<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>onholiday.org &#187; อะนิจัง</title>
	<atom:link href="http://onholiday.org/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://onholiday.org</link>
	<description>Online Travel Magazine</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 02:49:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เมืองงอย มิติย้อนเวลาแห่งสายน้ำอู (สปป.ลาว) Muang Ngoi : Lao PDR</title>
		<link>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 09:35:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[Lao]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Ngoi]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองงอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/2010/06/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%9b-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ล้อหมุนเวลาเกือบ 11 โมงเช้า ไม่ตรงเวลาตามปี้ 10.00 น. ถือเป็นเรื่องปรกติสำหรับที่นี่ คนที่นี่เขาไม่รีบร้อน ไม่ต้องแข่งกับเวลา บางทริปขับไปซ่อมไป แวะนั่น แวะนี่ ถ้าทำใจไว้อยู่ก่อน ปรับชีวิตให้ช้าลงคุณจะเที่ยวเมืองลาวได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ แห่งหนใด
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ล้อหมุนเวลาเกือบ 11 โมงเช้า ไม่ตรงเวลาตามปี้ 10.00 น. ถือเป็นเรื่องปรกติสำหรับที่นี่ คนที่นี่เขาไม่รีบร้อน ไม่ต้องแข่งกับเวลา บางทริปขับไปซ่อมไป แวะนั่น แวะนี่ ถ้าทำใจไว้อยู่ก่อน ปรับชีวิตให้ช้าลงคุณจะเที่ยวเมืองลาวได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ แห่งหนใด</p>
<p><img class="size-medium wp-image-1848 alignright" style="border: 1px solid black;" title="DSC_3196" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3196-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
หลังจากตักบาตรข้าวเหนียวที่เมืองหลวงพระบางเสร็จ พวกเรารีบออกเดินทางไปท่ารถสายเหนือให้ทันรถออกเวลา 10.00 น  เราซื้อปี้เพื่อเดินทางมุ่งสู่หนองเขียวหรือเมืองงอยใหม่<br />
เมืองเล็ก ๆ สงบเงียบมีสายน้ำอูไหลผ่าน  เมือง ที่ต้องตั้งใจมา ถึงแม้จะอยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางด้วยระยะทางเพียง 160 กิโลเมตรขึ้นไป ทางตอนเหนือ<br />
แต่ก็ยังต้องใช้เวลานั่งรถประมาณเกือบ 4 ชม. นักท่องเที่ยวคนไทยส่วนมากก็เลือกจะหยุดอยู่แค่หลวงพระบางแล้วเดินทางกลับ เส้นทางเดิม หรือ ไม่ก็ นั่งเรือจากห้วยทราย-ปากแบ่ง-หลวงพระบาง<br />
แล้วลงไป วังเวียง เข้าสู่เวียงจัน ไปเลย การเดินทางในลาวนอกจากเส้นทางไม่สะดวกสบายนัก มักติดข้อจำกัดตรงที่ส่วนมากมักมีรถเพียงรอบเดียว และเป็นรอบเช้า วันนี้ก็เช่นกันถ้ามาไม่ทันก็หมายถึงต้องกลับไปนอนหลวงพระบางอีกคืน แล้วพรุ่งนี้จะเอายังไงค่อยว่ากันใหม่ แต่พวกเราว่องไวพอ ด้วยเพราะพักที่หลวงพระบางมา 3 คืน แล้ว อยากย้ายเต็มที่ และสำหรับฉันไฮไลท์ของทริปนี้ไม่ใช่หลวงพระบางอีกต่อไป ฉันมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่จุดหมายในใจสำหรับทริปนี้ของฉันคือ เมืองหนองเขียว เมืองงอย เมืองอุดมไชย</p>
<p><img class="size-medium wp-image-1849 alignleft" title="DSC_3206" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3206-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
ถึงแล้วหลังจากนั่งรถชิว ๆ เส้นทางไม่โหดนักบนถนนลาดยางสลับลูกรังเกือบ ๆ 4 ชม. พวกเราแบกกระเป๋าสัมภาระ ไปทางท่าน้ำ เพื่อซื้อปี้เรือ ในวันนี้เราตั้งใจไปนอนเมืองงอยเก่า โดยผ่านหนองเขียว (เมืองงอยใหม่)ไปก่อน เพราะเส้นทางนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของฉัน จำเป็นต้องเผื่อเวลาของความผิดพลาดไว้ซักหนึ่งวัน ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ (เวียงจัน-วังเวียง-หลวงพระบาง-เมืองงอย-อุดมไชย-ปากแบ่ง-เชียงของ) แต่ถ้าการเดินทางไม่เป็นไปตามแผนด้วยเหตุอันใดก็ตามแต่ เราจะตัดเชียงของออกไป  พวกเรามีเวลา 8 คืน สำหรับทริปนี้  ถึงคราวต้องเลือกระหว่าง หนองเขียว หรือ เมืองงอย ถ้านอนทั้งสอง เกรงว่าเราจะกลับไปไม่ทันกำหนดลางานไว้ จึงต้องเลือกแค่ที่เดียว พวกเราตัดสินใจเลือกพักที่เมืองงอยเก่าดีกว่า  และ นี่ทำให้วันนี้เราต้องรีบอีกครั้งเพื่อซื้อตั๋วก่อนเรือออก เพราะมีเที่ยวเดียวอีกแล้ว (แต่ยังไงเขาจะรอรถรอบนี้มาก่อนเรือออกอยู่ดี เพราะนักท่องเที่ยวมาจากรถรอบนี้ทั้งนั้น)</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1790" title="DSC_3250" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3250-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /><br />
พวก เราลงไปนั่งรอเรือลำไม่ใหญ่นัก เป็นเรือนานาชาติขนกระเหรี่ยงหัวหลากสีต่างเผ่าพันธุ์ กลุ่มเราเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่เป็นคนไทย นั่งกอดคองอเข่ากันไป  เข่างี้เกยชนกันกับฝรั่งตรงข้าม ต้องตกลงกันให้ดีใครจะเอนทางไหน นั่งกันแบบสลับฟันปลา  คิดซะว่าแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้วน่ะ  เมือง งอยเก่านี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติมาได้หลายปีแล้ว เพราะยังคงซึ่งความบริสุทธิ์ทั้งธรรมชาติ และ เสน่ห์แห่งวิถีชีวิต หลายคนหนีจากวังเวียงมาที่นี่ ด้วยเพราะวังเวียงมีความเจริญสอดแทรกเข้าไปทุกหัวระแหง มีอาคารใหม่ ๆ และ ที่กำลังก่อสร้างเพิ่มอีกมากมาย ระบบทุนนิยมกำลังคุกคามที่นั่นอย่างหนักหน่วง มีความเปลี่ยนแปลงมากมายทุกขณะ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่นก็แตกต่างจากเดิม ซึ่งทำให้ฉันนึกถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเมืองปายสมัย 7 ปี ที่แล้ว กับนักท่องเที่ยวที่ไปปายในปัจจุบัน เป็นความแตกต่างเช่นนั้นจริง ๆ ล่าสุดที่วังเวียง ฉันเห็นฝรั่งแต่งชุดบิกินี่ เดินกันบนถนนที่นั่น สาบานได้ว่าเป็นถนนที่รถวิ่งได้ ไม่ใช่ริมน้ำ หรือ ลากูน ใด ๆ ทั้งสิ้น ฉับพลันก็หวลนึกถึง พัทยา บ้านเรานี่เอง  ทำไมถึงวกไปวังเวียงได้ ก็เพราะได้ยินมาว่า ที่นี่เปรียบเสมือนวังเวียงเมื่อซัก 10 กว่าปีก่อน หากทว่ามีมนต์เสน่ห์มากกว่าด้วยเพราะต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น</p>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-1850" title="DSC_3209" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3209-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
พวกเรานั่งบนเรือจนเลยเวลาเรือออกไปซัก 15 นาที ได้ เมื่อยมาก ฝรั่งเริ่มบ่นอึงอื้อ ถามพวกเราให้ส่งภาษาถามได้ไหมว่าเกิดอะไร ทำไมเรือไม่ออกซะที เราก็ถามให้ ปรากฏว่าคนขับเรือรอลูกสาวจะไปเมืองงอยด้วย แต่เธอยังไม่ปรากฏตัว พวกเราทั้งลำเรือรอเธอมาพร้อมลูกเขยอีกสักครู่ใหญ่ ๆ จนฝรั่งกระแหนะกระแหนด้วยการตบมือต้อนรับทั้งลำ 555 ม่วนชื่นกันไป</p>
<p>สองฝากฝั่งริมน้ำอู สวยครึ้ม สงบบริสุทธิ์ แลดูลึกล้ำ ฉันรู้สึกเหมือนเรือลำน้อยพุ่งทะยานพาขบวนชีวิตหลากหลายที่ถูกปรุงแต่งปลด คราบแห่งความเป็นเมืองศิวิไลต์ทิ้งลงตามรายทางมิติแห่งสายน้ำ เพื่อไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในอีกโลกหนึ่งซึ่งซ่อนตัวกลางหุบเขาไกลโพ้น ฉันคงไม่ได้รู้สึกเพียงคนเดียวหรอกนะ&#8230;&#8230; เรือแล่นไป แล่นไป น้ำนิ่งบ้าง ผ่านแก่งน้ำเชี่ยวกราดบ้าง มิให้ไร้ซึ่งความหวาดเสียวอยู่บ้าง  &#8230;&#8230;.หนึ่งชั่วโมงแห่งสายน้ำย้อนเวลา&#8230;&#8230;.</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1851" title="DSC_3212" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3212-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /><br />
เมืองงอยตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้า ฉันต้องใช้คำนี้ ก็เพราะมันอยู่สูงกว่าตลิ่งท่าเรือช่วงน้ำแล้งเช่นนี้ พวกฉันตะกายไปตามบันไดที่ใช่บันไดซะทีเดียว แบกเป้เดินหาที่พัก พวกเราเดินไม่ทันฝรั่ง ไปที่ไหน ๆ ก็เต็ม Full, Full and Big Fool นี่ขนาดดั้นด้นออกมาไกลขนาดนี้ยังโดนด่าว่าโง่ได้อีกนะ  โง่ก็ได้ ก็ต้องมาเที่ยวเทศกาลแบบนี้แหล่ะ ก็ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่นี่นะ สุดท้ายก็กลับมานั่งหอบตรงท่าเรือ เอาที่นี่แหล่ะว้า  Ning Nign GH เหลือแค่สองห้องเพราะมันเป็นห้องแพงบรรดาแบ็คแพ็คฝรั่งจึงไม่สนใจ ก็เป็นกรรมของกระเหรี่ยงเดินช้าอย่างเราไป ห้องละ 70,000-80,000 kip (ไม่ใช่เทศกาลราคาอยู่ที่ 40,000 kip) และราคาห้องริมผาเห็นวิวแม่น้ำ แต่เล็กกว่าห้องเรา เราคิดว่าต้องนั้นน่าจะสวยที่สุดของที่นี่ราคากลับอยู่แค่   2 USD แต่เต็มหมดอยู่ก่อนแล้ว   <img class="alignleft size-medium wp-image-1852" title="DSC_3234" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3234-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /> เสร็จจากภารกิจหาห้องพักก็ไปเดินเล่น เห็น หนุ่มญี่ปุ่นเซอร์ ๆ ติส ๆ (แถมเที่ยวคนเดียวด้วย) คนนึงถ่ายรูปไรอยู่ ต้องเป็นช็อตเด็ดแน่ ๆ ทะเล่อทะล่าเข้าไปดูบ้าง โช๊ะะะ ภาพและเสียงที่เห็นตรงหน้ามันคือไก่ถูกจับยกขาห้อยหัว แล้วไม้หน้าสามท่อนนึงก็ฟาดเข้าไปที่หัวไก่เจ้ากรรม ร้อง ”กระต๊าก” มาแอะนึงยังไม่พอเต็มคำ พร้อมกระตุก กึ๊ก ๆ ๆ ช่างเป็นภาพที่สยดสยองสำหรับฉันจนกดชัตเตอร์ไม่ลงจริง ๆ ฉันได้แต่เบือนหน้าหนี คงจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มากับลำเรือเดียวกับเราออร์เดอร์กระมัง วันนี้จะมีสัตว์เจ้ากรรมโดนเชือดกันไปอีกกี่ตัวนี่ ทุกที่พักดูตื่นตัวกับกิจกรรมเหล่านี้ เพราะเป็นช่วงเวลากอบโกยเงินจากนักท่องเที่ยว ต่อให้มาไกลแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ไกลพอคำว่า &#8230;..เงิน เงิน เงิน&#8230;&#8230; ฉันนึกถึงวังเวียง ไม่ช้าไม่นาน ที่นี่ก็อาจเป็นเช่นนั้น จะช้าหรือเร็วแค่นั้น</p>
<p><img class="alignright size-medium wp-image-1856" title="DSC_3317" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3317-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /> ค่ำคืนเมืองงอยหนาวเหน็บ จนฉันและเพื่อนสาวอีกคน มองหน้ากัน แล้วเป็นอันรู้กัน วันนี้เราจะซักแห้งกันนะ มองตาแล้วต่างรู้ใจ สมกับเป็นบัดดี้กันซะจริง ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ ติด ๆ ดับ ๆ ไม่นานก็ปิด กิจกรรมที่ทำได้อย่างเดียวตอนนี้คือ นอนซะ ด้วยที่จะได้ไม่มีใครเสียเปรียบใคร ก็เพราะมันเหม็นทั้งคู่น่ะซิ ส่วนใครชิงหลับก่อนก็ไม่ต้องทนดมกลิ่นนาน 5555 แล้ว เราก็หลับไป กลางคืนหนาวเหน็บ เช้าตรู่ซิหนาวยิ่งกว่า เทอร์โมมิเตอร์เอาออกไปวางหน้าประตูห้องจับอุณหภูมิได้เลขตัวเดียว แต่วิวที่เห็นเบื้องหน้ามองลงไปที่ท่าเรือ และ สายน้ำอู ปางอุ๋งว่าสวยงามแค่ไหน ที่นี่ทวีคูณยิ่งกว่า หมอกคละคลุ้งลอยละเลียดอยู่ผิวน้ำทั้งสาย ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่รูปร่างแปลกตาที่โอบล้อมไปด้วยสายหมอกเช่นกัน เป็นเสน่ห์เหมือนโดนมนต์สะกด เหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ฉันนึกภาพตัวเองเป็นนักแสดงนำ ที่ประสบอันตรายใด ๆ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมุดลอดออกจากถ้ำ หรือ ป่าดิบชื้น มาโผล่เห็นสิ่งมหัศจรรย์อยู่ตรงหน้า แล้วกล้องก็ซูมเอ้าท์จากตัวฉันด้านหลังขึ้นไปมุมสูงแพนไปที่วิวตรงหน้า 180 องศา โดยยังให้มองเห็นฉันอยู่ด้วยในมุมด้านล่าง 555 ฉันคงจำมาจากภาพยนตร์ซักเรื่อง   ฉันเริ่มหนาวจนตื่นจากภวังค์ และที่ทำให้ฉันแปลกใจ คนที่นี่ลงไปทำกิจกรรมในน้ำกันได้ ในอุณหภูมิขนาดนี้ บ้างก็ถ่อเรือ พายเรือ ตักน้ำรดผัก เก็บแหอวนที่ดักปลาไว้ขึ้นมาจากน้ำ  ภาพที่สวยงามตรงหน้า ฉันก็ได้บันทึกลงแผ่น CCD ไว้ ทุกมุม ฉันมายืนถ่ายรูปริมน้ำจุดนี้ได้ซักประมาณ สิบนาที เจ้ากระบอกเลนส์ก็เย็นจนมือที่จับชาไปด้วยเหมือนจับกระป๋องเป็บซี่แช่ตู้ เย็นช่องธรรมดา   อากาศหนาวได้ใจ  และสุดท้ายเราก็อยู่เมืองนี้ได้โดยที่ไม่ต้องอาบน้ำ</p>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-1853" title="DSC_3240" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3240-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /> ฉันอยู่เมืองนี้ได้แค่หนึ่งคืน กับอีกหนึ่งวัน ได้มีเดินเล่นในหมู่บ้าน ถ่ายรูปผู้คน  ไปถ้ำกลาง ถ้ำที่ไว้หลบลูกระเบิดสมัยสงคราม ทหารอเมริกันจะมาทิ้งระเบิด ตอนกลางวันคนจะมาหลบอยู่ในถ้ำ พอตกกลางคืน ถึงค่อยออกมาทำไร่ ทำนา หาอาหารไปให้คนข้างในอีกที เป็นเวลาสิบปี ที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ที่นี่ดินแดนที่แทบจะไม่มีอะไรเลย (ในความศิวิไลช์) กิจกรรมมีเพียงคายัค กับ เดินป่า (ต้องใช้บริการทัวร์) คนที่จะมาคงต้องเป็นนักท่องเที่ยวกินง่าย อยู่ง่าย ที่พักมีเยอะขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก  เสน่ห์ของที่ นี่คือความนิ่งที่หอมหวาน ความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยธรรมชาติที่ยังคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ เสน่ห์ของวิถีชิวิตยังมีให้พบเห็น เมืองที่สวยงามแต่ซ่อนความเจ็บปวดและคราบน้ำตาแห่งความสูญเสียไว้ให้พบเห็น ตามรายทาง  คุณล่ะ ครั้งหน้ามาเที่ยวหลวงพระบาง ลองย้อนเวลาลงมาอีกซักนิดมั้ย<br />
<img class="aligncenter size-medium wp-image-1857" title="DSC_3321" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_3321-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /></p>
<p>การเดินทาง :-<br />
จากหลวงพระบาง<br />
-ขึ้น local bus เวลา 10.00 น.ไปลงที่ หนองเขียว (Nong Kieaw) ที่สถานีสายเหนือ ค่าโดยสารคนละ 32,000 kip ระยะทาง 160 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง</p>
<p>-ต่อเรือไปเมืองงอยเก่า อีก เวลา 14.00 น. ค่าตั๋วเรือ คนละ 80,000 kip ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ขากลับใช้เส้นทางเดิม เรือออกรอบแรก 9.00 น.</p>
<p>สามารถเดินทางกลับหลวงพระบาง หรือ ไปต่อทางอุดมไชย ได้ทั้งสองเส้นทาง :-</p>
<p>-กลับหลวงพระบาง กลับเส้นทางเดิม local bus หรือ กลับทางเรือ ค่าโดยสารค่อนข้างแพง ประมาณ 1 ล้านกีบ (1 Million Kip) ราคาไม่ update ของปี 2549 เป็นราคาเหมาลำ ต้องหาคนแชร์หลาย ๆ คน สายน้ำอูจะไปเชื่อมต่อ น้ำโขงตรงปากทางถ้ำติ่ง ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 8 ชั่วโมง</p>
<p>-ไปต่อทางแขวงอุดมไชย ค่ารถคนละ 140,000 kip จำเวลารถออกไม่ได้ เหมือนประมาณว่าพอเรือมาเข้าท่า ก็มีรถรออยู่แล้ว แล้วก็ออกไปในบัลดล ถึงอุดมไชยประมาณบ่ายแก่ ๆ  นอนที่นี่หนึ่งคืนบรรยากาศคล้าย ๆ เมืองจีน จากอุดมไชยมีรถไปปากแบ่ง 2 เที่ยว เวลา 9.00-13.30 และ 10.00-14.30 น ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.ครึ่ง</p>
<p>อัตราแลกเปลี่ยน :- 1 บาท = 250-258 กีบ ณ มิถุนายน 2553<br />
Exchange Rate:- 1 Bath = 250-258 kip at June 2010</p>
<p>Happy Travels!<br />
Muang Ngoi Neua is short on luxury, but rich in character, Lao culture and roosters. This sleepy little village has certainly been discovered by your fellow backpackers, but it’s off the beaten track and provides a revitalizing destination for jungle treks, swimming and just chilling out and watching the river flow by.<br />
We can go to Muang Ngoi by boat from Nang Khiaw. This town is so small there is the only one main road and no electricity from 6 pm till morning. Travellers come here because it cut off from the outside world.</p>
<p>How to get there :-<br />
From Luang Prabang, take a bus of  north bus station to Nong Kieaw. The bus will start from 10.00 am (32,000 kip) , spend  time about 4 hrs from the way 160 km.  then take boat from here 1 hr to Muang Ngoi (80,000 kip). Stay here for two or three days or up to you and take the same route back.</p>
<p>Life in Muang Ngoi Neua is relaxed, easy-going, and very Lao.</p>
<p><a rel="attachment wp-att-1903" href="http://onholiday.org/2010/06/muang-ngoi/dsc_3274-2/"><img class="aligncenter size-full wp-image-1903" title="DSC_3274" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_32741.jpg" alt="" width="540" height="400" /></a></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31961x.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1789]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1889" title="DSC_31961x" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31961x.jpg" alt="" width="600" height="445" /></a></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/Map_Laos_LP_Ngoi-small1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1789]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1893" title="Map_Laos_LP_Ngoi-small" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/Map_Laos_LP_Ngoi-small1.jpg" alt="" width="600" height="685" /></a></p>
<p><a rel="attachment wp-att-1908" href="http://onholiday.org/2010/06/muang-ngoi/dsc_3196-3/"><img class="aligncenter size-full wp-image-1908" title="DSC_3196" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2010/06/DSC_31962.jpg" alt="" width="850" height="630" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2010/06/09/muang-ngoi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bali  is  my  life  (ตอน 2)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Aug 2009 06:50:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[บาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=669</guid>
		<description><![CDATA[ รุ่งเช้าวันที่สอง มาเด (ชื่อคนขับรถ) สังเกตได้จากชื่อเป็นชนชั้นวรรณะศูทรที่มีมากที่สุดในบาหลี สังคมชาวบาหลีแบ่งเป็น 4 วรรณะเช่นเดียวกับอินเดีย คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศ และ ศูทร แต่ไม่ถือแบ่งวรรณะอย่างเคร่งครัดเหมือนที่อินเดีย หากจะใช้ชื่อนำหน้าเฉพาะวรรณะของตนเองไม่ปะปนกัน วรรณะศูทรจะมีวิธีตั้งชื่อโดยเฉพาะคือ ลูกคนแรกจะชื่อวายัน คนที่สองชื่อมาเด คนที่สามชื่อเนียวมัน คนที่สี่ชื่อเกตุ้ด หากมีคนที่ห้า หก เจ็ด ก็จะวนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกรอบ ดังนั้นจึงมีคนชื่อซ้ำ ๆ กันเยอะมาก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/serf.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="aligncenter size-full wp-image-718" title="serf" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/serf.jpg" alt="serf" width="600" height="223" /></a></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_685" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/with-Madeh-our-driver.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-685" title="with-Madeh-our-driver" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/with-Madeh-our-driver-300x222.jpg" alt="มาเด คนขับรถ ของเรา" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">มาเด คนขับรถ ของเรา</p></div>
<p>รุ่งเช้าวันที่สอง มาเด (ชื่อคนขับรถ) สังเกตได้จากชื่อเป็นชนชั้นวรรณะศูทรที่มีมากที่สุดในบาหลี สังคมชาวบาหลีแบ่งเป็น 4 วรรณะเช่นเดียวกับอินเดีย คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศ และ ศูทร แต่ไม่ถือแบ่งวรรณะอย่างเคร่งครัดเหมือนที่อินเดีย หากจะใช้ชื่อนำหน้าเฉพาะวรรณะของตนเองไม่ปะปนกัน วรรณะศูทรจะมีวิธีตั้งชื่อโดยเฉพาะคือ ลูกคนแรกจะชื่อวายัน คนที่สองชื่อมาเด คนที่สามชื่อเนียวมัน คนที่สี่ชื่อเกตุ้ด หากมีคนที่ห้า หก เจ็ด ก็จะวนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกรอบ ดังนั้นจึงมีคนชื่อซ้ำ ๆ กันเยอะมาก ต้องถามชื่อสกุลประกอบด้วยเสมอ</p>
<div id="attachment_722" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Ulun-Danu61.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-722" title="Ulun-Danu6" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Ulun-Danu61-300x222.jpg" alt="Ulun Danu Bratan" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Ulun Danu Bratan</p></div>
<p>วันนี้เรานัดมาเดมารับตอน 10.00 น แต่ที่เมืองไทยเป็นเวลา 9.00 น เพราะเวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทยหนึ่งชั่วโมง เราตรงไป อูลันดานูบราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดในบาหลี ตั้งอยู่กลางน้ำริมทะเลสาปบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟ มีศาลากลางน้ำซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่เรียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น ภาพนี้ปรากฏตามโปสการ์ดและโฆษณาการท่องเที่ยวบาหลีเสมอ ที่นี่กำลังมีงานพิธีอีกแล้ว แดดร้อนแรงแต่ชาวบาหลีที่มาประกอบพิธีก็ไม่สิ้นศรัทธา ทำพิธีกันกลางแดดเปรี้ยง ๆ ฉันสังเกตภูมิอากาศในบาหลีมาสองวันแล้ว ครึ่งวันแรกจะแดดแรงจัด พอเข้าครึ่งบ่ายจะเป็นเฆมครึ้มฟ้าปิด แต่ไม่มีฝน นักท่องเที่ยวที่นี่มากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่คนเต็มไปหมด ฉันสัมผัสน้ำในทะเลสาปน้ำที่ไหน ๆ ก็เย็นเหมือนกันหมดนั่นแหล่ะ สู้แดดไม่ไหวก็เลยไปเที่ยวนาขั้นบันไดที่ Jatiluwih ที่นี่เป็นนาขั้นบันไดที่สวยที่สุด เกือบได้เป็นมรดกโลกถ้าไม่มีกรณีเขาพระวิหารมาแทรกซะก่อน มาเด พาไปจุดชมวิวอีกจุดนึงที่ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้า แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นจุดที่สวยด้วยรึเปล่า เพราะนามันอยู่ไกลมาก ๆ เลย พวกเราก็กระโดดถ่ายรูปกันตามประสา มีฝรั่งขำพวกเราแล้วบอกว่าเคยเห็นท่าพวกนี้ตอนไปเที่ยวภูเก็ต อ้าว แล้วชาติอื่นเขาไม่นิยมกระโดดถ่ายรูปกันบ้างเหรอไงเนี่ย ขำจัง</p>
<div id="attachment_717" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tanah-Lot9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-717" title="Tanah-Lot9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tanah-Lot9-300x222.jpg" alt="Tanah Lot" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Tanah Lot</p></div>
<p>ตอนเย็นพวกเราก็ไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่ ทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่ได้ชื่อว่ามีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด ตั้งอยู่บนชายหาดยื่นลงไปในทะเล สร้างเพื่อสักการะเทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล วัดอยู่บนโขดหินคล้ายเกาะเล็ก ๆ เวลาน้ำขึ้นเหมือนวัดอยู่กลางทะเล เวลาน้ำลงสามารถเดินข้ามเข้าไปในวัดได้ แต่พวกฉันอยู่ไม่ถึงส่งตะวันกันหรอก เพราะหิวกันมาก เนื่องจากวันนี้ไม่ได้กินอาหารกลางวันเพราะไม่มีร้านให้กินเลยระหว่างทาง หิ้วท้องกลับถึงอุบุดก็แยกย้ายกันแบบฟรีสไตล์</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_724" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/2-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-724" title="2-1" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/2-1-300x212.jpg" alt="บรรยายกาศรอบๆ Ubud" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">บรรยายกาศรอบๆ Ubud</p></div>
<p>วันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวแบบเต็ม ๆ วัน พวกเรานัดมาเด มารับเที่ยง มาเดคงสงสัยพวกนี้นี่ก็แปลกนะ ยิ่งอยู่นานยิ่งนัดสายยิ่งอืดขึ้น ๆ ทุกที ไม่ใช่อะไรหรอก พวกฉันอยากเดินเล่นในเมืองอุบุดยามเช้ามากกว่า หลังจากที่ได้เดินแต่ตอนกลางคืนมาตลอด เช้าวันนี้ฉันเดินไปกับเพื่อนสาวสองคน (อีกกลุ่มแยกไปต่างหาก) เดินเกือบหมดทุกถนนในเมืองอุบุด ตั้งแต่ Monkey Forest St. ,ไปจนสุดถนนเลี้ยวออกไปทาง Hanoman St. สุดถนนนี้แล้วไปวกเข้า Ubud Main Road เป็นวงรอบใหญ่ แล้วกลับเข้ามาทางมังกี้ฟลอเรสอีกทาง ระยะทางหลายกิโลอยู่ ตากแดดผิวไหม้มาเลย ก็แดดครึ่งวันเช้ามันร้อนแรงอย่างที่เล่าไว้นี่ เดินไปไปรษณีย์ส่งโปสการ์ดที่เขียนไว้เมื่อคืนนี้ ค่าแสตมป์ส่งกลับเมืองไทยราคา 5,000 RP เดินเหนื่อยเอาเรื่องแต่คุ้มเพราะได้เห็นอะไรมากมายกว่านั่งรถผ่าน ๆ ได้รู้ว่าถนนหนุมาน นั้นมีโฮมสเตย์ราคาย่อมเยาว์อีกมากเลย ส่วนถนนมังกี้ฟลอเรส ที่พักจะออกไปแนวบูติก กับ สปา และแพงกว่า</p>
<p>วันนี้เป็นวันช้อปปิ้ง ไปตลาดสุขาวะตี มาเดบอกสุขาวะตีมีทั้งหมด 3 แห่ง มาเดพาไปซะสองแห่ง เพื่อน ๆ หมดเงินกันไปคนละหลายแสน แต่ฉันไม่เหลือเงินรูเปียห์ไว้ช้อปซะแล้วเหลือติดกระเป๋าแค่สองสามหมื่นเก็บ ไว้ซื้อน้ำกินดีกว่า พวกเพื่อน ๆ ต่อราคากันสนุกสนานได้ยินเสียงแม่ค้าร้อง บังครู้ด ๆ ลั่นตลาด (แปลได้ว่าขาดทุน) แต่เพื่อนฉันก็ไม่ยอมร้องตามเขาว่า บังครู้ด ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่รู้ความหมายแน่ชัด แถมทำท่าดีดดิ้นสะบัดมือ งอเข่า กระทืบเท้า ส่ายหน้า ไม่ยอมเหมือนเด็กร้องจะเอาของเล่น จนแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นขำท่าทางของเธอกันยกใหญ่ ฉันนั่งมองอมยิ้ม เห็นขาช้อปมีความสุขก็ดีใจ เพราะพวกเขาก็รอฉันถ่ายรูปในบางที่ก็นานทีเดียวเช่นกัน เสร็จจากการช้อป พวกเราก็ให้มาเด แวะชายหาด Kuta ชายหาดที่นี่คลื่นแรงเหมาะกับการเล่น Surfing แวะไปให้รู้ แต่ดูแล้วยังไงก็สู้ทะเลไทยไม่ได้อยู่ดี ที่นี่เรทแลกเงินจะได้ราคาดีกว่าในเมืองอุบุด และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก</p>
<div id="attachment_719" class="wp-caption alignleft" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Uluwatu3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-719" title="Uluwatu3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Uluwatu3-202x300.jpg" alt="Ulu watu" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Ulu watu</p></div>
<p>ตอนเย็นเราก็แวะไปที่ อูลันวาตู (Pura Uluwatu) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือฝั่งทะเลทางตอนใต้สุดของเกาะบาหลี ที่นี่จะมีวิวทิวทัศน์ขึ้นชื่อเรื่องชมพระอาทิตย์ตกอีกที่ มีระบำเคจัก แต่ต้องเสียค่าชมต่างหาก วัดนี้มีลิงเยอะมาก นักท่องเที่ยวต้องระวังของส่วนตัวให้ดี แว่นตา ตุ้มหู หมวก โดนดึงแย่งไปได้ง่าย ๆ เพื่อนโดนดึงกิ๊บติดผมไปอันนึง เจ้าจ๋อกัดเล่นซะพังเลย แต่จะมีคนแถวนั้นคอยโยนกล้วยให้ลิง ลิงจะปล่อยของที่เอาไปรับกล้วยแทน แล้วคนนั้นจะเอาของมาคืนเราแลกกับค่าทริป ถ้าเป็นของมีค่าก็คงต้องยอมจ่าย ระหว่างทางกลับ เส้นทาง เดนปาซาร์ มา อุบุด เราพบเห็นร้านอาหารพื้นเมืองที่ชาวบาหลีทั่ว ๆ ไปนิยมกินกัน ทั้งเป็นร้าน และ รถเข็นลูกชิ้นทอด เต้าหู้ทอด ขนมต่าง ๆ มากมาย อยากจะลงไปแวะชิมซะเหลือเกิน แต่หมดเวลาของมาเดแล้วที่ให้บริการวันละเจ็ดชั่วโมง เพราะในเมืองอุบุดไม่มีร้านอาหารแบบชาวบ้าน ๆ แบบนี้เลย มีแต่ร้านอาหารนักท่องเที่ยวที่พวกฉันนั่งกินกันมาทุกคืน และ คืนนี้ก็คงเป็นแบบนั้นอีก เรากลับถึงอุบุดเกือบสองทุ่ม ไปกินร้านประจำที่เราลงความเห็นว่าอร่อยคุ้มกับราคาที่จ่ายสูงหน่อยชื่อร้าน Lobong Café จะมี Happy Hour at 4-7 pm หลังจากนั้นเมนูเดิมจะเปลี่ยนราคาอัฟขึ้นมาประมาณ 6,000 RP-10,000 RP แต่ก็แล้วแต่เมนูแต่ละอย่างด้วย วันนี้เรามาดึกแน่นอนราคาอัพแล้ว ยังต้องฉลองคืนสุดท้ายในบาหลีด้วยกินท่ามกลางความกดดัน ฉันดันสั่งของกินยากอีก เป็นสเต๊กเป็ดทอด ก็เขารอเปิดฟลอร์แด้นซ์กันน่ะซิ เป็ดที่อร่อย ๆ ก็เลยต้องรีบ ๆ กินท่ามกลางสายตาฝรั่งเกือบร้อยกว่าคน ก็ดันไปนั่งโต๊ะแรกติดกับวงดนตรีเขาเลย กำ -_-!</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt>
</dt>
</dl>
<p>ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แล้วมีแม่หญิงแบกของทูลหัวน่าอัศจรรย์กับการจัดเรียงผลไม้ที่สูงชะลูด แล้วเดินได้อย่างสง่างามหายเข้าวัดไปตอนแสงเช้า ๆ สาดลงมา น่าลงไปเก็บบรรยากาศมาก หมู่บ้านอีกหลายที่ ที่ยังไม่ได้ไป เช่น หมู่บ้านที่สวยที่สุด หมู่บ้านที่ผลิตกาแฟ หมู่บ้านศิลปินที่ขายภาพทั้งหมู่บ้าน หมู่บ้านที่แกะสลักงานไม้ งานหิน หมู่บ้านที่ขายผ้าพื้นเมือง ร้านอาหารพื้นเมืองอีกหลายที่ ที่ได้แต่มองผ่านไป อยากนอนนวดแช่สปาที่เลื่องลือไปทั่วโลก อยากปั่นจักยานรอบเมือง และหาบ้านพักที่อยู่ท่ามกลางท้องนาเขียวขจีในเมืองอุบุด มีใครสนใจบ้างยกมือขึ้น ^__^</p>
<p><strong> </strong></p>
<div id="attachment_764" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><strong> </strong><strong><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Anijang.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-764" title="Anijang" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Anijang-300x222.jpg" alt="อะนิจัง" width="300" height="222" /></a></strong><p class="wp-caption-text">อะนิจัง</p></div>
<p>สิบอย่าง ที่ไม่ควรพลาดในบาหลี</p>
<p>-ปุราเบซากิห์ (Pura Besakih) วัดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในบาหลี</p>
<p>-ปุราอูลันดานู บาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) วัดที่ศิลปะคล้ายกับ นครวัด นครธม</p>
<p>-ปุราอูลันดานู บราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) วัดที่สวยที่สุดในบาหลี</p>
<p>-ปุราทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด</p>
<p>-ปุราทามันอายุน (Pura Taman Ayun) วัดหลวงแห่งราชวงศ์เม็งวี</p>
<p>-วัดถ้ำช้าง (Pura Goa Gajah) และ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul)</p>
<p>-อุบุด (Ubud) เมืองแห่งมนต์เสน่ห์</p>
<p>-หมู่บ้านคินตามณี (Kintamani) หมู่บ้านริมปากปล่องภูเขาไฟ</p>
<p>-ระบำบาหลี บารอง แด้นซ์ (Barong dance) สีสันยามค่ำคืนแห่งบาหลี</p>
<p>-ศิลปะบาหลี ผู้คน และวัฒนธรรม</p>
<p>ภาษาที่ใช้ต่างกันตามสื่อต่าง ๆ ในบาหลี</p>
<p>Pura = Temple = วัด , Gunung = Mountain = ภูเขา</p>
<p>Writer &amp; Photo by อะนิจัง @ Bali</p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 527px; width: 1px; height: 1px;">ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bali  is  my  life</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Aug 2009 05:17:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[บาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=498</guid>
		<description><![CDATA[เย็นย่ำและค่ำคืนของวันที่ 8 สค ฉันบังเอิญ ต้องเดินอยู่ตามลำพัง ในเมือง อุบุด (Ubud) ด้วยความไม่ตั้งใจนัก เพราะพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนสาวอีกห้าคน เพราะฉันมัวแต่แวะหามุมถ่ายรูป หลังจากเดินตามมามองหากลุ่มเพื่อนที่เดินไปก่อนล่วงหน้ามาซักพักก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดสินใจเดินเที่ยวเล่นคนเดียว หาร้านอาหารนั่ง Dinner คนเดียว และ หาตั๋วเข้าชมระบำบาหลี หรือ บารอง คนเดียวเช่นกัน ระหว่างทางเดินไปเดินมาในถนนมังกี้ฟลอเรส พบเห็นแท็กซี่ (ชาวบาหลีเรียกทั๊กซี่) ได้ทั่วไปคอยร้องเรียกนักท่องเที่ยว ฉันเองก็โดนเรียกทุกจุด มืดแล้วเขาไม่คิดกันบ้างเหรอว่านักท่องเที่ยวจะนั่งรถไปไหนมากกว่าเดินเล่น อยู่แถวนี้ดีกว่า อันนี้ฉันคิดในใจด้วยความสงสัย ตอนเดินกลับ สามทุ่มกว่า ๆ ก็ยังเรียกอีก จะให้ฉันไปไหนกันนักหรือพ่อคู้ณ..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br class="spacer_" /></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Logo1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="aligncenter size-full wp-image-645" title="Logo" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Logo1.jpg" alt="Logo" width="600" height="307" /></a></p>
<p><em>“ค่ำคืนฉันยืนอยู่เดียวดาย”<br />
 </em></p>
<div id="attachment_664" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Stay.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-664 " title="พระอาทิตย์ตก จากที่พัก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Stay-300x222.jpg" alt="พระอาทิตย์ตก จากที่พัก" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">พระอาทิตย์ตก จากที่พัก</p></div>
<p>เย็นย่ำและค่ำคืนของวันที่ 8 สค ฉันบังเอิญ ต้องเดินอยู่ตามลำพัง ในเมือง อุบุด (Ubud) ด้วยความไม่ตั้งใจนัก เพราะพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนสาวอีกห้าคน เพราะฉันมัวแต่แวะหามุมถ่ายรูป หลังจากเดินตามมามองหากลุ่มเพื่อนที่เดินไปก่อนล่วงหน้ามาซักพักก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดสินใจเดินเที่ยวเล่นคนเดียว หาร้านอาหารนั่ง Dinner คนเดียว และ หาตั๋วเข้าชมระบำบาหลี หรือ บารอง คนเดียวเช่นกัน ระหว่างทางเดินไปเดินมาในถนนมังกี้ฟลอเรส พบเห็นแท็กซี่ (ชาวบาหลีเรียกทั๊กซี่) ได้ทั่วไปคอยร้องเรียกนักท่องเที่ยว ฉันเองก็โดนเรียกทุกจุด มืดแล้วเขาไม่คิดกันบ้างเหรอว่านักท่องเที่ยวจะนั่งรถไปไหนมากกว่าเดินเล่นอยู่แถวนี้ดีกว่า อันนี้ฉันคิดในใจด้วยความสงสัย ตอนเดินกลับ สามทุ่มกว่า ๆ ก็ยังเรียกอีก จะให้ฉันไปไหนกันนักหรือพ่อคู้ณ..ความคิดเมื่อตอนหัวค่ำแล่นเข้ามาในหัวอีก (#@%&amp;X) ย้อนกลับไปตอนหัวค่ำฉันเดินหาร้านอาหารเย็นเลือกดูอยู่หลายร้าน อยากหาที่คนไม่เยอะนัก เพราะต้องนั่งกินคนเดียว ไม่อยากให้ทางร้านเขาต้องเสียที่นั่งไปทั้งโต๊ะเพราะฉันไปคนเดียว ได้ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในซอย Arjuna มีฝรั่งนั่งอยู่แค่สองโต๊ะ เย็นนี้ได้ Dinner ตามลำพังกับข้าวผัดอินโดนีเซีย หน้าตาและรสชาดคล้ายข้าวอบสัปรดใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์บ้านเราและ น้ำผลไม้ปั่น พร้อมฟังเพลงสไตล์อินโดนีเซีย ด้วยสนนราคา 17,000 RP รู้สึกร่ำรวยผิดปรกติขึ้นมาทันที ถ้าไม่คิดกลับเป็นเงินไทยแค่หกสิบกว่าบาท วันนี้ฉันยังมีเงินสกุลรูเปียห์ อีกสามแสนกว่า ๆ ในกระเป๋า</p>
<div id="attachment_646" class="wp-caption alignleft" style="width: 243px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Barong-dance1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-646 " title="Barong-dance" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Barong-dance1-291x300.jpg" alt="Barong dance" width="233" height="240" /></a><p class="wp-caption-text">Barong dance</p></div>
<p>เสร็จแล้วก็เดินไปหาซื้อตั๋วดูระบำ บารอง (Barong dance) ที่อุบุดพาเลซ ในราคา 80,000 RP เป็นการแสดงนำเสนอระหว่าง บารอง เป็นเทพแห่งธรรมะ กับ รังดา พ่อมดแห่งอธรรม ชาวบาหลีมีเชื่อในเรื่องความดีความชั่วมาก เป็นการต่อสู้กันระหว่างพลังความดีกับความชั่ว การแสดงเน้นท่าร่ายรำที่ดูแข็ง ๆ ฉันว่าตลกดี สลับการกลับกรอกลูกนัยน์ตาไปมา จนฉันรู้สึกปวดลูกตาแทน เสร็จจากการแสดงก็เดินกลับที่พัก แล้วก็ได้เจอกับกลุ่มเพื่อนอีกครั้งที่บ้านพัก แต่พวกเพื่อน ๆ ฉันเขาไปดูการแสดงอีกที่หนึ่งมา ฉันถึงได้รู้ว่าการแสดงมีอยู่มากมายหลายที่ ไม่ใช่เฉพาะที่นี่ที่เดียว</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_667" class="wp-caption alignright" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tampaksiring9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-667" title="Tampaksiring9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tampaksiring9-202x300.jpg" alt="Tampaksiring" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Tampaksiring</p></div>
<p>บาหลีสวรรค์ของนักเดินทาง ชาวบาหลีส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูธรรม (Hindu Dharma) เป็นแบบที่นับถือพระศิวะ มีความแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาอิสลาม เพราะยุคนึงได้รับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย แต่ก็ได้ถูกผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นจนต่างจากศาสนาฮินดูที่อินเดียในปัจจุบันนี้ สภาพภูมิศาสตร์เป็นป่าฝนเกาะสุดท้ายทางฝั่งตะวันออกของอินโดฯ มีทั้งภูเขาไฟ และ นาขั้นบันได อีกทั้งหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมแบบชวา บนเกาะบาหลีมีวัดอยู่มากมายกว่า 20,000 วัด หากแต่ที่ดึงดูดให้ฉันตัดสินใจมาที่นี่ ด้วยเพราะเมืองอุบุด เมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยศิลปะและความเชื่อแห่งศรัทธาพบเห็นได้ไม่ยากบนเกาะแห่งนี้ นอกจากจะเป็นสวรรค์ของนักเดินทางแล้ว ฉันว่ามันยังเป็นดินแดนแห่งมนต์ขลังของคนรักการถ่ายภาพวิถีชีวิตผู้คนได้อีกด้วย เพราะภาพผู้คนที่ยังแบกของทูลหัว แต่งกายด้วยชุดประจำถิ่น เดินไปวัดยังมีให้พบเห็นได้ทั่วไป การประกอบพิธีกรรมที่มีพลังแห่งศรัทธาอย่างล้นเหลือ ความเชื่อในพลังธรรมชาติและเชื่อในจิตวิญญานว่าทุก ๆ ที่จะมีวิญญานสิงสถิตอยู่ เครื่องรางที่เป็นตัวแทนทางศาสนาถูกเชื่อมโยงกับมิติแห่งกาลเวลาของบรรพบุรุษที่ล่วงลับพบเห็นได้ทุกหัวระแหงและตามทางเดิน อีกทั้งค่าครองชีพที่แสนถูกสบายกระเป๋า ที่พักราคาประหยัดสไตล์บาหลี ๆ แท้ ๆ บวกกับโปรโมชั่นจากเจ้าหางแดง ก็ทำให้ตัดสินใจบินลัดฟ้ามาเที่ยวบาหลีได้ไม่ยาก</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_659" class="wp-caption alignleft" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/fly3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-659    " title="fly3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/fly3-202x300.jpg" alt="มุมจากบนเจ้าหางแดง" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">มุมจากบนเจ้าหางแดง</p></div>
<p>การเดินทางมาเที่ยวด้วยตนเองนั้นทำได้ไม่ยาก เพราะเกาะบาหลีมีพื้นที่เพียง 5,620 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งของอินโดนีเซียจากหมื่นกว่าเกาะ พวกฉันหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต แล้วตัดสินใจมาเที่ยวกันเองโดยหาบริษัทรถเช่าและจ่ายแพงขึ้นอีกนิดพร้อมคนขับและประกันภัย ได้ในราคา 40 USD ต่อวัน โดยตกลงให้มารับที่สนามบิน Denpasar Ngurah Rai ช่วงที่กลุ่มฉันไปเป็นช่วง Hi season ของเกาะบาหลี จะอยู่ที่ช่วงเดือน เมษายน ถึง กันยายน หลังจากนี้จะเข้าฤดูฝน ทำให้ที่พักแพงขึ้นมาจากเดิมที่หาข้อมูลได้ที่ 150,000 RP ขึ้นเป็น 250,000 RP (ช่วงที่ไปเรท 1USD = 9,800 RP) แต่ได้ห้องละสามคน ก็เลยโอเค เป็นราคาที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ถ้าเทียบกับคุณภาพ แถมมีอาหารเช้าเป็นผลไม้ กับ แป้งอะไรซักอย่างทอดเค็ม ๆ มัน ๆ บ้านพักข้าง ๆ เสริฟไข่เจียวขนมปังลอยผ่านหน้าฉันไปให้แขกของบ้านเขา ฉันได้แต่มองตามตาละห้อยแล้วน้ำลายไหลสามหยด “อยากได้อย่างงี้บ้างจัง” สุดท้ายฉันก็ไปซื้อข้าวห่อใบตอง (Pecel) ในตลาดอุดบุดมากิน ตามคำแนะนำเพื่อนที่ไปมาก่อนหน้านี้ แต่ต้องแกล้งทำลืมสภาพตลาดเช้ากับน้ำมือคุณยายที่รมณ์บ่จอยนัก เพราะฉันขอแกถ่ายรูป ข้าวในห่อตอนแกถืออยู่ แล้วมันโฟกัสไม่ได้ซะที แกเลยโมโห ปิดห่อซะเลย พวกฉันร้องพร้อมกัน แต่แกก็ไม่สนใจใยดีอีกเลย คงนึกในใจว่า “เสียเวลาทำมาหากินหมด ดูซิมากันตั้งห้าหกคนซื้อแค่ห่อเดียว” เวลาคุณยายหยิบข้าวและกับแกหยิบด้วยมือเปล่า ๆ ของแกโดยไม่มีถุงมือใด ๆ ทั้งสิ้น มันอร่อยตรงนี้แหล่ะน้า แล้วก็อร่อยจริง ๆ นะไม่รู้อร่อยน้ำ(ขี้)มือ หรือ น้ำหมากกันแน่ ราคาแค่ 5,000 RP เอง แนะนำ ๆ บอกต่อสำหรับคนกินง่ายเข้าถึงถิ่น</p>
<div id="attachment_766" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/DSC_0932.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-766" title="Nasi Pecel" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/DSC_0932-300x222.jpg" alt="Nasi Pecel" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Nasi Pecel</p></div>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_651" class="wp-caption alignright" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Besakih9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-651" title="Besakih9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Besakih9-202x300.jpg" alt="Besakih" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Besakih</p></div>
<p>วันแรกฉันเดินทางไป วัดเบซากิห์ (Pura Besakih) วัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในบาหลี (Mother Temple) ชาวบาหลีถือว่าเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง ภายในประกอบด้วยวัดเล็ก ๆ อีก 23 แห่ง เรียงรายไปตามไหล่เขา มีฉากหลังคือภูเขาไฟกุนุง อากุง (Gunung Agung) ที่สูงที่สุดในบาหลี ด้วยความสูง 3,142 เมตร ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อ 17 มีนาคม ค.ศ.1963 สร้างความเสียหายไม่น้อย ที่วัดนี้พวกฉันศึกษาวิธีหลบหลีกไกด์จอมตื้อมาก่อนแล้ว กลุ่มคนพวกนี้จะเข้ามาทำตัวเสมือนเจ้าหน้าที่ขอเช็คบัตรค่าเข้า แล้วจะเก็บบัตรเราไปไม่คืน พร้อมทั้งบอกว่าภายในวัดมีพิธีอยู่ นักท่องเที่ยวเข้าไม่ได้ถ้าไม่มีคนท้องถิ่นนำ พวกฉันหาข้อมูลมาก่อนแล้วว่าวัดนี้มีพิธีทั้งวัน ตามจุดต่าง ๆ กระจัดกระจาย เราก็แค่ไม่เข้าไปยุ่งตรงจุดที่เขาทำพิธีกันอยู่ก็แค่นั้น และแล้วก็มีไกด์สามสี่คนตรงดิ่งเข้ามาจะขอดูตั๋ว พวกฉันก็ยื่นให้ดูแต่ไม่ยอมให้ไปแล้วก็ไม่หยุดฟังด้วย พวกเขาก็เดินตามพูดอะไรไม่รู้เยอะแยะเดินไปพูดไป พวกฉันก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องบ้างไม่สนใจบ้าง ทำหน้ามึนใส่ จนเขาคิดว่าพวกเราเป็นกระเหรี่ยงไม่เข้าใจภาษาอังกฤษแน่ ๆ ก็เลยจนปัญญาเดินกลับไปเองแบบส่ายหน้าบ่นพึมพำเป็นภาษาอินโดหรือบาหลี (#@%&amp;X) ภายในวัดฉันแยกตัวออกมาเดินคนเดียว (อีกแล้ว) เดินเข้าเกือบทุกซอกทุกมุมในเวลาสองชั่วโมง ไปเขย่งขาตะกายตรงกำแพงแอบดูเขาทำพิธี แล้วถ่ายรูป โดนดุมานิดหน่อยเพราะฉันทำประเจิดประเจ้อเกินไป ใส่กระโปรงแต่ทำตัวเป็นลิงเป็นข่าง นึกแล้วยังขำตัวเองไม่หาย พอขบวนพิธีผ่านไปแล้ว คนที่คุมพิธีมาเรียกฉัน ฉันตกใจมากนึกว่าโดนแน่เลย แต่เขามาตามให้ไปถ่ายรูปด้านในได้แล้ว เพราะเมื่อกี้ฉันตกใจที่เขาดุเลยรีบหนีออกมา แต่ชาวบาหลีในปัจจุบันนี้เปิดกว้างกับนักท่องเที่ยวมากแล้ว บางจุดที่ทำพิธีเขาก็อนุโลมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปได้ อาจเป็นเพราะเห็นฉันไปคนเดียวทำหน้าตาน่าสงสัยเรียกคะแนนสงสารได้มากอยู่ เขาออกมาเรียกให้เข้าไปดูเลยนะในงานพิธี ๆ หนึ่ง แต่ฉันก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้มากนักหรอกเพราะงานนั้นใหญ่มาก มีฝรั่งอยู่ในนั้นเป็นเพื่อนสองสามคนพอแก้เขินได้บ้าง</p>
<div id="attachment_657" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-657" title="bali-anijang1" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang1-300x212.jpg" alt="พิธีกรรม Basakih" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">พิธีกรรม Basakih</p></div>
<p>สุดท้ายตอนจะเดินออกเจอดีจนได้ มีหนุ่มบาหลีมาคนนึงเข้ามาพูดคุยกับฉัน แนะนำว่าควรถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้ ฉันก็นึกเคืองในใจว่าจะมาบอกทำไมเนี่ย ฉันชอบถ่ายในแบบของฉันเอง แถมมาทำเดินเป็นเพื่อนอีก กลัวฉันจะเหงาหรือไง ตอนแรกก็คิดว่าคงมีน้ำใจมั้ง พอถึงทางออกจะขอทริป ฉันบอกไม่ได้พกเงินมาหรอก ฝากไว้ที่เพื่อนหมด เขาก็ทำหน้าไม่พอใจ พอฉันเจอเพื่อนก็บอกไหนล่ะค่าทริป ฉันบอกพูดอะไรไม่รู้เรื่องฉันฟังภาษาอังกฤษที่คุณพูดไม่เข้าใจ เขาก็บอกว่างั้นยูเข้าใจคำว่า ฟักยู มั้ย แล้วก็เดินกลับไป ฉันก็ตะโกนไล่หลังไปว่า ฟักยูทู ถือว่าหายกัน เพื่อนบอกเมื่อกี้ก็เห็นฝรั่งคนนึงโดนไถทริปให้ใบนึงก็ทำหน้าไม่พอใจและข่มขู่ ต้องควักใบที่สอง ใบที่สาม ใบที่สี่ สุดท้ายได้ไปหลายแสนรูเปียห์ แต่ขอโทษไม่ได้แอ้มเงินฉันหรอก เพราะฉันไม่ได้ตกลงอะไรด้วยตั้งแต่แรกนี่นา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_502" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Batur-Lake.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-502 " title="Batur-Lake" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Batur-Lake-300x222.jpg" alt="Batur Lake" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Batur Lake</p></div>
<p>ถัดจากนี้ก็ไปทะเลสาบบาตูร์ (Batur Lake) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี มีความยาว 7 km กว้าง 2.5 km ชาวบาหลีเชื่อว่าทะเลสาปแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่สถิตของเทวีดานู (Dewi Danu) เกิดจากตาน้ำ 11 แห่งรวมกัน และไม่มีทางน้ำไหลออก แต่จะไปโผล่ตามน้ำพุต่าง ๆ บนเกาะนี้ บริเวณนี้ยังมีหมุ่บ้านคินตามณี (Kintamani) และ หมู่บ้านเพเนโลกัน (Penelogan) ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เพราะมีฉากหน้าเป็นทะเลสาบ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟบาตูร์ ที่เคยปะทุพ่นลาวาเถ้าภูเขาไฟมาหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการพ่นหินทรายดำกับควันไฟ พวกฉันกินอาหารกลางวันที่นี่ เป็นบุฟเฟต์ ราคาต่อหัวคนละ 70,000 RP ตุนกันจนถึงคออิ่มท้องสบายกระเป๋า(ตัวเอง) เพราะเอาเงินกองกลางออกมาจ่าย ออกมาได้ซักพักก็เจอแผงขายก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้น (Bakso) เต็มไปหมด เสียดายไม่ได้ลองชิม และ ภายในบริเวณทะเลสาบนี้ ยังมีวัดที่ใหญ่และถือว่าสำคัญเป็นอันดับสองรองจากวัดเบซากิห์ ชื่อว่าวัดอูลันดานูบาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) แต่พวกฉันไม่ได้ไปเพราะสับสนในชื่อที่คล้ายกันของโปรแกรมพรุ่งนี้ คิดว่าเป็นที่เดียวกัน เสียดายมากกกกก</p>
<div id="attachment_674" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-674" title="Pura Tirta Empul" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang2-300x212.jpg" alt="Pura Tirta Empul" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">Pura Tirta Empul</p></div>
<p>แต่ไปแวะวัดเล็ก ๆ อีกสองที่คือ กุนุงกาวี (Pura Gunung Kawi) กับ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul) แทน ที่วัดน้ำพุนี้ฉันตื่นตาตื่นใจกับการลงอาบน้ำในบ่อน้ำพุของชาวบาหลี บรรยากาศคล้ายกับอินเดียที่เห็นตามสารคดีมาก ชาวบาหลีเชื่อว่าพระอินทร์เป็นผู้ดลบันดาลให้เกิดน้ำพุ ผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ ทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ ที่ลงไปแล้วตัวสั่นหงึก ๆ หงัก ๆ กับความเย็นของน้ำจนเห็นได้ชัด อีกทั้งเด็กเล็กก็ร้องไห้ลั่นเพราะความเย็น ตรงนี้ฉันถ่ายรูปกับฝรั่งกลุ่มนึงสนุกมากไม่ยอมไปไหนกันเลย แถมมาก๊อปมุมถ่ายรูปฉันอีก แหม ฝรั่งก็ copy and paste เป็นเหมือนกันนะ ไม่ได้เก่งเฉพาะพี่ไทย เพื่อนที่ไม่ได้ถ่ายรูปก็ออกไปช้อปปิ้ง แม่ค้าที่นี่พูดไทยได้ด้วยว่า “ช่วยซื้อหน่อย ๆ สี่อันร้อยบ้าง หกอันร้อยบ้าง และตามด้วย อีบร้า” ตอนเดินออกจากร้านแล้วไม่ซื้อ เพราะไม่มีใครกล้าซื้ออะไรกลับมาเลย เข้าไปแล้วเหมือนโดนรุมเพราะเสียงแม่ค้าเรียกกันระงมจนไม่มีสมาธิ ฉันกลับนึกถึงตลาดดองบา ที่เมืองเว้ เวียตนามขึ้นมาทันที เพราะที่นั่นก็มีแม่ค้าพูดไทยได้หลายคน แต่พูดจาดีกว่านี้เยอะ กลับถึงอุบุดก็เย็นย่ำ พวกเราไปฉลองความบร้าโดยการไปดินเนอร์กันที่ Dian ตามที่ Mr.LP แนะนำมา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>Writer &amp; Photo by อะนิจัง @ Bali</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=10&amp;ll=-8.506795,115.262096&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.746948,115.17118">สนามบิน</a></dt>
<dd>สนามบิน</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.365901,115.45043">Basakih</a></dt>
<dd>Basakih</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.276557,115.384855">Batur Lake</a></dt>
<dd>Batur Lake</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.418662,115.31088">Tirta Empul</a></dt>
<dd>Tirta Empul</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.423332,115.311502">Gunung Kawi</a></dt>
<dd>Gunung Kawi</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.506795,115.262096">Ubud</a></dt>
<dd>Ubud</dd>
</dl>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

