนิคสองครั้งก็อดดูมันทั้งสองครั้งสงสัยไม่มีบุญ ฉันคิดแบบปลงๆและก็รีบสาวเท้าให้ทันหมู่คณะ ที่กำลังเดินฉับๆอยู่ข้างหน้า</p>
<div id="attachment_1583" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1583 " title="ตลาดวิคทอเลย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/9-300x300.jpg" alt="ตลาดวิคทอเลย" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">ตลาดวิคทัวเลียน</p></div>
<p><strong>ตลาดวิคทัวเลียน </strong>เป็นตลาดกลางแจ้งใจกลางเมืองขนาดใหญ่ เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้เห็นทีจะเป็นเพราะมีของขายมากมายหลายหลากให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ผักสด ดอกไม้แห้ง งานฝีมือ อื่นๆสารพัด และที่สำคัญคือไส้กรอก มีให้ชิมทุกร้าน หากหิวจัดและไม่มีเงินฉันขอแนะนำให้ตระเวนชิมไส้กรอกแถวตลาดนี่แหละรับรองอิ่มแน่ๆ   ขณะที่กำลังเดินชมตลาดกันเพลินๆ คุณยายดันไปหยิบตุ๊กตางานฝีมือขึ้นมาดู ทำอีท่าไหนก็ไม่รู้จมูกตุ๊กตาดันหลุด ที่นี้หล่ะป้าผอมทองเจ้าของร้านซึ่งจับจ้องพวกเราตั้งแต่ย่างกายเข้าไปในซุ้มของแกก็ตวาดออกมาเป็นภาษาเยอรมัน ถึงจะแปลไม่ออกแต่รู้ว่าคงด่านั่นแหละ คณะของพวกเราไม่สนใจรีบวางตุ๊กตาแล้วก็รีบเผ่นแน่บออกจากซุ้มของแกทันที แหมก็งานมันไม่ดีเองนี่นาโทษกันได้ไงจริงไหม</p>
<p>หลังจากถูกด่าจนกระเพาะอาหารเริ่มประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง สุดท้ายเลยพากันมานั่งตรงร้านอาหารไทย รสชาติก็งั้นๆแต่ราคานี่น่ะสิไม่งั้นๆตามรสชาติเอาเสียเลย แต่โชคดีที่ไม่ต้องจ่ายเองเพราะมื้อนี้คุณยายเลี้ยง  เมื่อท้องอิ่มพลังก็เพิ่มพวกเราก็พร้อมตะลุยกันต่อ มาเมืองเบียร์ทั้งทีจะให้พลาดชมเบียร์ฮอลล์ใหญ่ๆอย่างโฮฟบรอยเฮ้าส์ได้ยังไงหล่ะจริงไหม</p>
<div id="attachment_1584" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1584 " title="Beer hall" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/Beer-hall10-300x300.jpg" alt="Beer hall" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">Beer hall</p></div>
<p>คุณยายพาเดินลัดเลาะจนไปถึงโรงเบียร์ มาถึงพวกเราก็ไม่สนใจใครหน้าใหนทั้งสิ้นพากันตรงรี่ไปถ่ายรูปคู่กับป้ายของโรงเบียร์ทันที  ฉันมองเข้าไปในฮอลล์เห็นมีนักดื่มนั่งกันเกือบทุกโต๊ะ มองนาฬิกาข้อมือบอกเวลาว่าสามโมงกว่า เออนะคนที่นี่เขาดื่มกันแต่หัววันเลยจริงๆ   พวกเราเดินเข้าไปในฮอลล์ไม่ได้จะไปดื่มอะไรกับเขาหรอกค่ะก็แค่เดินสำรวจและก็ถ่ายรูปเท่านั้นเอง  เสียงดนตรีดังแว่วมาจากชั้นสองพวกเราเลยเดินตามเสียงเพลงขึ้นไปเหมือนต้องมนต์สะกด  ชั้นสองเป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ แต่วันนี้ไม่มีนักดื่มมานั่ง แต่สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นคุณตาคุณยายกลุ่มหนึ่งกำลังหัดเต้นลีลาสกันเป็นคู่ๆ น่ารักมากมาย พร้อมกันนั้นก็แอบคิดอิจฉาคุณตาคุณยายกลุ่มนั้นอยู่ลึกๆในใจ</p>
<p>ออกจากโรงเบียร์ก็ย้อนกลับมาตรงมาเรียนพลาตซ์อีกครั้งแล้วก็เดินทะลุจนไปหยุดอยู่ตรงหน้าโรงละครกูวีลีเย ซึ่งเป็นสไตล์รอคโกโกซึ่งว่ากันว่าข้างในโรงละครก็สวยไม่ใช่เล่น แต่เราไม่มีโอกาสได้เข้าไปเห็นข้างในให้เป็นบุญตาได้แต่มองอยู่ข้างนอกตาปริบๆ</p>
<p>คุณยายกลับบ้านไปแล้วแต่พวกเรายังไม่กลับเพราะว่าเรานัดเพื่อนสาวชาวฟิลิปปินส์ไว้ที่มาเรียนพลาตซ์ตอนห้าโมงครึ่ง ขณะนั่งหง่าวรอเพื่อนอยู่ตรงมาเรียนพลาตซ์ นาฬิกาตรงหอศาลากลางก็ดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงฮือฮาของคนรอบข้าง “ตุ๊กตาเต้นระบำ” เสียงป้อมดังขึ้น จนฉันหูผึ่งทันที</p>
<p>“จริงเหรอ มันเต้นสิบเอ็ดโมงนี่นามันจะเต้นอีกทำไมตอนนี้”</p>
<p>“นั่นไง” น้ำเสียงป้อมยังคงตื่นเต้น</p>
<div id="attachment_1586" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1586" title="หน้าโรงละครกูวีลีเย " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/111-300x300.jpg" alt="หน้าโรงละครกูวีลีเย" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">หน้าโรงละครกูวีลีเย</p></div>
<p>ฉันแหงนหน้าขึ้นไปมองตรงหอคอย และก็ได้เห็นตุ๊กตาเต้นอย่างที่เคยอ่านในหนังสือเอาไว้  ฉันคงจะมีบุญแล้วหล่ะจู่ๆมันก็ออกมาเต้นให้ดู แต่ก็ออกจะผิดหวังอยู่ลึกๆนึกว่ามันจะขยับแข้งขยับขามากไปกว่านี้ที่ใหนได้มันแค่หมุนเปลี่ยนกันออกมาในท่าเดิมๆเท่านั้นเอง  ใช่ว่าฉันจะผิดหวังคนเดียวแต่สองสาวร่วมก๊วนก็ออกอาการผิดหวังนิดหน่อยเช่นกัน</p>
<p>ห้าโมงนิดๆดาด้าเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ที่ย้ายถิ่นมาทำงานที่มิวนิคก็มาตามนัดหมาย พวกเรากอดกันเป็นการทักทายตามธรรมเนียม  ถามสารทุกข์สุกดิบกันพอหอมปากหอมคอ ดาด้าก็พาเราเดินลัดเลาะออกไปจากจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์</p>
<p>“ไปอิงลิชการ์เด้นท์กัน (English garden)” ดาด้าบอกจุดหมายปลายทางให้พวกเรารับรู้</p>
<p>เราเดินตามดาด้าไปได้สักพักใหญ่ๆ ในที่สุดก็มาโผล่เอาตรงสวนกว้างใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมีซุกซ่อนอยู่ในตัวเมือง</p>
<p>“มองไปทางซ้ายมือสิ พวกเธอจะเห็นว่าตรงโน้นหน่ะมีแต่คนที่ไม่ใส่อะไรเลย นอนอาบแดดและก็เล่นกีฬาอยู่”</p>
<p>โดยที่ไม่ต้องให้ดาด้าย้ำรอบสอง พวกเราทั้งสามคนก็รีบหันไปในทิศทางที่เธอบอกทันที ไกลออกไปมีผู้คนไม่สวมเสื้อผ้าเลยสักชิ้นอย่างที่ดาด้าบอกจริงๆ ทั้งเด็กและก็ผู้ใหญ่ บ้างนอนอาบแดด บ้างเล่นกีฬา</p>
<p>“ดาด้า เธอเคยเข้าไปดูไกล้ๆไหม” พวกเราถามด้วยความสงสัย</p>
<p>ดาด้าสั่นศรีษะพลางย้อนถามพวกเราว่า “แล้วพวกเธออยากไปเห็นไกล้ๆไหมล่ะ”</p>
<p>ปฏิเสธโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยงานนี้ สาวไทยอย่างพวกเราหรือจะกล้าเรื่องอย่างนี้อย่างมากก็เก่งแต่พูด</p>
<div id="attachment_1585" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1585" title="English garden" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/09/English-garden12-300x300.jpg" alt="English garden" width="300" height="300" /><p class="wp-caption-text">English garden</p></div>
<p>อิงลิชการ์เด้นท์เป็นสวนที่กว้างและร่มรื่นมากๆในสวนมีแม่น้ำไหลผ่าน สนามหญ้าสีเขียวน่านอนเล่นเป็นอย่างมาก ยามเย็นที่นี่จึงมีแต่ผู้คนมานั่งพักผ่อนรวมทั้งเล่นกีฬาและที่ขาดอย่างเสียไม่ได้ก็คือมาดื่มเบียร์ตรงลานเบียร์ภายในสวน ดาด้าพาพวกเราเดินเข้าไปข้างในเพื่อจะไปลานเบียร์ที่ติดอยู่กับสระน้ำ ระหว่างทางเราเจอจีจี้เพื่อนของป้อม สาวไทยที่แต่งงานกับหนุ่มเยอรมันและตามสามีมาอยู่ที่นี่ เธอใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางมาสมทบกับพวกเรา ฉันเลยถือโอกาสยืมจักรยานของเธอปั่นเล่นเสียหน่อย  ปั่นไปปั่นมาถุงผ้าที่แขวนอยู่ดันหลุดเข้าไปในล้อจักรยานดีว่าเบรคเอาไว้ทันไม่อย่างนั้นฉันคงต้องลงไปนอนแอ้งแม้งให้ขายหน้าข้ามชาติกันอีกแน่  ลานเบียร์ที่พวกเราไปนั่งมีทั้งลานเปิดโล่งและก็ในร่ม พวกเราเลือกนั่งในที่โล่งติดกับสระน้ำ ที่นี่ไม่มีเด็กเสริ์ฟนักดื่มต้องบริการตัวเองทุกอย่าง พวกเราซื้อขาหมูเยอรมัน ขนมปัง สลัด และขาดไม่ได้คือเบียร์มานั่งกินลมชมวิว และก็ชมแดดที่บอกอย่างนี้เพราะว่าหกโมงกว่าแล้วดวงอาทิตย์ที่นี่ยังคงไม่เลิกงานยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำโอทีย่างขยันขันแข็ง พวกเรานั่งโม้นั่งเม้าท์กันได้สักพัก คอลิน่าเพื่อนของป้อมชาวเยอรมัน(ป้อมเขาเพื่อนเยอะ) ก็ตามมาสมทบอีกคนทำให้สมาชิกของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็นหกคน</p>
<p>กลุ่มอื่นที่มาคงจะเน้นเบียร์แต่กลุ่มพวกเราดันเน้นกับแกล้ม ระหว่างนั่งรอให้ดวงตะวันลับขอบฟ้าฉันก็เคี้ยวกินขาหมูไปอย่างมีความสุข จนกระทั่งดวงตะวันเปล่งแสงสีทองส้มออกมาเพื่อเตรียมโบกมืออำลาท้องฟ้านั่นแหละฉันถึงได้ละจากขาหมูจานโปรด  ปล่อยสายตาให้หยุดตรงแสงสีส้มที่กระทบลงมายังสายน้ำโดยมีเป็ดน้อยว่ายน้ำตรงไปยังลำแสงสีทองคล้ายอาลัยอาวรณ์เจ้าดวงตะวัน</p>
<p>จีจี้สาวเจ้าของจักรยานลาจากพวกเราไปหลังจากดวงตะวันลับลาจากขอบฟ้าได้ไม่นาน คงเหลืออีกห้าสาวที่นั่งโม้กันจนถึงสามทุ่มจึงมีมติเอกฉันท์ว่าควรจะกลับบ้านกันได้แล้ว  ตกลงกันเสร็จก็พากันเดินออกมาจากลานเบียร์ ทันทีที่พ้นออกมาจากลานเบียร์โลกทั้งโลกก็ตกอยู่ในความมืดและก็ความเงียบ กลางคืนในสวนไม่มีแสงไฟนี่คือสิ่งที่ได้ยินจากปากเจ้าของถิ่นทั้งสองคนในเวลาต่อมา</p>
<p>“โอย ฉันก็ลืมไปว่ามันไม่มีไฟ” เสียงดาด้าโอดครวญ</p>
<p>ฉันพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้มองเห็นอะไรได้มาก</p>
<p>“ร้องเพลงกันดีกว่าจะได้ไม่เงียบ” ฉันเสนอความคิด และดูเหมือนว่าทุกคนจะเห็นด้วย เสียงเพลงของดาด้าดังขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอันเงียบสงัด โดยมีพวกเราเป็นลูกคู่ร้องเต้นด้วยไปตลอดทางจนกระทั่งเจอแสงไฟสาดส่องเสียงเพลงจึงเงียบลงและตามมาด้วยเสียงถอนหายใจและเสียงหัวเราะประสานดังขึ้นมาแทน</p>
<p>คืนนี้มิวนิคได้เปลี่ยนความมืดอันน่ากลัวของฉันและเพื่อนๆให้กลายเป็นความอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรักแห่งมิตรภาพ&#8230;.บางทีความมืดก็คงไม่น่ากลัวเสมอไปจริงๆนั่นแหละ</p>
<p>พวกเราแยกทางกันตรงสถานีรถไฟใต้ดิน ฉันและพวกพ้องพากันนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Michaelibad จากนั้นก็โทรศัพท์ไปบอกให้คุณตาขับรถมารับกลับบ้าน  พวกเรานั่งหนาวอยู่ตรงสถานีรถไฟประมาณสิบห้านาที คุณตาก็มารับกลับบ้าน ระหว่างทางคุณตาเล่าถึงแผนการเที่ยวของวันพรุ่งนี้กับมะรืนนี้ให้ฟังคร่าวๆ คุณตาบอกว่าจะพาพวกเราไปเที่ยวทางตอนเหนือของมิวนิค เส้นทางที่จะไปเขาขนานนามกันว่าเส้นทางสายโรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย  ทันทีที่ฟังคุณตาเล่าจบ ฉันก็ยิ้มให้กับตัวเองและสมองก็เริ่มคิดฝันถึงความโรแมนติกที่คิดว่าจะได้เจอในระหว่างการเดินทางคราวนี้ขึ้นมาอย่างเงียบๆ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะถนนสายโรแมนติก</p>
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
<input id="gwProxy" type="hidden" />
<input id="jsProxy" onclick="jsCall();" type="hidden" />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/09/02/munich/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

