<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>onholiday.org &#187; บั๊กห่า</title>
	<atom:link href="http://onholiday.org/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://onholiday.org</link>
	<description>Online Travel Magazine</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 02:49:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ฮานอย ซาปา นิงห์บิงห์ ตอน 2</title>
		<link>http://onholiday.org/2007/09/23/sapa2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2007/09/23/sapa2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Sep 2007 01:05:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[ซาปา]]></category>
		<category><![CDATA[นิงห์บิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[บั๊กห่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮานอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1651</guid>
		<description><![CDATA[วันที่สองค้างคืนบนรถไฟ รีบลงแต่เช้ามืดจนกระเป๋าสตางค์ตกโชคดีที่มีคนดีเก็บได้ ทั้งวันเจอทั้งคนดีคนหลอกสลับกันไป หลายครั้งเสียความรู้สึก แต่บางครั้งมีสุขอย่างอบอุ่นหัวใจ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-1654" title="ซาปา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/Panorama-1.jpg" alt="" width="600" height="217" /></p>
<div id="attachment_1661" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1661" title="สาวน้อยชาวเขา ยิ้มไม่กลัวกล้องเลย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/IMG_0221-300x200.jpg" alt="สาวน้อยชาวเขา ยิ้มไม่กลัวกล้องเลย" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">สาวน้อยชาวเขา ยิ้มไม่กลัวกล้องเลย</p></div>
<p>ที่นอนบนรถไฟจัดว่าดีทีเดียว แต่ผมก็ยังนอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง จนเช้ามืดตื่นมาประมารตอนตีห้า ตามกำหนดการรถไฟน่าจะมาถึงที่โฟ๋ลู่ตอนประมาณตีห้าครึ่ง เลยลุกขึ้นไปห้องน้ำ แปรงฟัน เสร็จแล้วจึงเดินไปถามเจ้าหน้าที่บนรถไฟดูอีกที ปรากฏว่าตอนนี้กำลังมีคนยืนอยู่เต็มหน้าประตูคล้ายว่ากำลังรอลงจากรถ พอถามไปจึงรู้ว่ากำลังจะถึงที่โฟ๋ลู่พอดี ผมจึงรีบวิ่งกลับไปที่ตู้นอน คว้าสัมภาระทุกอย่างแล้วรีบลงจากรถไฟทันที พอลงมาถึงก็งงเพราะมีคนชี้มาที่ผมแล้วคุยอะไรกันก็ไม่รู้ ในที่สุดก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาหาแล้วโชว์กระเป๋าสตางค์ให้ดู ก่อนนอนผมเก็บกระเป๋าตังค์ไว้ในกระเป๋ากล้อง แต่พอสำรวจดูตอนนี้จึงรู้ว่ากระกล้องเปิดอยู่และกระเป๋าสตางค์ก็หายไปด้วย เจ้าหน้าที่รถไฟชี้บอกให้ผมเดินตามเข้าไปที่สถานี แล้วรถไฟก็วิ่งออกไป ที่สถานีมีคนพาผมไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเรียกขอดูพาสสปอร์ต เพื่อเอามาเทียบกับรูปในกระเป๋าตังค์ อายนิดหน่อยครับเพราะรูปในกระเป๋าเป็นสมัยเรียนมหาลัยเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตรวสอบจนพอมั่นใจแล้วพี่สาวใจดีจึงยื่นกระเป๋าคืนมาให้ผม พวกเวียดนามมุงรอบๆ ช่วยกันเชียร์ให้ผมตอบแทนน้ำใจเธอ ผมเลือกแบงค์ 50,000 ด่อง ให้ไปหนึ่งใบแล้วกล่าวขอบคุณอีกหลายครั้ง จริงๆแล้วพี่สาวใจดีคนนั้นแกคงไม่ได้คิดหวังอะไร เพียงแค่อยากคืนให้ถูกคนเท่านั้น ที่สำคัญคือพี่แกไม่ยอมให้คนอื่นดูแลกระเป๋าแทนด้วย เพราะถ้าเป็นคนอื่นเก็บได้สงสัยคงยากที่จะได้คืน</p>
<div id="attachment_1656" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1656" title="ตลาดบั๊กห่า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/IMG_0189-300x200.jpg" alt="ตลาดบั๊กห่า" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">ตลาดบั๊กห่า</p></div>
<p>ได้กระเป๋าคืนแล้วแต่พวกที่ตามล้อมผมตั้งแต่ตอนแรกยังคงตามอยู่พร้อมเสนอจะพาผมไปที่ตลาดบั๊กห่า ใจจริงผมอยากจะช่วยอุดหนุนเพื่อเป็นการขอบคุณ แต่เสนอราคามาถึง 200,000 ด่อง ไปมอเตอร์ไซด์ อากาศก็หนาวมากยังไงก็ไม่ไหว ผมจึงปฏิเสธ นึกขึ้นมาได้ว่าลืมขวดน้ำไว้บนรถไฟ เดินไปซื้อที่ร้านพวกกลุ่มเดิมยังตามมาอีกบอกว่า 10,000 ด่อง แต่พอผมจ่ายไปพ่อค้าทอนมาให้อีก 5,000</p>
<p>รถบัสไปตลาดบั๊กห่าจอดรออยู่ข้างสถานีนั่นเอง พวกที่ตามมาพอเห็นว่าคงไม่ได้เงินจากผมแน่แล้วจึงมีคนหนึ่งเดินตามมาที่รถมาทวงว่าควรให้เงินคนที่บอกผมคนแรกด้วย ตอนแรกผมกะจะให้สัก 30,000 แต่ผมโดนกดดันหนักเข้าบอกว่าต้องให้ 100,000 เท่านั้น ผมเลยต้องยอมจ่ายให้ 50,000 ด่องเท่ากันพี่สาวใจดีคนนั้น ได้เงินแล้วพวกนั้นจึงยอมปล่อยผม แล้วชี้บอกว่ารถคันทีไปบั๊กห่าคือคันที่ผมกำลังจะขึ้นนั่นเอง ค่ารถราคา 30,000 ด่อง</p>
<div id="attachment_1665" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1665" title="ตลาดบั๊กห่า ขายทุกอย่างจริงๆ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/bac-ha2-300x187.jpg" alt="ตลาดบั๊กห่า ขายทุกอย่างจริงๆ" width="300" height="187" /><p class="wp-caption-text">ตลาดบั๊กห่า ขายทุกอย่างจริงๆ</p></div>
<p>ที่นี่คงเป็นต้นสายและเที่ยวแรกกระมัง ผมจึงเป็นผู้โดยสารคนแรก เวลาประมาณ 5:45 รถก็ออกระหว่างทางมีหมอกจัด อากาศหนาวมาก จากรถว่างๆ ก็เริ่มมีข้าวของที่จะนำไปขายที่ตลาด ผู้โดยสารเริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโกล้ถึงตลาด ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเขาแต่งชุดหลากสี ถึงตลาดบั๊กห่าตอน แปดโมงพอดี ผมเดินดูรอบๆ ยังมีนักท่องเที่ยวน้อยอยู่ อาจเป็นเพราะว่ายังเช้า เดินหาอะไรกิน เจอร้านที่มีชาวบ้านกินกันเยอะ เลือกสั่งเฝอมากินชามไม่ใหญ่เท่าไร พอคิดเงินกะน่าว่าจะสัก 5,000 แต่แม่ค้าชี้มาที่แบงค์ 10,000 ยังไม่พอแกบอกอีกใบ เบ็ดเสร็จก๊วยเตี๋ยวน่าตาบ้านๆ ราคาขึ้นไปถึงแปดสิบบาท เดินต่อมาอีกหน่อยเห็นชาวเขาขายข้าวเหนียว สนใจถามราคา แม่ค้าบอก 10,000 แพงไปหน่อยนะแต่ไม่ไปไรเอาบรรยากาศ พอดีมี่พี่คนนึงเดินมาบอกว่า จ่าย 2,000 ก็พอแล้วบอกแม่ค้าขายแพงไปแล้วนะ คราวนี้ผมเริ่มวิตกจริตแล้วไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว ตลาดบั๊กห่า มีของทุกอย่างจริงๆ อาหาร เสื้อผ้า เหล้า ยาสูบ หมา แมว แพะ หมู ม้า วัว ควาย</p>
<div id="attachment_1662" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1662 " title="โซนขายสัตว์เลี้ยง วัวควาย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/IMG_0227-300x200.jpg" alt="โซนขายสัตว์เลี้ยง วัวควาย" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">โซนขายสัตว์เลี้ยง วัวควาย</p></div>
<p>ผมเดินเที่ยวจนได้เวลา 9:30 จึงตั้งใจว่าจะเดินทางต่อไปซาปา ที่นี่มีรถไปถึง Loa Cai อ่านว่า เหล่า กาย ค่ารถราคา 50,000 บาท ใช้เวลาสองชั่วโมงเศษ Lao Cai เป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียวอยู่ชายแดนจีน มีแม่น้ำไหลผ่าน ที่นี่สามารถนั่งรถไฟต่อไปคุหมิงได้เลย ระหว่างทางก่อนถึงเมืองประมาณ 2 กม.  รถจะวิ่งลอดผ่านทางรถไฟแล้วเลี้ยวมาทางซ้าย ผมวางแผนว่าจะไปที่สถานีรถไฟเพื่อจองตั๋วกลับและต่อรถด้วยจึงรีบลงเพราะคิดว่า ที่นี่เป็นสถานีสุดท้ายไม่น่าจะต่องวิ่งย้อนกลับ มองๆดูไม่มีวี่แววสถานีรถไฟเลย ข้างหน้าเห็นชายแดนอยู่ไกลๆ จึงนึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะเป็นรางรถไฟช่วงต่อไปจีน เดินย้อนกลับมาเรียกมอไซด์ราคา 10,000 ด่องมาส่งที่สถานีแวะเข้าห้องน้ำราคา 1,000 ด่อง ที่สถานีเคาท์เตอร์ขายตั๋วปิดจะเปิดอีกทีตอนบ่ายซึ่งผมคงรอไม่ไหว ถามผู้คนแถวนั้นว่าจะหารถไปซาปา เค้าบอกว่าถ้าที่นี่ต้องรอตอน สี่โมงซึ่งเป็นเวลาที่เคาท์เตอร์จะเปิดขายตั๋วอีกครั้ง ผมตัดสินใจไม่รอโดยเรียกมอไซด์ไปส่งที่ท่ารถอีกครั้งราคา 10,000 ด่อง ระหว่างทางมอไซด์ชวนให้ผมเหมารถ แต่ผมไม่สนใจ</p>
<div id="attachment_1659" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1659 " title="โบสถ์คริสต์กลางเมือง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/IMG_0284-300x200.jpg" alt="โบสถ์คริสต์กลางเมือง" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">โบสถ์คริสต์กลางเมือง</p></div>
<p>วิ่งมายังไม่ทันถึงท่ารถ คนขับก็บีบแตรให้รถมินิบัสคันข้างหน้าจอดแล้วบอกผมว่ารถคันนี้ไปซาปา ค่ารถราคา 50,000 นั่งสัปงกมาชั่วโมงเศษเด็กรถก็เรียกผมบอกว่าถึงแล้วซาปาแล้ว ผมลงมาด้วยความงง สังเกตป้ายตรงสามแยกมีชี้ไปที่ซาปา เรียกมอไซด์ราคา 15,000 ด่อง หรือ 1 US ระยะทาง 2 กม. มอไซด์มีเด็กซ้อนมาด้วยอยู่แล้วผมนึกว่าจะให้เด็กลง ที่ไหนได้นั่งซ้อนสามมาด้วยกันเลย ระหว่างทางมอไซด์เสนอที่พักให้ผมไปด้วยราคา 10 เหรียญ วิวดีแต่ไกลไปหน่อย มอไซด์มาส่งผมอีกที่ใกลๆโบสถ์ราคา 7 เหรียญ แต่จะลดให้เหลือ  6 เหรียญ แต่ผมไม่ชอบเลยบอกว่าขอเดินดูเองดีกว่า พอจะจ่ายเงินค่ารถ จ่ายไป 20,000 มอไซด์บอกไม่มีทอน 5,000 เป็น 2,000 ได้ป่าว นึกขึ้นมาได้ว่า 18,000 ด่องมันมากกว่า 1 เหรียญนี่หว่า ผมเลยจ่ายเป็นเหรียญแทน มอไซด์ไปแล้วเจ้าของที่พักจึงเสนอผมว่าไปดูที่พักของน้องสาวเค้ามั๊ยอยู่ใกล้กัน ห้องวิวดีราคา 100,000 ด่อง ที่นอนนอนได้ถึง 3 คน ข้างล่างเป็นร้านเสริมสวย</p>
<div id="attachment_1658" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1658 " title="ที่พักและบรรยากาศรอบโบสถ์และตลาด" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/sapa-300x187.jpg" alt="ที่พักและบรรยากาศรอบโบสถ์และตลาด" width="300" height="187" /><p class="wp-caption-text">ที่พักและบรรยากาศรอบโบสถ์และตลาด</p></div>
<p>ผมตกลงพักทีนี่ check in แล้วขึ้นมาอาบน้ำ แล้วลงมาเดินถ่ายรูป แวะกินเฝอที่ร้าน little sapa ร้านน่ารักๆ ราคาเพียง 12,000 ด่อง ช่างต่างกับมื้อเช้าสิ้นเชิง แวะซื้อน้ำขวดราคา 5,000 เจอผลไม้ลูกสีน้ำตาลหน้าตาแปลก แม่ค้าปลอกให้กินปรากกว่าคือสาลี่นั่นเอง เดินจนเมื่อยกลับมาเขียนโปสต์การ์ดส่ง อยู่ดีๆ มีฝรั่งเดินมาถามผมว่าเป็นคนเวียดนามหรือป่าว ผมกลายเป็น topic ระหว่างฝรั่งกับเด็กชาวเขา คุยท้ากันว่าผมเป็นคนเวียดนามหรือเปล่า เด็กว่าเป็น แต่ฝรั่งบอกว่าไม่ใช่ ช่วงนี้ผมเข้าเป็นส่วนนึงของวงสนทนาเล็กวงนี้  เด็กมาตื้อขายของฝรั่ง น่าตาน่ารักดีในชุดชาวเขาภาษาอังกฤษดีมาก ฝรั่งถามเด็กว่าถ้าอยากขายของได้เยอะทำไมมาตื้อขายเค้าอยู่คนเดียวไม่ยอมขายคนอื่น เด็กที่เมืองไทยไม่เห็นป็นอย่างนี้เลย แล้วหันมาทางผมหาพวก คุยหยอกล้อกันอยู่นานทีเดียว จนเริ่มทำความรู้จักกัน นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีมาคนเดียวเหมือนผมอย่างนี้แหละ ผมพยามชวนเด็กคุยบ้าง Where are you from? เด็กตอบได้น่ารักน่าหยิกจิง I am from my mother พอถึงคราวต้องแยกจากกันแล้วผมไปทาง ฝรั่งไปทางส่วนเด็กชาวเขายังคงตามตื้อฝรั่งต่อไป</p>
<div id="attachment_1666" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1666" title="โบสถ์คริสต์ ซาปา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/IMG_0301-1-300x200.jpg" alt="โบสถ์คริสต์ ซาปา" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">โบสถ์คริสต์ ซาปา</p></div>
<p>เดินถ่ายรูปต่อแถวหน้าโบสถ์ เดินผ่านที่ร้านขายที่ผมได้ช่วยถือร่มให้เค้าเมื่อตอนบ่าย เห็นเค้าขายข้าวหลามหน้าตาคล้ายๆ ข้าวหลามไทยใหญ่ กับ ของปิ้งอะไรสักอย่างพอสังเกตดีจึงรู้ว่าเป็นนก ถามราคาก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เขียนใส่กระดาษมา 100 ผมก็งงแต่ก็ยังตัดสินใจสั่งข้าวหลามกระบอก กับ นกอีกสองไม้ (มีนกตัวเล็ก 6 ตัว) นั่งกินตรงนั้น แสงไฟสลัวๆ ใต้โคนไม้ อากาศค่อนข้างเย็น กินเสร็จแล้วเรียกเก็บเงิน ผมหยิบเงินมาให้แม่ค้าเลือก แม่ค้าหยิบไปทั้งหมดแล้วก็หยิบเงินทอนมาให้พอๆก็ที่หยิบไป ปกติผมมักจะมีปัญหากับเรื่องตัวเลขอยู่แล้ว คราวนี้ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ รับเงินทอนมาแล้วก็งงๆ เดินกลับออกมา ราคาเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รับรู้จากความรู้สึกว่าเค้าไม่ได้เอาเปรียบ แค่นี้ก็พอแล้วจริงมั๊ย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2007/09/23/sapa2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฮานอย ซาปา นิงห์บิงห์</title>
		<link>http://onholiday.org/2007/09/22/sapa/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2007/09/22/sapa/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Sep 2007 01:44:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[ซาปา]]></category>
		<category><![CDATA[นิงห์บิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[บั๊กห่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮานอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[ซาปา อดีตเมืองตากอากาศของฝรั่งเศสยุคอาณานิคม อากาศหนาวเย็นตลอดปี บางครั้งมีหิมะตก นาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา ยอดฟานซีปันสูงเสียดฟ้า ยิ่งใหญ่สุดในอินโดจีน ชาวเขาหลากเผ่ากับชุดหลากสีสัน เสน่ห์เหล่านี้ยากที่จะสะกดใจของผมไม่ให้ไปแวะเยี่ยมชมซักครั้งคงจะไม่ได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="aligncenter size-full wp-image-1561" title="Fansipan1" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/Fansipan1.jpg" alt="" width="600" height="250" />ซาปา </strong>อดีตเมืองตากอากาศของฝรั่งเศสยุคอาณานิคม อากาศหนาวเย็นตลอดปี บางครั้งมีหิมะตก นาขั้นบันไดสุดลูกหูลูกตา ยอดฟานซีปันสูงเสียดฟ้ายิ่งใหญ่สุดในอินโดจีน ชาวเขาหลากเผ่ากับชุดหลากสีสัน เสน่ห์เหล่านี้ยากที่จะสะกดใจของผมไม่ให้ไปแวะเยี่ยมชมซักครั้งคงจะไม่ได้ซะแล้ว</p>
<h2>
<div id="attachment_1672" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1672" title="โบสถ์คริสต์  ซาปา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/09/IMG_0287-300x200.jpg" alt="โบสถ์คริสต์ ซาปา" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">โบสถ์คริสต์  ซาปา</p></div>
<p>บันทึการเดินทาง</h2>
<p>ออกจากบ้านตอนเกือบ 10 โมงแล้ว ตั้งใจว่าจะแวะซื้อครีมกันแดดที่ร้านเซเว่นปากซอยก่อนไป แต่พอดีมีแท๊กซี่วิงผ่านเข้ามาในซอยพอดี เลยเรียกไปส่งที่สุวรรณภูมิทันที เพียงสิบโมงเศษก็ถึงสนามบินแล้ว เช็คอินแล้วแล้วนั่งรอเครื่องออกตามกำหนดการปกติก็ถึงฮานอยตอนบ่ายโมงครึ่ง รอโหลดกระเป๋าค่อนข้างนานหน่อย พอออกจากสนามบินก็เกิดงงเล็กๆ ว่า ไอ้รถโดยสารประจำทางมันต้องขึ้นตรงไหนหว่า เจอรปภก็ถามเลย พี่แกชี้ไปไหนไม่รู้ดูแล้วไม่น่าจะใช่ เจอมอไซด์ลองถาม พี่แกบอกว่าออกไกลจะไปส่งให้ ผมเลยปฏิเสธ เพราะทราบมาว่าไม่น่าจะไกล เลยลองเดินมั่วๆดูเดินออกไปทางซ๊ายซัก 100 เมตรเห็นว่าคงไม่มีป้ายรถเมล์แน่ๆ แล้วตัดสินเดินกลับมาที่เดิมดีกว่า คราวนี้ถามพี่อีกคนเค้าชี้ไปทางด้านขวามือ หลังจากผิดพลาดมาแล้วสองครั้ง เพื่อความชัวร์ผมเลยถามสายรถที่เข้าไปในเมืองด้วยว่าสายอะไร พอยืนยันว่าสาย 7 ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ผมได้มาจากอินเตอร์เนตก็แสดงว่าเชื่อถือได้ แกบอกว่าป้ายรถอยู่ด้านนอกสนามบิน แต่พอเดินมาเพียงนิดเดียวก็ถึงแล้ว ผมเองยังดูไม่ออกเลยว่านีเรียกว่า outside แล้วเหรอ ท่ารถอยู่ตรงหัวมุมด้านขวาของสนามบินมีรถจอดอยู่หลายคันเพราะเป็นต้นสาย ผมยืนงงอยู่พักใหญ่เลยตัดสินใจถามคนที่รอรถอยู่ดีกว่า ตอนแรกอยากจะถามน้องคนสวยอีกคนมากกว่าแต่ว่าเกรงใจ เลยเลือกถามพี่ผู้ชายอีกคนที่แต่งตัวดูดีหน่อย พี่แกว่าใช่แล้วตรงนี้แหละ ผมยังไม่มั่นใจเลยหันไปมองที่น้องคนสวย เห็นพยักหน้าด้วยเป็นอันว่าเชื่อถือได้ ผมถามราคาพี่แกบอก ไฟว์มิลเลียนดอง 5 ล้านนี่นะผมคิดว่าแกคงภาษาอังกฤษไม่ดีมากกว่า เพราะเงินที่ผมเพิ่งแลกมานั้นที่เพียงแค่ 1.65 ล้านดองเท่านั้น</p>
<div id="attachment_1553" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1553" title="ตลาดบั๊กห่า และม้งดอกไม้" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/11/IMG_0189-300x200.jpg" alt="ตลาดบั๊กห่า และม้งดอกไม้" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">ตลาดบั๊กห่า และม้งดอกไม้</p></div>
<p>ราคาค่ารถโดยสารจริงๆนั้นแสนจะถูกมากครับ เพียง 5,000 ดอง หรือประมาณ 10 บาท แต่ระยะทางไกลมากต้องวิ่งกว่า 30 กม คุ้มสุดๆ รออยู่สักพักรถสาย 7 ก็มาถึง ผู้คนแถวๆนั้นหลายคนช่วยกันเรียกผม บางคนทำท่าแปลกๆ เออใช่รถสาย 7 หรือป่าวนะถามอีกทีดีกว่า รถเมล์ที่นี่จะมีเลขสายรถอยู่ที่มุมด้านซ้ายดังด้านหน้าและด้านหลังรถ ไม่เหมือนบ้านเราที่มีป้ายชัดเจนอยู่ตรงกลางด้านบนเลย ขึ้นรถมาแล้วผมได้นั่นด้านหลังน้องคนสวย แล้วก็ปล่อยไก่ตัวแรกออกมาเมื่อ พนักงานมาเก็บค่าโดยสารโดยจ่ายแบงค์  10,000 แล้วเค้าทอนมา 5,000 ผมเองเข้าใจว่าจ่ายแบงค์ 100,000 ไปก็เลยทวงแต่คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง โชคดีได้น้องคนสวยมาช่วยอธิบายว่าทีผมจ่ายมันแค่ 10,000 เท่านั้น อิอิ sorry ครับ sorry นั่งต่อมาอีกพักใหญ่ผมจึงรู้ว่าทำไมตอนขึ้นรถมาแล้วผู้คนจึงแย่งกันนั่งฝั่งซ้ายของรถกัน  เพราะแดดครับ แดดส่องเข้ามาเกือบครึ่งคันรถ ผมคว้าหมวกมาใส่ยังไม่พอเอาไกด์บุ๊คกระดาษ A4 ที่พิมพ์จากอินเตอร์มาช่วยบังแดดด้วย หันไปมองน้องคนสวยปรากฏวาไม่มีอุปกรณ์ป้องกันแดดแม้แต่น้อย โดยความที่เป็นหนุ่มไทยใจดีอย่างเรามีรึที่จะทนเห็นสาวสวยต้องลำบากอยู่ต่อหน้าต่อตาได้ ผมจึงแบ่งปันไกด์บุ๊คครึ่งนึงให้เธอไว้ช่วยกันแดด วันนี้รถติดมากเข้าใจว่ามีคงอุบัติเหตุ อากาศก็ร้อนรถติด ยังดีนะที่ข้างๆยังมีบรรยากาศดีๆอยู่บ้าง คริคริ รถวิ่งต่อมาอีกนึงก็มีกลุ่มซิ้มชาวเวียดนามขึ้นมา 3 คน ในฐานะหนุ่มไทยใจดีอีกครั้ง ผมตัดสินใจเสียสละทีนั่งอันมีค่าให้คนแก่นั่ง จริงๆ แล้วถือโอกาสหลบแดดไปด้วยในตัว แต่ขอโทษนะ ซิ้มแกแน่กว่าที่คิดครับ พอแกนั่งได้ที่แกก็คว้าร่มออกมากลางบังแดดสบายไปเลย แฮ่ม เนื่องจากซิ้มมาด้วยกัน 3 คน น้องคนสวยไม่ใช่จะสวยอย่างเดียวเธอยังมีน้ำใจที่งดงาม ลุกให้คนแกนั่งเหมือนกัน ผมว่าบางทีน้องเค้าอาจคิดที่จะหลบแดดเหมือนผมก็ได้มัง ได้ทั้งทำความดีแถมยังไม่ต้องทนร้อนอีกดีเป็นไหนๆ ระหว่างทางเราคุยกันนิดหน่อยได้ความว่าเธอเรียนคณะวารสาร นอกนั้นไม่ได้ได้ถามอะไรมากนัก สักพักเธอก็บอกลาแล้วลงจากรถไป</p>
<div id="attachment_1554" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1554" title="Cyclo สามล้อเวียดนาม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/11/IMG_0175-300x200.jpg" alt="Cyclo สามล้อเวียดนาม" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">Cyclo สามล้อเวียดนาม</p></div>
<p>สงสัยเป็นเพราะว่าผมเป็นคนต่างชาติคนเดียวบนรถคนนั้นเลยเป็นที่ป๊อปปูล่าของผู้คน สักพักก็มีน้องผู้อีกคนมาชวนคุยด้วย คุยกันตอนแรกเหมือนว่าจะลงระหว่างทาง ไปๆมาๆ นั่งเลยมาลงสุดสายแล้วส่งผมให้ขึ้นรถอีกคันนึงสาย 32 เพื่อไปสถานีรถไฟ บอกว่า 5 ป้ายหรือ 5 กิโล ฟังไม่ค่อยเข้าใจ พอจ่ายค่ารถราคา 3000 ด่องกระเป๋ารถพยายามขะยั้นขยอให้ผมไปนั่งท่าเดียว ส่วนผมก็เกรงว่าจะเลยป้าย แต่สุดท้ายก็ยอม นั่งได้พักเดียวรถก็เลี้ยวขวามข้ามทางรถไฟ ซึ่งเป็นจุดสังเกตุในแผนที่ ผมรีบลงทันทีแต่ปรากฎว่ายังไม่ถึงสถานีครับต้องเดินอีกประมาณ 200 เมตร แต่พอไปถึงที่สถานี จุดซื้อตั๋วบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะหารถไฟไป Pholu เจ้าหน้าที่ส่งแผนที่ส่งให้ แล้วชี้ให้ไปที่ออฟฟิสขายตั๋วอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิมเลยจุดที่ลงรถเมล์มาอีก เดินย้อนมาแล้วเลี้ยวซ้ายอีกสองครั้งก็จะมาถึงสถานี</p>
<div id="attachment_1555" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1555" title="ฮานาย ทะเลสาบฮ้อนเกี๋ยม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/11/IMG_0165-300x200.jpg" alt="ฮานาย ทะเลสาบฮ้อนเกี๋ยม" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">ฮานาย ทะเลสาบฮ้อนเกี๋ยม</p></div>
<p>เข้าไปที่ตึกแรกไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่เลย มองไปที่ห้องรอผู้โดยสารมาคนฝักมือเรียกให้เดินไปข้างหน้า มีเคาน์เตอร์ อยู่สามแถวอ่านป้ายดูแล้วน่าจะเป็นแถวแรก มีชาวต่างชาติรวมผมด้วยอยู่ด้วยกันสามคน ผมจึงเดินไปต่อคิวอยู่ด้านหลังเค้า บริเวณด้านหน้ามุงๆกัน ดูมั่วมาก โชคดีที่มีคนมาต่อแถวข้างหลังผมเลยค่อยดูเป็นแถวขึ้นมาหน่อย ต่อคิวอยู่พักใหญ่จนเหลือ 2 คิวก่อนจะถึงของผม ก็มีน้องสาวหน้าตาดีทีเดียว พยายามจะแซงคิว ชิชะอย่านึกว่าหน้าตาดีแล้วจะทำอย่างนี้กับผมได้นะครับ น้องแกยิ่งพยายามแทรก ผมก็เบียดกลับ ไมใช่โรคจิตนะครับ แต่ยอมความไม่ถูกต้องไม่ได้ จนในที่สุดน้องแกก็ถอดใจเดินไปทีอื่นแทน หรือว่าผมดูหน้าหื่นๆ เกินไปก็ไม่รู้นะครับ จนในที่สุดก็ถึงคิวผมซักที คราวนี้น้องแกกลับมาอีกครั้งโดยรีบซื้อตั๋วตัดหน้าผมเลยแต่คนขายตั๋วคงจะจำได้ แกไม่ยอมขายให้ หันมาถามที่ผมแทนว่าจะไปไหน แล้วโบกมือไล่น้องให้ไปเข้าคิวซะ ผมบอกว่าจะไป โฟ๋ลู่ Pho Lu AC Soft sleeper  (รถแอร์ตู้นอน) แกหันไปถามคนข้างๆ แล้วหยิบตั๋วมาใบหนึ่ง HANOI-LAO CAI ราคา 240,000 ด่อง ไม่ว่ารู้ราคาตั๋วจะเป็นราคาเดียวตลอดจนถึงปลายทางเลยหรือป่าว ปกติแล้วการเดินทางไปซาปา สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ ลาวไก แต่ผมทราบมาว่าวันพรุ่งนี้จะมาตลาดนัดที่บักห่า ซึ่งอยู่ระหว่างสถานีที่จะผมลงกับสถานีลาวไก เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการเดินทางผมจึงเลือกลงที่สถานีนี้ หลังจากได้ตั๋วแล้ว สังเกตเห็นฝรั่ง 2 คนนั้นยังไม่ได้ตั๋วเลย เห็นมีน้องผู้หญิงชาวเวียดนามคนนึงคอยช่วยอยู่ แต่ดูท่าแล้วคงจะแย่ผมจึงเข้าไปช่วย ได้ความว่าแกจะซื้อตั๋วไปซาปาและจะจองอีกใบนึงไป เว้ HUE แกอยากรู้ว่าต้องจองที่ไหน ผมพยายามถามน้องแกว่าไปเว้หรือลงไปโฮจิมิน เนี่ยจะต้องซื้อตั๋วที่ไหน แต่น้องแกไม่รู้แฮะ ผมก็หมดปัญญาจะช่วยจริงๆ ได้ตั๋วแล้วแต่กว่ารถจะออกก็สี่ทุ่ม เลยอยากจะไปเดินเที่ยวต่อ หาที่ฝากกระเป๋าแต่ดูสถาพแล้วแถวนี้คงไม่มีแน่ ลองถามน้องคนเดิมแกก็ไม่รู้เหมือนเดิม แต่พอเห็นว่าน้องเค้าจะไปลาวไก ขบวนเดียวกัน  ประกอบกับดูแล้วน่าจะเป็นคนดี เลยกะจะฝากกระเป๋า แต่คิดไปคิดมาแล้วตัดสินใจแบกไปเองดีกว่า</p>
<div id="attachment_1547" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1547" title="มื้อแรกที่ ฮานอย" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/11/IMG_0001-300x225.jpg" alt="มื้อแรกที่ ฮานอย" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">มื้อแรกที่ ฮานอย</p></div>
<p>เดินออกมาได้หน่อยเห็นร้านอาหารข้างทาง มีคนกินกันเยอะดี คิดว่าน่าจะอร่อยเลยแวะลองสั่งกินดูหน่อย สั่งไม่เป็นก็ชี้ว่าเอาแบบโต๊ะข้างๆ กินอิ่มราคา 20,000 ด่อง แล้วจึงเริ่มเดินทางต่อ ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ เลย แผนที่ ซึ่งพิมพ์มาจากอินเตอร์เนตสัดส่วนมันหยาบไปหน่อย เดินสักพักก็งง แล้วก็หลงทางในที่สุด โชคดีเดินมาเจอตู้ Tourist Information ภายในมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวได้ แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยสนใจสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ เท่าไหร่ สนใจว่าตอนนนี้อยู่ที่ไหนมากกว่า จากแผนที่ผมเดิน หลุดจากแผนที่ไปทางใต้ สองบล็อก ได้ข้อมูลแล้วเดินทางย้อนกลับ คราวนี้สังเกตดูชื่อถนนเป็นหลัก</p>
<div id="attachment_1548" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1548" title="ทะเลสาบ ฮ้อนเกี๋ยม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/11/IMG_0164.CR2_-300x200.jpg" alt="ทะเลสาบ ฮ้อนเกี๋ยม" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">ทะเลสาบ ฮ้อนเกี๋ยม</p></div>
<p>เดินอยู่พักใหญ่ก็ถึงบริเวณทะเลสาบ ฮ้อนเกี๊ยม เดินถ่ายรูปอยู่พักนึงพระอาทิตย์ก็ตกพอดี จะไปดูหุ่นกระบอกน้ำ แต่ตั๋วก็ขายหมดซะแล้ว เลยเดินเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าโรงละคร พอดีเจอกรุ๊ปทัวร์ไทยมาจากภูเก็ต เริ่มวันแรกที่ฮานอย จะไปฮาลองต่อวันพรุ่งนี้ ผมเลยตัดสินใจนั่งคุยกับเค้าอยู่พักใหญ่ ก่อนแยกกันลุงแกเลยให้พัดซึ่งเป็นของที่ระลึกของโรงหุ่นกระบอกน้ำมาอันนึง บอกว่าไหนๆก็ไม่ได้ดูแล้วเอาไอ้นี่ไปเป็นที่ระลึกแล้วกัน</p>
<p>น้ำขวดที่พกมาจากเมืองไทยหมดพอดี ผมมองหาร้านน้ำแต่คงเพราะป็นนักท่องเที่ยวผมเลยโดยโขกไปเป็น ขวดละ 10,000 ด่อง จากปกติน่าจะสัก 5,000 เท่านั้น ผมเดินต่อเป้าหมายคือไปกินไอติมร้านยอดนิยม ระหว่างทางไปโอเปร่าเฮาส์ ไปถึงนึกว่ามีไอติมแจกฟรีเถอะ คนเยอะมากครับ ยืนเข้าสั่งไอติมโคนเค้าบอกให้ไปเข้าใส่ด้านใน พยายามยืนเข้าคิวแต่ขอโทษครับที่นี่ไม่มีคิว กว่าจะแย่งเข้ามาได้ไอติมหมดพอดี ต้องรอรอบใหม่ รอบถัดมาผมพยายามยกมือยกไม้เพราะพูดภาษาเค้าไม่ได้ แต่ก็ไม่มีใครสนใจสุดของก็หมดอีกรอบ รอบต่อมาคราวนี้ผมยอมไม่ได้แล้วตระโกนเป็นภาษาอังกฤษแย่งกับภาษาเวียดนาม ในที่สุดก็ได้มาจนได้ แต่ก็เกือบหมดรอบไปอีกเหมือนกัน</p>
<div id="attachment_1550" class="wp-caption alignright" style="width: 210px"><img class="size-medium wp-image-1550" title="โบสถ์คริสต์" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/11/IMG_0178-200x300.jpg" alt="โบสถ์คริสต์" width="200" height="300" /><p class="wp-caption-text">โบสถ์คริสต์</p></div>
<p>กินไอติมหมดเกือบทุ่มนึง ตั้งใจว่าจะหาที่อาบน้ำซะหน่อยเพราะร้อนมาก เหงื่อโซมไปทั้งตัว เดินไปมองหาโรงแรมไป แวะไปถ่ายรูปที่โบสถ์คริสต์  ใกล้ๆกันมีโรงแรมเล็กๆ อยู่ ผมจึงเข้าไปถาม คุยกันตั้งนานกว่าจะรู้เรื่องคือไม่มีบริการแบบนี้ มีแต่ห้องให้เช่าเท่านั้น ผมถามขอคำแนะนำเผื่อว่าจะมีที่อื่น แต่เธอบอก โนไอเดีย คงจะจริงของเธอแหละ เพราะคนฮานอยไม่ค่อยชอบอาบน้ำกันเหมือนคนบ้านเรา ขนาดกลับจะถึงบ้านอยูแล้วบางทียังแอบ แวะไปอาบน้ำก่อนเลย เมื่อหาที่อาบน้ำไม่ได้ผมตัดใจเดินมุ่งหน้ากลับไปที่สถานีรถไฟ ช่วงแรกเดินตรงอย่างเดียว ไปซักพักเส้นทางเริ่มแปลกๆ แฮะ ลองถามชาวบ้านดูเพื่อย้ำความมั่นใจแต่เค้าทำหน้างง และบอกว่า NO ผมเดาว่าโนของเค้าน่าจะหมายถึงไม่รู้มากว่าไม่ใช่ เลยไม่เชื่อดีกว่าอีกนึงก็เจอรางรถไฟ แต่ไม่คุ้นเหมือนตอนที่เดินผ่านมาเมื่อบ่ายเลย ผมตัดสินใจเดินตามรางรถไฟลงไปทางทิศใต้คิดว่าคงน่าจะไปถึงได้ เดินตัดกับถนนอีกถึง 3 จุดก็ถึงสถานีในที่สุด ที่สถานีน้องสาวชาวเวียดนามคนนั้นยังนั่งอยู่แกชวนผมนั่งข้างๆ ผมเลยถามหาที่อาบน้ำดู ได้คำตอบว่าไม่รู้อีกเช่นเคย ผมเลยฝากเป้ใบใหญ่ไว้และเดินไปหาดู ที่สถานีอาคารหลังเก่าเห็นมีห้องน้ำอยู่ ผมเลยถามที่เด็กเก็บเงิน ว่ามีที่อาบน้ำมั๊ย เด็กว่ามีราคา 10,000 ด่อง ผมตกลงแล้วกลับเอาเสื้อผ้าในเป้แล้วมาใหม่</p>
<div id="attachment_1549" class="wp-caption alignleft" style="width: 235px"><img class="size-medium wp-image-1549 " title="น้องเฮือง น้องสาวผู้ใจดีชาวเวียดนาม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2007/11/IMG_0002-225x300.jpg" alt="น้องเฮือง น้องสาวผู้ใจดีชาวเวียดนาม" width="225" height="300" /><p class="wp-caption-text">น้องเฮือง น้องสาวผู้ใจดีชาวเวียดนาม</p></div>
<p>จ่ายตังค์แล้วเดินหาเข้าไปหาห้องน้ำ แต่หาไม่เจอ จึงเดินออกมาถาม เด็กบอกว่ารอสักครู่ รอสักพักก็มีคนออกมาคงเป็นคนแถวๆนั้น ในห้องน้ำมีผักบัวด้วยครับ แต่ใช้ไม่ได้ ต้องตักอาบเอาเองจากถัง ประตูปิดไม่ได้ และที่สำคัญเป็นห้องน้ำหญิงครับ ดูสภาพแล้วไม่ไหวจริงๆ แต่ถึงป่านนี้แล้วทำไงได้ ผมเลยตัดสินเปิดน้ำใส่ถังแล้วลากมาดันประตูไว้ แล้วอาบโดยตรงจากก๊อกแทนฝักบัว คราวนี้แหละอาบมั่นใจ อาบน้ำสระผม สดชื่น เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจึงไปที่อาคารโดยสาร น้องสาวคนเดิมยังนั่งจองที่ไว้ให้ผม เรานั่งคุยกัน ถามไถ่ชื่อ น้องเฮือง ทำงานโรงแรม คุยกันพักใหญ่ผมเริ่มหิวจึงชวนเธอไปหาอะไรกินด้วยกันหน้าสถานีผมเสนอเลี้ยงข้าวเธอ น้องเฮืองพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แต่เธอดูกระตื้อลือล้น ที่จะเรียนรู้ ดูจากตัวอย่างตอนที่เธอพยายามช่วยฝรั่ง 2 คนนั้นเรื่องจองตั๋ว คนเวียดนามเป็นแบบนี้เยอะ แต่เฉพาะชาวบ้านเท่านั้น กินอาหารเสร็จแล้วต้องกลับมานั่งรอรถไฟ อีก 2 ชม กว่า เราคุยกันจนสนิทสนมแลกอีเมล์กัน รถไฟมาแล้วเฮืองไปตู้นั่ง ส่วนผมต้องแยกมาที่ตู้นอน เธอมาส่งที่ตู้ ผมก็เดินกลับไปส่งเธอเพื่อก่อนลงจะแวะมาลาเธออีกครั้งนึง คืนนี้ผมหลับรถไฟในใจกังวลอยู่เพราะจะต้องลงระหว่างทางในสถานที่ที่ไม่เคยไป กับผู้คนไม่คุ้นเคย นอนไปก็ระแวงไป มีคนบอกว่าเคยมีคนของหายที่นี่ตอนไปห้องน้ำกลับมาของหายหมดเลย</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2007/09/22/sapa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

