<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>onholiday.org &#187; เที่ยว</title>
	<atom:link href="http://onholiday.org/tag/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://onholiday.org</link>
	<description>Online Travel Magazine</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jan 2012 02:49:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Bali  is  my  life  (ตอน 2)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Aug 2009 06:50:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[บาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=669</guid>
		<description><![CDATA[ รุ่งเช้าวันที่สอง มาเด (ชื่อคนขับรถ) สังเกตได้จากชื่อเป็นชนชั้นวรรณะศูทรที่มีมากที่สุดในบาหลี สังคมชาวบาหลีแบ่งเป็น 4 วรรณะเช่นเดียวกับอินเดีย คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศ และ ศูทร แต่ไม่ถือแบ่งวรรณะอย่างเคร่งครัดเหมือนที่อินเดีย หากจะใช้ชื่อนำหน้าเฉพาะวรรณะของตนเองไม่ปะปนกัน วรรณะศูทรจะมีวิธีตั้งชื่อโดยเฉพาะคือ ลูกคนแรกจะชื่อวายัน คนที่สองชื่อมาเด คนที่สามชื่อเนียวมัน คนที่สี่ชื่อเกตุ้ด หากมีคนที่ห้า หก เจ็ด ก็จะวนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกรอบ ดังนั้นจึงมีคนชื่อซ้ำ ๆ กันเยอะมาก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/serf.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="aligncenter size-full wp-image-718" title="serf" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/serf.jpg" alt="serf" width="600" height="223" /></a></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_685" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/with-Madeh-our-driver.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-685" title="with-Madeh-our-driver" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/with-Madeh-our-driver-300x222.jpg" alt="มาเด คนขับรถ ของเรา" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">มาเด คนขับรถ ของเรา</p></div>
<p>รุ่งเช้าวันที่สอง มาเด (ชื่อคนขับรถ) สังเกตได้จากชื่อเป็นชนชั้นวรรณะศูทรที่มีมากที่สุดในบาหลี สังคมชาวบาหลีแบ่งเป็น 4 วรรณะเช่นเดียวกับอินเดีย คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศ และ ศูทร แต่ไม่ถือแบ่งวรรณะอย่างเคร่งครัดเหมือนที่อินเดีย หากจะใช้ชื่อนำหน้าเฉพาะวรรณะของตนเองไม่ปะปนกัน วรรณะศูทรจะมีวิธีตั้งชื่อโดยเฉพาะคือ ลูกคนแรกจะชื่อวายัน คนที่สองชื่อมาเด คนที่สามชื่อเนียวมัน คนที่สี่ชื่อเกตุ้ด หากมีคนที่ห้า หก เจ็ด ก็จะวนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกรอบ ดังนั้นจึงมีคนชื่อซ้ำ ๆ กันเยอะมาก ต้องถามชื่อสกุลประกอบด้วยเสมอ</p>
<div id="attachment_722" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Ulun-Danu61.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-722" title="Ulun-Danu6" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Ulun-Danu61-300x222.jpg" alt="Ulun Danu Bratan" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Ulun Danu Bratan</p></div>
<p>วันนี้เรานัดมาเดมารับตอน 10.00 น แต่ที่เมืองไทยเป็นเวลา 9.00 น เพราะเวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทยหนึ่งชั่วโมง เราตรงไป อูลันดานูบราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดในบาหลี ตั้งอยู่กลางน้ำริมทะเลสาปบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟ มีศาลากลางน้ำซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่เรียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น ภาพนี้ปรากฏตามโปสการ์ดและโฆษณาการท่องเที่ยวบาหลีเสมอ ที่นี่กำลังมีงานพิธีอีกแล้ว แดดร้อนแรงแต่ชาวบาหลีที่มาประกอบพิธีก็ไม่สิ้นศรัทธา ทำพิธีกันกลางแดดเปรี้ยง ๆ ฉันสังเกตภูมิอากาศในบาหลีมาสองวันแล้ว ครึ่งวันแรกจะแดดแรงจัด พอเข้าครึ่งบ่ายจะเป็นเฆมครึ้มฟ้าปิด แต่ไม่มีฝน นักท่องเที่ยวที่นี่มากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่คนเต็มไปหมด ฉันสัมผัสน้ำในทะเลสาปน้ำที่ไหน ๆ ก็เย็นเหมือนกันหมดนั่นแหล่ะ สู้แดดไม่ไหวก็เลยไปเที่ยวนาขั้นบันไดที่ Jatiluwih ที่นี่เป็นนาขั้นบันไดที่สวยที่สุด เกือบได้เป็นมรดกโลกถ้าไม่มีกรณีเขาพระวิหารมาแทรกซะก่อน มาเด พาไปจุดชมวิวอีกจุดนึงที่ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้า แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นจุดที่สวยด้วยรึเปล่า เพราะนามันอยู่ไกลมาก ๆ เลย พวกเราก็กระโดดถ่ายรูปกันตามประสา มีฝรั่งขำพวกเราแล้วบอกว่าเคยเห็นท่าพวกนี้ตอนไปเที่ยวภูเก็ต อ้าว แล้วชาติอื่นเขาไม่นิยมกระโดดถ่ายรูปกันบ้างเหรอไงเนี่ย ขำจัง</p>
<div id="attachment_717" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tanah-Lot9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-717" title="Tanah-Lot9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tanah-Lot9-300x222.jpg" alt="Tanah Lot" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Tanah Lot</p></div>
<p>ตอนเย็นพวกเราก็ไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่ ทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่ได้ชื่อว่ามีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด ตั้งอยู่บนชายหาดยื่นลงไปในทะเล สร้างเพื่อสักการะเทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล วัดอยู่บนโขดหินคล้ายเกาะเล็ก ๆ เวลาน้ำขึ้นเหมือนวัดอยู่กลางทะเล เวลาน้ำลงสามารถเดินข้ามเข้าไปในวัดได้ แต่พวกฉันอยู่ไม่ถึงส่งตะวันกันหรอก เพราะหิวกันมาก เนื่องจากวันนี้ไม่ได้กินอาหารกลางวันเพราะไม่มีร้านให้กินเลยระหว่างทาง หิ้วท้องกลับถึงอุบุดก็แยกย้ายกันแบบฟรีสไตล์</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_724" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/2-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-724" title="2-1" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/2-1-300x212.jpg" alt="บรรยายกาศรอบๆ Ubud" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">บรรยายกาศรอบๆ Ubud</p></div>
<p>วันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวแบบเต็ม ๆ วัน พวกเรานัดมาเด มารับเที่ยง มาเดคงสงสัยพวกนี้นี่ก็แปลกนะ ยิ่งอยู่นานยิ่งนัดสายยิ่งอืดขึ้น ๆ ทุกที ไม่ใช่อะไรหรอก พวกฉันอยากเดินเล่นในเมืองอุบุดยามเช้ามากกว่า หลังจากที่ได้เดินแต่ตอนกลางคืนมาตลอด เช้าวันนี้ฉันเดินไปกับเพื่อนสาวสองคน (อีกกลุ่มแยกไปต่างหาก) เดินเกือบหมดทุกถนนในเมืองอุบุด ตั้งแต่ Monkey Forest St. ,ไปจนสุดถนนเลี้ยวออกไปทาง Hanoman St. สุดถนนนี้แล้วไปวกเข้า Ubud Main Road เป็นวงรอบใหญ่ แล้วกลับเข้ามาทางมังกี้ฟลอเรสอีกทาง ระยะทางหลายกิโลอยู่ ตากแดดผิวไหม้มาเลย ก็แดดครึ่งวันเช้ามันร้อนแรงอย่างที่เล่าไว้นี่ เดินไปไปรษณีย์ส่งโปสการ์ดที่เขียนไว้เมื่อคืนนี้ ค่าแสตมป์ส่งกลับเมืองไทยราคา 5,000 RP เดินเหนื่อยเอาเรื่องแต่คุ้มเพราะได้เห็นอะไรมากมายกว่านั่งรถผ่าน ๆ ได้รู้ว่าถนนหนุมาน นั้นมีโฮมสเตย์ราคาย่อมเยาว์อีกมากเลย ส่วนถนนมังกี้ฟลอเรส ที่พักจะออกไปแนวบูติก กับ สปา และแพงกว่า</p>
<p>วันนี้เป็นวันช้อปปิ้ง ไปตลาดสุขาวะตี มาเดบอกสุขาวะตีมีทั้งหมด 3 แห่ง มาเดพาไปซะสองแห่ง เพื่อน ๆ หมดเงินกันไปคนละหลายแสน แต่ฉันไม่เหลือเงินรูเปียห์ไว้ช้อปซะแล้วเหลือติดกระเป๋าแค่สองสามหมื่นเก็บ ไว้ซื้อน้ำกินดีกว่า พวกเพื่อน ๆ ต่อราคากันสนุกสนานได้ยินเสียงแม่ค้าร้อง บังครู้ด ๆ ลั่นตลาด (แปลได้ว่าขาดทุน) แต่เพื่อนฉันก็ไม่ยอมร้องตามเขาว่า บังครู้ด ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่รู้ความหมายแน่ชัด แถมทำท่าดีดดิ้นสะบัดมือ งอเข่า กระทืบเท้า ส่ายหน้า ไม่ยอมเหมือนเด็กร้องจะเอาของเล่น จนแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นขำท่าทางของเธอกันยกใหญ่ ฉันนั่งมองอมยิ้ม เห็นขาช้อปมีความสุขก็ดีใจ เพราะพวกเขาก็รอฉันถ่ายรูปในบางที่ก็นานทีเดียวเช่นกัน เสร็จจากการช้อป พวกเราก็ให้มาเด แวะชายหาด Kuta ชายหาดที่นี่คลื่นแรงเหมาะกับการเล่น Surfing แวะไปให้รู้ แต่ดูแล้วยังไงก็สู้ทะเลไทยไม่ได้อยู่ดี ที่นี่เรทแลกเงินจะได้ราคาดีกว่าในเมืองอุบุด และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก</p>
<div id="attachment_719" class="wp-caption alignleft" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Uluwatu3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-719" title="Uluwatu3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Uluwatu3-202x300.jpg" alt="Ulu watu" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Ulu watu</p></div>
<p>ตอนเย็นเราก็แวะไปที่ อูลันวาตู (Pura Uluwatu) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือฝั่งทะเลทางตอนใต้สุดของเกาะบาหลี ที่นี่จะมีวิวทิวทัศน์ขึ้นชื่อเรื่องชมพระอาทิตย์ตกอีกที่ มีระบำเคจัก แต่ต้องเสียค่าชมต่างหาก วัดนี้มีลิงเยอะมาก นักท่องเที่ยวต้องระวังของส่วนตัวให้ดี แว่นตา ตุ้มหู หมวก โดนดึงแย่งไปได้ง่าย ๆ เพื่อนโดนดึงกิ๊บติดผมไปอันนึง เจ้าจ๋อกัดเล่นซะพังเลย แต่จะมีคนแถวนั้นคอยโยนกล้วยให้ลิง ลิงจะปล่อยของที่เอาไปรับกล้วยแทน แล้วคนนั้นจะเอาของมาคืนเราแลกกับค่าทริป ถ้าเป็นของมีค่าก็คงต้องยอมจ่าย ระหว่างทางกลับ เส้นทาง เดนปาซาร์ มา อุบุด เราพบเห็นร้านอาหารพื้นเมืองที่ชาวบาหลีทั่ว ๆ ไปนิยมกินกัน ทั้งเป็นร้าน และ รถเข็นลูกชิ้นทอด เต้าหู้ทอด ขนมต่าง ๆ มากมาย อยากจะลงไปแวะชิมซะเหลือเกิน แต่หมดเวลาของมาเดแล้วที่ให้บริการวันละเจ็ดชั่วโมง เพราะในเมืองอุบุดไม่มีร้านอาหารแบบชาวบ้าน ๆ แบบนี้เลย มีแต่ร้านอาหารนักท่องเที่ยวที่พวกฉันนั่งกินกันมาทุกคืน และ คืนนี้ก็คงเป็นแบบนั้นอีก เรากลับถึงอุบุดเกือบสองทุ่ม ไปกินร้านประจำที่เราลงความเห็นว่าอร่อยคุ้มกับราคาที่จ่ายสูงหน่อยชื่อร้าน Lobong Café จะมี Happy Hour at 4-7 pm หลังจากนั้นเมนูเดิมจะเปลี่ยนราคาอัฟขึ้นมาประมาณ 6,000 RP-10,000 RP แต่ก็แล้วแต่เมนูแต่ละอย่างด้วย วันนี้เรามาดึกแน่นอนราคาอัพแล้ว ยังต้องฉลองคืนสุดท้ายในบาหลีด้วยกินท่ามกลางความกดดัน ฉันดันสั่งของกินยากอีก เป็นสเต๊กเป็ดทอด ก็เขารอเปิดฟลอร์แด้นซ์กันน่ะซิ เป็ดที่อร่อย ๆ ก็เลยต้องรีบ ๆ กินท่ามกลางสายตาฝรั่งเกือบร้อยกว่าคน ก็ดันไปนั่งโต๊ะแรกติดกับวงดนตรีเขาเลย กำ -_-!</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt>
</dt>
</dl>
<p>ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แล้วมีแม่หญิงแบกของทูลหัวน่าอัศจรรย์กับการจัดเรียงผลไม้ที่สูงชะลูด แล้วเดินได้อย่างสง่างามหายเข้าวัดไปตอนแสงเช้า ๆ สาดลงมา น่าลงไปเก็บบรรยากาศมาก หมู่บ้านอีกหลายที่ ที่ยังไม่ได้ไป เช่น หมู่บ้านที่สวยที่สุด หมู่บ้านที่ผลิตกาแฟ หมู่บ้านศิลปินที่ขายภาพทั้งหมู่บ้าน หมู่บ้านที่แกะสลักงานไม้ งานหิน หมู่บ้านที่ขายผ้าพื้นเมือง ร้านอาหารพื้นเมืองอีกหลายที่ ที่ได้แต่มองผ่านไป อยากนอนนวดแช่สปาที่เลื่องลือไปทั่วโลก อยากปั่นจักยานรอบเมือง และหาบ้านพักที่อยู่ท่ามกลางท้องนาเขียวขจีในเมืองอุบุด มีใครสนใจบ้างยกมือขึ้น ^__^</p>
<p><strong> </strong></p>
<div id="attachment_764" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><strong> </strong><strong><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Anijang.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g669]"><img class="size-medium wp-image-764" title="Anijang" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Anijang-300x222.jpg" alt="อะนิจัง" width="300" height="222" /></a></strong><p class="wp-caption-text">อะนิจัง</p></div>
<p>สิบอย่าง ที่ไม่ควรพลาดในบาหลี</p>
<p>-ปุราเบซากิห์ (Pura Besakih) วัดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในบาหลี</p>
<p>-ปุราอูลันดานู บาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) วัดที่ศิลปะคล้ายกับ นครวัด นครธม</p>
<p>-ปุราอูลันดานู บราตัน (Pura Ulan Danu Bratan) วัดที่สวยที่สุดในบาหลี</p>
<p>-ปุราทานาห์ลอต (Pura Tanah Lot) วัดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุด</p>
<p>-ปุราทามันอายุน (Pura Taman Ayun) วัดหลวงแห่งราชวงศ์เม็งวี</p>
<p>-วัดถ้ำช้าง (Pura Goa Gajah) และ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul)</p>
<p>-อุบุด (Ubud) เมืองแห่งมนต์เสน่ห์</p>
<p>-หมู่บ้านคินตามณี (Kintamani) หมู่บ้านริมปากปล่องภูเขาไฟ</p>
<p>-ระบำบาหลี บารอง แด้นซ์ (Barong dance) สีสันยามค่ำคืนแห่งบาหลี</p>
<p>-ศิลปะบาหลี ผู้คน และวัฒนธรรม</p>
<p>ภาษาที่ใช้ต่างกันตามสื่อต่าง ๆ ในบาหลี</p>
<p>Pura = Temple = วัด , Gunung = Mountain = ภูเขา</p>
<p>Writer &amp; Photo by อะนิจัง @ Bali</p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 527px; width: 1px; height: 1px;">ทริปนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ ฉันคิดว่าถ้าได้มาอีกจะทำสิ่งที่หลงลืมแล้วพลาดไปด้วย อยากจัดเป็น Photo trip ถ่ายรูปวิถีชีวิตผู้คน ระหว่างทางผ่านฉันผ่านวัดเล็ก ๆ มากมายที่ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/09/bali-is-my-life2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bali  is  my  life</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Aug 2009 05:17:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Anijang อะนิจัง</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Anijang]]></category>
		<category><![CDATA[บาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[อะนิจัง]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=498</guid>
		<description><![CDATA[เย็นย่ำและค่ำคืนของวันที่ 8 สค ฉันบังเอิญ ต้องเดินอยู่ตามลำพัง ในเมือง อุบุด (Ubud) ด้วยความไม่ตั้งใจนัก เพราะพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนสาวอีกห้าคน เพราะฉันมัวแต่แวะหามุมถ่ายรูป หลังจากเดินตามมามองหากลุ่มเพื่อนที่เดินไปก่อนล่วงหน้ามาซักพักก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดสินใจเดินเที่ยวเล่นคนเดียว หาร้านอาหารนั่ง Dinner คนเดียว และ หาตั๋วเข้าชมระบำบาหลี หรือ บารอง คนเดียวเช่นกัน ระหว่างทางเดินไปเดินมาในถนนมังกี้ฟลอเรส พบเห็นแท็กซี่ (ชาวบาหลีเรียกทั๊กซี่) ได้ทั่วไปคอยร้องเรียกนักท่องเที่ยว ฉันเองก็โดนเรียกทุกจุด มืดแล้วเขาไม่คิดกันบ้างเหรอว่านักท่องเที่ยวจะนั่งรถไปไหนมากกว่าเดินเล่น อยู่แถวนี้ดีกว่า อันนี้ฉันคิดในใจด้วยความสงสัย ตอนเดินกลับ สามทุ่มกว่า ๆ ก็ยังเรียกอีก จะให้ฉันไปไหนกันนักหรือพ่อคู้ณ..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br class="spacer_" /></p>
<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Logo1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="aligncenter size-full wp-image-645" title="Logo" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Logo1.jpg" alt="Logo" width="600" height="307" /></a></p>
<p><em>“ค่ำคืนฉันยืนอยู่เดียวดาย”<br />
 </em></p>
<div id="attachment_664" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Stay.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-664 " title="พระอาทิตย์ตก จากที่พัก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Stay-300x222.jpg" alt="พระอาทิตย์ตก จากที่พัก" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">พระอาทิตย์ตก จากที่พัก</p></div>
<p>เย็นย่ำและค่ำคืนของวันที่ 8 สค ฉันบังเอิญ ต้องเดินอยู่ตามลำพัง ในเมือง อุบุด (Ubud) ด้วยความไม่ตั้งใจนัก เพราะพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนสาวอีกห้าคน เพราะฉันมัวแต่แวะหามุมถ่ายรูป หลังจากเดินตามมามองหากลุ่มเพื่อนที่เดินไปก่อนล่วงหน้ามาซักพักก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดสินใจเดินเที่ยวเล่นคนเดียว หาร้านอาหารนั่ง Dinner คนเดียว และ หาตั๋วเข้าชมระบำบาหลี หรือ บารอง คนเดียวเช่นกัน ระหว่างทางเดินไปเดินมาในถนนมังกี้ฟลอเรส พบเห็นแท็กซี่ (ชาวบาหลีเรียกทั๊กซี่) ได้ทั่วไปคอยร้องเรียกนักท่องเที่ยว ฉันเองก็โดนเรียกทุกจุด มืดแล้วเขาไม่คิดกันบ้างเหรอว่านักท่องเที่ยวจะนั่งรถไปไหนมากกว่าเดินเล่นอยู่แถวนี้ดีกว่า อันนี้ฉันคิดในใจด้วยความสงสัย ตอนเดินกลับ สามทุ่มกว่า ๆ ก็ยังเรียกอีก จะให้ฉันไปไหนกันนักหรือพ่อคู้ณ..ความคิดเมื่อตอนหัวค่ำแล่นเข้ามาในหัวอีก (#@%&amp;X) ย้อนกลับไปตอนหัวค่ำฉันเดินหาร้านอาหารเย็นเลือกดูอยู่หลายร้าน อยากหาที่คนไม่เยอะนัก เพราะต้องนั่งกินคนเดียว ไม่อยากให้ทางร้านเขาต้องเสียที่นั่งไปทั้งโต๊ะเพราะฉันไปคนเดียว ได้ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในซอย Arjuna มีฝรั่งนั่งอยู่แค่สองโต๊ะ เย็นนี้ได้ Dinner ตามลำพังกับข้าวผัดอินโดนีเซีย หน้าตาและรสชาดคล้ายข้าวอบสัปรดใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์บ้านเราและ น้ำผลไม้ปั่น พร้อมฟังเพลงสไตล์อินโดนีเซีย ด้วยสนนราคา 17,000 RP รู้สึกร่ำรวยผิดปรกติขึ้นมาทันที ถ้าไม่คิดกลับเป็นเงินไทยแค่หกสิบกว่าบาท วันนี้ฉันยังมีเงินสกุลรูเปียห์ อีกสามแสนกว่า ๆ ในกระเป๋า</p>
<div id="attachment_646" class="wp-caption alignleft" style="width: 243px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Barong-dance1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-646 " title="Barong-dance" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Barong-dance1-291x300.jpg" alt="Barong dance" width="233" height="240" /></a><p class="wp-caption-text">Barong dance</p></div>
<p>เสร็จแล้วก็เดินไปหาซื้อตั๋วดูระบำ บารอง (Barong dance) ที่อุบุดพาเลซ ในราคา 80,000 RP เป็นการแสดงนำเสนอระหว่าง บารอง เป็นเทพแห่งธรรมะ กับ รังดา พ่อมดแห่งอธรรม ชาวบาหลีมีเชื่อในเรื่องความดีความชั่วมาก เป็นการต่อสู้กันระหว่างพลังความดีกับความชั่ว การแสดงเน้นท่าร่ายรำที่ดูแข็ง ๆ ฉันว่าตลกดี สลับการกลับกรอกลูกนัยน์ตาไปมา จนฉันรู้สึกปวดลูกตาแทน เสร็จจากการแสดงก็เดินกลับที่พัก แล้วก็ได้เจอกับกลุ่มเพื่อนอีกครั้งที่บ้านพัก แต่พวกเพื่อน ๆ ฉันเขาไปดูการแสดงอีกที่หนึ่งมา ฉันถึงได้รู้ว่าการแสดงมีอยู่มากมายหลายที่ ไม่ใช่เฉพาะที่นี่ที่เดียว</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_667" class="wp-caption alignright" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tampaksiring9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-667" title="Tampaksiring9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Tampaksiring9-202x300.jpg" alt="Tampaksiring" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Tampaksiring</p></div>
<p>บาหลีสวรรค์ของนักเดินทาง ชาวบาหลีส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูธรรม (Hindu Dharma) เป็นแบบที่นับถือพระศิวะ มีความแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาอิสลาม เพราะยุคนึงได้รับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย แต่ก็ได้ถูกผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นจนต่างจากศาสนาฮินดูที่อินเดียในปัจจุบันนี้ สภาพภูมิศาสตร์เป็นป่าฝนเกาะสุดท้ายทางฝั่งตะวันออกของอินโดฯ มีทั้งภูเขาไฟ และ นาขั้นบันได อีกทั้งหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมแบบชวา บนเกาะบาหลีมีวัดอยู่มากมายกว่า 20,000 วัด หากแต่ที่ดึงดูดให้ฉันตัดสินใจมาที่นี่ ด้วยเพราะเมืองอุบุด เมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยศิลปะและความเชื่อแห่งศรัทธาพบเห็นได้ไม่ยากบนเกาะแห่งนี้ นอกจากจะเป็นสวรรค์ของนักเดินทางแล้ว ฉันว่ามันยังเป็นดินแดนแห่งมนต์ขลังของคนรักการถ่ายภาพวิถีชีวิตผู้คนได้อีกด้วย เพราะภาพผู้คนที่ยังแบกของทูลหัว แต่งกายด้วยชุดประจำถิ่น เดินไปวัดยังมีให้พบเห็นได้ทั่วไป การประกอบพิธีกรรมที่มีพลังแห่งศรัทธาอย่างล้นเหลือ ความเชื่อในพลังธรรมชาติและเชื่อในจิตวิญญานว่าทุก ๆ ที่จะมีวิญญานสิงสถิตอยู่ เครื่องรางที่เป็นตัวแทนทางศาสนาถูกเชื่อมโยงกับมิติแห่งกาลเวลาของบรรพบุรุษที่ล่วงลับพบเห็นได้ทุกหัวระแหงและตามทางเดิน อีกทั้งค่าครองชีพที่แสนถูกสบายกระเป๋า ที่พักราคาประหยัดสไตล์บาหลี ๆ แท้ ๆ บวกกับโปรโมชั่นจากเจ้าหางแดง ก็ทำให้ตัดสินใจบินลัดฟ้ามาเที่ยวบาหลีได้ไม่ยาก</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_659" class="wp-caption alignleft" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/fly3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-659    " title="fly3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/fly3-202x300.jpg" alt="มุมจากบนเจ้าหางแดง" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">มุมจากบนเจ้าหางแดง</p></div>
<p>การเดินทางมาเที่ยวด้วยตนเองนั้นทำได้ไม่ยาก เพราะเกาะบาหลีมีพื้นที่เพียง 5,620 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งของอินโดนีเซียจากหมื่นกว่าเกาะ พวกฉันหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต แล้วตัดสินใจมาเที่ยวกันเองโดยหาบริษัทรถเช่าและจ่ายแพงขึ้นอีกนิดพร้อมคนขับและประกันภัย ได้ในราคา 40 USD ต่อวัน โดยตกลงให้มารับที่สนามบิน Denpasar Ngurah Rai ช่วงที่กลุ่มฉันไปเป็นช่วง Hi season ของเกาะบาหลี จะอยู่ที่ช่วงเดือน เมษายน ถึง กันยายน หลังจากนี้จะเข้าฤดูฝน ทำให้ที่พักแพงขึ้นมาจากเดิมที่หาข้อมูลได้ที่ 150,000 RP ขึ้นเป็น 250,000 RP (ช่วงที่ไปเรท 1USD = 9,800 RP) แต่ได้ห้องละสามคน ก็เลยโอเค เป็นราคาที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ถ้าเทียบกับคุณภาพ แถมมีอาหารเช้าเป็นผลไม้ กับ แป้งอะไรซักอย่างทอดเค็ม ๆ มัน ๆ บ้านพักข้าง ๆ เสริฟไข่เจียวขนมปังลอยผ่านหน้าฉันไปให้แขกของบ้านเขา ฉันได้แต่มองตามตาละห้อยแล้วน้ำลายไหลสามหยด “อยากได้อย่างงี้บ้างจัง” สุดท้ายฉันก็ไปซื้อข้าวห่อใบตอง (Pecel) ในตลาดอุดบุดมากิน ตามคำแนะนำเพื่อนที่ไปมาก่อนหน้านี้ แต่ต้องแกล้งทำลืมสภาพตลาดเช้ากับน้ำมือคุณยายที่รมณ์บ่จอยนัก เพราะฉันขอแกถ่ายรูป ข้าวในห่อตอนแกถืออยู่ แล้วมันโฟกัสไม่ได้ซะที แกเลยโมโห ปิดห่อซะเลย พวกฉันร้องพร้อมกัน แต่แกก็ไม่สนใจใยดีอีกเลย คงนึกในใจว่า “เสียเวลาทำมาหากินหมด ดูซิมากันตั้งห้าหกคนซื้อแค่ห่อเดียว” เวลาคุณยายหยิบข้าวและกับแกหยิบด้วยมือเปล่า ๆ ของแกโดยไม่มีถุงมือใด ๆ ทั้งสิ้น มันอร่อยตรงนี้แหล่ะน้า แล้วก็อร่อยจริง ๆ นะไม่รู้อร่อยน้ำ(ขี้)มือ หรือ น้ำหมากกันแน่ ราคาแค่ 5,000 RP เอง แนะนำ ๆ บอกต่อสำหรับคนกินง่ายเข้าถึงถิ่น</p>
<div id="attachment_766" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/DSC_0932.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-766" title="Nasi Pecel" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/DSC_0932-300x222.jpg" alt="Nasi Pecel" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Nasi Pecel</p></div>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_651" class="wp-caption alignright" style="width: 212px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Besakih9.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-651" title="Besakih9" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Besakih9-202x300.jpg" alt="Besakih" width="202" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Besakih</p></div>
<p>วันแรกฉันเดินทางไป วัดเบซากิห์ (Pura Besakih) วัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในบาหลี (Mother Temple) ชาวบาหลีถือว่าเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง ภายในประกอบด้วยวัดเล็ก ๆ อีก 23 แห่ง เรียงรายไปตามไหล่เขา มีฉากหลังคือภูเขาไฟกุนุง อากุง (Gunung Agung) ที่สูงที่สุดในบาหลี ด้วยความสูง 3,142 เมตร ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อ 17 มีนาคม ค.ศ.1963 สร้างความเสียหายไม่น้อย ที่วัดนี้พวกฉันศึกษาวิธีหลบหลีกไกด์จอมตื้อมาก่อนแล้ว กลุ่มคนพวกนี้จะเข้ามาทำตัวเสมือนเจ้าหน้าที่ขอเช็คบัตรค่าเข้า แล้วจะเก็บบัตรเราไปไม่คืน พร้อมทั้งบอกว่าภายในวัดมีพิธีอยู่ นักท่องเที่ยวเข้าไม่ได้ถ้าไม่มีคนท้องถิ่นนำ พวกฉันหาข้อมูลมาก่อนแล้วว่าวัดนี้มีพิธีทั้งวัน ตามจุดต่าง ๆ กระจัดกระจาย เราก็แค่ไม่เข้าไปยุ่งตรงจุดที่เขาทำพิธีกันอยู่ก็แค่นั้น และแล้วก็มีไกด์สามสี่คนตรงดิ่งเข้ามาจะขอดูตั๋ว พวกฉันก็ยื่นให้ดูแต่ไม่ยอมให้ไปแล้วก็ไม่หยุดฟังด้วย พวกเขาก็เดินตามพูดอะไรไม่รู้เยอะแยะเดินไปพูดไป พวกฉันก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องบ้างไม่สนใจบ้าง ทำหน้ามึนใส่ จนเขาคิดว่าพวกเราเป็นกระเหรี่ยงไม่เข้าใจภาษาอังกฤษแน่ ๆ ก็เลยจนปัญญาเดินกลับไปเองแบบส่ายหน้าบ่นพึมพำเป็นภาษาอินโดหรือบาหลี (#@%&amp;X) ภายในวัดฉันแยกตัวออกมาเดินคนเดียว (อีกแล้ว) เดินเข้าเกือบทุกซอกทุกมุมในเวลาสองชั่วโมง ไปเขย่งขาตะกายตรงกำแพงแอบดูเขาทำพิธี แล้วถ่ายรูป โดนดุมานิดหน่อยเพราะฉันทำประเจิดประเจ้อเกินไป ใส่กระโปรงแต่ทำตัวเป็นลิงเป็นข่าง นึกแล้วยังขำตัวเองไม่หาย พอขบวนพิธีผ่านไปแล้ว คนที่คุมพิธีมาเรียกฉัน ฉันตกใจมากนึกว่าโดนแน่เลย แต่เขามาตามให้ไปถ่ายรูปด้านในได้แล้ว เพราะเมื่อกี้ฉันตกใจที่เขาดุเลยรีบหนีออกมา แต่ชาวบาหลีในปัจจุบันนี้เปิดกว้างกับนักท่องเที่ยวมากแล้ว บางจุดที่ทำพิธีเขาก็อนุโลมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปได้ อาจเป็นเพราะเห็นฉันไปคนเดียวทำหน้าตาน่าสงสัยเรียกคะแนนสงสารได้มากอยู่ เขาออกมาเรียกให้เข้าไปดูเลยนะในงานพิธี ๆ หนึ่ง แต่ฉันก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้มากนักหรอกเพราะงานนั้นใหญ่มาก มีฝรั่งอยู่ในนั้นเป็นเพื่อนสองสามคนพอแก้เขินได้บ้าง</p>
<div id="attachment_657" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-657" title="bali-anijang1" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang1-300x212.jpg" alt="พิธีกรรม Basakih" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">พิธีกรรม Basakih</p></div>
<p>สุดท้ายตอนจะเดินออกเจอดีจนได้ มีหนุ่มบาหลีมาคนนึงเข้ามาพูดคุยกับฉัน แนะนำว่าควรถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้ ฉันก็นึกเคืองในใจว่าจะมาบอกทำไมเนี่ย ฉันชอบถ่ายในแบบของฉันเอง แถมมาทำเดินเป็นเพื่อนอีก กลัวฉันจะเหงาหรือไง ตอนแรกก็คิดว่าคงมีน้ำใจมั้ง พอถึงทางออกจะขอทริป ฉันบอกไม่ได้พกเงินมาหรอก ฝากไว้ที่เพื่อนหมด เขาก็ทำหน้าไม่พอใจ พอฉันเจอเพื่อนก็บอกไหนล่ะค่าทริป ฉันบอกพูดอะไรไม่รู้เรื่องฉันฟังภาษาอังกฤษที่คุณพูดไม่เข้าใจ เขาก็บอกว่างั้นยูเข้าใจคำว่า ฟักยู มั้ย แล้วก็เดินกลับไป ฉันก็ตะโกนไล่หลังไปว่า ฟักยูทู ถือว่าหายกัน เพื่อนบอกเมื่อกี้ก็เห็นฝรั่งคนนึงโดนไถทริปให้ใบนึงก็ทำหน้าไม่พอใจและข่มขู่ ต้องควักใบที่สอง ใบที่สาม ใบที่สี่ สุดท้ายได้ไปหลายแสนรูเปียห์ แต่ขอโทษไม่ได้แอ้มเงินฉันหรอก เพราะฉันไม่ได้ตกลงอะไรด้วยตั้งแต่แรกนี่นา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_502" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Batur-Lake.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-502 " title="Batur-Lake" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Batur-Lake-300x222.jpg" alt="Batur Lake" width="300" height="222" /></a><p class="wp-caption-text">Batur Lake</p></div>
<p>ถัดจากนี้ก็ไปทะเลสาบบาตูร์ (Batur Lake) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี มีความยาว 7 km กว้าง 2.5 km ชาวบาหลีเชื่อว่าทะเลสาปแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่สถิตของเทวีดานู (Dewi Danu) เกิดจากตาน้ำ 11 แห่งรวมกัน และไม่มีทางน้ำไหลออก แต่จะไปโผล่ตามน้ำพุต่าง ๆ บนเกาะนี้ บริเวณนี้ยังมีหมุ่บ้านคินตามณี (Kintamani) และ หมู่บ้านเพเนโลกัน (Penelogan) ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เพราะมีฉากหน้าเป็นทะเลสาบ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟบาตูร์ ที่เคยปะทุพ่นลาวาเถ้าภูเขาไฟมาหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการพ่นหินทรายดำกับควันไฟ พวกฉันกินอาหารกลางวันที่นี่ เป็นบุฟเฟต์ ราคาต่อหัวคนละ 70,000 RP ตุนกันจนถึงคออิ่มท้องสบายกระเป๋า(ตัวเอง) เพราะเอาเงินกองกลางออกมาจ่าย ออกมาได้ซักพักก็เจอแผงขายก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้น (Bakso) เต็มไปหมด เสียดายไม่ได้ลองชิม และ ภายในบริเวณทะเลสาบนี้ ยังมีวัดที่ใหญ่และถือว่าสำคัญเป็นอันดับสองรองจากวัดเบซากิห์ ชื่อว่าวัดอูลันดานูบาตูร์ (Pura Ulan Danu Batur) แต่พวกฉันไม่ได้ไปเพราะสับสนในชื่อที่คล้ายกันของโปรแกรมพรุ่งนี้ คิดว่าเป็นที่เดียวกัน เสียดายมากกกกก</p>
<div id="attachment_674" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g498]"><img class="size-medium wp-image-674" title="Pura Tirta Empul" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/bali-anijang2-300x212.jpg" alt="Pura Tirta Empul" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">Pura Tirta Empul</p></div>
<p>แต่ไปแวะวัดเล็ก ๆ อีกสองที่คือ กุนุงกาวี (Pura Gunung Kawi) กับ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul) แทน ที่วัดน้ำพุนี้ฉันตื่นตาตื่นใจกับการลงอาบน้ำในบ่อน้ำพุของชาวบาหลี บรรยากาศคล้ายกับอินเดียที่เห็นตามสารคดีมาก ชาวบาหลีเชื่อว่าพระอินทร์เป็นผู้ดลบันดาลให้เกิดน้ำพุ ผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ ทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ ที่ลงไปแล้วตัวสั่นหงึก ๆ หงัก ๆ กับความเย็นของน้ำจนเห็นได้ชัด อีกทั้งเด็กเล็กก็ร้องไห้ลั่นเพราะความเย็น ตรงนี้ฉันถ่ายรูปกับฝรั่งกลุ่มนึงสนุกมากไม่ยอมไปไหนกันเลย แถมมาก๊อปมุมถ่ายรูปฉันอีก แหม ฝรั่งก็ copy and paste เป็นเหมือนกันนะ ไม่ได้เก่งเฉพาะพี่ไทย เพื่อนที่ไม่ได้ถ่ายรูปก็ออกไปช้อปปิ้ง แม่ค้าที่นี่พูดไทยได้ด้วยว่า “ช่วยซื้อหน่อย ๆ สี่อันร้อยบ้าง หกอันร้อยบ้าง และตามด้วย อีบร้า” ตอนเดินออกจากร้านแล้วไม่ซื้อ เพราะไม่มีใครกล้าซื้ออะไรกลับมาเลย เข้าไปแล้วเหมือนโดนรุมเพราะเสียงแม่ค้าเรียกกันระงมจนไม่มีสมาธิ ฉันกลับนึกถึงตลาดดองบา ที่เมืองเว้ เวียตนามขึ้นมาทันที เพราะที่นั่นก็มีแม่ค้าพูดไทยได้หลายคน แต่พูดจาดีกว่านี้เยอะ กลับถึงอุบุดก็เย็นย่ำ พวกเราไปฉลองความบร้าโดยการไปดินเนอร์กันที่ Dian ตามที่ Mr.LP แนะนำมา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>Writer &amp; Photo by อะนิจัง @ Bali</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=10&amp;ll=-8.506795,115.262096&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.746948,115.17118">สนามบิน</a></dt>
<dd>สนามบิน</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.365901,115.45043">Basakih</a></dt>
<dd>Basakih</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.276557,115.384855">Batur Lake</a></dt>
<dd>Batur Lake</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.418662,115.31088">Tirta Empul</a></dt>
<dd>Tirta Empul</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.423332,115.311502">Gunung Kawi</a></dt>
<dd>Gunung Kawi</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=-8.506795,115.262096">Ubud</a></dt>
<dd>Ubud</dd>
</dl>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/08/bali-is-my-life/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินขาขวิด ที่มะละกา (ตอนจบ)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/02/melaka3/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/02/melaka3/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2009 01:35:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกา]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[เดินขาขวิดมาสองวันติดวันนี้วันสุดท้าย ที่จะต้องบอกลา มะละกา เดินทางต่อไปที่ กัวลาลัมเปอร์ เพื่อทีจะขึ้นเครื่องกลับในตอนเย็น แต่สงสัยพระเจ้าทรงประทานพรให้เครื่องบินต้องดีเลย์ออกไปอีก โปรแกรมเราเลยต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเวลาที่ได้เพิ่มขึ้น คราวนี้เลยต้องมาเดินขาขวิดต่อที่  กัวลาลัมเปอร์ แถมด้วย ปุรตาจาร์ยา อีกเมือง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>เดินขาขวิดที่ กัวลาลัมเปอร์ และ ปุรตาจาร์ยา</h2>
<div id="attachment_1535" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1535" title="บอกลา มะละกาด้วยข้ามมันไก่เจ้าเดิม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka14-1-300x212.jpg" alt="" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">บอกลา มะละกาด้วยข้ามมันไก่เจ้าเดิม</p></div>
<p>วันนี้นัดกันจะไปกินข้าวมันไก่อีกรอบก่อนกลับ (ติดใจๆ) แต่ตื่นมาเร็วกว่าเวลานัดอีกแล้ว อาบน้ำอาบท่าเสร็จเลยออกไปเดินชมเมืองยามเช้ากันก่อน เดินผ่านร้านติ่มซำเห็นคนเยอะเชียว ท่าทางจะอร่อย เลยตกลงใจแวะชิมกันซักนิดหน่อยก่อนไปกินข้าวมันไก่ รสชาติก็โอเค ราคาไม่แพง(แต่ที่บ้านเราอร่อยกว่านะ) จากนั้นก็ไปร้านข้าวมันไก่ตามที่นัดกันไว้ วันนี้คนยังไม่มากอาจเพราะยังเช้าอยู่ แต่ขอยืนยันว่าร้านนี้อร่อยจริงๆ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>หลังจากกินเสร็จก็กลับไปเก็บข้าวเก็บของ แล้วไปเจอกันที่ River View Guesthouse เดิมทีตั้งใจจะไปขึ้นรถตรงที่ลงเมื่อวันก่อน แต่ด้วยความไม่แน่ใจในเส้นทางที่รถวิ่ง บวกกับระยะทางค่อนข้างไกล เลยตกลงกันว่าจะไปขึ้นรถที่หอนาฬิกา เพราะอยากจะไปส่งโปสการ์ดด้วย แต่เดินออกมาได้นิดเดียว ก็มีรถ Panorama วิ่งมาพอดี แปลกใจอยู่ว่ารถวิ่งผ่านมาทางนี้ด้วยเหรอ แต่ก็โบกรถไปแล้ว เส้นทางที่วิ่งก็ไม่เหมือนเมื่อวาน พี่ป้องเลยเปิดดูคู่มือ ปรากฏว่า รถ Panorama มี 2 สาย สีแดง กับสีน้ำเงิน รถวิ่งออกไปนอกเมืองไกลมาก กว่าจะวนกลับมาที่ Melaka Sentral ก็ 10 โมงครึ่งแล้ว (ตอนแรกเราตั้งใจจะมาขึ้นรถเที่ยว 10 โมง) เลยต้องเลื่อนไปเป็นเที่ยว 11 โมง</p>
<p>พอซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจี๊ยบก็ไปถามหาตู้ไปรษณีย์เพื่อส่งโปสการ์ด เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะส่งโปสการ์ดแล้วประทับตรา Melaka ถามไถ่ผู้คนได้ความว่ามีตู้ไปรษณีย์ตั้งอยู่ริมถนนด้านหน้าอยู่ตู้หนึ่ง รีบวิ่งออกไปส่งเพราะใกล้เวลารถออกแล้ว เป็นอันว่าภาระกิจลุล่วงไปอีกหนึ่งอย่าง</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1537" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1537" title="มื้อเที่ยงที่ KL เด็กเสิร์ฟพูดไทยได้" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/PPong-300x212.jpg" alt="มื้อเที่ยงที่ KL เด็กเสิร์ฟพูดไทยได้" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">มื้อเที่ยงที่ KL เด็กเสิร์ฟพูดไทยได้</p></div>
<p>เรานั่งรถเพื่อเดินทางไป KL ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงสถานีขนส่ง Pudajaya ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก China Town มากนัก เลยจะเดินไปหาอะไรกินกันก่อน ระหว่างทางเราแวะเข้าห้องน้ำที่ Mc Donald (สงสัยคนที่นี่ชอบกิน Mc Donald เพราะร้านเป็นตึก 3 ชั้น คนนั่งเต็มทุกโต๊ะเลย) หลังจากเสร็จธุระก็เดินไป China Town หาร้านอาหารกินกัน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>เดินมาเจอร้านก๋วยเตี๋ยวฮกเกี้ยน มีอาหารหลากหลายทีเดียว (มีรูปติดให้ดูที่หน้าร้านด้วย) ตกลงร้านนี้แล้วกัน เข้าไปหาที่นั่งด้านใน กำลังเลือกสั่งอาหาร น้องสาวที่มารีบออเดอร์ถามเราเป็นภาษาไทย ทำเอาแปลกใจเล็กน้อย เพราะทั้งทริปนี้ยังไม่เจอคนไทยเลย สอบถามได้ความว่าเคยทำงานที่เมืองไทย หลังจากทานเสร็จก็เรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าเด็กเกือบทั้งร้านพูดภาษาไทยกันได้เกือบหมด</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_375" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka15.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g323]"><img class="size-medium wp-image-375  " title="The Heritage Station Hotel" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka15-300x212.jpg" alt="The Heritage Station Hotel โรงแรมที่เรามาแวะพัก ตอนทริปบาหลี" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">The Heritage Station Hotel โรงแรมที่เรามาแวะพัก ตอนทริปบาหลี</p></div>
<p>พวกเราขึ้นรถไฟฟ้าที่ย่านไชน่าทาว์นเดินทางไป KL Sentral เพื่อหาที่ฝากสัมภาระ และดูเส้นทางที่จะไป Putrajaya ด้วย หลังจากฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์หยอดเหรียญเสร็จก็นั่ง Kommuter ไป 1 สถานี (Kualalumpur) เพื่อถ่ายรูปโรงแรม The Heritage Station Hotel และสถานีรถไฟเก่า ถ่ายรูปกันจนพอใจและจึงรีบขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีตรงไชน่าทาว์นสถานีเดิมตอนไป KL Sentral คราวนี้มุ่งหน้าไปสถานี KLCC เพื่อชมและถ่ายรูปตึก Petronas ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก จากนั้นกลับมาขึ้นรถไฟไปสถานี Masjid Jamek ซึ่งเป็นย่านราชการ ย่านนี้เรียกกันว่า Merdeka Square อ่านเผินๆ คล้ายกับ Melaka เมื่อวานตอนที่ยังอยู่ที่ มะละกา สาวจุ๊บซึ่งเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดีจากกรุงเทพ โดยมี print out รูปของที่นี่มาด้วย โดยเจ้าตัวเข้าใจว่าตั้งอยู่ที่มะละกา เธอจึงบ่นเสียดายว่า มามะละกาทั้งที เสียดายที่ไม่ได้เที่ยวที่ Merdeka Square ผมซึ่งจัดอยู่ในพวกเที่ยวละเอียด คือมาครั้งเดียวเก็บให้หมดจะได้ไม่ต้องมาอีก เพราะยังมีที่ในเราค้นหาอีกมากมายรอเราอยู่  ผมจึงต้องรีบดูเพราะจากข้อมูลที่พอเตรียมมาบ้างพวกเราไม่น่าจะพลาดที่ไหนไปได้ พออ่านข้อมูลดูจึงรู้ว่าอยู่ที่ KL งานนี้เลยต้องจัดให้เป็นพิเศษครับ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_379" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka16.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g323]"><img class="size-medium wp-image-379 " title="Merdeka Square Kuala Lumpur &amp; Petronas" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/Melaka16-300x212.jpg" alt="Merdeka Square,ตึกแฝด Petronas, บนรถไฟ KL Transit" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">Merdeka Square,ตึกแฝด Petronas, บนรถไฟ KL Transit</p></div>
<p>ตัวอาคารย่านนี้จะเป็นตึกเก่าสวยงาม ตึกทีใหญ่สุดคือตึกสุลต่านอัลดุล ซามัด  พวกเราถ่ายรูปกันค่อนข้างจะเร่งรีบ จนเป็นที่พอใจพอสมควรแล้วจึงรีบเดินทางกลับมาที่ KL Sentral เพื่อเอากระเป๋าในล็อกเกอร์ และนั่งรถไฟ Kl Transit ไป Putrajaya ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง เรามาถึง Putra Sentral 6 โมง 20 ต้องหารถต่อไปมัสยิด Putra ก่อนขึ้นรถไม่ลืมเช็คตารางรถไฟเที่ยวที่จะเดินทางกลับสนามบิน มีรถไฟเที่ยว 19:50 และ 20:20 ที่เราสามารถกลับไปขึ้นเครื่องทันเวลา เราตั้งใจว่าจะรีบกลับมาให้ทันเที่ยว 19:50 เพื่อความอุ่นใจว่าจะไม่ต้องนอนที่นี่อีกคืน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>ที่สถานี Putra มีรถหลายสาย เลยลองสอบถามเจ้าหน้าที่ดู มี3-4 สายที่วิ่งผ่านไปมัสยิด Putra ที่หมายสุดท้ายของเราสำหรับทริปนี้ รถขับผ่านจุดต่างๆของรอบเมือง Putra ซึ่งถูกจัดผังเมืองไว้อย่างดี ไม่มีเสาไฟฟ้าเกกะให้เห็นเหมือนบ้านเราแล้ว บ้านเมืองก็สวยงามสะอาดตามากๆ</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_372" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/IMG_6418.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g323]"><img class="size-medium wp-image-372 " title="Masjid Putra" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/08/IMG_6418-300x200.jpg" alt="Masjid Putra" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Masjid Putra</p></div>
<p>เราลงป้ายที่ใกล้มัสยิดมากที่สุดซึ่งยังต้องเดินเข้าไปอีก 500 เมตร ลงจากรถได้ก็รีบเดินกึ่งวิ่งไปให้ถึงมัสยิดโดยเร็วแข่งกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาขอบฟ้าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แล้วเราก็มาถึงทันได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่มัสยิดสมใจ เรามีเวลาอยู่ชื่นชมความงามได้ไม่นานนัก เพราะต้องรีบกลับไปให้ทันรถไฟไปสนามบิน เราได้ขึ้นรถก็ปาเข้าไป 19:45 แล้ว ไม่ทันรถไฟเที่ยว 19:50 แน่นอนแล้ว</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>รถวิ่งวนไปมาอยู่พักใหญ่กว่าจะมาถึง Putra Sentral 20:05 แล้ว รีบวิ่งไปซื้อตั๋วและเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นรถไฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ก็ถึง KLIA จากนั้นเราต้องต่อรถ shuttle bus ไป LCCT เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาถามพนักงานที่เคาน์เตอร์เลยดีกว่า เราต้องเดินลงบันไดหนีไฟเพื่อลงไปชั้นล่าง ไปถึงมีรถจอดอยู่คันหนึ่ง หน้ารถมีป้ายติดอยู่ KLIA – LCCT กำลังจะเดินไปขึ้น แต่เพื่อความแน่ใจเลยสอบถามเจ้าหน้าที่อีกทีดีกว่า ได้คำตอบว่ารถคันนี้ไม่ได้ไป(แล้วติดป้ายไว้ทำไมเนี่ย) ให้เดินไปรอรถที่ช่อง 10</p>
<p>เราเดินเข้าไปรอในตัวอาคารซึ่งมีร้านขายอาหารอยู่ ประกอบกับไม่รู้รถจะมาเมื่อไหร่ และเราก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นกัน เลยสั่งข้าวราดแกง(อินเดีย)มา 2 จาน กินไปก็มองรถไป กินไปไม่ถึงครึ่งจานรถก็มาแล้ว เลยต้องรีบกินอย่างรวดเร็ว อาหารอร่อยซะด้วยสิ เสียดายไม่มีเวลาได้ลิ้มรสชาติอาหารมากนักกินเสร็จรีบคว้ากระเป๋าวิ่งขึ้นรถทันที ใช้เวลาเดินทางระหว่างสนามบิน 15 นาที เมื่อเรามาถึง LCCT ได้ยินเสียงประกาศ final call พอดี รีบวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะวิ่งได้ ไปโหลดกระเป๋า และ check in แล้วผ่าน ตม. มารอที่หน้า gate ระหว่างนั่งรอเลยนำเงินที่เหลือมาแลกคืน มีเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวมาเลเซียมาให้ช่วยตอบแบบสอบถามเราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตอบเสร็จก็ไดรับของที่ระลึกเป็นเข็มกลัดมา 2 อัน</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=10&amp;ll=2.936205,101.689324&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.936205,101.689324">มัสยิดปุรตา</a></dt>
<dd>มัสยิดปุรตา</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.931469,101.670796">Putra Sentral </a></dt>
<dd>Putra Sentral </dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.75509,101.706018">KLIA</a></dt>
<dd>KLIA</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.740301,101.720674">LCCT</a></dt>
<dd>LCCT</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.134485,101.686664">KL Sentral</a></dt>
<dd>KL Sentral</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.141748,101.697135">Chaina Town</a></dt>
<dd>Chaina Town</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.139723,101.693423">The Heritage STaion Hotel</a></dt>
<dd>The Heritage STaion Hotel</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.148593,101.694388">Merdeka Square</a></dt>
<dd>Merdeka Square</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=3.158074,101.711866">Petronas</a></dt>
<dd>Petronas</dd>
</dl>
<p>เครื่องออกประมาณ 22:05 ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงก็ถึงสุวรรณภูมิ แต่เครื่องบิน Air Asia เที่ยวนี้ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลยเนื่องจากแอร์ก็เสีย อากาศบนเครื่องร้อนยังกะเตาอบ ยิ่งตอนที่จะนำเครื่องลงต้องปิดแอร์ ทำให้อากาศยิ่งร้อนจนเกือบหายใจไม่ออก ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องหากระดาษมาพัดกันยกใหญ่ กว่าจะได้ลงเครื่องเกือบเป็นลมยกเที่ยวบินซะแล้ว</p>
<p>เพิ่มเติม:  ทริปนี้สุดประหยัดเลยครับ ได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกมาประมาณ สองพันบาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่มะลากาและ KL รวมแล้วประมาณ 1,700 บาทเบ็ดเสร็จแล้วทั้งทริป 3  วัน 2 คืน รวมตั๋วเครื่องบินและที่พัก ไม่เกิน 4,000 บาท แต่เราโชคดีกว่าที่ได้รับ coupon ส่วนลดมาอีก 1,700 บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/02/melaka3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินขาขวิดที่ มะละกา (ตอนที่ 2)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/08/01/melaka2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/08/01/melaka2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2009 17:03:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกา]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=250</guid>
		<description><![CDATA[มะละกาตอนที่ 2 ขาขวิดกว่าเมื่อวาน หลังจากที่เราได้เสนอเรื่อง เดินขาขวิดที่ มะละกา ตอนแรกและได้รับการตอยรับเป็นอย่างดี เป็นแรงกดดันให้เราต้องรีบออกตอน 2 เพื่อให้เป็นการต่อเนื่อง  วันนี้เราเดินกันรอบเมืองเลย แถมด้วย มัสยิด แสนสวยริมทะเลที่อยู่ไกลจากเมืองกว่า 3 กม. อีกครั้งกับการตระเวนชิมอาหารหลากชนิด มะละกาเป็นเมืองที่มีของกินอร่อยๆ มากมาย ขนาดที่กลับมาแล้วยังคิดถึงอยูเสมอ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มะละกาตอนที่ 2 ขาขวิดกว่าเมื่อวาน หลังจากที่เราได้เสนอเรื่อง<a title="เดินขาขวิดที่ มะละกา" href="http://onholiday.org/2009/07/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2/"> เดินขาขวิดที่ มะละกา</a> ตอนแรกและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เป็นแรงกดดันให้เราต้องรีบออกตอน 2 เพื่อให้เป็นการต่อเนื่อง  วันนี้เราเดินกันรอบเมืองเลย แถมด้วย มัสยิด แสนสวยริมทะเลที่อยู่ไกลจากเมืองกว่า 3 กม. อีกครั้งกับการตระเวนชิมอาหารหลากชนิด มะละกาเป็นเมืองที่มีของกินอร่อยๆ มากมาย ขนาดที่กลับมาแล้วยังคิดถึงอยู่เสมอ</p>
<h2>ตอนที่ 2 Strait Masjid ขาขวิดยิ่งกว่า</h2>
<div id="attachment_258" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-258" title="อาหารเช้าบะหมี่ สั่ง 2 แต่ได้มา 3 ชาม" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/IMG_6067-300x200.jpg" alt="อาหารเช้าบะหมี่ สั่ง 2 แต่ได้มา 3 ชาม" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">อาหารเช้าบะหมี่ สั่ง 2 แต่ได้มา 3 ชาม</p></div>
<p>ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมงครึ่ง แต่ตื่นมาฟ้ายังมืดอยู่เลย ด้วยเวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทยอยู่ 1 ชั่วโมง ขอนอนต่ออีกสักนิดละกัน ก่อนจะลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปหาเพื่อนๆตามที่นัดหมายกันไว้ ไปถึงที่พักเพื่อนๆก่อน 8 โมงเล็กน้อย ประตูยังปิดอยู่เลย นึกขึ้นได้ว่าลืมขนมปังไว้ที่ห้อง เลยเดินกลับมาเอาขนมปังก่อน ระหว่างทางเดินผ่านร้านบะหมี่ท่าทางน่ากินเชียว หลังจากได้ขนมปังแล้วก็เดินตรงไปร้านบะหมี่ แวะชิมกันซะหน่อยดีกว่า เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นคนจีน สื่อสารกันเหมือนจะเข้าใจกันดี แต่สั่งไป 2 ชาม ไหงมาตั้ง 3 ชามหว่า แล้วจะกินหมดหรือนี่ บะหมี่หน้าตาดี รสชาติก็อร่อย กินยังไม่ทันเสร็จ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก (วันนี้จะได้เที่ยวมั๊ยเนี่ย) แต่โชคดีที่เราเจอเจ้าของเกสท์เฮาส์เข้ามานั่งกินบะหมี่กับเพื่อนเค้าอยู่โต๊ะข้างๆ และเสนอจะให้เรายืมร่ม เราก็รีบตกลงทันที (ไม่มีลังเลเลยเพราะกลัวเค้าเปลี่ยนใจ)</p>
<div id="attachment_260" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-260 " title="อาหารอินเดีย รสชาติอร่อยกว่าที่คิด" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Melaka8-300x212.jpg" alt="อาหารอินเดีย รสชาติอร่อยกว่าที่คิด" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">อาหารอินเดีย รสชาติอร่อยกว่าที่คิด</p></div>
<p>เราเดินกลับไปเกสท์เฮาส์เพื่อน นั่งคุยกันที่ระเบียงเพื่อรอฝนหยุด ฝนเริ่มซาเมื่อใกล้ 10 โมงเช้า เราเดินไปกินอาหารอินเดียที่หัวสะพานตามที่คุยกันไว้แต่แรก อาหารรสชาติดีทีเดียวเวลาเสิร์ฟมีใบตองรองมาด้วย ผิดกับที่คาดไว้แต่แรกว่ากลิ่นอาจจะแรงซักหน่อย</p>
<p>ออกจากร้านอาหารอินเดีย ผ่านโบสถ์ Fransis Xavia เนื่องจากวันนี้ที่โบสถ์มีงาน ด้านหน้าซึ่งเป็นลานจอดรถจึงเต็มไปด้วยรถยนต์ ทำให้รูปที่เราตั้งใจว่าจะมาถ่ายกับป้าย &#8220;Welcome to Meleka World Heritage&#8221; ต้องถูกบดบังถึงกระนั้นก็ยังไม่พลาดขอกระโดดกันเป็นที่ระลึกสักหน่อย ผมในฐานะโปรถ่ายภาพกระโดดจึงต้องอาสาเป็นตากล้องในช่วงนี้</p>
<div id="attachment_262" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-262" title="โบสถ์ Fransis Xavia และกระโดดมรดกโลก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Melaka10-300x212.jpg" alt="โบสถ์ Fransis Xavia และกระโดดมรดกโลก" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">โบสถ์ Fransis Xavia และกระโดดมรดกโลก</p></div>
<p>พวกเราเดินต่อผ่านหอนาฬิกาแล้วเดินอ้อมถนนเลียบเชิงเขาเพื่อไป A Famosa ช่วงนี้เราไม่ต้องรีบร้อนอะไรมากนักแวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปกระโดด งานนี้กระโดดกันลืมแก่เลย  และซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปชมความงามของวังสุลต่าน</p>
<p>จากนั้นก็เดินกลับทางเดิมที่เดินเมื่อวานนี้ แวะถ่ายรูปพิพิธภัณฑ์เรือ</p>
<div id="attachment_263" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-263" title="วังสุลต่าน กับ กระโดดหลุดโลก" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Melaka11-300x212.jpg" alt="วังสุลต่าน กับ กระโดดหลุดโลก" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">วังสุลต่าน กับ กระโดดหลุดโลก</p></div>
<p>เดินนานๆเริ่มหิวอีกแล้วสิ ผ่านไปทาง Jonker Street เห็นร้านข้าวมันไก่ที่เรากินเมื่อวานคนเต็มร้าน แถมยืนรอคิวกันเป็นแถวยาว (ดีนะที่เมื่อวานเราได้ลิ้มลองความอร่อยกันไปแล้ว) ตั้งใจจะไปกิน Laksa กันแต่ไม่รู้ว่าร้านตั้งอยู่ที่ไหน ลองถามคนขายน้ำแข็งใส แล้วลองเดินหา แต่ก็หาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินอ้อมผ่านหน้าที่พัก เผื่อร้านติ่มซำที่เห็นเมื่อเช้าจะยังเปิดอยู่ แต่เดินมาถึงก็ปรากฏว่าร้านปิดแล้ว อดกินเลย</p>
<p>เดินหาร้านอาหารกินกัน แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่ร้านพายสับปะรด เลยแวะเข้าไปชิมแล้วซื้อติดไม้ติดมือกันมาคนละกล่อง สองกล่อง หลังจากได้ขนมแล้วตั้งใจว่าจะไปกินปอเปี๊ยะกัน แต่ไปถึงร้านก็ปิดอีก บ่าย 3 แล้วทั้งเมื่อยทั้งหิวมากแล้ว หันมาเห็นร้านใกล้ๆขายบะหมี่อยู่ เอาล่ะ บะหมี่ก็บะหมี่ เราเดินเข้าไปหาที่นั่งแล้วสั่งบะหมี่กันคนละชาม รสชาติก็ธรรมดา ไม่ถึงกับอร่อย ระหว่างกำลังจัดการกับบะหมี่ ป้าคนขายซึ่งเป็นคนจีนพูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ หยิบกล่องขนมพายสับปะรดมาให้ดู ประมาณว่าเค้าก็ขาย แล้วก็เปิดกล่องยื่นให้จุ๊บชิม (คงจะพูดว่า ของชั้นอร่อยกว่า อะไรประมาณนี้) จุ๊บพยายามปฏิเสธเพราะเราก็ซื้อกันมาแล้ว แต่เค้าก็พยายามคะยั้นคะยอให้ชิม สุดท้ายก็หยิบมาชิม หลังจากกินบะหมี่เสร็จก็เรียกเก็บเงิน ก็มีเด็กเดินมาคิดเงิน อ้าว … คิดค่าขนมด้วย เราบอกว่าไม่เอา แต่เค้าก็บอกประมาณว่าเรากินไปแล้วอ่ะ ทำไงล่ะก็ต้องจ่ายสิ</p>
<div id="attachment_264" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-264" title="อาคารเก่าย่าน ไชน่าทาว์น" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Melaka12-300x212.jpg" alt="อาคารเก่าย่าน ไชน่าทาว์น" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">อาคารเก่าย่าน ไชน่าทาว์น</p></div>
<p>ออกจากร้านด้วยความเซ็งเล็กน้อย เดินย้อนกลับมาที่หัวถนน Jonker Street ก็พบร้าน Laksa ที่เราตามหาอยู่ ทำไงล่ะอิ่มแล้วนี่ แต่ก็ยังอยากชิมอยู่ก็เลยสั่งมาชามนึง กินกัน 5 คนเลย จากนั้นก็เดินเล่นชมบ้านเมืองกันเรื่อยไป มีบ้านสวยๆให้แวะถ่ายรูปกันอยู่ตลอดทาง คิดว่าเดี๋ยวจะแวะเข้าไปชม Baba Museum ราคา 80 บาท แต่มีกรุ๊ปทัวร์มาลงก่อนหน้าเรา และคงให้เข้าชมเป็นรอบๆ ด้วยความขี้เกียจรอ เลยกลับที่พักเพื่ออาบน้ำ และนั่งเขียนโปสการ์ดกัน</p>
<p>ออกจากที่พักประมาณ 5 โมงครึ่งเป้าหมายของพวกเราคือ Strait Masjid หรือ Masjid Selat Melaka ซึ่งตั้งอยู่ริมทะลบนเกาะห่างจากที่พักไปประมาณ 3 กิโล ผมได้ข้อมูลที่นี่มาจาก flickr ตอนหาข้อมูลท่องเที่ยวค้นหารูป Melaka แล้วเจอในรูปสวยมาก สวยขนาดต้องหาตำแหน่ง GPS แล้วมาร์คไว้เลย เมื่อวานตอนพวกเรานั่งรถรอบเมืองกันในรถวิ่งผ่านจุดใกล้ๆแถวนั้นพอมองเห็นได้ผมจึงพยายามชี้ให้ทุกคนเห็น งานนี้ต้อง build กันหน่อยไม่งั้นไม่มีแรงบันดาลใจมัสยิดแห่งนี้ดูเหมือนว่าจะยังสร้างไม่เสร็จหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ เพราะว่ายังไม่ได้ถูกใส่ไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยวทั่วไป หรือแม้นแต่ไกด์บุ๊คที่ post กันผมก็ยังหาข้อมูลไม่ได้เลย (ภายหลังเจอข้อมูลที่ <a title="Straits Mosque" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Straits_Mosque,_Melaka" target="_blank">wikpedia </a>) เราเริ่มต้นโดยออกเดินไปที่หอนาฬิกาเพื่อรอรถพาโนรามาซึ่งพวกเราเรียกกันว่ารถรอบเมือง ก่อนไปแวะกินน้ำแข็งใส ABC กันซักหน่อยดีกว่า (แอบติดใจรสชาติมาตั้งแต่เมื่อวาน) แล้วข้ามไปรอรถกันอยู่พักใหญ่ก็ไม่มาซักที เลยว่าจะนั่งแท็กซี่กันไป แต่พอถามราคาแล้วรู้สึกว่าแพงไปกับระยะทางแค่ 3 กิโล RM 15 เลยกลับมารอรถต่อ (จริงๆแล้วราคานี้ไม่ถือว่าแพงเลยครับ ไปแล้วจึงจะรู้) พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้วด้วยสิ</p>

<p>ในที่สุดรถพาโนรามาก็มา เรานั่งไปลงตรงจุดที่ใกล้สะพานที่จะข้ามไปเกาะ เดินมาถึงสะพานพระอาทิตย์ก็ตกแล้ว เลยแวะถ่ายรูปกันที่สะพานก่อนเดินต่อไปมัสยิด ผ่านอาคารร้างจำนวนมาก ประมาณเมืองทองยุคแรกๆ เราเดินตัดกลางกลุ่มอาคาร ก่อนถึงมัสยิดเป็นเขตก่อสร้าง ล้อมรั้วไว้แน่นหนา พอดีเห็นมีคนอยู่ผมจึงถามว่าขอเดินลัดไปถ่ายรูปได้หรือเปล่า พอได้รับอนุญาตพวกเราก็รีบเลยเดินตัดเขตก่อสร้างไปที่ริมทะเลด้านหน้ามัสยิด บรรยากาศกำลังสวยเลยครับ ไม่เสียแรงที่เดินมาตั้งไกลได้รูปสวยๆติดกล้องกลับมากันหลายรูปเลย</p>
<div id="attachment_257" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-257" title="Masjid Selat Melaka ตั้งตะหง่านอยู่ริมทะเล" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/IMG_6275-300x200.jpg" alt="Masjid Selat Melaka ตั้งตะหง่านอยู่ริมทะเล" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">Masjid Selat Melaka ตั้งตะหง่านอยู่ริมทะเล</p></div>
<p>ฟ้าเริ่มมืดแล้ว จำต้องหันหลังให้ความงามเบื้องหน้า ออกเดินกลับก่อนจะมืดไปกว่านี้ คนงานกำลังปิดประตูพอดีเลยขอให้เค้าเปิดให้ออก แล้วรีบเดินออกมาตามถนน กลุ่มอาคารมืดเกินกว่าจะกล้าเดินลัดไปทางนั้นอีก เดินกลับมาถึงสะพานแสงไฟตกกระทบน้ำ ความงามเบื้องหน้าดึงดูดให้เราหยุดถ่ายรูปอีกครั้ง</p>
<div id="attachment_265" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-265" title="ระหว่างทางกลับจากมัสยิด" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/11/Melaka13-300x212.jpg" alt="ระหว่างทางกลับจากมัสยิด" width="300" height="212" /><p class="wp-caption-text">ระหว่างทางกลับจากมัสยิด</p></div>
<p>เราเดินกลับมาถึงจุดที่ลงรถ ด้วยไม่แน่ใจว่าจะมีรถผ่านมาหรือเปล่า เลยเดินกันไปเรื่อยๆ แวะ Carefour เพื่อเข้าห้องน้ำ แล้วเดินต่อมาถึงหอนาฬิกาเมื่อใกล้ 3 ทุ่ม ท้องเริ่มร้องดังขึ้นๆ ด้วยความหิว ว่าจะไปหาบะหมี่กินที่หัวถนน Junker Street ด้วยวันนี้เป็นวันเสาร์คนเลยเยอะเป็นพิเศษ เราแวะกินก๋วยเตี๋ยวกัน อร่อยมากทีเดียวโดยเฉพาะลูกชิ้น แถมมีร้านติ่มซำใกล้ๆด้วย ต้องชิมซะหน่อยแล้ว ตามด้วยน้ำสมุนไพร จนอิ่มแปล้ไปตามๆกัน</p>
<p>เมื่อท้องอิ่มแล้ว ก็เริ่มง่วง บวกความเมื่อยล้าจากการเดินมาตลอดวัน เรานัดแนะเวลาสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ที่เกสท์เฮาส์ แล้วจะไปกินข้าวมันไก่แสนอร่อยกันอีกรอบ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เตรียมแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/08/01/melaka2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินขาขวิดที่ มะละกา</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/07/31/melaka/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/07/31/melaka/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2009 00:29:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[มะละกา]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์เอเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=157</guid>
		<description><![CDATA["มะละกา" เป็นชื่อเมืองที่พวกเราล้วนคุ้ยเคยกันดี เพราะว่าเมืองมะลากา หรือ ช่องแคบมะละกา มักจะถูกอ้างถึงบ่อยๆ ในบทเรียนประวัติศาสตร์ ของพวกเราตั้งแต่สมัยเด็กๆ ชื่อ มะละกา นี้เริ่มผุดมาเป็นหนึ่งในแผนการเที่ยวของเราตั้งแต่ทริปก่อนตอนไปบาหลี อันเนี่องมาจากว่าด้วยความประหยัดของพวกเรา เราจึงเลือกเดินทางไปบาหลีโดยต้องมาต่อเครื่องที่ มาเลย์ ซึ่งจะประหยัดลงไป 2-3 พันบาท ตาม โปรโมชั่นในช่วงนั้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวจึงมีคืนนึงที่เราจะต้องค้างที่ KL เพื่อนกายเจ้าความคิดจึงเสนอชวนว่าไป มะละกอ กันมั๊ย (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ เรามักจะเรียก มะละกา กันเล่นๆว่า มะละกอ) ผมพอสำรวจดูแผนที่ผนวกกับเวลาของเราซึ่งจำกัดมาก ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้ มะละกา จึงยังไม่ถูกใส่ลงในโปรแกรมทริปนั้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_306" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-306" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka-3/"><img class="size-medium wp-image-306 " title="Christ Church" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/melaka-300x200.jpg" alt="Christ Church" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Christ Church</p></div>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>&#8220;มะละกา&#8221;</strong> เป็นชื่อเมืองที่พวกเราล้วนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะว่าเมืองมะลากา หรือ ช่องแคบมะละกา มักจะถูกอ้างถึงบ่อยๆ ในบทเรียนประวัติศาสตร์ ของเราตั้งแต่สมัยเด็กๆ ชื่อ <strong>มะละกา </strong>นี้เริ่มผุดมาเป็นหนึ่งในแผนการเที่ยวของเราตั้งแต่ทริปก่อนตอนไปบาหลี อันเนี่องมาจากด้วยความประหยัดของพวกเรา เราจึงเลือกเดินทางไปบาหลีโดยต้องมาต่อเครื่องที่ มาเลย์ ซึ่งจะประหยัดลงไป 2-3 พันบาท ตาม โปรโมชั่นในช่วงนั้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวจึงมีคืนนึงที่เราจะต้องค้างที่ KL เพื่อนกายเจ้าความคิดจึงเสนอชวนว่าไป &#8220;มะละกอ&#8221; กันมั๊ย (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ เรามักจะเรียก มะละกา กันเล่นๆว่า มะละกอ) ผมพอสำรวจดูแผนที่ผนวกกับเวลาของเราซึ่งจำกัดมาก ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้ มะละกา จึงยังไม่ถูกใส่ลงในโปรแกรมทริปนั้น</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=7&amp;ll=2.337379,102.253876&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.732671,101.715546">สนามบิน</a></dt>
<dd>สนามบิน</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=2.191238,102.251129">มะลากา</a></dt>
<dd>มะลากา</dd>
</dl>
<h2>วางแผนเที่ยว</h2>
<p>หลังจากที่โปรแกรม มะละกา ไม่ได้ถูกใส่ไว้ในทริปบาหลีแล้วนั้น ครั้นพอกลับจากบาหลีทริปหฤโหดถึงเมืองไทยได้ 2-3 วันก็มี email น้อยจาก Air Asia แจ้งมาเพื่อขอโทษเรากรณีที่เครื่องดีเลย์ตอนที่เราต้องบินไปจาร์การ์ต้า พร้อมกับให้ Voucher ส่วนลดพอตีเป็นเงินได้แล้วประมาณ 1,700 บาท (ขอบอกว่ากำไรมากๆ เพราะว่าการที่เครื่องบินดีเลย์ทำให้เราไม่ต้องรีบร้อนเดินตอนที่อยู่บาหลี ที่สำคัญคือตั๋วไปจาร์การ์ต้าที่เราซื้อนั้นราคาเพียง 800-900 บาทเท่านั้น) 1,700 บาทนี้จะว่าน้อยก็ไม่น้อยจะว่ามากก็ไม่ได้เพราะถ้าซื้อตั๋วไปเชียงใหม่หรือภูเก็ตแล้วก็จะไปได้เพียงเที่ยวไปเที่ยวเดียวไม่มีเที่ยวกลับ เบ็ดเสร็จต้องจ่ายเพิ่มอีกกว่าสองพันบาท แต่พอลองดูราคาตั๋วต่างประเทศแล้วกลับน่าสนใจกว่าครับ เพราะตั๋วไปกลับกัวลาลัมเปอร์เพียงแค่สองพันบาท ผมรีบจองตั๋วทันทีไม่ต้องปรึกษาหารือใคร เลือกไปวันศุกร์แล้วกลับวันอาทิตย์ ลางานเพียงแค่วันเดียว หลังจากจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยโทรไปบอกเพื่อนกาย ราคาแรงขนาดนี้จะลังเลอยู่ได้ไงครับเพื่อนกาย ให้ส่งไฟลท์นัมเบอร์วันและเวลา แถมมีเพื่อนมาเพิ่มด้วยอีกสองคน</p>
<h2>ตอนที่ 1 ประทับใจข้าวมันไก่มะละกา</h2>
<div id="attachment_196" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-196" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka-1/"><img class="size-medium wp-image-196" title="Melaka-Bus Stop No. 6 to Melaka" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka-1-300x212.jpg" alt="ป้ายรถเมล์หมายเลข 6 ไปมะลากา" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ป้ายรถเมล์หมายเลข 6 ไปมะลากา</p></div>
<p>ทริปนี้เรามีเพื่อนร่วมเดินทางด้วยกัน 5 คน ผม พี่ป้อง จุ๊บ กาย และน้องเจี๊ยบ (เพื่อนแว่นที่ซื้อตั๋วไว้แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถเคลียร์งานตามมาด้วยได้) เราออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสายการบินแอร์เอเซีย เวลา 7:15  ถึงท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์  (LCCT) 10:10 เนื่องจากบินค่อนข้างเช้าและเวลาจำกัดประกอบกับคราวที่แล้วที่สนามบินไม่มีอะไรอร่อยให้กินเลย ผม เจี๊ยบ และกาย จึงสั่งอาหารกินรองท้องบนเครื่องไปก่อน หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการสอบถามถึงรถบัสที่เดินทางจากสนามบินตรงไปมะละกาจุดหมายปลายทางแรกของพวกเรา ตอนแรกฟังแล้วก็งงๆ เค้าพูดว่าอะไรนะ จับใจความได้แต่ number 6 ก็เดาๆกันว่า Bus Stop No.6 ล่ะมั๊ง เดินออกไปด้านหน้าอาคารฝั่งซ้ายมีรถบัสจอดเรียงรายกันอยู่ มีป้ายบอกหมายเลข เราเดินไล่ไปจนถึงหมายเลข 6 ป้ายหน้ารถเขียนว่า Melaka จริงๆด้วย แต่เพื่อความมั่นใจถามคนที่นั่งอยู่แถวๆนั้นดูอีกรอบดีกว่า  หลังจากสอบถามจนมั่นใจแล้วว่ารถออกเวลา 11:00 ก็เอากระเป๋าไปเก็บที่ด้านข้างรถ แล้วเดินไปหาอะไรทานกันซะหน่อย เหลือเวลาไม่มากนักรถก็จะออกแล้ว ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันคนละถ้วยแล้วกัน รสชาติดีทีเดียว แม้จะไม่เข้มข้นเหมือนบ้านเรา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_143" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-143" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka4/"><img class="size-medium wp-image-143" title="melaka" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/melaka4-300x200.jpg" alt="Christ Church เราบอกคนขับรถว่าลง Dutch Square" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">Christ Church เราบอกคนขับรถว่าลง Dutch Square</p></div>
<p>เราขึ้นไปนั่งรอกันบนรถเมื่อใกล้ 11 โมง คงเพราะไม่ใช่วันหยุดคนเลยไม่มากนัก รถออกช้าไป 15 นาที รถออกมาได้แป๊บเดียวเอง น้ำแอร์ก็รั่วลงมาจากเบาะด้านหลังเบาะคนขับทำเอาต้องเปลี่ยนที่นั่งกันจ้าละหวั่นผมกับเจี๊ยบเลยตัดสินใจย้ายไปนั่งทางด้านหลังรถกัน นั่งชมวิวไปพลาง หลับไปพลางจนถึง Melaka Sentral ประมาณ 1:15 เราต้องนั่งรถประจำทางสาย 17 เพื่อไปที่พัก ซึ่งกายชวนพวกเราไปนั่งรถชมเมืองกันก่อน แต่สุดท้ายก็ตกลงกันว่าเราจะเอาของไปเก็บเข้าที่พักกันก่อน นั่งรถมาไม่กี่ป้ายก็ถึง Christ Church ความตั้งใจที่จะเข้าที่พักเลือนหายไป ลงจากรถได้ก็เดินถ่ายรูปกันใหญ่ ลืมไปว่าพรุ่งนี้เรายังอยู่ที่นี่กันอีกทั้งวัน เดินถ่ายรูปกันจนหนำใจไปรอบนึงแล้วก็พากันเดินข้ามสะพาน ผ่านวงเวียน กำลังจะเลี้ยวขวาไปตามถนนเพื่อไปยังที่พัก ก็มาสะดุดอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ตรงหัวมุมถนน ว่าจะกินกันก่อนแต่เกรงว่าถ้ามัวแวะรายทางไปเรื่อยคงไม่ถึงที่พักกันซักที เลยตัดสินใจเข้าที่พักกันก่อนแล้วนัดมาเจอกันที่ร้านข้าวมันไก่ตอนบ่าย 2 โมงครึ่ง</p>
<div id="attachment_194" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-194" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka2-1/"><img class="size-medium wp-image-194" title="Melaka-Jalan Jalan Guesthouse" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka2-1-300x212.jpg" alt="ที่พักของเรา Jalan Jalan Guesthouse" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ที่พักของเรา Jalan Jalan Guesthouse</p></div>
<p>ผมกับเจี๊ยบพักที่เดียวกันเนื่องจากจองล่วงหน้าไว้นานแล้วจึงได้ราคาที่ถูกมาก (จองที่เวป hostels.com จ่ายง่ายๆผ่าน paypal ราคาเพียง 9.51$ต่อวันเท่านั้น) ส่วนเพื่อนอีกสามคนแยกไปพักอีกที่หนึ่งที River View Guesthouse เนื่องจากจองช้ากว่าเราราคาเลยสูงกว่านิดหน่อยแต่ก็ได้ห้องพักที่ใหญ่ขึ้น ผมกับเจี๊ยบพักที่ Jalan-Jalan Guesthouse ซึ่งเป็นเกสท์เฮาส์เล็กๆ ตกแต่งไว้อย่างน่ารัก ดูสะอาดตาทีเดียว เจ้าของยังเป็นหนุ่มหล่อ หน้าตาดี เผลอเคลิ้มไปเหมือนกัน นี่ถ้าเพื่อนกายได้พักที่นี่นะฮึ่ม ว่าแล้วผมจึงให้พ่อหนุ่มเจ้าของเกสต์เฮาต์ถ่ายรูปคู่กับเจ๊๊ยบเอาไว้ไปฝากเพื่อนกายให้อิจฉาเล่น พอมาถึงผมก็ยื่นใบยืนยันการจองที่พิมพ์มาจากอินเตอร์เนตพร้อมกับจ่ายเงินที่เหลือจ่ายการมัดจำไว้ 10% พี่แกเล่นไม่ดูหน้าตาเราเลยอาศัยจำๆเอาว่าจะมีใครจองที่พักไว้บ้างวันนี้เลยบอกมาว่า &#8220;ยู มัสต์ บี สเปน กาย&#8221; เอาวะสเปนก็สเปน พอแจ้งข้อมูลส่วนตัวเลข passport แล้วก็พาเราไปดูห้อง เก็บข้าวของ และยังแนะนำให้เราไปทานข้าวมันไก่ร้านอร่อย ซึ่งพออธิบายทางกันเป็นที่เข้าใจแล้วก็คือร้านเดียวกับที่เราจะไปทานกันอยู่พอดี</p>
<div id="attachment_144" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-144" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka5/"><img class="size-medium wp-image-144" title="melaka-ข้าวมันไก่" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/melaka5-300x200.jpg" alt="ข้าวมันไก่มะละกา-Chicken Rice Ball" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ข้าวมันไก่มะละกา-Chicken Rice Ball</p></div>
<p>ด้วยความหิวมาก ผมกับเจี๊ยบรีบเดินมาถึงร้านข้าวมันไก่ เราบอกว่ามา 5 คน เมื่อได้ที่นั่งแล้ว ทางร้านถามว่าจะสั่งสำหรับกี่ที่ ซึ่งผมบอกว่าจะสั่งแค่ 2 ที่ก่อน เดี๋ยวเพื่อนมาค่อยสั่งเพิ่ม  แต่เค้าบอกว่าร้านจะปิดบ่าย 3 โมง ผมมองดูเวลาอีก 15 นาที บ่าย 3 โมง เลยต้องตัดสินใจสั่ง 5 ที่เลย<br />
 ไม่กี่นาทีก็มีไก่สับจานใหญ่มาเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม และข้าวมันคล้ายๆบ้านเราปั้นเป็นลูกกลมๆจานละ 5 ลูก ซึ่งที่นี่เรียกว่า Chicken Rice Ball น่าทานเชียว เรานั่งดื่มน้ำรอไปพลาง ชิมไปพลางจนเริ่มอิ่ม เพื่อนก็ยังไม่มากันซักที กว่าจะมาถึงก็เหลือพวกเราเป็นโต๊ะสุดท้าย เค้าเริ่มเก็บข้าวของเตรียมปิดร้านแล้ว กว่าจะทานเสร็จก็บ่าย 3 โมงครึ่งแล้ว เรียกเก็บเงินแล้วจะเดินออกจากร้าน อ้าว…ประตูปิดแล้ว ต้องให้เค้ามาเปิดประตูให้ เกือบได้นอนร้านข้าวมันไก่แล้วมั๊ยล่ะ</p>
<div id="attachment_190" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-190" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka4-2/"><img class="size-medium wp-image-190 " title="Melaka Panorama" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka4-300x212.jpg" alt="ขนมอินเดีย ABC คล้ายลอดช่องบ้านเรา, รถพาโนรามา" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ขนมอินเดีย ABC คล้ายลอดช่องบ้านเรา, รถพาโนรามา</p></div>
<p>พวกเราเดินข้ามกลับไปถ่ายรูปกันที่ Christ Church กันอีกรอบ ด้วยอากาศที่ร้อนมาก เพื่อนกายลืมเอาหมวกที่ซื้อมาใหม่สำหรับทริปนี้มาด้วย เลยไปเดินหาซื้อหมวกกันที่ร้านขายของที่ระลึกซึ่งตั้งอยู่บริเวณนั้นแล้วมาเดินถ่ายรูปกันต่อจนมาถึงริมถนน มองข้ามฝั่งไปมีร้านขนมหวานอยู่ริมแม่น้ำ แดดแรงขนาดนี้ทานขนมหวานดับร้อนกันคนละถ้วยท่าจะดี ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะสั่งยังไง ก็ยกนิ้วบอกแทน ได้ขนมหวานมาคนละถ้วย หน้าตาคล้ายๆลอดช่องน้ำแข็งใสใส่ถั่วแดง อร่อยดี กินกันจนหมด หันไปเห็นโต๊ะข้างๆที่เพิ่งมาใหม่ ทำไมชามใหญ่กว่าเราหว่า ยอมไม่ได้แล้ว เดินไปหาคนขายแล้วบอกว่าเอาแบบโต๊ะนั้นอีกหนึ่งถ้วย (ออกแนวขี้อิจฉายังไงไม่รู้เรา) คนขายหันมายิ้มแล้วหันไปสั่งเพื่อนว่าอะไรซักอย่างที่ฟังไม่เข้าใจ จับใจความได้แค่ว่า ABC</p>
<div id="attachment_193" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-193" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka3/"><img class="size-medium wp-image-193" title="Melaka-On the way afternoon" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka3-300x212.jpg" alt="ทางลัดเลียบแม่น้ำไปไชน่าทาวน์ หลังจากลงรถพาโนรามา" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ทางลัดเลียบแม่น้ำไปไชน่าทาวน์ หลังจากลงรถพาโนรามา</p></div>
<p>ขณะนั่งกินอยู่เห็นรถ Panorama คล้ายๆรถ microbus ที่กรุงเทพ ซึ่งเป็นรถที่สามารถนั่งชมรอบๆเมืองได้ หลังจากทานขนมเสร็จ เราข้ามมาขึ้นรถชมเมืองกัน ช่วงแรกๆก็มีที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่พอไกลออกไปนอกเมืองก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ รถวิ่งออกไปนอกเมืองแล้ววนกลับอีกทางจะไปไหนต่อก็ไม่รู้ พอรถผ่านมาใกล้ๆที่พัก พวกเราเลยตัดสินใจกดกริ่ง ลงเดินเล่นเลียบแม่น้ำไป ถ่ายรูปกันไปจนถึงที่พัก เดินเลยไปถ่ายรูปบริเวณ China Town แล้วย้อนกลับมาถ่ายรูปที่ Christ Church ซึ่งแสงกำลังสวยเลย ต่างคนต่างถ่ายรูปกันไป หันมาหากันอีกที พี่ป้องกับจุ๊บก็หายไปไหนแล้ว พยายามมองหาก็ไม่เจอ เลยเดินขึ้นไปดูที่ A Famosa เดินตามป้ายซึ่งเป็นทางขึ้นเขาไปเห็นโบสถ์ Saint Paul ซึ่งน่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีทีเดียว มองลงมาเห็น หอชมวิว Eye of Malaysia พิพิธภัณฑ์เรือ</p>
<div id="attachment_216" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-216" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka7/"><img class="size-medium wp-image-216" title="Melaka at night" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka7-300x212.jpg" alt="มะลากายามอาทิตย์อัสดง" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">มะลากายามอาทิตย์อัสดง</p></div>
<p>พระอาทิตย์ใกล้ตกแล้ว เราเดินไปถ่ายรูปกันโดยพักภาระกิจตามหาเพื่อนไว้ชั่วคราว เดี๋ยวมาตามหากันใหม่ หลังจากถ่ายรูปมองไปทางด้านหลังมีทางลงไปป้อม A Famosa เราเดินลงมาถ่ายรูปกันอีก ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เราเดินตามถนนอ้อมเนินเขาจะกลับไปหาเพื่อน ระหว่างทางพิพิธภัณฑ์เรือก็ดึงดูดให้เราเดินเข้าไปถ่ายรูปกันซะหน่อย  เดินต่อมาก็เจอระหัดวิดน้ำขนาดใหญ่ บริเวณนี้เป็นที่สาธารณะที่จัดทำที่นั่งไว้ริมน้ำ น่านั่งทีเดียว แต่เรานั่งไม่ได้เพราะมีภาระกิจต้องติดตามหาเพื่อนค้างอยู่</p>
<p>เดินกลับมาจนเจอเพื่อนที่ตลาดกลางคืน (ซึ่งมีร้านค้ามาตั้งขายของตลอด 2 ข้างทาง มีทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก ตลาดกลางคืนจะมีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เท่านั้น) ทุกคนเริ่มหิวกันแล้ว เราตกลงกันว่าจะไปกินอาหารเย็นกันที่ร้าน Capital Stay แม้ร้านจะตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งจากตรงที่เราอยู่ แต่ก็เป็น highlight ที่พลาดไม่ได้ซะด้วยสิ เราเดินข้ามสะพานกลับมาที่ Christ Church แล้วเดินเลาะถนนไปทางด้านซ้าย ผ่านโบสถ์ Fransis Xavia เดินเลยมาถึงห้าแยก แล้วเลี้ยวขวาอีก 2 ครั้งก็ถึงร้าน</p>
<div id="attachment_205" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-205" href="http://onholiday.org/2009/07/melaka/melaka6/"><img class="size-medium wp-image-205 " title="Melaka Capital Stay" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/07/Melaka6-300x212.jpg" alt="ร้าน Capital Stay คิวยาวเสมอแม้นว่าจะดึกแล้ว" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ร้าน Capital Stay คิวยาวเสมอแม้นว่าจะดึกแล้ว</p></div>
<p>ท่าทางร้านนี้จะอร่อยจริงๆเพราะร้านอาหารรอบๆไม่มีลูกค้าเลย แต่ร้านนี้คนเต็มร้านจนต้องมายืนรอคิวด้านนอก เราอยู่คิวที่ 5-6 ยืนรอบ้าง นั่งบ้างอยู่พักใหญ่กว่าจะมีโต๊ะว่าง ตรงกลางโต๊ะมีช่องสำหรับวางหม้อที่ใส่น้ำคล้ายๆน้ำสะเต๊ะบ้านเรา มีถังแก๊สตั้งอยู่ข้างๆโต๊ะ คนขายจะนำเครื่องปรุง 2-3 อย่างมาใส่แล้วคนให้เข้ากันรอจนเดือดก็นำอาหาร ซึ่งมีทั้งเนื่อสัตว์ กุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้น ผัก แป้งโรตีซึ่งเสียบไว้เป็นไม้ๆ จุ่มลงไปในหม้อ รอจนสุกก็ทานได้เลยระหว่างทาน ก็จะมีคนมาคอยเติมเครื่องปรุงแล้วคนให้เข้ากันอยู่เป็นระยะๆ</p>
<p>หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็เรียกเค้ามาคิดเงิน วิธีการคิดก็ง่ายๆ นับไม้เอา ราคาไม้ละประมาณ 7 บาท หลังจากชำระเงินเสร็จก็เดินกลับมา ช้อปปิ้งที่ตลาดกลางคืนกันต่อ แต่ด้วยความอ่อนเพลีย เหมื่อยล้า ปนกับความง่วงนอน ทำให้เราเดินได้ไม่นานนัก พอได้ของฝากก็ขอตัวกลับไปพักผ่อน และนัดแนะเวลากันสำหรับวันพรุ่งนี้</p>
<p>ติดตาม <a title="เดินขาขวิดที่ มะละกา" href="http://onholiday.org/2009/08/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B22/">เดินขาขวิดที่ มะละกา ตอน 2</a> ได้แล้วครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/07/31/melaka/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอนจบแล้วค่ะ)</title>
		<link>http://onholiday.org/2009/01/01/luangphrabang5/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2009/01/01/luangphrabang5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2009 01:40:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headline]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=1014</guid>
		<description><![CDATA[ปีใหม่ปีนี้เราไม่ได้มีงานฉลองเหมือนทุกปี แต่สนุกอยู่กับการท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่วังเวียง ล่องห่วงยางเข้าถ้ำน้ำ พายคายัคชมทิวทัศน์ริมลำน้ำซอง สูดอากาศบริสุทธิ์กันจนเต็มปอด ก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองเวียงจันทน์ ชมสถานที่สำคัญต่างๆของนครหลวงของลาว ปูชนียสถาน วัดวาอาราม ด้วยการเดินทางข้ามมาจากไทยได้ไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน และเป็นวันหยุด เวียงจันทน์วันนี้จึงเต็มไปด้วยคนไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Sabaidee-VangVieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1029" title="Sabaidee VangVieng" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Sabaidee-VangVieng.jpg" alt="Sabaidee VangVieng" width="600" height="239" /></a></p>
<div id="attachment_1032" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1032" title="วังเวียงยามเช้า" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng-300x212.jpg" alt="วังเวียงยามเช้า" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">วังเวียงยามเช้า</p></div>
<p>รุ่งเช้าของปีใหม่ เราตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ก่อนกลับมาหาอะไรกินรองท้อง แล้วไปขึ้นรถตามเวลานัดหมาย 9:30 แต่กว่ารถจะออกก็ 10 โมงแล้ว รถขับพาเราและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆไปส่งที่ต้นน้ำซอง แล้วเดินเท้าอีกไม่กี่ร้อยเมตร เพื่อไปล่องห่วงยางเข้าถ้ำ มีนักท่องเที่ยวนั่งรออยู่หลายกลุ่ม เราไปถึงเป็นกลุ่มหลังๆรอกันนานเลย</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>บางกลุ่มที่ล่องห่วงยางกลับออกมาก็มานั่งกินข้าวกันแล้ว มีการปิ้งบาบีคิวยั่วน้ำลายเราด้วยอ่ะ เริ่มหิวแล้วนะเนี่ย กว่าเราจะได้ล่องก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว โดยให้เรานอนบนห่วงยางแล้วใช้มือพุ้ยน้ำลอยเข้าไปในถ้ำ น้ำเย็นจนขนลุกเชียว เราได้รับแจกไฟฉายเพราะในถ้ำมืดมาก ล่องเข้าไปไกลพอให้ได้เมื่อยก็ให้ล่องกลับ คงเพราะนักท่องเที่ยวเยอะและคงเลยเวลาตามหมายกำหนดการมาแล้ว เสร็จจากล่องห่วงยางก็เดินออกมากินข้าวกัน มีข้าวผัดให้คนละกล่อง บาบีคิว และขนมปัง</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1033" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1033" title="ถ้ำน้ำ และ คายัค" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng1-300x212.jpg" alt="ถ้ำน้ำ และ คายัค" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ถ้ำน้ำ และ คายัค</p></div>
<p>หลังจากเติมพลังแล้วก็กลับมาขึ้นรถไปลงอีกจุดเพื่อพายเรือคายัค สาธิตวิถีการพายแล้วให้เราขึ้นเรือลำละ 2-3 คน พายล่องแม่น้ำซองชมธรรมชาติป่าเขาที่ยังเขียวชอุ่มสองฟากฝั่ง ก่อนจะมาถึงจุดที่จอดให้เราลงเล่นน้ำ มีการก่อกองไฟ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบคนนั่งเล่นนอนเล่น ดื่มเบียร์กันไป บ้างกระโดดน้ำเล่น บ้างล่องห่วงยางไปจิบเบียร์ไปอย่างสบายอารมณ์ ตรงจุดนี้มี slider และชิงช้าอันใหญ่ไว้ให้เล่น ด้วยความเย็นของน้ำพวกเราเลยไม่เล่นดีกว่า มายืนคอยให้กำลังใจอุ้ยเล่นชิงช้าละกัน สักพักเราก็กลับกันมาถึงวังเวียงเมื่อ 5 โมงเย็นอากาศเริ่มเย็นแล้ว ประกอบกับเสื้อผ้ายังเปียกอยู่ด้วยทำให้รูสึกหนาวจนต้องรีบกลับมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>เราออกมาหาอาหารเย็นกินกันและตกลงแวะที่ร้านหนึ่งเห็นคนเยอะดี สั่งสปาเกตตี้มากินกัน อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ด้วยความอ่อนเพลียมาทั้งวันหลังจากกินเสร็จเราก็ตรงกลับที่พักมาเข้านอนกันเลย</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1037" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/vang-vieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1037" title="แม่น้ำซอง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/vang-vieng-300x200.jpg" alt="แม่น้ำซอง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">แม่น้ำซอง</p></div>
<p>เช้านี้อุ้ยกับพริมอยากจะแวะไปถ่ายรูปที่สะพานกันอีกครั้งก่อนที่เราจะต้องเดินทางกลับกันแล้ว หลังจากเดินถ่ายรูปกันได้สักพัก ก็มาแวะดื่มกาแฟกันที่เชิงสะพานก่อนกลับมาอาบน้ำ เก็บข้าวเก็บของ รอรถมารับเพื่อเดินทางต่อไปยังเวียงจันทน์ แม้หนทางจะคดเคี้ยวแต่ก็ไม่เท่าเส้นทางที่เราเดินทางมาจากหลวงพระบาง รถพาเรามาส่งตรงร้านอาหารโชคดี ข้างๆเป็นบริษัทท่องเที่ยว เรานำกระเป๋าไปฝากไว้เพราะไม่อยากหอบกระเป๋าใบใหญ่ไปด้วยขณะเที่ยงชมเมืองเวียงจันทน์</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1038" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-medium wp-image-1038" title="เวียงจันทน์" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Vang-Vieng2-300x212.jpg" alt="เวียงจันทน์" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">เวียงจันทน์</p></div>
<p>เราเดินไปถ่ายรูปป้ายต้อนรับปีใหม่ของเบียร์ไทเกอร์ที่ลานน้ำพุ และเดินไปชมพระธาตุดำ เป็นเจดีย์ทรงดอกบัวหกเหลี่ยม ชาวลาวมีความเชื่อว่าพระธาตุดำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องภัยอันตรายแก่บ้านเมือง เราแวะสักการะ และชมความงามของ วัดศีรษะเกษ และหอพระแก้วซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>จากหอพระแก้วเราเรียกรถเพื่อไปพระธาตุหลวง ซึงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวียงจันทน์ ระหว่างทางเราขอให้รถจอดเพื่อแวะถ่ายรูปตรงประตูไซ แล้วนั่งรถกลับมาที่เดิมเพื่อรอเวลาขึ้นรถกลับเมืองไทย ใกล้ๆกันมีรานกาแฟ Joma ร้านเดียวกับที่เรากินที่หลวงพระบาง เราเข้าไปดื่มกาแฟ และกินเค้กรอกันในร้าน ก่อนออกมาขึ้นรถ รถรอผู้โดยสารที่ยังเดินทางมาไม่ถึงนานจนด่านใกล้ปิด จึงต้องพาผู้โดยสารที่มาถึงแล้วข้ามด่านมาก่อน เมื่อผ่านด่านมาแล้วก็มาจอดรออีกพักนึงกว่ากลุ่มคนไทยที่เหลือจะมาถึง (พี่ไทยเราสายเสมออ่ะ) รถพาเรามาแวะกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่หนองคายก่อนตรงกลับกรุงเทพ</p>

<p>เนื่องจากรถออกเลทเป็นชั่วโมง เราถามน้องว่าอย่างนี้ก็ไปถึงกรุงเทพช้าสิ แต่น้องบอกว่า “ก็เร่งหน่อย” แล้วก็เป็นจริงอย่างน้องบอก เรามาถึงตามกำหนดเวลาเดิม 6 โมงเช้าที่ถนนข้าวสาร เรียกแท๊กซี่เพื่อจะกลับบ้าน แต่ไม่มีคันไหนสนใจอยากจะรับเรา จะรับกันแต่ชาวต่างชาติอะไรประมาณนี้ เลยต้องเดินออกมาเรียกรถที่หน้ากองสลาก เราร่ำลาแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน</p>
<div id="attachment_1039" class="wp-caption aligncenter" style="width: 490px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Panorama-23.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g1014]"><img class="size-full wp-image-1039 " title="ยามเช้าริมแม่น้ำซอง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/01/Panorama-23.JPG" alt="ยามเช้าริมแม่น้ำซอง" width="480" height="170" /></a><p class="wp-caption-text">ยามเช้าริมแม่น้ำซอง</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2009/01/01/luangphrabang5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอน 4)</title>
		<link>http://onholiday.org/2008/12/30/luangphrabang4/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2008/12/30/luangphrabang4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2008 06:36:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=734</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ตื่นมาใส่บาตรกัน ก่อนไปเช่ารถจักรยานออกไปขี่เล่นชมบ้านชมเมืองรอบนอก ดูวิถีชีวิตผู้คนที่นี่ แวะหมู่บ้านดูวิถีการทำกระดาษสาก่อนจะมาเป็นสมุดซักเล่ม หรือโคมไปกระดาษสวยๆซักชิ้นไม่ใช่ง่ายๆเลย แวะชมการทอผ้าซึ่งกว่าจะออกมาเป็นผ้าสวยๆซักผืนที่เราเห็นกันต้องนั่งทอกันหลังขดหลังแข็งเลยเชียว อีกทั้งได้มีโอกาสแวะไปสถานบันเทิงของที่นี่ได้บรรยากาศดีเหมือนกัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang4.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="aligncenter size-full wp-image-986" title="Sabaidee Luang Prabang4" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang4.jpg" alt="Sabaidee Luang Prabang4" width="600" height="232" /></a></p>
<div id="attachment_735" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang5.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-735" title="ตักบาตรข้าวเหนียว" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang5-300x200.jpg" alt="ตักบาตรข้าวเหนียว" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ตักบาตรข้าวเหนียว</p></div>
<p>ตอนเช้าเราออกมาสายกว่าเวลานัดนิดหน่อย น้องเค้าออกมายืนรอแล้ว (สงสัยคงกลัวเราเบี้ยว) น้องเตรียมเสื่อมาด้วย หาที่ปูเสื่อให้เรานั่งรอใส่บาตร วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะแต่เช้าเลย บ้างมาใส่บาตรข้าวเหนียว บ้างก็มาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของประเพณีวิถีพุทธที่งดงามของชาวหลวงพระบาง</p>
<div id="attachment_736" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang6.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-736" title="หมู่บ้านทอผ้าและทำกระดาษสา" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2009/12/Luang-Phrabang6-300x200.jpg" alt="หมู่บ้านทอผ้าและทำกระดาษสา" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">หมู่บ้านทอผ้าและทำกระดาษสา</p></div>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>วันนี้เราวางแผนจะไปเที่ยวนอกเมืองกัน เลยมาเดินหาเช่าจักรยานกัน เรานำรถข้ามสะพานไม้เพื่อข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำคาน เพราะถ้าขี่ไปตามถนนจะไกลมาก หลังจากข้ามฝั่งไปเราขี่รถไปชมหมู่บ้านทอผ้า และทำกระดาษสา ได้ผ้าพันคอ และโคมไฟกระดาษสา ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย เราขี่รถชมวัดวาอาราม บ้านเรือนสองข้างทาง กันไป จอดแวะถ่ายรูปกันไป จนรู้สึกว่าแดดเริ่มร้อนมากแล้ว อีกทั้งเริ่มหิวกันแล้ว เลยขี่รถกลับกัน</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>เรามาแวะพักกินข้าวเหนียว ส้มตำกันที่ริมแม่น้ำคานกัน แล้วตั้งใจจะกลับมาพักกันก่อน ระหว่างทางขี่รถผ่านน้ำผลไม้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง แวะดื่มน้ำผลไม้คลายร้อนกันซะหน่อย ก่อนกลับไปนั่งพักนอนพักจนแดดร่มลมตกแล้วก็ออกมาถ่ายรูปวัด Xiang Thong กันอีกรอบ</p>
<div id="attachment_818" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/IMG_2450.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-818" title="วัดเซียงทอง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/IMG_2450-300x200.jpg" alt="วัดเซียงทอง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วัดเซียงทอง</p></div>
<p>มื้อเย็นเราเดินไปหาอะไรกินกันที่ตลาด แล้วก็ตกลงมาหยุดที่ร้านเฝอ หลังจากกินเสร็จ เราเดินเล่นที่ตลาดกลางคืน และแวะกินเค้กที่ร้าน Joma เป็นร้านกาแฟน่ารักๆ แนว Starbuck เลยตัดสินใจเข้าไปดู เค้กอร่อย ราคาก็ไม่แพง เรานั่งคุยไปพลางเพื่อรอเวลาไป “ดาวฟ้า” สถานบันเทิงชื่อดังของที่นี่</p>
<p>เรานั่งสามล้อไปดาวฟ้า อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก รถสามล้อจอดที่หน้าตึก ซึ่งมองดูภายนอกเหมือนตึกร้างมากว่า ทำไมดูเงียบๆหว่า เดินเข้าไปด้านในพนักงานกำลังนำของมาจัดวางตามโต๊ะอยู่เลย เราคงมาเร็วเกินไปเลยกลายเป็นลูกค้าโต๊ะแรกของวันนี้ เราหาที่นั่งใกล้ประตู โต๊ะทำด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร มีราวเหล็กกั้นสำหรับให้ออกไปเต้นที่หน้าเวที ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เราสั่งเบียร์มานั่งดื่ม (มีการแจกคูปองจับฉลากด้วย)  รางวัลที่ 1 เป็นรถมอเตอร์ไซด์ ถ้าได้จะเอากลับยังไงเนี่ย) ซักพักก็เริ่มมีคนทะยอยกันมา เดินเข้าทำหน้าเลิ่กลั่ก หันซ้านหันขวา รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นคนไทย</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=15&amp;ll=19.897392,102.143122&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887086,102.135526">ร้านข้าวจี่ปาเต้</a></dt>
<dd>ร้านข้าวจี่ปาเต้</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887242,102.138594">พระธาตุหมากโม</a></dt>
<dd>พระธาตุหมากโม</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.897392,102.143122">วัดเซียงทอง</a></dt>
<dd>วัดเซียงทอง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89382,102.135623">ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</a></dt>
<dd>ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890481,102.137066">ภูสี</a></dt>
<dd>ภูสี</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89207,102.135639">วังเจ้ามหาซีวิต</a></dt>
<dd>วังเจ้ามหาซีวิต</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887353,102.132339">วัดมหาธาตุ</a></dt>
<dd>วัดมหาธาตุ</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.889043,102.13308">ไปรษณีย์</a></dt>
<dd>ไปรษณีย์</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890526,102.134963">วัดใหม่</a></dt>
<dd>วัดใหม่</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.897851,102.14559">สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 1</a></dt>
<dd>สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 1</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.892161,102.139469">สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 2</a></dt>
<dd>สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำคาน 2</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.901568,102.152086">หมู่บ้านกระดาษสาและทอผ้า</a></dt>
<dd>หมู่บ้านกระดาษสาและทอผ้า</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=18.923256,102.447896">วังเวียง</a></dt>
<dd>วังเวียง</dd>
</dl>
<p>ผู้คนทะยอยกันมาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทย จนเวลาล่วงเลยไปใกล้ 4 ทุ่มถึงจะมีคนลาวเริ่มมากันเยอะขึ้น มีการเปิดเพลงไทยสลับเพลงลาว ยิ่งดึกก็ยิ่งมีคนออกไปเต้นมากขึ้น รวมถึงพี่นพ กับพริมด้วย เวลาที่เพลงลาวขึ้นยิ่งทำให้แยกได้ชัดเจนว่าเป็นคนไทยหรือคนลาว สังเกตุเอาจากท่าเต้น คนลาวเค้าเต้นท่าเดียวกันหมด (เหมือนเรียนมาอะไรประมาณนั้น) ส่วนที่เหลือเป็นคนไทยก็เต้นมั่วค่ะ</p>
<p>เราอยู่กันไม่ดึกนักเพราะเริ่มง่วงนอนแล้ว ไม่ลืมเอาฉลากไปให้คนไทยโต๊ะข้างๆ เพราะจะทิ้งก็เสียดาย เผื่อเค้าจะโชคดีได้ขี่มอเตอร์ไซด์กลับเมืองไทย แล้วเดินออกมาเรียกรถกลับที่พัก</p>
<div id="attachment_987" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-987" title="หลวงพระบางยามเช้าก่อนออกเดินทาง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang2-300x200.jpg" alt="หลวงพระบางยามเช้าก่อนออกเดินทาง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">หลวงพระบางยามเช้าก่อนออกเดินทาง</p></div>
<p>วันรุ่งขึ้นเราตั้งใจจะไปดื่มกาแฟที่ร้านประชานิยมกันก่อนออกจากหลวงพระบาง มุ่งหน้าสู่วังเวียงที่หมายต่อไปของเรา ดื่มกาแฟเสร็จเรากลับไปเก็บข้าวของแล้วออกมาเรียกรถสามล้อเพื่อไปขึ้นรถที่ขนส่ง รถออกจากวังเวียงประมาณ 8 โมงเช้า  รถขับลัดเลาะภูเขาให้เราได้เพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติสองข้างทาง ขุนเขาถูกม่านปกคลุมด้วยม่านหมอก สวยจนทำเอาลืมความวิงเวียนจากหนทางที่แสนคดเคี้ยว เราจอดแวะพักรถที่กิ่วกระจำตอน 10 โมง  และแวะให้เรากินข้าวเที่ยงกันที่กาสี โดยจะได้รับคูปองคนละ 1 ใบนำไปแลกข้าว หรือเฝอได้คนละอย่าง(เป็นอาหารมื้อแรกที่รู้สึกว่าไม่อร่อยเอาเสียเลย)</p>
<p>หลังอาหารเที่ยงเราเดินทางต่อจนถึงวังเวียง รถมา  จอดส่งเราที่ขนส่ง ต้องนั่งสองแถวต่อเพื่อไปลงที่ตลาด ด้วยสัมภาระที่แสนหนัก คงไม่สะดวกที่จะหอบหิ้วไปด้วย เราแวะดื่มน้ำแล้วพี่นพกับอุ้ยก็ออกไปหาที่พักกัน ปล่อยให้ฉันกับพริมนั่งเฝ้ากระเป๋ากัน ทั้งสองคนหายไปพักใหญ่แล้วกลับมาพร้อมคำตอบว่าที่พักเต็มหมดเลย พี่นพกับอุ้ยเลยเช่าจักรยานเพื่อขี่ออกไปหาที่พักนอกเมือง หายกันไปอีกพักก็กลับมาว่าได้ที่พักแล้ว แต่ต้องนอนเต๊นท์กัน เราเช่ารถเพิ่มอีกคันเพราะที่พักไกลจากตลาดออกไป 2 กก.</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_988" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/vang-vieng.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g734]"><img class="size-medium wp-image-988" title="บรรยากาศยามเย็น ริมแม่น้ำซอง วังเวียง" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/vang-vieng-300x200.jpg" alt="บรรยากาศยามเย็น ริมแม่น้ำซอง วังเวียง" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">บรรยากาศยามเย็น ริมแม่น้ำซอง วังเวียง</p></div>
<p>ตกเย็นเราขี่รถไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำซองซึ่งเป็นสะพานเดียวที่รถสามารถข้ามได้ ลงไปเดินชมบรรยากาศยามเย็น แวะซื้อ package สำหรับวันพรุ่งนี้ก่อนไปหาอาหารอร่อยๆกินกัน เราขีรถวนหาร้านอาหารที่เคยมากินเมื่อครั้งก่อนที่มาวังเวียง อาหารยังอร่อยเหมือนเดิมแม้จะช้าไปซักนิด</p>
<p>ระหว่างขี่รถกลับเห็นร้านไก่ย่างข้างทาง แวะซื้อไปกินดีกว่าเผื่อหิวอีกรอบ ข้างๆเต๊นท์เรามีศาลาไม้ให้ได้นั่งจิบเบียร์กัน เจอน้องคนไทยเต๊นท์ข้างๆเลยได้มานั่งพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ ด้วยคุยกันถูกคอเพราะเป็นพันธมิตรเหมือนกัน เราแยกย้ายกันไปนอนตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืน ตั้งใจจะอยู่จนข้ามปีแต่ร่างกายเริ่มต้องการพักผ่อนแล้วสิ แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับอยู่ดีเพราะที่พักข้างบนนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มใหญ่ร้องเพลงฉลองปีใหม่กันเสียงดังทั้งคืนเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2008/12/30/luangphrabang4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินทางข้ามปี หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ (ตอน 3)</title>
		<link>http://onholiday.org/2008/12/29/luangphrabang3/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2008/12/29/luangphrabang3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2008 01:33:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=588</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคืนหลับสนิทตลอดทั้งคืนอากาศหนาวจนต้องใช้ถุงนอนก่อนห่มผ้าทับอีกชั้น ตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรข้าวเหนียว และเดินชมเมือง พร้อมลิ้มรสอาหารอร่อยๆของเมืองหลวงพระบาง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang3.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="aligncenter size-full wp-image-967" title="Sabaidee Luang Prabang3" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/Sabaidee-Luang-Prabang3.jpg" alt="Sabaidee Luang Prabang3" width="600" height="145" /></a><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_696" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-696" title="LuangPhrabang" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-300x200.jpg" alt="ตักบาตรข้าวเหนียว-ชมเมืองหลวงพระบางยามเช้า" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ตักบาตรข้าวเหนียว-ชมเมืองหลวงพระบางยามเช้า</p></div>
<p>หลับสนิทตลอดคืนในถุงนอนอันแสนอุ่น  เสียงโทรศัพท์ (ที่ตั้งปลุกไว้) ดังขึ้นตอน 6 โมงเช้า ลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า ตั้งใจว่าจะสระผม แต่พอเข้าห้องน้ำแล้วดูท่าจะไม่ไหว อากาศเย็นจัง เดี๋ยวค่อยกลับมาสระดีกว่า เดินออกมาแค่หน้าที่พักก็มีคนมาขายข้าวเหนียวแล้ว ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเริ่มทะยอยกันมาใส่บาตรมากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>หลังจากใส่บาตรเสร็จเราเดินอ้อมภูสีไปหาอาหารเช้ากินกัน เป็นร้านที่พี่นพแนะนำว่าอร่อยด้วยติดใจตั้งแต่มาเที่ยวคราวก่อน มีอาหารหลากหลาย ทั้งเฝอ บาแกต กาแฟ ปาท่องโก๋ และข้าวจี่ปาเต้ เป็นมันฝรั่งผสมผักและเนื้อหมูทอด กรอบนอกนุ่มใน อร่อยถูกใจทุกคนมาก</p>
<p>หลังอาหารเช้าเราเดินชมสถานที่ต่างๆ แวะวัดวิชุนราช ชมพระธาตุหมากโม (เรียกตามลักษณะของพระธาตุที่คล้ายผลแตงโมผ่าครึ่ง) เดินไปขึ้นภูสี ระหว่างทางมีป้าย Christmas ผืนใหญ่สีสดใสเลยแวะถ่ายรูปกันซะหน่อย ก่อนเดินขึ้นไปชมภูสีซึ่งอยู่ไม่สูงนัก ด้านบนมีจุดชมวิวมองลงมาเห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง</p>
<div id="attachment_699" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-2.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-699" title="ด้านบนพระธาตุภูสี" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-2-300x200.jpg" alt="ด้านบนพระธาตุภูสี" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ด้านบนพระธาตุภูสี</p></div>
<p>ถัดจากภูสีเราแวะเดินเล่นและถ่ายรูปที่แกลลอรี่ก่อนกลับไปเก็บของเพื่อย้ายที่พัก หลังเก็บข้างของเข้าที่พักใหม่ เจ้าของเป็นสาวลาวหน้าตาสะสวย ยิ้มแย้มแจ่มใสจนต้องขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก  ใกล้เที่ยงแล้ว เราออกมากินข้าวกันที่ริมแม่น้ำโขง กินไปพลางคุยไปพลางถึงเรื่องนู้นเรื่องนี้ แล้วมาลงที่เรื่องการเมืองได้ไงไม่รู้ เด็กเสิร์ฟได้ยินเราคุยเรื่องการเมืองก็สนใจ และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนิดหน่อย ตอนท้ายน้องเค้าบอกว่า “ไม่อยากเห็นคนไทยทะเลาะกัน สงสารในหลวง” แอบปลื้มใจอยู่ลึกๆคนที่นั่นก็รักในหลวงเหมือนกัน ก่อนกลับยังแนะนำให้เราไปกินกาแฟที่ประชานิยมเพราะพันธมิตรชอบมานั่งกินที่นี่</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_700" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-4.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-700" title="LuangPhrabang-4" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-4-300x200.jpg" alt="ร้านกาแฟประชานิยม-วัดมหาธาตุ-แกลลอรี่" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">ร้านกาแฟประชานิยม-วัดมหาธาตุ-แกลลอรี่</p></div>
<p>เราเดินไปร้านประชานิยมตามคำแนะนำและก็ไม่ผิดหวัง กาแฟรสชาติดี แถมมีพันธมิตรนั่งกันอยู่ก่อนแล้วกลุ่มหนึ่งด้วย ร้านนี้มีสมุดไว้ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้เขียนบันทึกด้วย ออกจากร้านกาแฟ เราเดินตัดตลาดไปวัดมหาธาตุ แล้วเลยไปส่งโปสการ์ดที่ไปรษณีย์ อุ้ยจำที่อยู่เพื่อนไม่ได้ ก็ขอให้เค้าประทับตราหลวงพระบางให้ แล้วนำกลับมาส่งเองที่เมืองไทย  แวะเข้าวัดใหม่ เพื่อถ่ายรูปและเข้าไปกราบพระในโบสถ์ซึ่งมีพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ด้วย</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p>จากนั้นเราเดินย้อนกลับมาที่วังเจ้ามหาชีวิต เจอคนฝรั่งเศสเข้ามาพูดคุยทักทายกับพริม (แต่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง) แล้วถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก เราเดินถ่ายรูปกันจนบ่าย 3 แดดร้อนมากจนเริ่มรู้สึกเพลีย เลยตกลงเดินกลับมาพักกันก่อนตกเย็นแดดคล้อย เราออกมาเดินเล่นอีกรอบรอดูพระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ แล้วเดินหาร้านอาหารเย็นเติมพลังกัน สายตาพลันไปเห็นร้านหมูกระทะ ลองชิมกันดีกว่าว่าจะเหมือนเมืองไทยรึเปล่า</p>
<div id="attachment_701" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-5.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-701" title="LuangPhrabang-5" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-5-300x200.jpg" alt="วังเจ้ามหาชีวิต" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">วังเจ้ามหาชีวิต</p></div>
<p>อิ่มหนำสำราญแล้วเดินกลับมาที่พัก และออกมาหาร้านซักรีด จะซักเองก็เกรงว่าเสื้อกันหนาวหนาๆกับกางเกงยีนส์จะไม่แห้งเอา ตรงข้ามที่พักเรามีร้านเสริมสวย และนวดฝ่าเท้า พริมอยากจะสระผม พวกเราที่เหลืเลยนวดฝ่าเท้ารอกัน พี่ชาย(เอ หรือพี่สาว) ที่นวดให้พี่นพอัธยาศัยไมตรีดีมากๆ เล่าเรื่องสนุกๆให้เราฟังไปด้วยระหว่างนวด เช่น พี่เค้าเล่าว่า ผงชูรสเนี่ย คนลาวเรียกว่า แป้งนัว เคยมีคนไทยสั่งส้มตำและย้ำว่าไม่ใส่ผงชูรสนะ คนขายก็ถามว่าใส่แป้งนัวมั๊ย คนไทยก็ตอบว่า ใส่ (สื่อสารกันไม่เข้าใจ แม้ภาษาจะฟังดูใกล้เคียงกันก็ตาม)</p>
<div id="attachment_746" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-62.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g588]"><img class="size-medium wp-image-746" title="สาวสวยเจ้าของที่พัก-พระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2008/12/LuangPhrabang-62-300x200.jpg" alt="สาวสวยเจ้าของที่พัก-พระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">สาวสวยเจ้าของที่พัก-พระอาทิตย์ตกที่ท่าเรือ</p></div>
<p>น้องสาวคนที่นวดให้ฉันถามว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะใส่บาตรกันมั๊ย เค้าจะนึ่งข้าวเหนียว และเตรียมดอกไม้ให้ เราก็เลยตกลงใจสั่งน้องเค้านึ่งข้าวเหนียวให้เลย พรุ่งนี้ใส่บาตรกันอีกซักวันดีกว่า น้องเค้ายังเล่าอีกว่า เคยมีคนไทยสั่งให้เค้านึ่งข้าวเหนียว และทำห่อหมกใส่บาตร 80 ห่อแล้วก็ไม่มารับ เค้าร้องไห้เลย เพราะเค้าลงทุนไปเยอะ แต่ฉันว่าอาจจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ คนไทยอาจจะแค่ถาม แล้วน้องเค้าอาจจะคิดว่าสั่งหรือเปล่านะ เพราะหลายๆครั้งเวลาคุยกับคนลาว ด้วยภาษาคล้ายกันมากเลยเหมือนจะพูดคุยกันรู้เรื่อง แต่จริงๆแล้วเข้าใจไม่ตรงกัน</p>
<dl title="googlemap;w:100%;h:300">
<dt><a href="http://maps.google.com/?z=15&amp;ll=19.890481,102.137066&amp;om=1">Center of map</a></dt>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887086,102.135526">ร้านข้าวจี่ปาเต้</a></dt>
<dd>ร้านข้าวจี่ปาเต้</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887242,102.138594">พระธาตุหมากโม</a></dt>
<dd>พระธาตุหมากโม</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.897392,102.143122">วัดเซียงทอง</a></dt>
<dd>วัดเซียงทอง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89382,102.135623">ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</a></dt>
<dd>ท่าเรือเมืองหลวงพระบาง</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890481,102.137066">ภูสี</a></dt>
<dd>ภูสี</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.89207,102.135639">วังเจ้ามหาซีวิต</a></dt>
<dd>วังเจ้ามหาซีวิต</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.887353,102.132339">วัดมหาธาตุ</a></dt>
<dd>วัดมหาธาตุ</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.889043,102.13308">ไปรษณีย์</a></dt>
<dd>ไปรษณีย์</dd>
<dt><a href="http://maps.google.com/?ll=19.890526,102.134963">วัดใหม่</a></dt>
<dd>วัดใหม่</dd>
</dl>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2008/12/29/luangphrabang3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุดขอบฟ้าที่เนปาล (ตอน 3)</title>
		<link>http://onholiday.org/2005/12/02/nepal3/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2005/12/02/nepal3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Dec 2005 04:50:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[เนปาล]]></category>
		<category><![CDATA[stupa]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=288</guid>
		<description><![CDATA[เวลากลางคืนของที่นี่ยาวนานอย่างที่เขาบอกกันจริงๆครับ วันนี้ตื่นแต่เช้าครับตั้งใจว่าจะเดินไปดูบาร์สแควร์ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของทาเมล คราวนี้ไม่หลงเพราะเริ่มพอจับทิศทางได้แล้วคือเดินตรงอย่างเดียว ช่วงเช้ามืดอย่างนี้ผู้คนยังไม่ค่อยมากเท่าไหร่นัก ยิ่งชาวต่างชาติด้วยแล้วไม่เจอเลยสักคน พอเลยย่านทาเมลเก็จะมีวัดทิเบตอยู่ทางขวามือที่นี่เป็นสถูปจำลองของ Swayambhunath ผมมาถึงแต่เช้าเลยไม่ค่อยมีคนจึงได้ถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินได้เต็มที่หน่อย แต่พอถ่ายรูปอยู่ได้พักใหญ่ก็มีคนเนปาลมาคุยด้วยบอกว่าตัวเองไปไกด์เสนอตัว พาไปเที่ยวอยากไปไหนให้ติดต่อเค้าได้ แต่ผมก็แค่กล่าวขอบคุณขอบคุณแล้วปฏิเสธไป เพราะว่าไปเองน่าจะสนุกกว่าเยอะจริงมั๊ยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><img class="aligncenter size-full wp-image-1767" title="Pashupati" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Pashupati1.jpg" alt="" width="600" height="197" />วันที่สาม : 500 รูปีแห่งความทรงจำ หวาดระแวงจนวิตกจริต</h2>
<div id="attachment_1493" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1493" title="Kathesimbu Stupa" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0301IMG_0271-300x225.jpg" alt="Kathesimbu Stupa วัดทิเบต" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">Kathesimbu Stupa วัดทิเบต</p></div>
<p>เวลากลางคืนของที่นี่ยาวนานอย่างที่เขาบอกกันจริงๆครับ วันนี้ตื่นแต่เช้าครับตั้งใจว่าจะเดินไปดูบาร์สแควร์ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของทาเมล คราวนี้ไม่หลงเพราะเริ่มพอจับทิศทางได้แล้วคือเดินตรงอย่างเดียว ช่วงเช้ามืดอย่างนี้ผู้คนยังไม่ค่อยมากเท่าไหร่นัก ยิ่งชาวต่างชาติด้วยแล้วไม่เจอเลยสักคน พอเลยย่านทาเมลเก็จะมีวัดทิเบตอยู่ทางขวามือที่นี่เป็นสถูปจำลองของ Swayambhunath ผมมาถึงแต่เช้าเลยไม่ค่อยมีคนจึงได้ถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินได้เต็มที่หน่อย แต่พอถ่ายรูปอยู่ได้พักใหญ่ก็มีคนเนปาลมาคุยด้วยบอกว่าตัวเองไปไกด์เสนอตัวพาไปเที่ยวอยากไปไหนให้ติดต่อเค้าได้ แต่ผมก็แค่กล่าวขอบคุณขอบคุณแล้วปฏิเสธไป เพราะว่าไปเองน่าจะสนุกกว่าเยอะจริงมั๊ยครับ</p>
<div id="attachment_1494" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1494" title="Indra Chowk" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day03-300x200.jpg" alt="ย่าน Indra Chowk" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">ย่าน Indra Chowk</p></div>
<p>เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะผ่านย่าน Indra chowk ตรงนี้จะมีวัดนึงที่ตกแต่งด้วยโลหะบริเวณนี้จะเป็นตลาดเช้าด้วยผู้คนมีซื้อของ จิบชา อ่านหนังสือพิมพ์คล้ายกับสภากาแฟบ้านเราแต่คงต้องเมื่อยหน่อยนะครับเพราะไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง จาก Indra chowk ซึ่งตามแผนที่แล้วอยู้ใกล้ Dubar Square มากแต่ก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะเห็นเลย ภายหลังจึงมารู้ว่าจากที่เลี้ยวขวาเข้าซอยไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว แต่ผมเดินตรงต่อมาอีกหน่อยจนมาโผล่ที่ new road ตรงมุมถนนหันไปทางขวาก็จะพบกับ Dubar Square</p>
<div id="attachment_1773" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1773" title="KTM Dubar Square" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0301IMG_0307-300x225.jpg" alt="KTM Dubar Square" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">KTM Dubar Square</p></div>
<p>มาแต่เช้าเห็นว่าเคาน์เตอร์เก็บตั๋วยังปิดอยู่เลยถือโอกาสเข้าไปเดินถ่ายรูปซะก่อน ไม่ต้องเสีย 250 รูปีครับ เดินแวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก็มีคนมาชวนคุยด้วยคราวเป็นเด็กวัยรุ่น มาตีสนิทด้วยบอกผมว่าบ้านอยู่แถวนี้ เสนอพาผมเดินเที่ยวรอบๆ โดยบอกว่าอยากจะฝึกเป็นไกด์ ถามราคาว่าคิดเท่าไหร่ น้องแกบอกว่าแล้วแต่ ให้ดูตามผลงานแล้วกัน ด้วยความเป็นคนไทยใจดีอย่างนี้มีหรือจะไม่ช่วยส่งเสริมกัน ทั้งที่จริงอยากเดินดูคนเดียวมากกว่า แต่เอาน่ะได้ช่วยเด็กหารายได้แถมยังมีเพื่อนคุยด้วย ไหนๆก็ไม่ต้องเสียค่าเข้ามาแล้ว น้องแกพาเดินดูกว่าชั่วโมงเห็นจะได้ ตกลงตามนั้นก็พาผมเดินดูที่ต่างๆ ถึงแม้ว่าบริเวณนี้จะไม่มีอะไรให้ดูมากนักแต่การมีเพื่อนคุยเป็นคนท้องถิ่น เวลานี้ถือว่าได้พอใช้ได้ทีเดียว ระหว่างทางน้องแกก็จะค่อยถามว่างานไกด์แกเป็นยังไงบ้าง ผมก็จะให้กำลังใจเต็มที่เลยครับ แอบนึกในใจว่าตัวเองโชคดีแต่หารู้ไม่ว่าความซวยกำลังจะมาเยือนแล้ว เดินอยู่เกือบชั่วโมงก็ทั่วแล้วครับ ผมเสนอเลี้ยงอาหารเช้าโดยบอกว่าให้พาไปร้านอาหารให้หน่อย เอาแบบที่คนเนปาลเค้ากินกันน่ะ น้องแกเลยพาผมมาที่หลังรูปปั้นครุฑที่นี่มีชานมขายแก้วละ 5 รูปีผมสั่งชามา 2 แก้วโดยผมเป็นคนจ่ายเงิน จริงๆแล้วผมอยากหาอะไรหนักๆกว่านั้นกิน แต่ดูน้องแกแล้วท่าทางไม่อยากไปต่อผมเลยหยิบเงินออกมา 100 รูปีออกมาให้ น้องแกทำถ้าแปลกๆ ผมก็งง บอกผมว่าเป็นไปไม่ได้ ปกติค่าไกด์ที่นี่จะคิดกัน 700-800 รูปีบอกว่าอย่างน้อยแกต้องได้ 500 รูปีผมก็ไม่มีข้อมูลตรงนี้ซะด้วยไม่รู้จะทำยังไงได้ ไหนๆก็เสียค่าโง่มาแล้วเลยต้องยอมจ่ายไป หลังเสียค่าโง่มาแล้ว จะให้เดินออกจากที่นี่ไปง่ายๆก็เสียดายครับเลย</p>
<div id="attachment_1495" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1495" title="KTM Dubar Square หรือ Hanuman Dhoka Dubar Square" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day031-300x200.jpg" alt="KTM Dubar Square หรือ Hanuman Dhoka Dubar Square" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">KTM Dubar Square หรือ Hanuman Dhoka Dubar Square</p></div>
<p>เดินถ่ายรูปต่อไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อกี้ไม่ค่อยได้ถ่ายเพราะมัวแต่เกรงใจมันอยู่ ตลอดเวลาก็เจอคนเข้ามาคุยด้วยทำนองเดียวกันน่ารำคาญมากๆ มีอยู่รายนึงเอาของมาขายผมบอกว่าไม่อยากได้มาอ้อนวอนอยู่นานทีเดียวผมก็ไม่ใจอ่อนครับ จนตอนก่อนกลับเดินมาเจออีกก็มาอ้อนวอนแบบแทบกราบเลยครับ บอกว่าให้ช่วยเค้าหน่อยเพราะผมเป็นลูกค้าคนแรกของวัน ที่เค้าเปิดการขายถ้าขายไม่ได้ก็จะโชคไม่ดี ให้ช่วยซื้อแบบไม่คิดกำไรเลย เป็นกุญแจทองเหลืองครับราคาตอนแรกจะขายผม 500 รูปีตอนหลังขอผมร้อยบาทไทย หรือประมาณร้อยหกสิบรูปี ผมก็ใจอ่อนทั้งที่ไม่อยากซื้อก็ต้องช่วยซื้อกลับมา ภายหลังเจอเพื่อนอีกหลายคนซื้อมาแบบเดียวกันราคาแค่สิบรูปีครับ แสบจริงคนที่นี่</p>
<div id="attachment_1498" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1498" title="ดาบัท" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0302IMG_0034-300x225.jpg" alt="ดาบัท" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">ดาบัท</p></div>
<p>กลับจากดูบาร์สแควร์ผมแวะเช็คราคาเกสเฮ้าส์ย่านในเมืองหาได้ราคาสี่เหรียญแต่เป็นห้องน้ำรวมเสร็จแล้วแวะไปสมัคร Entry permit ที่สำนักงานของ ACAP แค่กรอกใบสมัครแล้วจ่ายเงิน สองพันรูปีก็ได้เลย ในสมัครมีข้อมูลให้เติมจุดเริ่มและจุดสิ้นสุดซึ่งผมเองยังไม่ค่อนแน่ใจเลยเข้าไปถามกันเจ้าหน้าที่แต่ได้ความว่าอะไรก็ใส่ๆไปเถอะ นัยว่ามีเงินจ่ายก็ไม่มีปัญหาแล้ว ผมรับใบEntry permit กลับมาแบบงงแล้วเดินกลับโรมแรม ระหว่างทางเห็นร้านอาหารแบบคนท้องถิ่นกินกันเข้าไปดูเห็นมีเมนู ดาบัท ราคาแค่สี่สิบรูปี นี่ถ้าพลาดท่าไปกินทีโรงแรมเมื่อวานล่ะก็จะต้องจ่ายถึงร้อยห้าสิบรูปีไปแล้ว งานนี้เลยต้องลองสักหน่อยแล้ว ดาบัทเป็นอาหารพื้นเมืองที่นี่ครับ จะเสริฟด้วยถาดหลุมมีข้าวอยู่ตรงกลางราดด้วยผักลวก มาหน่อยนึงที่เหลือจะเป็นซุปและแกงกระหรี่ซึ่งทั้งหมดไม่มีเนื้อสัตว์เลย</p>
<div id="attachment_1499" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1499" title="ที่ทำการไปรษณีย์" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0302IMG_0035-300x225.jpg" alt="ที่ทำการไปรษณีย์" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">ที่ทำการไปรษณีย์</p></div>
<p>ได้ลองดาบัทเรียบร้อยแล้วผมกลับโรงแรมอาบน้ำ เก็บของแล้วลงมาเช็คเอาต์ ที่เคาน์เตอร์ถามผมว่าจะไปไหน ทำให้ผมมาเอะใจว่าผมตอนมาผมบอกว่าจะอยู่คืนเดียว แล้วมันรู้ได้ยังไงว่าผมต้องอยู่อีกคืน ตามกฎหมายที่นี่สำหรับที่พักที่ลงทะเบียนกับรัฐผู้เข้าพักจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกสิบสามเปอร์เซนต์ ที่เคาน์เตอร์บอกผมมาว่า วันมอร์ดอลล่า ผมไม่คิดมากก็เลยจ่ายไป แต่พอมานึกดูดีดีเอ ขอเครื่องคิดเลขหน่อยดีกว่า ค่าที่พัก 5 เหรียญคิดเป็นเงิน 5&#215;72 ได้ 350 รูปี 13% ก็ประมาณ 45 รูปี อ้าวไม่ถึงนี่หว่าแถมเรตเงินผมก็โดนคิดด้วยเรตสูงสุดแล้ว ถึงแม้จะต่างแค่ยี่สิบรูปีแต่คราวนี้ผมไม่ยอมแล้ว ออกจากโรงแรมผมย้ายไปอยู่มาโคโปโลเกสเฮาส์คืนละสี่เหรียญ</p>

<p>พอเก็บของเข้าห้องเรียบร้อย ก็ออกมาส่งโปสการ์ดที่ไปรษณีย์ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินตึกเดียวกับที่มาทำ Entry permit แต่อยู่ซ่อนอยู่ตรงซอกๆ กว่าจะหาเจอต้องเดินถามไปตลอดทางจนมายืนอยู่ข้างหน้าแล้วยังไม่แน่ใจเลย ไปรษณีย์ที่นี่เป็นห้องแคบๆมากมีเจ้าหน้าที่อยู่คนเดียวไม่มีเครื่องแบบใดๆทั้งสิ้นตรงทางเข้าต้องเดินผ่านร้านอาหารเข้าไปก่อน ด้วยความประทับใจไปรษณีย์ที่นี่ ผมเลยต้องขอพี่ไปรษณีย์แกถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกซักรูปนึงก่อน</p>
<div id="attachment_1775" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1775" title="รอบๆ วัด Pashupatinath" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0302IMG_0051-300x225.jpg" alt="รอบๆ วัด Pashupatinath" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">รอบๆ วัด Pashupatinath</p></div>
<p>กว่าจะเสร็จธุระก็เกือบเที่ยงแล้วผมเรียกแท็กซี่แถวๆนั้นเพื่อไป Pashupatinath แต่ราคายังไม่เป็นที่พอใจ พอดีมีพี่คนนึงแกเดินมาถามว่าร้อยนึงไปมั้ยผมไม่ลังเลเลยครับถึงแม้รถจะเก่าไปนิด ก่อนออกคนขับคนก่อนที่ผมเรียกก็มาเคาะรถโวยวาย ผมถามคนขับรถว่าเกิดอะไรขึ้น แกตอบมาน่ารักมากว่า business competition ทำเอาผมถึงกับอึ้งไปเลย ระหว่างทางเราคุยกันเรื่องรถยนต์กัน รถยยต์ที่นี่ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมคือ Suzuki ผมก็เข้าว่าเป็นยี่ห้อซูซูกิ แต่คนขับว่าไม่ใช่หรอก ซูซูกิน่ะแพงมากและคุณภาพดี ที่เค้าใช้กันส่วนใหญ่คือ Suzuki maruti เป็นรถจากอินเดียราคาถูกกว่ามากคุณภาพอาจจะสู้ไม่ได้แต่ถึงว่าเหมาะที่เดียวสำหรับคนที่นี่ แท็กซี่มาส่งผมที่ทางเข้าวัด</p>
<div id="attachment_1761" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1761" title="Pashupatinath " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0302IMG_0064-300x225.jpg" alt="Pashupatinath " width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">Pashupatinath </p></div>
<p>ที่นี่เป็นวัดฮินดูเก่าแก่และเป็นมรดกโลกอีกแห่งในกาฐมันฑุวัลเล่ย์ ไฮไลด์ของที่นี่คือการเผาเป็นเชิงตะกอนริมแม่น้ำ ภายในวัดอนุญาตให้แค่คนฮินดูเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ เราเลยแค่ได้เพียงแค่เดินดูรอบๆ แต่ถ้าอยากเห็นมุมสวยๆ ต้องข้ามสะพานไปที่เนินเขาอีกฝั่งนึง ที่นี่ต้องระวังเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษนะครับ การถ่ายรูปงานศพควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเพื่อเป็นการให้เกีรยติกับผู้ตายและเจ้าของงานศพด้วย ที่นี่จะมีพวกฤษี ดาบสมาให้ถ่ายรูปแลกกับเงิน อันนี้นานาจิตตังนะครับส่วนผมเองไม่สนับสนุนอยู่แล้วเลยพยายามเลี่ยงอยู่ อีกอย่างคือเด็กๆ ที่เนปาลนี่ชอบถ่ายรูปมากครับ บางทีเค้าจะขอให้เราถ่ายรูปเค้าแต่ต้องระวังครับตามสถานที่ท่องเที่ยวก็จะมีพวกที่มีให้ถ่ายรูปแลกกับเงินด้วยเหมือนกัน พบเดินเข้าถึงบริเวณวัด ไม่ทันได้ตั้งตัวผมก็ถูกจู่โจมด้วยไกด์ท้องถิ่นโดยทันที เริ่มต้นด้วยการลากผมไปซื้อค่าเข้าชมราคา 250 รูปี ว่าจะแอบเข้าฟรีซะหน่อยเลยอดเลย ตามด้วยการพยายามชวนคุยแล้วเดินรูปพิธีเผาศพเพื่อที่จะเอาผมให้ใช้บริการของเขา ซึ่งผมเองเห็นว่าไม่สมควร ลองนึกถึงใจเขาใจเราก็เลยไม่ถ่ายตรงนั้น สุดท้ายเห็นท่าคงไม่ได้แอ้มผมแน่น แกใช้ไม้ตายสุดท้ายซึ่งฟังดูมีเหตุผลดีครับ แกบอกวัดนี้มีรายละเอียดเยอะไหนเสียค่าเข้าตั้ง 250 รูปีแล้วน่าจะได้รู้อะไรมากกว่านี้ ค่าไกด์ก็แค่ 200 รูปีเท่านั้น นี่ถ้าไม่โดยหลอกมาแต่เช้าแล้วคงจะช่วยอุดหนุนแกสักหน่อย พอเห็นท่าว่าคงไม่ได้ผมเป็นลูกค้าแน่ๆแล้วแกก็เลยผละออกไป ส่วนผมก็เดินต่อหามุมถ่ายรูปไปเรื่อย  เนินเขาฝั่งตรงข้ามเราจะสามารถถ่ายรูปวัดได้ชัดที่สุด ระหว่างทางก็มีทั้งโยคีและมาเชิญชวนให้ถ่ายเพื่อแลกกับเงินตลอด ผมเดินถ่ายรูปจนพอใจแล้วผมก็เดินขึ้นต่อไปจะถึงยอดแล้วจะมีทางลงอีกทางนึงซึ่งเขามาที่วัดไม่เหมือนกัน ที่สำคัญคือตรงนี้ไม่มีด่านเก็บค่าเข้าครับ</p>
<div id="attachment_1763" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1763 " title="มุมมองจาก Pashupatinath เห็น Bouthanath อยู่ไกลๆ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0302IMG_0085-300x225.jpg" alt="มุมมองจาก Pashupatinath เห็น Bouthanath อยู่ไกลๆ" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">มุมมองจาก Pashupatinath เห็น Bouthanath อยู่ไกลๆ</p></div>
<p>จากจุดนี้เองเราจะมองเห็นสถูป Bouthanath อยู่ลิบๆ อีกด้านจะมองเป็นเทือกเขาหิมาลัยวิวสวยทีเดียว เดินๆอยู่แถวนั้นพอดีเจอฝรั่งคนนึงเดินมาคนเดียวผมเลยเดินเข้าไปชวนคุยด้วย แรกๆแกทำท่าจะกลัวๆเราอยู่เหมือน สงสัยคงจะเดินมาเยอะเห็นกัน พอผมแนะนำตัวเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกันแกก็เลยไว้ใจ คุยพอดีเรามาจุดมาเดียวกันคือจะเดินไป Bouthanath เหมือนกัน ระหว่างทางชวนคุยสร้างความสนินสนมได้ความว่า ชื่อ จอร์จ มาจากออสเตรเลีย จะไป Everest Base Camp ทางจาก Pashupati ไป Bouthanath เส้นทางนี้จะทุรกันดานสักหน่อยไม่เห็นทางเดินในเมืองทั่งไป ถ้ามาคนเดียวนี่อาจจะเปลี่ยนใจกลับไปทางอื่นแล้ว ยังดีนะที่มีเพื่อนเดินมาด้วยกัน ระหว่างทางมีเด็กมาเรียกให้ถ่ายรูป แต่เราชักไม่แน่ใจซะแล้วว่าอยากถ่ายจริงๆ เห็นอยากได้เงิน ถึงแม้ว่าจะเนินเขาที่ Pashupati เราจะมองเห็น Bouathanath ได้ก็จริงแต่มาเดินเราไม่ใช่ใกล้เลย แถมไม่เห็นยอดสถูปอีกต่างหาก เส้นทางก็ดูสับสนเราต้องใช้แผนที่ช่วยมาตลอด บ้างคร้งไม่มั่นใจพอเจอชาวบ้านผมก็ถามเลยอย่างน้อยก็จะได้มั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว</p>
<div id="attachment_1765" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1765" title="Bouthanath" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0302IMG_0098-300x225.jpg" alt="Bouthanath" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">Bouthanath</p></div>
<p>ที่ Bouthanath เสียค่าเข้า 100 รูปี ที่นี่เป็นเจดีย์แบบทิเบตเหมือน Swayabuthnath แต่ขนาดใหญ่กว่าและอยู่บนที่ราบเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง ตอนนี้ท้องเริ่มหิวแล้วแต่จะชวนกันหาอะไรกินก็เกรงใจ เราก็เลยเดินดูรอบๆ สถูป ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โชคดีครับที่นี่เราได้เห็นการกราบพระแบบธิเบตที่นอนราบลงไปที่พื้นเลย ต้องรีบถ่ายเป็นวีดีโอไว้ จังหวะเดียวกันได้ยินเสียงเด็กตะโกนเรียก หันไม่มองที่ต้นเสียงปรากฏว่าเป็นเด็กธิเบต เรียกให้เราถ่ายรูปตัวเองตอนนั่งสมาธิ ผมสังเกตเห็นว่ารอบๆ สถูปจะมีทางเข้าได้อีกหลายทางซึ่งคงไม่มีด่านเก็บค่าผ่านทางได้เช่นกัน บริเวณสถูปจะมีร้านขายของที่ระลึก ที่พัก ภัตตาคาร ขากลับพอออกจากสถูปผมถาม จอร์จ ว่าจะเอายังไงนั่งแท็กซี่กลับหรือจะเดินกลับกันดี จอร์จชวนเดินกลับครับผมเห็นว่าดีเหมือนกันจะได้เดินดูอะไรไปเรื่อยๆ โดยลืมไปว่าจากนี่ถึงที่พักประมาณ ห้ากิโลได้ ระหว่างเดินต้องดูแผนที่กำกับไปตลอดเพราะเส้นทางค่อนข้างซับซ้อนมีโอกาสหลงทางได้ ตอนนั้นบ่ายโมงกว่าแล้วยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย ตอนอยู่ที่ Bouthanath ก็แอบมองร้านอาหารอยู่หลายครั้งเหมือนกัน แต่เกรงใจพี่จอร์จแก ระหว่างทางที่เดินมาด้วยกันหลายช่องเราเลือกเดินเข้าซอยเล็กๆ ซึ่งดูตามแผนที่แล้วเป็นทางลัด ถนนจะแคบมาตลอดทางแทบไม่มีรถและคนเดินสวยมาเลย ลองมั่วกันมาเรื่อยๆสุดท้ายก็มาโผล่แถววัง</p>
<div id="attachment_1768" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1768" title="Tondsori Chicken กะ Butter Naan" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0311-300x225.jpg" alt="Tondsori Chicken กะ Butter Naan" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">Tondsori Chicken กะ Butter Naan</p></div>
<p>ผมแยกกับจอร์จตรงหน้า Guesthouse ที่พักของผมทั้งเมื่อยทั้งหิว รีบขึ้นเอาของไปเก็บเปลี่ยนรองเท้าแตะแล้วมาหาอะไรกิน เจอกับจอร์จอีกครั้งสงสัยหาอะไรกิน คงจะหิวและเมื่อยหมือนกัน  มื้อนี้ของผมจบอยู่ที่</p>
<p>แถม โค้กอีกขวด เบ็ดเสร็จราคา 132 Rs ตอนระหว่างทางกลับจาก Bouthanath ผมสังเกตเห็นขนเข็นขายผลไม้อยู่หลายคัน พอดีเห็นพ่อค้าขายกล้วยผ่านมาพอดีเลยนึกอยากกินขึ้นมา พอถามราคาพี่ยังไม่ยอมบอกแถมทำใจดีปลอกให้ชิมเลย พี่แกบอกว่าอร่อยมาจากสิงคืโปร มาไกลซะด้วยนะ โม้หรือเปล่าวะเนี่ย รสชาตินี่อย่ามาเทียบกะกล้วยบ้านเลยครับมันฝาดมากๆ ผมตอบตามจริงว่าไม่อร่อยว่ะ นึกในใจว่าแบบนี้ไม่ต้องอุตส่าห์ไปหามาไกลถึงสิงค์โปร์หรอกเพ่ พ่อค้ายังไม่ละความพยายามหยิบอีกลูกออกมา บอกว่าอันนี้มาจากอินเดียรสชาติดีขึ้นหน่อย ตกลงซื้อถามราคาแตอบว่า วันฟิ้ฟตี้ เราเข้าใจว่าหวีละ 50 รูปี แพงเหมือนกันแฮะ ประมาณ 30 บาท แต่ไม่เป็นไรได้มาตั้งหวีนึง เผื่อกินทิ้งกินขว้างได้ จ่ายไป 50 พ่อค้าบอกว่า  วันฟิ้ฟตี้ ไม่ใช่ วัน piece &#8211; ฟิ้ฟตี้ รูปี้ แต่เป็น วันฮันเดรดฟิ้ฟตี้ Oh god โดนอีกแล้วตรู มาได้ทุกรูปแบบจริงๆ ผมเลยบอกไปว่างั้นผมเอาแค่ 50 รูปีแล้วกัน ยูจะให้แค่ไหนก็ได้ ให้แบ่งออกมา  พ่อค้ายื่นข้อเสนอใหม่มาว่า วันฮันเดรด ก็ได้ อ้าวซะงั้น คราวนี้ผมยืนกระต่ายขาเดียวเลย ในที่สุดพี่แกก็ยอมแบ่งกลับไปครึ่งนึง ก็โอเคแล้วเพราะว่าถ้าเต็มหวีนี่คงกินจนเครียดได้เหมือนกัน</p>
<div id="attachment_1774" class="wp-caption alignright" style="width: 235px"><img class="size-medium wp-image-1774" title="ถ่ายคู่กับจอร์จ ที่ Bouthanath" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0302IMG_0101-225x300.jpg" alt="ถ่ายคู่กับจอร์จ ที่ Bouthanath" width="225" height="300" /><p class="wp-caption-text">ถ่ายคู่กับจอร์จ ที่ Bouthanath</p></div>
<p>กลับมาที่เกส์ตเฮ้าส์อาบน้ำเสร็จ พอดีนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องขึ้นรถที่ไหนเลย  ลงมาถามที่เคาท์เตอร์แนะนำว่า สามารถเดินไปได้ประมาณไม่เกิน ถ นาทีก็ถึงแล้ว อยู่ใกล้ๆ วัง แล้วพี่แกก็ถามว่าซื้อตํ๋ซมาเท่าไร 600 รูปีหรือเปล่า ผมบอกว่า 10 เหรียญ พี่ด่าให้ฟังเลยว่าราคาปกติไปกลับอยู่ที่ 600 รูปี  ชาร์ตเพิ่มตั้งร้อยนึงนี่มันทำให้ความเชื่อถือเสียกันหมด และแกก็พลอยเสียหายไปด้วยเพราะผู้คนเริ่มไม่ไว้ใจหมดแล้ว แกบอกว่าที่นี่มีคนไม่ดีเยอะ คิดแต่จะหลอกลูกค้าเอา ไม่คิดเคยคิดเลยว่ามันจะเสียหายด้วยกัน ผมเห็นด้วยอย่างเต็มที่เลย พร้อมกับเล่าเรื่องที่เจอให้ฟัง เสร็จแล้วขอตัวกลับห้อง บอกแกว่าจะฝากให้ส่ง Postcard ให้ด้วย วันนี้ตอนแรกว่าจะไปเดินเล่นต่อ แต่รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน จอร์จ ถ้าเราเจอนายอีกทีนะ เราจะบอกนายว่า &#8220;โอ้พระเจ้าจอร์จ มันเหมื่อยมากเลยว่ะนาย&#8221;</p>
<p>ค่าห้องคืนนี้ 325 รูปี ฝากส่ง Postcard 4 ใบราคา 120 รูปี</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px;"><!--[if gte mso 9]><xml> <w :WordDocument> </w><w :View>Normal</w> <w :Zoom>0</w> <w :TrackMoves /> <w :TrackFormatting /> <w :PunctuationKerning /> <w :ValidateAgainstSchemas /> <w :SaveIfXMLInvalid>false</w> <w :IgnoreMixedContent>false</w> <w :AlwaysShowPlaceholderText>false</w> <w :DoNotPromoteQF /> <w :LidThemeOther>EN-GB</w> <w :LidThemeAsian>X-NONE</w> <w :LidThemeComplexScript>TH</w> <w :Compatibility> <w :BreakWrappedTables /> <w :SnapToGridInCell /> <w :ApplyBreakingRules /> <w :WrapTextWithPunct /> <w :UseAsianBreakRules /> <w :DontGrowAutofit /> <w :SplitPgBreakAndParaMark /> <w :DontVertAlignCellWithSp /> <w :DontBreakConstrainedForcedTables /> <w :DontVertAlignInTxbx /> <w :Word11KerningPairs /> <w :CachedColBalance /> <w :UseFELayout /> </w> <w :BrowserLevel>MicrosoftInternetExplorer4</w> <m :mathPr> <m :mathFont m:val="Cambria Math" /> <m :brkBin m:val="before" /> <m :brkBinSub m:val="&#45;-" /> <m :smallFrac m:val="off" /> <m :dispDef /> <m :lMargin m:val="0" /> <m :rMargin m:val="0" /> <m :defJc m:val="centerGroup" /> <m :wrapIndent m:val="1440" /> <m :intLim m:val="subSup" /> <m :naryLim m:val="undOvr" /> </m> </xml>< ![endif]--><!--[if gte mso 9]><xml> <w :LatentStyles DefLockedState="false" DefUnhideWhenUsed="true"   DefSemiHidden="true" DefQFormat="false" DefPriority="99"   LatentStyleCount="267"> <w :LsdException Locked="false" Priority="0" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Normal" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="heading 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 7" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 8" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="9" QFormat="true" Name="heading 9" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 7" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 8" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" Name="toc 9" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="35" QFormat="true" Name="caption" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="10" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Title" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="1" Name="Default Paragraph Font" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="11" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Subtitle" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="22" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Strong" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="20" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Emphasis" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="59" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Table Grid" /> <w :LsdException Locked="false" UnhideWhenUsed="false" Name="Placeholder Text" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="1" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="No Spacing" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light List" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" UnhideWhenUsed="false" Name="Revision" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="34" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="List Paragraph" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="29" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Quote" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="30" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Intense Quote" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 1" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 2" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 3" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 4" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 5" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="60" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Shading Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="61" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light List Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="62" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Light Grid Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="63" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 1 Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="64" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="65" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 1 Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="66" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium List 2 Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="67" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 1 Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="68" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 2 Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="69" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Grid 3 Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="70" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Dark List Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="71" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Shading Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="72" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful List Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="73" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" Name="Colorful Grid Accent 6" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="19" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Subtle Emphasis" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="21" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Intense Emphasis" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="31" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Subtle Reference" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="32" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Intense Reference" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="33" SemiHidden="false"    UnhideWhenUsed="false" QFormat="true" Name="Book Title" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="37" Name="Bibliography" /> <w :LsdException Locked="false" Priority="39" QFormat="true" Name="TOC Heading" /> </w> </xml>< ![endif]--><!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:Batang; 	panose-1:2 3 6 0 0 1 1 1 1 1; 	mso-font-alt:바탕; 	mso-font-charset:129; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1342176593 1775729915 48 0 524447 0;} @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-2130706429 0 0 0 65537 0;} @font-face 	{font-family:"Cambria Math"; 	panose-1:2 4 5 3 5 4 6 3 2 4; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1610611985 1107304683 0 0 159 0;} @font-face 	{font-family:"\@Batang"; 	panose-1:2 3 6 0 0 1 1 1 1 1; 	mso-font-charset:129; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:-1342176593 1775729915 48 0 524447 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-unhide:no; 	mso-style-qformat:yes; 	mso-style-parent:""; 	margin:0cm; 	margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:12.0pt; 	font-family:"Times New Roman","serif"; 	mso-fareast-font-family:Batang; 	mso-bidi-font-family:"Angsana New"; 	mso-ansi-language:EN-US; 	mso-fareast-language:EN-US;} .MsoChpDefault 	{mso-style-type:export-only; 	mso-default-props:yes; 	font-size:10.0pt; 	mso-ansi-font-size:10.0pt; 	mso-bidi-font-size:10.0pt; 	mso-fareast-font-family:Batang; 	mso-bidi-font-family:"Angsana New";} @page Section1 	{size:612.0pt 792.0pt; 	margin:72.0pt 72.0pt 72.0pt 72.0pt; 	mso-header-margin:36.0pt; 	mso-footer-margin:36.0pt; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --><!--[if gte mso 10]> <mce :style>< !   /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-priority:99; 	mso-style-qformat:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; 	mso-para-margin:0cm; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:11.0pt; 	mso-bidi-font-size:14.0pt; 	font-family:"Calibri","sans-serif"; 	mso-ascii-font-family:Calibri; 	mso-ascii-theme-font:minor-latin; 	mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; 	mso-fareast-theme-font:minor-fareast; 	mso-hansi-font-family:Calibri; 	mso-hansi-theme-font:minor-latin; 	mso-bidi-font-family:"Cordia New"; 	mso-bidi-theme-font:minor-bidi;} --> <!--[endif]--></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">วันที่สาม </span><span lang="EN-US">:</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="EN-US"> </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">500 รูปีแห่งความทรงจำ หวาดระแวงจนวิตกจริต</span><span lang="EN-US"> </span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"><span> </span>เวลากลางคืนของที่นี่ยาวนานอย่างที่เขาบอกกันจริงๆครับ วันนี้ตื่นแต่เช้าครับตั้งใจว่าจะเดินไปดูบาร์สแควร์ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของทาเมล คราวนี้ไม่หลงแล้วครับเริ่มพอจับทิศทางได้แล้วเดินตรงอย่างเดียว ช่วงเช้ามืดอย่างนี้ผู้คนยังไม่ค่อยมากเท่าไหร่นัก ยิ่งชาวต่างชาติด้วยแล้วไม่เจอเลยสักคน พอเลยย่านทาเมลเก็จะมีวัดทิเบตอยู่ทางขวามือที่นี่เป็นสถูปจำลองของ </span><span lang="EN-US">Swayambhunath</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="EN-US"> </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ผมมาถึงแต่เช้าเลยไม่ค่อยมีคนจึงได้ถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินได้เต็มที่หน่อย แต่พอถ่ายรูปอยู่ได้พักใหญ่ก็มีคนเนปาลมาคุยด้วยบอกว่าตัวเองไปไกด์เสนอตัวพาไปเที่ยวอยากไปไหนให้ติดต่อเค้าได้ แต่ผมก็แค่กล่าวขอบคุณขอบคุณแล้วปฏิเสธไป เพราะว่าไปเองน่าจะสนุกกว่าเยอะจริงมั๊ยครับ เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะผ่านย่าน</span><span lang="EN-US"> Indra chowk</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> ตรงนี้จะมีวัดนึงที่ตกแต่งด้วยโลหะบริเวณนี้จะเป็นตลาดเช้าด้วยผู้คนมีซื้อของ จิบชา อ่านหนังสือพิมพ์คล้ายกับสภากาแฟบ้านเราแต่คงต้องเมื่อยหน่อยนะครับเพราะไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง จาก </span><span lang="EN-US">Indra chowk</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> ซึ่งตามแผนที่แล้วอยู้ใกล้ </span><span lang="EN-US">Dubar Square </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">มากแต่ก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะเห็นเลย ภายหลังจึงมารู้ว่าจากที่เลี้ยวขวาเข้าซอยไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะมาโผล่ที่ </span><span lang="EN-US">new road </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ตรงมุมถนนหันไม่ทางขวาก็จะพบกัน </span><span lang="EN-US">Dubar Square </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">มาแต่เช้าเห็นว่าเคาน์เตอร์เก็บตั๋วยังปิดอยู่เลยถือโอกาสเข้าไปเดินถ่ายรูปซะก่อน ไม่ต้องเสีย 250 รูปีครับ เดินแวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก็มีคนมาชวนคุยด้วยคราวเป็นเด็กวัยรุ่น มาตีสนิทด้วยบอกผมว่าบ้านอยู่แถวนี้เพราะเสนอพาผมเดินเที่ยวรอบๆ โดยบอกว่าอยากจะฝึกเป็นไกด์ ถามราคาว่าคิดเท่าไหร่ น้องแกบอกว่าแล้วแต่จะให้ดูตามผลงานแล้วกัน ด้วยความเป็นคนไทยใจดีอย่างนี้มีหรือจะไม่ช่วยส่งเสริมกัน ทั้งที่จริงอยากเดินดูคนเดียวมากกว่า แต่เอาน่ะได้ช่วยเด็กหารายได้แถมยังมีเพื่อนคุยด้วยไหนๆก็ไม่ต้องเสียค่าเข้ามาแล้ว น้องแกพาเดินดูกว่าชั่วโมงเห็นจะได้ ตกลงตามนั้นก็พาผมเดินดูที่ต่างๆ ถึงแม้ว่าบริเวณนี้จะไม่มีอะไรให้ดูมากนักแต่การมีเพื่อนคุยเป็นคนท้องถิ่น เวลานี้ถือว่าได้พอใช้ได้ทีเดียว ระหว่างทางน้องแกก็จะค่อยถามว่างานไกด์แกเป็นยังไงบ้าง ผมก็จะให้กำลังใจเต็มที่เลยครับ แอบนึกในใจว่าตัวเองโชคดีแต่หารู้ไม่ว่าความซวยกำลังจะมาเยือนแล้ว เดินอยู่เกือบชั่วโมงก็ทั่วแล้วครับ ผมเสนอเลี้ยงอาหารเช้าโดยบอกว่าให้พาไปร้านอาหารให้หน่อย เอาแบบที่คนเนปาลเค้ากินกันน่ะ น้องแกเลยพาผมมาที่หลังรูปปั้นครุฑที่นี่มีชานมขายแก้วละ </span><span lang="EN-US">5</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปีผมสั่งชามา </span><span lang="EN-US">2 </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">แก้วโดยผมเป็นคนจ่ายเงิน จริงๆแล้วผมอยากหาอะไรหนักๆกว่านั้นกิน แต่ดูน้องแกแล้วท่าทางไม่อยากไปต่อผมเลยหยิบเงินออกมา </span><span lang="EN-US">100</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปีออกมาให้ น้องแกทำถ้าแปลกๆ ผมก็งงบอกผมว่าเป็นไปไม่ได้ ปกติค่าไกด์ที่นี่จะคิดกัน </span><span lang="EN-US">700-800</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปีบอกว่าอย่างน้อยแกต้องได้ </span><span lang="EN-US">500</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปีผมก็ไม่มีข้อมูลตรงนี้ซะด้วยไม่รู้จะทำยังไงได้ไหนๆก็เสียค่าโง่มาแล้วเลยต้องยอมจ่ายไป หลังเสียค่าโง่มาแล้ว จะให้เดินออกจากที่นี่ไปง่ายๆก็เสียดายครับเลย เดินถ่ายรูปต่อไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อกี้ไม่ค่อยได้ถ่ายเพราะมัวแต่เกรงใจมันอยู่ ตลอดเวลาก็เจอคนเข้ามาคุยด้วยทำนองเดียวกันน่ารำคาญมากๆ มีอยู่รายนึงเอาของมาขายผมบอกว่าไม่อยากได้มาอ้อนวอนอยู่นานทีเดียวผมก็ไม่ใจอ่อนครับ จนตอนก่อนกลับเดินมาเจออีกก็มาอ้อนวอนแบบแทบกราบเลยครับ บอกว่าให้ช่วยเค้าหน่อยเพราะผมเป็นลูกค้าคนแรกของวันที่เค้าเป็นการขายถ้าขายไม่ได้ก็จะโชคไม่ดี ให้ช่วยซื้อแบบไม่คิดกำไรเลย เป็นกุญแจทองเหลืองครับราคาตอนแรกจะขายผม </span><span lang="EN-US">500</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปีตอนหลังขอผมร้อยบาทไทยหรือประมาณร้อยหกสิบรูปีผมก็ใจอ่อนทั้งที่ไม่อยากซื้อก็ต้องช่วยซื้อกลับมา ภายหลังเจอเพื่อนอีกหลายคนซื้อมาแบบเดียวกันราคาแค่สิบรูปีครับแสบจริงคนที่นี่ กลับจากดูบาร์สแควร์ผมแวะเช็คราคาเกสเฮ้าส์ย่านในเมืองหาได้ราคาสี่เหรียญแต่เป็นห้องน้ำรวมเสร็จแล้วแวะไปสมัคร </span><span lang="EN-US">Entry permit </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ที่สำนักงานของ </span><span lang="EN-US">ACAP </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">แค่กรอกใบสมัครแล้วจ่ายเงิน สองพันรูปีก็ได้เลย ในสมัครมีข้อมูลให้เติมจุดเริ่มและจุดสิ้นสุดซึ่งผมเองยังไม่ค่อนแน่ใจเลยเข้าไปถามกันเจ้าหน้าที่แต่ได้ความว่าอะไรก็ใส่ๆไปเถอะ นัยว่ามีเงินจ่ายก็ไม่มีปัญหาแล้ว ผมรับใบ</span><span lang="EN-US">Entry permit </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">กลับมาแบบงงแล้วเดินกลับโรมแรม ระหว่างงานเห็นร้านอาหารแบบคนท้องถิ่นกินกันเข้าไปดูเห็นมีเมนู ดาบัท ราคาแค่สี่สิบรูปี นี่ถ้าพลาดท่าไปกินทีโรงแรมเมื่อวานล่ะก็จะต้องจ่ายถึงร้อยห้าสิบรูปีไปแล้ว งานนี้เลยต้องลองสักหน่อยแล้ว ดาบัทเป็นอาหารพื้นเมืองที่นี่ครับ จะเสริฟด้วยถาดหลุมมีข้าวอยู่ตรงกลางราดด้วยผักลวกมาหน่อยนึงที่เหลือจะเป็นซุปและแกงกระหรี่ซึ่งทั้งหมดไม่มีเนื้อสัตว์เลย ได้ลองดาบัทเรียบร้อยแล้วผมกลับโรงแรมอาบน้ำ เก็บของแล้วลงมาเช็คเอาต์ ที่เคาน์ถามผมว่าจะไปไหนทำให้ผมมาเอะใจว่าผมตอนมาผมบอกว่าจะอยู่คืนเดียวแล้วมันรู้ได้ยังไงว่าผมต้องอยู่อีกคืน ตามกฎหมายที่นี่สำหรับที่พักที่ลงทะเบียนกับรัฐผู้เข้าพักจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีกสิบสามเปอร์เซนต์ ที่เคาน์เตอร์บอกผมมาว่า วันมอร์ดอลล่า ผมไม่คิดมากก็เลยจ่ายไป แต่พอมานึกดูดีดีเอ ขอเครื่องคิดเลขหน่อยดีกว่า ค่าที่พัก </span><span lang="EN-US">5 </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">เหรียญคิดเป็นเงิน </span><span lang="EN-US">5&#215;72 </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ได้ </span><span lang="EN-US">350 </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">รูปี </span><span lang="EN-US">13% </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ก็ประมาณ </span><span lang="EN-US">45 </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">รูปี อ้าวไม่ถึงนี่หว่าแถมเรตเงินผมก็โดนคิดด้วยเรตสูงสุดแล้ว ถึงแม้จะต่างแค่ยี่สิบรูปีแต่คราวนี้ผมไม่ยอมแล้ว ออกจากโรงแรมผมย้ายไปอยู่มาโคโปโลเกสเฮาส์คืนละสี่เหรียญ พอเก็บของเข้าห้องเรียบร้อยก็ออกมาส่งโปสการ์ดที่ไปรษณีย์ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินตึกเดียวกับที่มาทำ </span><span lang="EN-US">Entry permit</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> แต่อยู่ซ่อนอยู่ตรงซอกๆ กว่าจะหาเจอต้องเดินถามไปตลอดทางจนมายืนอยู่ข้างหน้าแล้วยังไม่แน่ใจเลย ไปรษณีย์ที่นี่เป็นห้องแคบๆมากมีเจ้าหน้าที่อยู่คนเดียวไม่มีเครื่องแบบใดๆทั้งสิ้นตรงทางเข้าต้องเดินผ่านร้านอาหารเข้าไปก่อน ด้วยความประทับใจไปรษณีย์ที่นี่ผมเลยต้องขอพี่ไปรษณีย์แกถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกซักรูปนึงก่อน กว่าจะเสร็จธุระก็เกือบเที่ยงแล้วผมเรียกแท็กซี่แถวๆนั้นเพื่อไป </span><span lang="EN-US">Pashupatinath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">แต่ราคายังไม่เป็นที่พอใจ พอดีมีพี่คนนึงแกเดินมาถามว่าร้อยนึงไปมั้ยผมไม่ลังเลเลยครับถึงแม้รถจะเก่าไปนิด ก่อนออกคนขับคนก่อนที่ผมเรียกก็มาเคาะรถโวยวาย ผมถามคนขับรถว่าเกิดอะไรขึ้น แกตอบมาน่ารักมากว่า </span><span lang="EN-US">business competition </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ทำเอาผมถึงกับอึ้งไปเลย ระหว่างทางเราคุยกันเรื่องรถยนต์กัน รถยยต์ที่นี่ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมคือ </span><span lang="EN-US">Suzuki </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ผมก็เข้าว่าเป็นยี่ห้อซูซูกิ แต่คนขับว่าไม่ใช่หรอก ซูซูกิน่ะแพงมากและคุณภาพดี ที่เค้าใช้กันส่วนใหญ่คือ </span><span lang="EN-US">Suzuki maruti </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">เป็นรถจากอินเดียราคาถูกกว่ามากคุณภาพอาจจะสู้ไม่ได้แต่ถึงว่าเหมาะที่เดียวสำหรับคนที่นี่ แท็กซี่มาส่งผมที่ทางเข้าวัด ที่นี่เป็นวัดฮินดูเก่าแก่และเป็นมรดกโลกอีกแห่งในกาฐมันฑุวัลเล่ย์ ไฮไลด์ของที่นี่คือการเผาเป็นเชิงตะกอนริมแม่น้ำ ภายในวัดอนุญาตให้แค่คนฮินดูเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ เราเลยแค่ได้เพียงแค่เดินดูรอบๆ แต่ถ้าอยากเห็นมุมสวยๆ ต้องข้ามสะพานไปที่เนินเขาอีกฝั่งนึง ที่นี่ต้องระวังเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษนะครับ การถ่ายรูปงานศพควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเพื่อเป็นการให้เกีรยติกับผู้ตายและเจ้าของงานศพด้วย ที่นี่จะมีพวกฤษี ดาบสมาให้ถ่ายรูปแลกกับเงิน อันนี้นานาจิตตังนะครับส่วนผมเองไม่สนับสนุนอยู่แล้วเลยพยายามเลี่ยงอยู่ อีกอย่างคือเด็กๆ ที่เนปาลนี่ชอบถ่ายรูปมากครับ บางทีเค้าจะขอให้เราถ่ายรูปเค้าแต่ต้องระวังครับตามสถานที่ท่องเที่ยวก็จะมีพวกที่มีให้ถ่ายรูปแลกกับเงินด้วยเหมือนกัน พบเดินเข้าถึงบริเวณวัด ไม่ทันได้ตั้งตัวผมก็ถูกจู่โจมด้วยไกด์ท้องถิ่นโดยทันที เริ่มต้นด้วยการลากผมไปซื้อค่าเข้าชมราคา </span></strong><strong><span lang="EN-US">250</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปี ว่าจะแอบเข้าฟรีซะหน่อยเลยอดเลย ตามด้วยการพยายามชวนคุยแล้วเดินรูปพิธีเผาศพเพื่อที่จะเอาผมให้ใช้บริการของเขา ซึ่งผมเองเห็นว่าไม่สมควร ลองนึกถึงใจเขาใจเราก็เลยไม่ถ่ายตรงนั้น สุดท้ายเห็นท่าคงไม่ได้แอ้มผมแน่น แกใช้ไม้ตายสุดท้ายซึ่งฟังดูมีเหตุผลดีครับ แกบอกวัดนี้มีรายละเอียดเยอะไหนเสียค่าเข้าตั้ง </span></strong><strong><span lang="EN-US">250</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปีแล้วน่าจะได้รู้อะไรมากกว่านี้ ค่าไกด์ก็แค่ </span></strong><strong><span lang="EN-US">200</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> รูปีเท่านั้น นี่ถ้าไม่โดยหลอกมาแต่เช้าแล้วคงจะช่วยอุดหนุนแกสักหน่อย พอเห็นท่าว่าคงไม่ได้ผมเป็นลูกค้าแน่ๆแล้วแกก็เลยผละออกไป ส่วนผมก็เดินต่อหามุมถ่ายรูปไปเรื่อย<span> </span>เนินเขาฝั่งตรงข้ามเราจะสามารถถ่ายรูปวัดได้ชัดที่สุด ระหว่างทางก็มีทั้งโยคีและมาเชิญชวนให้ถ่ายเพื่อแลกกับเงินตลอด ผมเดินถ่ายรูปจนพอใจแล้วผมก็เดินขึ้นต่อไปจะถึงยอดแล้วจะมีทางลงอีกทางนึงซึ่งเขามาที่วัดไม่เหมือนกัน ที่สำคัญคือตรงนี้ไม่มีด่านเก็บค่าเข้าครับ จากจุดนี้เองเราจะมองเห็นสถูป </span></strong><strong><span lang="EN-US">Bouthanath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">อยู่ลิบๆ อีกด้านจะมองเป็นเทือกเขาหิมาลัยวิวสวยทีเดียว เดินๆอยู่แถวนั้นพอดีเจอฝรั่งคนนึงเดินมาคนเดียวผมเลยเดินเข้าไปชวนคุยด้วย แรกๆแกทำท่าจะกลัวๆเราอยู่เหมือน สงสัยคงจะเดินมาเยอะเห็นกัน พอผมแนะนำตัวเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกันแกก็เลยไว้ใจ คุยพอดีเรามาจุดมาเดียวกันคือจะเดินไป </span></strong><strong><span lang="EN-US">Bouthanath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">เหมือนกัน ระหว่างทางชวนคุยสร้างความสนินสนมได้ความว่า ชื่อ จอร์จ มาจากออสเตรเลีย จะไป </span></strong><strong><span lang="EN-US">Everest Base Camp </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ทางจาก </span></strong><strong><span lang="EN-US">Pashupati </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ไป </span></strong><strong><span lang="EN-US">Bouthanath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">เส้นทางนี้จะทุรกันดานสักหน่อยไม่เห็นทางเดินในเมืองทั่งไป ถ้ามาคนเดียวนี่อาจจะเปลี่ยนใจกลับไปทางอื่นแล้ว ยังดีนะที่มีเพื่อนเดินมาด้วยกัน ระหว่างทางมีเด็กมาเรียกให้ถ่ายรูป แต่เราชักไม่แน่ใจซะแล้วว่าอยากถ่ายจริงๆ เห็นอยากได้เงิน ถึงแม้ว่าจะเนินเขาที่ </span></strong><strong><span lang="EN-US">Pashupati </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">เราจะมองเห็น </span></strong><strong><span lang="EN-US">Bouathanath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ได้ก็จริงแต่มาเดินเราไม่ใช่ใกล้เลย แถมไม่เห็นยอดสถูปอีกต่างหาก เส้นทางก็ดูสับสนเราต้องใช้แผนที่ช่วยมาตลอด บ้างคร้งไม่มั่นใจพอเจอชาวบ้านผมก็ถามเลยอย่างน้อยก็จะได้มั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว</span></strong><strong> </strong></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span lang="EN-US"><span> </span></span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ที่</span></strong><strong><span lang="EN-US"> Bouthanath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">เสียค่าเข้า </span></strong><strong><span lang="EN-US">100 </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">รูปี ที่นี่เป็นเจดีย์แบบทิเบตเหมือน </span></strong><strong><span lang="EN-US">Swayabuthnath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">แต่ขนาดใหญ่กว่าและอยู่บนที่ราบเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง ตอนนี้ท้องเริ่มหิวแล้วแต่จะชวนกันหาอะไรกินก็เกรงใจ เราก็เลยเดินดูรอบๆ สถูป ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โชคดีครับที่นี่เราได้เห็นการกราบพระแบบธิเบตที่นอนราบลงไปที่พื้นเลย ต้องรีบถ่ายเป็นวีดีโอไว้ จังหวะเดียวกันได้ยินเสียงเด็กตะโกนเรียก หันไม่มองที่ต้นเสียงปรากฏว่าเป็นเด็กธิเบต เรียกให้เราถ่ายรูปตัวเองตอนนั่งสมาธิ ผมสังเกตเห็นว่ารอบๆ สถูปจะมีทางเข้าได้อีกหลายทางซึ่งคงไม่มีด่านเก็บค่าผ่านทางได้เช่นกัน บริเวณสถูปจะมีร้านขายของที่ระลึก ที่พัก ภัตตาคาร ผมออกจะสถูปผมถาม</span></strong><strong><span lang="TH"> </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">จอร์จ ว่าจะเอายังได้นั่งแท็กซี่กลับหรือจะเดินกลับกันดี จอร์จชวนเดินกลับครับผมเห็นว่าดีเหมือนกันจะได้เดินดูอะไรไปเรื่อยๆ โดยลืมไปว่าจากนี่ถึงที่พักประมาณ ห้ากิโลได้ ระหว่างเดินตรงดูแผนที่กำกับไปตลอดเพราะเส้นทางค่อนข้างซับซ้อนมีโอกาสหลงทางได้ ตอนนั้นบ่ายโมงกว่าแล้วยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย ตอนอยู่ที่ </span></strong><strong><span lang="EN-US">Bouthanath </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ก็แอบมองร้านอาหารอยู่หลายครั้งเหมือนกัน แต่เกรงใจพี่จอร์จแก ระหว่างทางที่เดินมาด้วยกันหลายช่องเราเลือกเดินเข้าซอยเล็กๆ ซึ่งดูตามแผนที่แล้วเป็นทางลัด ถนนจะแคบมาตลอดทางแทบไม่มีรถและคนเดินสวยมาเลย ลองมั่วกันมาเรื่อยๆสุดท้ายก็มาโผล่แถววังผมแยกับจอร์จตรงหน้า</span></strong><strong><span lang="EN-US"> Guesthouse </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">ที่พักของผมทั้งเมื่อยทั้งหิวรีบขึ้นเอาของไปเก็บเปลี่ยนรองเท้าแตะแล้วมาหาอะไรกิน เจอกับจอร์จอีกครั้งสงสัยหาอะไรกิน คงจะหิวและเมื่อยหมือนกัน <span> </span>มื้อนี้ของผมจบอยู่ที่ </span></strong><strong><span lang="EN-US">Tondsori Chicken </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">กะ </span></strong><strong><span lang="EN-US">Butter Naan </span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH">แถม โค้กอีกขวด เบ็ดเสร็จราคา </span></strong><strong><span lang="EN-US">132 Rs</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> ตอนระหว่างทางกลับจาก</span></strong><strong><span lang="TH"> </span></strong><strong><span lang="EN-US">Bouthanath</span></strong><strong><span style="font-size: 18pt; font-family: &amp;amp;amp;" lang="TH"> ผมสังเกตเห็นขนเข็นขายผลไม้อยู่หลายคัน พอดีเห็นพ่อค้าขายกล้วยผ่านมาพอดีเลยนึกอยากกินขึ้นมา พอถามราคาพี่ยังไม่ยอมบอกแถมทำใจดีปลอกให้ชิมเลย พี่แกบอกว่าอร่อยมาจากสิงคืโปร มาไกลซะด้วยนะ โม้หรือเปล่าวะเนี่ย รสชาตินี่อย่ามาเทียบกะกล้วยบ้านเลยครับมันฝาดมากๆ ผมตอบตามจริงว่าไม่อร่อยว่ะ นึกในใจว่าแบบนี้ไม่ต้องอุตส่าห์ไปหามาไกลถึงสิงค์โปรหรอกเพ่ พ่อค้ายังม่าละความพยายามหยิบอีกลูกออกมา บอกว่าอันนี้มาจากอินเดียรสชาติดีขึ้นใหน่อย </span></strong></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p></mce></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2005/12/02/nepal3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุดขอบฟ้าที่เนปาล (ตอน 2)</title>
		<link>http://onholiday.org/2005/12/01/nepal2/</link>
		<comments>http://onholiday.org/2005/12/01/nepal2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Dec 2005 04:47:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MrNop:)</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photo Blog]]></category>
		<category><![CDATA[เนปาล]]></category>
		<category><![CDATA[stupa]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แบ็กแพ็ค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://onholiday.org/?p=285</guid>
		<description><![CDATA[ผมก็เริ่มเที่ยวตามแผนที่วางไว้ครับ คือไป Swayambhunath Stupa หรืออีกชื่อนึงคือ monkey temple ตามข้อมูลที่ได้มาคือเดินประมาณ 2 กิโลจากทาเมลทางทิศใต้ ผมใช้แผนที่ที่พิพม์มาจากเมืองไทยเดินตามไปเรื่อยๆ แต่ด้วยเราไม่รู้ scale ของแผนที่ประกอบกับถนนที่นี่เล็กมาจนผมไม่คิดว่าจะเป็นถนนในแผนที่ได้เลยมอง หาแต่แยกใหญ่ๆครับ เดินไปเดินมาก็รู้ตัวเองแล้วว่าหลงทางครับเดินไปถึงย่านการค้าของเค้าคนเยอะ มาก มองไปทางไหนก็เหมือนกันหมด ยังดีที่ผมมีเข็มทิศติดอยู่ที่นาฬิกาข้อมือไปด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Swayambhunath.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1064" title="Swayambhunath" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Swayambhunath.jpg" alt="Swayambhunath" width="600" height="200" /></a></h2>
<h2>วันที่สอง : หลงทางใน Kathmandu และ เหยื่อรายใหม่บริษัททัวร์</h2>
<div id="attachment_1098" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Swayambhunath-Stupa.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="size-medium wp-image-1098" title="Swayambhunath Stupa" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Swayambhunath-Stupa-300x300.jpg" alt="Swayambhunath Stupa" width="300" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Swayambhunath Stupa</p></div>
<p>อาการไข้ที่เป็นๆหายๆมาตั้งแต่ 2 วันก่อนยังไม่มีที่ถ้าว่าจะดีขึ้นเลยแถมเห็นจะเป็นหนักขึ้นซะอีก คืนนี้เลยนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่จะว่าตื่นเต้นก็คงไม่น่าใช่ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงตื่นนอนแล้วอาบน้ำแต่งตัวลงไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมเตรียมไว้ให้แล้วจึงกลับมาเก็บของเช็คเอาต์แล้วรอรถมารับไปส่งที่สนามบิน วันนี้เองครับผมได้พบเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกคนนึง เพ็กกี้สาวอเมริกันเชื้อชาติไต้หวันเจอตอนเธอแรกผมแอบดีใจนิดๆว่าเจอคนเอเชียด้วยกันภาษาอังกฤษน่าจะพอคุยกันได้ แต่ผมคาดการณ์ผิดถนัดครับ เมื่อฟังเธอคุยกับเจอร์ราร์ดแล้วสิ่งเดียวที่พอทำได้คือยิ้มแล้วทำตาปริบๆ พอมาเห็นพาสปอร์ตของเธอก็เลิกสงสัยทันที 2 คนนี้พอเจอเพื่อนร่วมทวีปเลยคุยกันใหญ่เลยทิ้งให้ผมต้องทำหน้างง แต่ผมไม่กลัวเสียฟอร์มครับ ผมบอกไปว่าไอ้ที่ยูคุยกันน่ะเร็วอิ๊บอ๋ายเลยไอตามไม่อ่ะ 2 คนนั้นต้องรีบขอโทษขอโพยกันใหญ่ แต่ผมก็ยังรักษาฟอร์มอยู่ครับถึงแม้จะฟังไม่ค่อยทันแต่ก็บอกไปว่าพูดเร็วๆน่ะดีแล้วล่ะไอจะได้ฝึกฟังไปด้วย (แต่ถ้าฟังไม่รู้เรื่องอย่ามาโทษกันนะ) ทำเป็นเท่ห์ครับ 2 คนนั้นเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ่งพูดกันเร็วขึ้นอีกครับผมก็ต้องยิ้มงงต่อไป ครับไม่รู้ไปอดเดินกันมาจากไหนกันเรา 3 คนเดินหน้ากระดานเรียงหนึ่งเดินไปคุยไปตั้งแต่เกตเแรกจนถึงเกตสุดท้ายไปกลับ นี่โชคยังดีนะครับที่รถมาส่งก่อนแค่ 2 ชั่วโมงถ้ามากกว่านั้นมาหวังเดินกันขาขวิดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเทรก ไม่รู้ 2 คนนั้นคุยอะไรกันนักหนา ไม่รู้จริงๆครับเพราะยังฟังไม่ทันเหมือนเดิม</p>
<div id="attachment_1781" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-1781" title="ที่สนามบินก่อนแยกย้ายกัน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0201IMG_0080-300x225.jpg" alt="ที่สนามบินก่อนแยกย้ายกัน" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">ที่สนามบินก่อนแยกย้ายกัน</p></div>
<p>เครื่องบินออกตอน 10.30 ใช้เวลาประมาณ 3 ชัวโมงก็ถึง Kathmandu ตามเวลาเมืองไทย 12.55 แต่เวลาเนปาลช้ากว่าเราชั่วโมงกับ 25 นาทีครับ เรา 3 คนไม่ได้ทำวีซ่ามาครับเลยต้องมาเข้าคิว visa on arrival แต่น่าแปลกคือแถว visa on arrival สั้นมากๆเมื่อเทียบกับพวกที่ทำมาแล้ว เจอร์ราร์ดบอกว่าคนส่วนใหญ่เค้ามีการเตรียมตัวกันมาก่อนไม่เหมือนเรา ค่า visa on arrival ราคา 30 เหรียญคิดเป็นเงินไทยราคาประมาณ 1200 บาทเศษถูกกว่าทำที่เมืองไทยเกือบ 200 ครับ สะดวกดีแถมเร็วกว่าอีก  ผมต้องแยกกับเจอร์ราร์ดที่นี่แล้วเพราะเค้ามีเพื่อนสาวมารับที่นี่หลังจากถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกแล้วเราก็แยกกันทิ้งผมกับเพ็กกี้ไว้เผชิญชะตากรรมกับแท็กซี่ที่นี่ราคาที่นี่จะเริ่มจากประมาณ 300 รูปีครับแต่ที่รู้มาตอนนั้นคือ 200-250รูปี</p>
<div id="attachment_1068" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day02.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="size-medium wp-image-1068" title="ทาเมล" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day02-300x212.jpg" alt="ทาเมล" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ทาเมล</p></div>
<p>พอดีมีคนเสนอมา 200 รูปีไปส่งที่ทาเมล แท็กซี่คันเก่าและเล็กมากด้วยคันประมาณไดฮัทสุมิร่า พอรถวิ่งเข้ามาในเมืองผมก็ไม่แปลกใจแล้วเพราะถนนในเมืองนั้นแคบมากๆ ถ้าเป็นรถบ้านเราน่าจะวิ่งได้แค่คันเดียวสวนกันไม่ได้ เพ็กกี้นัดเพื่อนไว้ที่ Kathmandu Guest house ส่วนผมยังไม่มีที่ไป ในแท็กซี่มีนายหน้าบริษัททัวร์นั่งมาด้วยเสนอโรงแรมราคาคืนละ 5 เหรียญชวนให้ไปดูก่อนถ้าตกลงค้างไม่ต้องจ่ายค่าแท็กซี่ฟังดูน่าสนใจดีผมก็เลยตกลงไป สภาพห้องพอใช้ได้ครับผมเลยตกลงเพราะขี้เกียจเดินหาต่อ แท็กซี่พาเพ็กกี้ไปส่งต่อผมจึงบอกลาเธอที่นั่นแล้สย้ำว่าไม่ต้องจ่ายค่าแท็กซี่แล้วนะ พอตกลงเรื่องที่พักแล้วพี่นายหน้าแกก็เรียกขอค่าแท็กซี่อ้าวไหงมันว่าถ้าพักไม่ต้องจ่ายฟร๊ะ พี่แกบอกว่าผมน่ะไม่ต้องจ่ายอยู่เพ็กกี้ต้องจ่ายอีกครึ่งนึงผมเลยต้องควัก 100 รูปีออกมาจ่ายพี่แกไป ตอนหลังมานั่งคิดว่าถ้าพอแท็กซี่ไปส่งเพ็กกี้แล้วบอกเหมือนกับผมเธอก็คงต้องจ่ายอีก 100 นึงเหมือนกับสรุปแล้วมันฟรีตรงไหนฟร๊ะไว้ถ้าเจอกันอีกจะถามดูสักหน่อย</p>
<div id="attachment_1108" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day022.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="size-medium wp-image-1108" title="ถนนในกาฏมาฑุ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day022-300x212.jpg" alt="ถนนในกาฏมาฑุ" width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ถนนในกาฏมาฑุ</p></div>
<p>พอเก็บของเสร็จพี่ชายหน้าคนเดิมรอผมอยู่บอกว่าจะไปเดินไปย่านทาเมลเพื่อพิสุจน์ให้ดูว่าโรงแรมไม่ได้อยู่ไกลเหมือนที่ผมกลัวแต่แรกครับระหว่างทางแกก็ชวนคุยต่างๆนานาทำเป็นดีด้วย เข้ามูลที่ผมได้ยินมาจากไกด์บุ๊คคือคนเนปาลใจดีครับผมก็เลยไม่คิดมากอะไร พี่แกอาสาจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ผมโดยพามาส่งที่บริษัทท่องเที่ยวของแก Himalaya Glacier พอบอกว่ามาจากเมืองไทยเค้าก็ทำสนิทสนมเลยบอกว่ามีเพื่อนเป็นคนไทยเยอะเลยที่เป็นลูกค้ากับเค้าก็เยอะ จริงผมมีโปรแกรมอยู่ในหัวแล้วแต่อยากลองฟังดูเผื่อมีอะไรดีๆบ้าง โปรแกรมที่จัดให้ฟังดูแล้วไม่ค่อยเข้าทางเท่าไหร่ ผมเลยขอแค่ให้ช่วยหาตั๋วรถไป Pakhara ให้หน่อย(ผมไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลยครับ) บริษัทบอกผมว่ารถวันพรุ่งนี้เต็มหมดครับต้องไปวันรุ่งขึ้นผมก็ไม่คิดมากอะไรเที่ยวในเมืองก่อนก็ได้ ตั๋วราคา 10 เหรียญครับผมไม่มีแบงค์ย่อยเลยจ่ายไป 50 เหรียญแกตามผมว่าทอนเป็นดอลล่าหรือรูปี พอดีผมแลกรูปีจากสนามบินมาแค่ 50 เหรียญผมเลยขอรูปีถามเรทแล้วเท่ากับที่สนามบินคือ 70 รูปี/1 ดอลล่าครับ พอลงมาเดินที่ทาเมลสังเกตราคาแลกเงินครับปรากฏว่าที่นี่ให้เรท 71 กว่าๆเกือบ 72รูปี</p>

<div id="attachment_1065" class="wp-caption alignleft" style="width: 235px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Swayambhunath1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="size-medium wp-image-1065" title="Swayambhunath Stupa" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Swayambhunath1-225x300.jpg" alt="Swayambhunath Stupa" width="225" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">Swayambhunath Stupa</p></div>
<p>ผมก็เริ่มเที่ยวตามแผนที่วางไว้ครับ คือไป Swayambhunath Stupa หรืออีกชื่อนึงคือ monkey temple ตามข้อมูลที่ได้มาคือเดินประมาณ 2 กิโลจากทาเมลทางทิศใต้ ผมใช้แผนที่ที่พิพม์มาจากเมืองไทยเดินตามไปเรื่อยๆ แต่ด้วยเราไม่รู้ scale ของแผนที่ประกอบกับถนนที่นี่เล็กมาจนผมไม่คิดว่าจะเป็นถนนในแผนที่ได้เลยมองหาแต่แยกใหญ่ๆครับ เดินไปเดินมาก็รู้ตัวเองแล้วว่าหลงทางครับเดินไปถึงย่านการค้าของเค้าคนเยอะมาก มองไปทางไหนก็เหมือนกันหมด ยังดีที่ผมมีเข็มทิศติดอยู่ที่นาฬิกาข้อมือไปด้วย เลยพยายามจับหาทิศทางกลับ เวลา 4 โมงเย็นที่นี่ก็โพล้เพล้แล้วยิ่งหลงทางด้วยก็เลยสับสนไปหมด เดินๆอยู่ก็มีพี่สาวใจดีชาวเนปาลคนนึงมากเตือนผมว่าอย่าเอาเป้ไว้ด้านหลังของอาจจะหายได้ พี่รีบขอบคุณแล้วย้ายกระเป๋ามาไว้ด้านหน้า ไหนๆก็หลงทางมาตั้งนานแล้วเลยแถมฉวยโอกาสถามทางซะเลย พี่แกตอบให้กำลังใจดีมากเลยครับว่า มันไกลจากที่นี่มากเลยนะ ทำเอากำลังใจหมดเลยสงสัยหลงทางมาไกลมาก แต่ยังดีที่พี่แกช่วยถามคนอื่นให้ว่าให้เดินย้อนกลับจะไปถึงย่าน Chhetrapati พอทราบว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนกันก็เห็นว่าไม่ไกลมากครับ แค่หลุดจากขอบแผนที่ทาเมลไปนิดหน่อยแค่นั้น ผมเลยขอบคุณแล้วบอกไปว่าแค่นี้เดินไหวครับ ชิวๆ</p>
<div id="attachment_1100" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day021-1.jpg" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="size-medium wp-image-1100" title="ระหว่างทางไป Swayambhunath " src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day021-1-300x212.jpg" alt="ระหว่างทางไป Swayambhunath " width="300" height="212" /></a><p class="wp-caption-text">ระหว่างทางไป Swayambhunath </p></div>
<p>ทางเดินเริ่มออกสู่ชานเมืองมากขึ้นถนนก็ฝุ่นเยอะมาก พอเห็นสะพานข้ามแม่น้ำก็ใจชื้นแล้วครับ แถมจากจุดนี้ยังมองเห็นยอดสถูปอยู่ไกลๆ แต่เอตามข้อมูลที่มีจะต้องมีวัดอยู่ตรงสะพานแต่ทำไมตรงนี้ไม่มีหว่า พอสังเกตดีดีก็เห็นถนนอีกเสันทางเหนือมีอะไรคล้ายๆ วัดฮินดู จึงรู้ว่าผมหลงทางมาไกลทีเดียวครับ ตอนนี้ผมยอมเดินลุยฝุ่นเดินเลียบแม่น้ำไปสู่ถนนอีกเส้นนึงครับ ริมแม่น้ำเป็นที่ทิ้งขยะและเลี้ยงวัวควาย แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดคือมีอีกาเยอะมากๆ  ทั้งฝุ่นทั้งกลิ่นผมแทบจะต้องเดินกลั้นหายใจมาตลอดทาง พอถึงถึงสะพานบรรยายค่อยดีขึ้น จากนี่เดินแผนที่ไปเรื่อยๆ จะพบกับนักเรียนที่กำลังกลับบ้านชุดนักเรียนที่นี่น่ารักดีครับ คงเป็นเพราะบ้านเค้าอากาศหนาวชุดนักเรียนเลยมีแบบเป็นเสี้อกันหนาวด้วย ส่วนเด็กผู้หญิงนุ่งกระโปรงและสวมถุงน่องยาวดูน่ารักไปอีกแบบ ผมว่าชุดแบบนี้ถ้ามาใช้ที่โรงเรียนเอกชนบ้านเราคงช่วยดึงดูดนักเรียกให้มาสมัครได้ไม่น้อยเลย พอถึงเชิงเขาก็มีพวกนักบวชจำพวกฤาษีเดินเข้ามาหา ผมรีบปฏิเสธทันที ลืมไปว่าส่ายหน้าที่นี่หมายถึงตกลงไม่รู้ว่าส่ายมือจะเหมือนกันหรือเปล่า (ไม่รู้ว่าผมไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหนเหมือนกันครับภายหลังด้วยความสงสัยว่าจริงหรือเปล่าก็เลยลองถามคนเนปาลดู ปรากฏว่าเค้างงเลยเพราะเค้าก็เหมือนกับเรา กว่าจะรู้ก็เกือบจะกลับเมืองไทยอยู่แล้วเล่นไม่กล้าส่ายหน้ามาเกือบ 2 อาทิตย์) ครับพี่แกเอาผงสีแดงๆ ที่ชาวฮินดูจุดไว้ที่หน้าผาก แกบอกว่าไม่เป็นไรเพื่อลักกี้ ระหว่างแกจุดแกท่องว่า lucky lucky lucky money คำสุดท้ายคุ้นแฮะพอตั้งสติได้ผมแกล้งทำเป็นไม่เข้าขอบคุณแล้วรีบเดินหนีไป</p>
<div id="attachment_1105" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0201IMG_0206.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="size-medium wp-image-1105" title="จากสถูป เราสามารถมองเห็น หิมาลัยได้ อยู่ไกลๆ" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0201IMG_0206-300x201.jpg" alt="จากสถูป เราสามารถมองเห็น หิมาลัยได้ อยู่ไกลๆ" width="300" height="201" /></a><p class="wp-caption-text">จากสถูป เราสามารถมองเห็น หิมาลัยได้ อยู่ไกลๆ</p></div>
<p>รอบๆเชิงเขาจะมีวงล้ออธิฐาน (Pray wheel แปลพร้อมตั้งชื่อเองซะเลย) เต็มไปหมดทั้งขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ จากจุดนี้เองผมก็หลงทางอีกครั้งเพราะได้ข้อมูลมาว่าที่นี่จะต้องเสียค่าเข้า แต่ถ้าขึ้นจากบันไดอีกฝั่งจะเข้าฟรี ผมเลยพยายามเดินหาทางเข้าฟรีตั้งแต่ตรงนี้เลยครับ เดินหลบจนอ้อมไปเดินหลังก็ไม่มีที่ท่าว่าจะเจอทางเข้าอีกทาง ไกด์บุ๊คเรานี่เชื่อถือได้หรือเปล่าเนี่ยหรือโดนฝรั่งหลอกเอาแล้วก็ไม่รู้ระหว่างทางเห็นเพิธีเผาศพกันด้วย ไฟยังลุกโชนเลย มีกลิ่นแปลกของควันไฟอยู่ด้วยแต่ไม่อยากจะจินตนาการไปมากกว่านั้น รีบเดินจนเหมือนว่าจะหมดทางไปแล้วตรงนั้นมีทางเล็กๆ ขึ้นเขาได้ผมไม่รู้จะเอายังไงแล้วยอมเสี่ยงเดินขึ้นเขาดีกว่าเดินย้อนกลับ ทางเส้นนี้เป็นทางขึ้นหลังเขาครับ ระหว่างทางจะพบลิงเยอะทีเดียว ปีนขึ้นเนินไปเรื่อยๆ ก็มาโผล่ที่ถนนใหญ่อีกเส้น ซึ่งเป็นถนนเส้นเดียวกันกับที่มาจากด้านหน้า แล้วผมไปเดินอ้อมอยู่ทำไมเนี่ย</p>
<div id="attachment_1780" class="wp-caption alignright" style="width: 235px"><img class="size-medium wp-image-1780" title="Swayambhunath Stupa หรือ Monkey Temple" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0201IMG_0229-225x300.jpg" alt="Swayambhunath Stupa หรือ Monkey Temple" width="225" height="300" /><p class="wp-caption-text">Swayambhunath Stupa หรือ Monkey Temple</p></div>
<p>จากที่นี่เดินต่ออีกพักก็ถึงทางขึ้นสถูปและที่นี่เองที่ผมเจอกับด่านเก็บเงินของจริงครับ ถึงแม้ความเชื่อถือในไกด์บุ๊คไม่หมดไปแล้วก่อนหน้านี้แต่ตัวความเสียดายตังค์เลยขอลองดูอีกที จากเคาน์เตอร์เก็บตั๋วเดินผ่านลานจอดรถไปทางขวามือสัก 30 ก้าวก็เจอบันไดอีกด้านไม่มีที่เก็บตํ๋วไกด๋บุ๊คไม่ได้หลอกครับผมหลอกตัวเองต่างหาก บนสถูปจะมองเห็นวิวเมือง Kathmandu อยู่เบื้องล่างทางทิศตะวันตกจะเป็นเทือกเขาหิมาลัย ด้านนอกสถูปจะมีร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน ต้องยอมรับว่าตอนที่ไปถึงนั้นผมเหมือนคนบ้าเลยครับเพราะที่นี่สวยมาก ตลอดเวลผมพร่ำพูดแต่ว่า nice, beautiful, very nice เจอนัดท่องเที่ยวคนอื่นก็พูดเหมือนกัน อย่าว่าแต่นักท่องเที่ยวเลยครับคนเนปาลเองยังพูด ที่นี่โดยเฉพาะยามอาทิตย์ลับขอบฟ้าบรรยายกาศยากที่จะบรรยายครับ เทือกเขาหิมะที่เป็นสีขาวจะกลายเป็นสีทอง พอฟ้าเมืองไฟรอบๆสถูปก็จะเปิด มุมมอง</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_1066" class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><a href="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0201IMG_0240.JPG" rel="wp-prettyPhoto[g285]"><img class="size-medium wp-image-1066 " title="Kathmandu ยามค่ำคืน" src="http://onholiday.org/wp-content/uploads/2005/12/Day0201IMG_0240-300x225.jpg" alt="Kathmandu ยามค่ำคืน" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">Kathmandu ยามค่ำคืน</p></div>
<p>Kathmandu ยามค่ำคืนงดงามจนยากที่จะอธิบาย มัวแต่หลงเพลินถ่ายรูปจนลืมเวลา แถมขามายังหลงทางมาตลอดแล้วที่นี้จะกลับยังไงไฟฉายก็ไม่ได้เอามาด้วย ผมเดินคลำทางกลับทั้งมืดอย่างนั้นแหละ เดินลงมาถึงเชิงเขาเห็นมีแท็กซี่จอดอยู่คราวนี้ไม่ต้องลังเลยแล้วครับ ต่อได้ราคา 60 รูปีจาก 70 รูปี ก็ตกลงเลยพอมาถึงจ่ายเงินไป 100 รูปีคนขับทำยึกยักบอกขอ 70 ได้หรือเปล่าอ้างว่ารถติดบ้างผมอยากกลับที่พักเต็มทีแล้วเลยยอมตัดลำคาญไป กลับมาโรงแรมอาบน้ำแล้วกะไปหาอะไรกินหน่อยพอลงมาจากห้องผมเดินล๊อกพาไปร้านอาหารแต่ตรงนั้นเลยดูราคาแล้วไม่อยากสั่งเลยซักอย่าง แต่ทำไงได้หลงมาแล้ว งั้นเอาข้าวผัดแล้วกันราคา 90 รูปีไม่สั่งน้ำครับพหมาด้วย รสชาติก็พอใช้ได้ครับแถมมีบริการหาพริกซอยมาให้ด้วยเห็นว่าเราเป็นคนไทยถึงแม้จะไม่มีพริกน้ำปลาแต่ชั่วโมงนี้มีพริกซอยก็สวรรค์แล้วเหมือนกันพอเรียกเก็บเงินจ่ายไป 100 รูปีทำเป็นยิ้มๆ ก็เป็นรู้กันครับค่าพริกซอยนั่นเอง เดินเล่นที่ทาเมลดูของไปเรื่อยซื้อตัวแปลงปลั๊กไฟมา 35 รูปีกลับมาวางแผนเที่ยววันพรุ่งนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://onholiday.org/2005/12/01/nepal2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

